บ่ายแก่ๆแสงแดดร้อนแรงรถคันใหญ่จอดอยู่ที่ลานจอดข้างเรือนไม้ของ jaran valley เรือนไม้ต้อนรับบรรดาแขกที่มาชมและซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน โซลาห์ลงจากรถมองพื้นถนนราบเรียบเดินขึ้นบันไดสี่ขั้นของเรือนไม้ตามหลังไอซ์ที่หยุดอยู่ตรงเคาน์เตอร์ สาวผมประบ่าเสื้อสีชมพูนุ่งผ้าถุงลายสวยกำลังปั่นน้ำองุ่นใส่แก้วยืนหันหลังก่อนเด็กผู้หญิงผมเปียจะสะกิดเรียกเธอให้หันกลับมองคนที่มาถึง
“อะ คุณไอซ์ มาได้ยังไงคะ สวัสดีค่ะ” เธอยกมือทักทายไหว้เขาอย่างมีมารยาทเช่นเดียวกับเด็กน้อยที่เดินไปเสิร์ฟน้ำปั่นให้ลูกค้าที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะไม้พลางส่งยิ้มให้โซลาห์เล็กน้อยอย่างร่าเริง
“ผู้จัดการส่งคลิปไร่มาที่บริษัท ผมจึงมาดูงานสักระยะแล้วก็ฟื้นฟูไร่ด้วย ถ้าไร่รุ่ง บริษัทก็รุ่งแล้วก็นี่ คุณโซลาห์แฟนผม” ไอซ์แนะนำโซลาห์ที่ค้างชะงัก
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ คุณพีอยู่ที่ออฟฟิศด้านในค่ะ” เธอบอกด้วยรอยยิ้ม โซลาห์เดินตามไอซ์เข้าไปด้านในโดยขับรถกอล์ฟ เธอนั่งข้างเขาพร้อมอมยิ้มนึกคิดนี่เธอเป็คุณหนูอีกแล้ว บรรยากาศโดยรอบสวยงามพื้นหญ้าเขียวขจีดอกไม้ริมทางปลูกขึ้นเรียงราย เธอมองเห็นออฟฟิศติดแอร์ที่ตั้งอยู่หน้าบ้านพักคนงานที่เป็ห้องแถว รถจอดลงข้างๆออฟฟิศ ไอซ์ลงจากรถมองคนงานที่เดินกันสวนไปสวนมา ทุกคนต่างยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้ม
“จำได้ครั้งล่าสุด ฉันมาที่นี่ตอนอายุสิบห้าคุณพ่อพามาเที่ยว”
“โอ้โห นานแล้วนะคุณ ไม่แปลกหรอกที่ไร่เสื่อมโทรม” โซลาห์เดินตามไอซ์ผลักประตูเลื่อนเข้าออฟฟิศ โต๊ะทำงานสองตัวตั้งคู่กันเอกสารกองพะเนินทั้งโต๊ะมีกระดานสีขาวอยู่ด้านหลังติดผนัง รวมทั้งชายหนุ่มรุ่นเดียวกับไอซ์ที่นั่งขมวดคิ้วทำเอกสารมากมายพร้อมแปะรูปที่ถ่ายก่อนเงยหน้ามองไอซ์อย่างใเมื่อเห็นเขาโผล่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อ้าวคุณไอซ์ สวัสดีครับ มาเร็วกว่าที่คิดไว้อีก ผมกำลังทำแผนผังยื่นคำร้องของบประมาณจากคุณอดิศักดิ์อยู่เลย ท่านให้บูรณะไร่ใหม่”
“คงไม่ต้องแล้วครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณช่วยพาผมไปที่ไร่หน่อย”
“ได้เลยครับ เชิญ” พีชายหนุ่มที่ดูดีสุดในไร่กล่าว ไอซ์เหล่มองโซลาห์ก่อนเอ่ยขึ้น
“ผู้จัดการครับ นี่คุณโซลาห์แฟนผม และโซลาห์นี่ผู้จัดการบริษัทจรัญทรัพย์และโรงงานแปรรูป ถูกส่งมาดูแลที่นี่แทนฉัน”
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ต้อนรับสู่ไร่จรัญวัลเล่ย์ครับ” พียื่นมือทักทายด้วยรอยยิ้ม โซลาห์ฉีกยิ้มจับทักทายก่อนละจากกันเดินตามกันไป โซลาห์มองเส้นทางลงที่ชันจนต้องพาดพิงจับแขนไอซ์เพราะส้นสูงไม่อำนวยพื้นดินเท่าไหร่ ไอซ์เองก็ไม่ได้คัดค้านยินยอมให้จับ คนงานชายยื่นหมวกปีกสีน้ำตาลกับสีดำให้ทั้งคู่สวมใส่ คนงานที่รดน้ำอยู่เหล่มองโซลาห์ด้วยรอยยิ้มเพราะเธอดูเงอะๆงันๆเซไปเซมาพยายามทรงตัวเหล่มองต้นองุ่นที่มีแมลงเกาะเต็มใบ ไอซ์จับผลองุ่นลูกเล็ก
“เมื่อก่อน ผลเต็มที่จะใหญ่กว่านี้แต่สำหรับตอนนี้นี่ถือว่าพวงใหญ่ที่สุดครับ” พีบอกพร้อมถือเอกสารจดรายงานมองโซลาห์ที่ปาดเหงื่อถลกกระโปรงก้มมองส้นรองเท้าที่จมดินจนหัวชนแขนไอซ์ทำให้ไอซ์รู้ตัวเหลียวมองช้าๆ
“ดินเสื่อมสภาพทรุดลงไปเยอะ” ไอซ์บอกพีที่พยักหน้าจดรายงานก่อนมองโซลาห์ “ใครบอกให้เธอใส่ส้นสูงมาทำไร่ ไปอยู่ออฟฟิศเลยไป”
“ปลัดที่ดีควรลงตรวจสอบพื้นที่” โซลาห์มองหน้าไอซ์ก่อนเชิดใส่แล้วดึงรองเท้าออกจากเท้าถือไว้ในมือ ถลกกระโปรงมัดขึ้นให้สั้นเท่าเข่าเดินย้ำดินเหนียวที่แฉะมองดูแปลงองุ่นนำหน้าไอซ์ พียิ้มบางๆมองไอซ์หัวเราะชอบใจเดินตีคู่ไปด้วยกัน โซลาห์วิ่งดุ๊กๆไปยืนข้างคนงานผู้หญิงที่กำลังตัดใบเสียออก เธอมุดเข้าไปในแปลงทันที
“ใบเสียมีตั้งเยอะ จะตัดหมดเลยหรือคะ” โซลาห์มองใบที่เสียในมือคนงาน
“ต้องเป็แบบนั้นค่ะ”
“มีหวังโกร๋นแน่เลยแล้วจะเอาใบเสียไปทำอะไรคะ”
“คุณพีให้ทำน้ำหมักชีวภาพและก็ปุ๋ยค่ะ”
“อืม เราน่าจะเปลี่ยนวิธี” โซลาห์ขมวดคิ้วดีดนิ้วอย่างมีไอเดียก่อนวิ่งไปดักหน้าไอซ์กับพีจนไอซ์ตั้งตัวไม่ทันเบิกตาโตขู่ใส่โซลาห์ที่วิ่งไปวิ่งมาราวกับเด็กเล็ก
“อยู่นิ่งๆไม่ได้หรือไง”
“ได้ แต่ยังไม่ถึงเวลาให้ฉันช่วยคุณบูรณะไหม”
“คิดเงินปะ” ไอซ์ยิ้มกรุ้มกริ่มมองโซลาห์ที่กระตุกยิ้มหวาน
“ไม่” เธอส่ายหน้าไปมาหันมาถามพีต่อ “น้ำหมักที่ทำจากใบเสียเปลี่ยนได้ไหมคะ”
“เอ่อ ได้ครับ” พีตอบพลางจดรายงาน
“เรียนเกษตรั้แ่เมื่อไหร่” ไอซ์แย้งขึ้น
“ฉันทำได้ทุกอย่าง ฟังนะ ถ้าเอาใบเสียทำเป็น้ำหมักแล้วมาฉีดใส่องุ่นมันก็จะมีผลเสียไปเรื่อยๆเอาผลเสียมาไล่ผลเสียมันยิ่งไปใหญ่ ส่วนเื่ปุ๋ยอันนี้ก็คงโอเคอยู่แต่จะให้ดีต้องผสมใบไม้แห้งลงไปด้วยจะได้ฟื้นฟูเพราะมันมีกากใย
“แล้วเราจะเอาอะไรทำน้ำหมัก ใช้ยาฆ่าแมลงหรือครับ”
“ไม่ค่ะ ใช้เปลือกมังคุด” โซลาห์ยื่นมือขอแผ่นรายงานจากพีที่รีบส่งให้เธอวาดและบรรยายให้คนสองคนที่ฟังอยู่กลางไร่ “เปลือกมังคุดเอามาสกัดเป็น้ำสามารถไล่แมลงบวกกับจุลินทรีย์แล้วยิ่งดีใหญ่ ทุกอย่างทุกขั้นตอนทำเหมือนกับน้ำหมักทั่วไป แค่เปลี่ยนเป็เปลือกมังคุดปิดฝาถังให้สนิทปิดด้วยไม้ไผ่เป็ซีกๆกันชื้น เก็บไว้อาทิตย์เดียวก็เห็นผลฉีดได้เลย”
“ถ้าไม่ได้ผล” ไอซ์เลิกคิ้วมองโซลาห์ที่ยื่นแผนผังให้พี
“คุณเอาเงินคุณไปได้เลย ฉันเอาหัวเป็ประกัน” โซลาห์ยักคิ้วแน่วแน่
“งั้นช่วยทำตามนี้ด้วย เริ่มจากปุ๋ยก่อนไม่งั้นต้นองุ่นแย่กว่านี้แน่” ไอซ์หันมาบอกพีที่พยักหน้ารับเก็บรายงานเหน็บไว้ข้างเอวมองโซลาห์กับไอซ์ที่ฉีกยิ้มให้กัน
“เชิญที่โรงบ่มครับ” พีกล่าวก่อนเดินนำทั้งคู่ไปที่ออฟฟิศเดินอ้อมไปโรงบ่มองุ่นทำเป็ไวน์ ถังไม้โอ๊ควางเรียงทับซ้อนกันในที่มืดอยู่ในโรงไม้อัดที่มีเตาผิงอยู่ด้านข้างไว้ปรับอุณหภูมิ โซลาห์ลังเลหายใจเข้าปอดอุดจมูกเดินตามไอซ์เข้าไปด้านในแค่ได้กลิ่นก็พาเธอเซเสียแล้ว
“ไวน์องุ่นที่นี่มีชื่อเสียงที่สุดทั้งในและนอกประเทศ มีอย่างเดียวที่ทำรายได้ทะลุเป้าแต่กว่าจะบ่มให้เข้าที่ก็เป็เดือน” พีบรรยายมองโซลาห์ที่ปล่อยมือจากจมูกหายใจเข้าปอดยกใหญ่ ไอซ์มองถังที่สูงตระหง่านเรียงทับซ้อนกัน