มิลันดาขนข้าวของลงมาจากชั้นบนโดยมีสาวใช้ในบ้านคอยช่วยเหลือ เมื่อถึงรถหล่อนรีบนั่งประจำที่ราวกับกลัวว่าตนเองจะไม่ได้ไปวันนี้คมฉณัฐรับหน้าที่เป็สารถีแก้มเนียนใสระเรื่อเป็สีชมพูรอยยิ้มระบายทั่วใบหน้าด้วยความสุขเพราะครอบครัวได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วยกัน
รถเคลื่อนจอดหน้ารีสอร์ทเห็นเพื่อนยืนรออยู่ก่อนแล้วแต่ใบหน้าของกลับบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน รมย์รวัตรรีบมาขนกระเป๋าช่วยมิลันดาโดยที่มีหนุ่มอีกคนมารับอาสา มิลันดาเหลือบมองไปยังหนุ่มคนนั้นรู้สึกคุ้นหน้ากันดีเพราะเคยเดินสวนกันในโรงพยาบาล
“หมอพรหมมาทำอะไรที่นี่คะ” หญิงสาวเอ่ยทัก รู้สึกแปลกๆกับเหตุการณ์นี้
“พอดีคุณณีชวนผมมาด้วยครับวันนี้ผมไม่ได้เป็หมอเวรเลยว่าง” พรหมเมศร์ตอบแล้วยิ้มกว้าง
มิลันดาเหลือบมองเพื่อนสนิทเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติ หมอพรหมสนิทสนมกับพยาบาลณีั้แ่เมื่อไหร่กันหล่อนไม่อยากเข้าไปยุ่ง ให้วัตรจัดการเื่แฟนตัวเองดีกว่าเวลานี้กลิ่นอายทะเลมันทำให้หล่อนอยากเผชิญหน้ากับหาดทราย ท้องฟ้าสีครามเสียแล้วทุกคนต่างแยกย้ายเก็บเข้าห้องพัก แล้วพากันออกมาเดินเล่นทานอาหารกันริมหาด
หมอหนุ่มคนละแผนกนั่งอยู่ฝั่งเดียวกันโดยมีลักษิณีขั้นตรงกลาง มิลันดาเห็นแล้วรู้สึกอึดอัดแทนรมย์รวัตรรู้สึกอึดอัดใจต้องนอนห้องเดียวกับหมอพรหม
“อ้าวๆ สาวๆ หนุ่มๆจะนั่งเงียบกันทำไมจ๊ะ ทานอาหารแล้วคุยกันหน่อยสิจะได้มีอรรถรส” ดาวเรืองประกาศจากนั้นจึงเริ่มเล่าเื่ราวต่างออกมา
มิลันดาอ้าปากค้างเมื่อมารดาเล่าเื่วีกรรมที่หล่อนก่อไว้จนหมดเปลือก แทบจะเรียกว่าเผาเลยก็ว่าได้คมฉณัฐหัวเราะผิดกับรมย์รวัตรนั่งหน้าบึ้งไม่พอใจบางคน เหลียวมองคนข้างๆดูท่าคงชอบใจที่มีหมออีกคนมาเอาใจ
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”เขาตัดสินใจออกมาจากวง เลี่ยงออกมาเพื่อควบคุมอารมณ์ตนเอง มิลันดาเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเดินตามไปติดๆด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไรหรือเปล่าไอ้วัตร”
รมย์รวัตรหันมามองเห็นเพื่อนกำลังก้าวเข้ามาหารมย์รวัตรหันกลับตามเดิมมองท้องทะเลเบื้องหน้า
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก แล้วแกล่ะมิมีอะไรถึงออกมา เดี๋ยวสามีก็บ่นเอาหรอก”
“เห็นแกออกมาเลยเป็ห่วงแล้วก็มีเื่บางอย่างอยากจะถามแกสักหน่อย” มองหน้าเพื่อนชายเห็นสีหน้าแววตาดูท่านี้อาจกลายเป็ศึกใหญ่ระหว่างสองแพทย์หนุ่มก็เป็ได้
ลมทะเลอ่อนๆกำลังพัดกระทบใบหน้าของทั้งสอง รมย์รวัตรเองไม่รู้จะพูดอะไร ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายมิลันดาและไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หล่อนก็คือคนที่มีสามีแล้ว ตอนนี้ทำใจได้ในระดับหนึ่งเพราะลักษิณีเข้ามาเติมเต็ม หล่อนใช้ความดีเอาชนะใจเขาแต่ตอนนี้เขากลับทำให้หล่อนเสียใจซ้ำซากหากยังเป็แบบนี้เขาอาจต้องเสียหล่อนไปจริงๆ ก็ได้
มิลันดามองหน้าเพื่อนอยากช่วยแต่มันเป็เื่ของหัวใจ เื่ทำนองนี้ต้องให้จัดการกันเอาเองหล่อนไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย
“จะถามอะไรฉันล่ะมิ?”
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับคุณณี” มิลันดาถามตรงประเด็นทันที
“ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแกยังไงดี” ร่างสูงทรุดนั่งลงกับพื้นทราย
“แกไม่ต้องตอบก็ได้วัตรฉันว่าแกหาคำตอบให้ใจแกเองดีกว่า” หล่อนนั่งลงข้างเพื่อนพากันถอนหายใจออกมา
มองมิลันดาแล้วหัวใจเคยสั่นไหวกลับเต้นเป็ปกติ เคยอยากโอบกอดร่างไว้แนบกาย กลับไม่รู้สึกว่าอยากทำชายหนุ่มระบายลมหายใจแล้วยิ้มบางๆ ดีแล้วที่ความรู้สึกมันเป็แบบนี้
“ขอกอดหน่อยนะมิฉันอยากจะรู้ว่าตัวเองจะเป็เหมือนเดิมไหม” รั้งเพื่อนมากอดเพื่อทดสอบว่าตนเองยังรู้สึกมากแค่ไหน
รมย์รวัตรหลับตาสูดหายใจเข้าปอดเมื่อคลายอ้อมกอดนั้นลักษิณีเดินตามหาแฟนหนุ่ม โดยไม่รู้เลยว่ามีชายอีกคนกำลังเดินตามมาด้วยเขาเองอยากรู้ว่าระหว่างสองคนนี้เกิดอะไรขึ้น
สองเท้าของหล่อนหยุดชะงักมือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมายืนมองภาพตรงหน้าด้วยความปวดใจ จะทำยังไงดีทำไมมันรู้สึกเหมือนใจจะขาดแบบนี้ ไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหนแล้วสมองมันสับสนร่างบางค่อยๆ ถอยหลังออกมาจนชนเข้ากับพรหมเมศร์ เรียวแขนถูกคว้าไว้จ้องมองใบหน้าที่กำลังอาบน้ำตา
ใจของเขากระตุกอย่างประหลาดเหมือนเขาเคยเห็นภาพนี้ที่ไหน เหมือนกันทั้งพ่อและลูกล้อเล่นกับความรักของคนอื่นเพราะสิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่นี่ใช่ไหม ที่ทำให้หล่อนปฏิเสธเื่ความสัมพันธ์ที่มีต่อรมย์รวัตรพรหมเมศร์รั้งท่อนแขนของอีกฝ่ายให้เดินตามเขาไปทันที
รมย์รวัตรคลายอ้อมกอดจากเพื่อนมิลันดาตบไหล่เบาๆ เขาไม่รู้ว่าั้แ่ตอนไหนที่ลักษิณีเริ่มเข้ามาในหัวใจแต่เขารู้สึกดีใจ ที่ตนเองสามารถมีรักใหม่ได้
“ดีกับคุณณีให้มากๆนะวัตร จากที่ฉันดู คุณณีเขาคิดมากเื่แกไม่น้อยนะ คุณณีเขารักแก แต่แกเนี่ยสิชอบทำให้เธอเสียใจตลอดเลย” มิลันดาเตือนสติ
“แล้วแกล่ะมิกับคุณคมรักแรกแกเป็ยังไงบ้าง?”
“ก็ไม่เป็ไงหรอกเรื่อยๆ”หญิงสาวตอบเลี่ยง
“ฉันมองออกนะมิคุณคมเองเขาก็รักแกนะ แต่เขาไม่กล้าบอกแก เขาคงกลัวแกปฏิเสธ”
“ไม่จริงหรอกเขารักคนอื่นไม่ใช่ฉันเชื่อฉันสิไอ้วัตร” มิลันดาเถียงหล่อนไม่รู้ใจเขาหรอก รู้แค่ว่าเขาไม่ได้รักหล่อนเลย
“แกไม่เชื่อฉันก็คอยดูกันไปอย่ามาคิดได้เมื่อสายไปล่ะ สอนฉันดี ตัวแกเองก็หัดทำหัดคิดซะบ้างทิฐิมันไม่ทำให้มีความสุขหรอกนะ”
พรหมเมศร์พาหญิงสาวมาหลบมุมฝั่งชายหาดด้านหลังเจ็บใจเมื่อเห็นหล่อนต้องร้องไห้แบบนี้ เขาเคยเห็นผู้หญิงคร่ำครวญกับความรักจนรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบบ้าไม่อยากเห็นอะไรแบบนี้เลย
“คุณเลิกร้องไห้เถอะมันไม่มีประโยชน์เพราะยังไงเขาก็ไม่รู้ว่าคุณกำลังร้องเพื่อเขา!”พยายามปลอบด้วยความรู้สึกสงสาร
“ฉันขอโทษคะหมอพรหมที่พาคุณมาเที่ยวด้วย” เธอบอกเสียงสั่นเครือ
“มันไม่ใช่ความผิดคุณหรอกหากจะผิดก็คงผิดที่คนที่ทำให้คุณร้องไห้ต่างหาก”
“ไม่ใช่ความผิดเขาหรอกคะฉันเองก็รู้ดี... แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ฉันก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี”
“พอเถอะครับคุณจะต้องเป็แบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน!” เสียงตวาดดังขึ้นลักษิณีสะดุ้ง
เขาเริ่มหงุดหงิดไม่ชอบเลยที่ต้องมาทนเห็นผู้หญิงนั่งร้องไห้เพื่อเื่พวกนี้ไม่อยากให้พวกหล่อนมีชีวิตซึมเศร้าเหมือนแม่เขาที่ตายจากไป เพียงเพราะคิดถึงผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็พ่อไม่เคยจางเขาเกลียดที่แม่มานั่งอาลัยอาวรณ์ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นค่า เกลียดความคิดโง่ๆที่พยายามจะไปอ้อนวอนให้เขายอมรับเป็เมีย เกลียดมันเข้ากระดูกดำ
มือหนาที่ผลักไสแม่ออกไปแม้กระทั้งรั้วบ้านยังไม่ยอมแม้แต่ให้จับ เขาจดจำใบหน้าและสายตาที่เหยียดหยามนั้นได้ดีทำไมเขาต้องเติบโตมาแตกต่างจากเด็กผู้ชายอีกคน ที่ได้รับการอุ้มชูราวกับเทวดาก็ไม่ปานเขาต้องดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อแม่ ที่เอาแต่นั่งทอดอาลัย และเพื่อความทะเยอทะยานของตนเองเขาอยากประสบความสำเร็จไม่ว่าพี่ชายของเขาอีกคนจะได้รับอะไรหรือทำอะไรเขาต้องได้มันบ้าง ไม่ว่าทางไหนก็ตามแต่เวลานี้เขากลับคิดผิดพี่ไม่ได้้าลักษิณี
“หยุดร้องเถอะลักษิณีผมไม่อยากเห็นคุณเป็แบบนี้!” พรหมเมศร์ขบกรามแน่น
เมื่อคิดถึงอดีตพรหมเมศร์ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดยิ่งมาเห็นผู้หญิงนั่งร้องไห้แบบนี้เขาก็ยิ่งเกลียดเขาไม่อยากให้หล่อนมาทำท่าหมดอาลัยตากอยากเหมือนแม่เขาอีกคน แต่เสียงสะอื้นยังดังแ่มา
“ผมบอกให้คุณหยุดยังไง!”พรหมเมศร์ตวาดพลางจับหัวไหล่ของหญิงสาวแน่น
“คุณจะทำอะไรหมอพรหมฉันเจ็บนะ!” ไหล่มนเจ็บแปล๊บจากแรงบีบขึ้นมา
“เลิกทำหน้าตาแบบนี้สักทีรู้ไหมว่ามันน่าสมเพชแค่ไหน ผมเห็นแล้วสะอิดสะเอียนเมื่อไหร่ผู้หญิงแบบคุณจะหมดไปจากโลกสักทีฮะ!”
“คุณเป็อะไรหมอพรหมทำไมคุณถึงได้ทำกับฉันแบบนี้!” ลักษิณีดิ้นรนเพื่อให้เขาปล่อยแต่เขากลับบีบหัวไหล่หล่อนแน่นขึ้นไปอีก
เขาทนไม่ไหวแล้วเมื่อไหร่ผู้หญิงแบบนี้จะหมดไปจากโลกนี้เสียที ร่างสูงกระชากหญิงสาวให้เดินตามไปทันทีลักษิณีดิ้นรนร้องลั่นด้วยความกลัว
“หุบปาก!ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันไปฆ่ารมย์รวัตร เงียบเสียงของเธอซะแล้วเดินตามฉันมาซะดีๆ!”
ลักษิณีเงียบทันทีเมื่อเห็นแววตาของพรหมเมศร์แดงก่ำ หล่อนไม่เข้าใจว่าเขาโกรธหรือเสียใจกันแน่ เมื่อทั้งสองอย่างมันกำลังปนเปเขาพาหล่อนมาที่ห้องพักเพียงแค่เห็นหญิงสาวรีบสะบัดข้อมือแต่เขากลับกระชากเข้ามาในอ้อมกอดแล้วดันตัวเข้าไปในห้อง พยาบาลสาวถอยหลังติดกำแพงเมื่อเห็นท่าทีคุกคาม
รมย์รวัตรมองดูพฤติกรรมแปลกๆของพรหมเมศร์อยู่นาน แล้วเดินตามไป พบว่าหมอนั้นพาแฟนของเขาเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มยืนนิ่งทำไมหล่อนถึงยอมเดินตามผู้ชายง่ายๆ นี่หล่อนกำลังคิดจะทำอะไรหรือเื่ราวระหว่างเราไม่มีความหมายหยุดเท้ามองประตูไม่กล้าวุ่นวาย แม้ในอกเจ็บร้าว
“คุณจะทำอะไรหมอพรหมคุณบ้าไปแล้วหรือไง!” หญิงสาวตวาดลั่น
“ผมจะทำให้คุณเลิกร้องไห้เพราะผู้ชายสักที!”
“คุณมันบ้าอย่าคิดทำทุเรศกับฉันนะ!”
“ใช่!ผมบ้า และผมก็เกลียดผู้หญิงอย่างคุณที่สุด!”
พรหมเมศร์กระโจนเข้าหาร่างบางทันทีมือหนารวบเอวบางแล้วกอดรัดไว้แน่น ลากหญิงสาวจนถึงเตียงกว้างลักษิณีกรีดร้องหาทางเอาตัวรอด มือปัดปายจนโดนโคมไฟหล่นลงมาแตกเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังไปถึงหูอีกคน รมย์รวัตรรีบเคาะประตูรัวทันที
ปัง! ปัง!ปัง!
“ไอ้บัดซบเอ้ย!” รมย์รวัตรสบถ
เมื่อข้างในไม่มีทีท่าว่าจะยอมเปิดจึงใช้เท้าถีบประตูกระโจนพรวดเข้าห้อง ภาพตรงหน้าทำเอาความโกรธพวยพุ่งออกมาลักษิณีกำลังถูกตรึงไว้บนเตียงเตียงเสื้อผ้าหล่อนฉีกขาด ความอดทนเขาขาดผึ่งทันที
ผลั่ก!
กำปั้นบรรจงส่งลงไปที่หน้าของอีกฝ่ายจนล้มลงกองกับพื้น ร่างสูงลุกยืนขึ้นขยับกรามตนเองโดยไม่แคร์แม้กระทั่งสายตาของรมย์รวัตรที่กำลังจ้องเขาอย่างเอาเป็เอาตายแต่กลับส่งสายตาเ็าและท้าทายให้เขากลับมา
“ไอ้ชั่วเอ้ยแกทำแบบนี้ได้ยังไง!” รมย์รวัตรด่าลั่นรีบดึงแฟนสาวมาหลบไว้ข้างหลัง
ลักษิณียืนอยู่หลังแฟนหนุ่มกายสั่นเทาด้วยความกลัวรมย์รวัตรรู้ได้ถึงอาการนั้น จึงจับมือบางบีบเบาๆ เพื่อปลอบ
“แกก็ชั่วไม่ต่างกันหรอกเืพ่อมันแรงนี่หว่า!”เช็ดเืมุมปาก แล้วยิ้มเยาะออกมา
“หุบปากไปเลยไอ้พรหม!อย่าเอาเื่ในอดีตมาทำให้แกเ้าคิดเ้าแค้นไปมากกว่านี้เลยณีไม่เกี่ยวอะไรด้วยแกไม่สงสารเธอบ้างหรือฮะ!แกเ็ปกับเรื่อนอื่นแล้วทำไมแกต้องเอามาลงกับคนที่ไม่รู้เื่รู้ราวด้วยแกมันบ้าไปแล้ว!”รมย์รวัตรตวาดลั่น
พรหมเมศร์ชะงักจ้องหน้าอีกฝ่ายพลางขบกรามแน่นสิ่งที่กำลังพูดมันคืออะไร หรือหมอนี่รู้เื่ของเขา
“แกพูดบ้าอะไรฮะ!” พรหมเมศร์รีบกลบเกลื่อน
“กลับจากที่นี่ฉันจะพาแกไปหาพ่อ แกจะได้รู้เื่ทุกอย่างเสียที!”
ลักษิณีทั้งสับสนงุนงงกับคำพูดของทั้งสอง
“ฉันไม่อยากไป!”
“แต่แกต้องไปพ่อป่วยอาการท่านแย่ลงเรื่อยๆ แกน่าจะไปหาท่านให้ท่านได้ขอโทษแกสักคำก็ยังดีพรหม”พูดจบดึงมือแฟนสาวออกไป ปล่อยให้เขายืนนิ่งกล้ำกลืนกับความรู้สึกตนเอง
ทุกคนมายืนออที่หน้าห้องมิลันดามองรมย์รวัตรเกิดเื่วุ่นวายอะไรขึ้น ปกติรมย์รวัตรไม่เคยบอกเื่ส่วนตัวให้ฟังสักเท่าไหร่ทุกคนมองหมอทั้งสองด้วยความสงสาร คงไม่มีใครแจ้งความในครั้งนี้คงต้องให้ตัดสินใจกันเอาเอง
รมย์รวัตรปล่อยมือแฟนสาวแล้วทรุดกายลงบนม้านั่งในสวนของรีสอร์ท โดยมีลักษิณีอยู่เคียงข้าง
“คุณณีผมขอโทษแทนน้องชายผมด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ”
“ผมเพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วหมอพรหมคือน้องชายของผมผมไม่อยากเปิดเผยเื่นี้ ไม่อยากให้เขาเ็ปแต่เพราะเขาคงจะแค้นพ่อมากถึงได้ทำแบบนี้ ผมไม่เคยคิดว่าน้องจะหน้ามืดขนาดนี้”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเครียด
ลักษิณีเหลือบมองอีกฝ่ายรู้ดีว่าเขาเองก็คงเ็ปเหมือนกันเพราะดูจากท่าทางอันแสนเหนื่อยอ่อน หล่อนไม่อยากคิดเื่หมอวัตรมากมายอีกอย่างน้อยยามเขาต้องเจอเื่ราวหนักหนาขออยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหนไม่คาดหวังในตัวหมอวัตรให้มารักหล่อนตอบ ขอเพียงได้อยู่ตรงนี้ไม่ว่าในสถานะใดก็ตาม