ตอนที่ 36 น้อยไป
"แต่เจ้าแน่ใจ?...ว่าสามารถต่อสู้กับศิษย์เก่าสายนอกได้ในวันเดียว?"
สายตาจ้องมองมาทางเต้าหมิงด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีแผนการอะไรอยู่ในใจกันแน่ จีงคิดท้าประลองกับห้าคนรวดติดต่อกันในวันเดียวแบบนี้
หากคิดจะท้าประลองกับคนอื่น โดยเฉพาะศิษย์เก่าสายนอกที่อยู่มานานหลายปีแล้วแบบนี้ อย่างน้อยต้องเว้นช่วงให้ตัวเองได้พักฟื้นก่อนสักวัน สองวัน แล้วค่อยประลองกับคนอื่นต่อถึงจะเหมาะสมมากกว่า
"เวลาข้าเป็นนอนเป็นทอง" คำตอบชวนอึ้งตอบกลับแก่น่าหลันจนหญิงสาวเหมือนโดนสตั้นไปหลายวินาทีขึ้นมาทันที
"เอาละ เตรียมตัวดีกว่า" สองเท้าลุกขึ้นยืน จัดการเริ่มบิดลำตัวไล่ความขี้เกียจออกไปทันที
ไม่นานก็มีชื่อเต้าหมิงประกาศขึ้นมาให้ลงไปในลานประลอง
"เดิมพันข้าข้างด้วย!!!" เต้าหมิง เรียกสติน่าหลันให้ตื่นขึ้นมาก่อนที่ตลาดจะปิดเสียก่อน ไม่งั้นเสียดายแย่
ตลาดที่ว่า คือ การลงเดิมพันในลานประลองข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งต้องลงก่อนการประลองจะเริ่มขึ้นไม่กี่นาที ไม่เช่นนั้นจะปิดรับเดิมพันทันที
ได้ยินเช่นนั้น น่าหลันตื่นขึ้นมาจากการโดนสตั้นรีบไปจัดการให้อย่างรวดเร็ว
"เป็นเลขาที่ดีจริงๆ" สายตามองน่าหลัน กล่าวชื่นชมออกมา
"ทำงานดี ขยันขันแข็งแบบนี้ต้องให้โบนัสหน่อยแล้ว" ในใจคิดถึงเรื่องทักษะที่จะได้รับมาฟรีๆ โดยที่ตนไม่ต้องเสียเงนงินเลย ซึ่งเป็นผลงานจากการเจรจาของน่าหลัน
แม้มันจะดูเหมือนเรื่องง่ายๆ แต่การใช้ผู้หญิงไปเจรจามันจะง่ายกว่าที่ตนไปเจรจาเองเสียอีก แม้โอกาสอีกฝ่ายตอบตกลงกับเต้าหมิงจะสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นก็ตาม แต่ใช้คนที่ทำให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นแบบน่าหลันไปเลยจะง่ายดายกว่า
ตอนนี้เต้าหมิงรู้แล้วว่า ทุกคนถึงให้น่าหลันเป็นคนรับใช้ เพราะว่านอนสอนง่ายแบบนี้เอง
แต่เต้าหมิงคงไม่ให้นางเป็นคนรับใช้อย่างแน่นอน ไม่งั้นจะเสียคุณค่าในตัวเองหมด
ลานประลองมีชายสองคนเผชิญหน้ากันอยู่
ด้านหน้าเป็นชายสูงใหญ่ อ้วนท้วม ผิวดำ ตาดุ ยืนประจันหน้ากับเต้าหมิง มีนามว่า โยวหง
"รีบจัดการให้จบเลย" ความคิดทั้งสองฝ่ายแวบขึ้นมาทันที ซึ่งช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน
สายตาเต้าหมิง มองผู้ท้าประลองตรงหน้ามีดีแต่ไขมัน จึงไม่คิดจะเสียเวลาให้มากความ
ส่วนสายตาผู้ประลอง มองเต้าหมิงเป็นเหมือนคุณชายเจ้าสำอางที่อ่อนต่อโลกเท่านั้น
"เจ้าโยวหง มันโชคดีจริงๆได้ท้าประลองกับเด็กใหม่คนแรก"
"ไม่นึกเลยว่าจะมีคนกล้าท้าประลองกับมัน"
"นั่นสิ สงสัยเพราะโลภในทักษะที่มันวางเดิมพันไว้แน่"
"เจ้าเด็กใหม่นั้นมันก็หน้าโง่ตัวหนึ่งที่หลงมาติดกับเท่านั้น"
เสียงพูดคุยดังก้องรอบลานประลอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นการพูดคุยเกี่ยวกับคู่บนลานประลองกัน
ซึ่งหลายคนคิดว่าเต้าหมิงก็ไม่ต่างจากเด็กใหม่คนอื่นมาหลงติดกับเพราะทักษะที่อีกฝ่ายวางเดิมพันไว้เท่านั้น สุดท้ายก็เป็นตัวเองที่ต้องเสียของเดิมพันในที่สุด
นอกจากการวางของเดิมพันล่อตาล่อใจเด็กใหม่ให้มาติดกับ ไม่ใช่แค่เพราะดึงดูดเด็กใหม่ให้เลือกตนเป็นคู่ประลองเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโอกาสกอบโกยของมีค่าในตัวเด็กใหม่มากขึ้นกว่าคนอื่นด้วย เพราะการประลองกับเด็กใหม่คู่แรกๆจะได้รับของมีค่าที่ดีที่สุดจากอีกฝ่ายไป
"เข้ามาเลย เจ้าหนู"
"ในฐานะศิษย์เก่าสายนอกที่อยู่มานานกว่า ข้าจะต่อให้เจ้าสิบกระบวนท่า" ชายสูงใหญ่ ยื่นข้อเสนอออกมา ด้วยร่างอ้วนท้วมของตน ไม่มีทางที่ร่างกายบอบบางอย่างเต้าหมิงจะทำไรได้แน่
"ขอบคุณมากศิษย์พี่" ได้ยินข้อเสนอดีๆแบบนี้ มีใครกันจะไม่รับไว้ หากไม่รับไว้ก็โง่เต็มที
เต้าหมิง ไม่รอช้าจัดการซัดใส่อีกฝ่ายทันที
ตูม บึ้ม
เสียงหมัดซัดใส่คู่ต่อสู้ดังออกมา ตามมาด้วยเสียงบางอย่างที่มีขนาดใหญ่กระแทกลงกับพื้นดังสนั่น
"..."
ความเงียบมาเยือนลานประลองในพริบตา
จากนั้นใครบางคนพึมพำออกมา
"เจ้านั้นโค่นโยวหงลงได้"
"มันเอาชนะโยวหง!!!"
"กระบวนท่าเดียว ไม่สิ...ต้องเรียกว่า หมัดเดียวถึงจะถูกต้องมากกว่า"
สายตาผู้ชมเบิกกว้าง จ้องมองลานประลองโดยไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทำการขยี้ตาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็อีกครั้ง บางคนขยี้ตามากกว่าสามครั้ง แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
"ผู้ชนะ เต้าหมิง"
เสียงอาจารย์ดูแลลานประลองประกาศออกมา
ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศ ผู้ชมล้วนตื่นจากภวังค์
ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เต้าหมิง (ศิษย์ใหม่สายนอก) สามารถเอาชนะ โยงหง (ศิษย์เก่าสายนอก) ได้ในหมัดเดียว
"เจ้าเอาชนะได้หมัดเดียว"
น่าหลัน มองเห็นเต้าหมิงที่กลับมานั่งพักด้านข้างตนเอง
"ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร" เสียงสบายๆตอบออกมา จากนั้นนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมา รีบหันไปหาน่าหลันฉับพลัน
"เจ้าเดิมพันไปเท่าไร?"
เต้าหมิง ถามด้วยความสงสัยขึ้นมา
"100 ตำลึงเงิน"
น่าหลัน ตอบแบบเรียบง่าย
"อะไรนะ 100 ตำลึงเงิน!!!" เต้าหมิงหันมาจ้องมองน่าหลันทันที
"มันมากไป?"
"ข้าขอโทษที่ข้าไม่ได้ถามเจ้าก่อน" น่าหลัน รู้สึกผิดทันที มันเป็นเงินของเต้าหมิง น่าจะถามเจ้าของเงินก่อนที่จะหยิบออกมาใช้เดิมพันด้วยซ้ำ
น่าหลัน รีบไปวางเดิมพันจนลืมถามเต้าหมิงไปว่าต้องการให้วางเดิมพันเท่าไรกันแน่ จึงคิดจะกลับมาถาม แต่เห็นเต้าหมิงเดินขึ้นลานประลองไปแล้ว จึงตัดสินใจวางเดิมพันเอาเอง
"ใครว่ามากไป น้อยไปด้วยซ้ำ"
คำตอบของเต้าหมิง ทำให้น่าหลันอึ้งขึ้นมา
"100 ตำลึงน้อยไป!!!"
มันสามารถซื้ออาหาร เสื้อผ้า สิ่งของหลายๆอย่างได้จำนวนมากเลยนะ แม้แต่ทักษะขั้นต่ำดีๆมีราคาประมาณ 100 ตำลึงเงินเลยด้วยซ้ำ แต่เต้าหมิงกับบอกว่าน้อยไป?
"500 ตำลึงเงิน" เต้าหมิง คิดสักพักก่อนจะเอ่ยบอกแก่อีกฝ่ายออกมา
"อะไรนะ!!!" น่าหลัน ได้ยินต้องตกใจ เต้าหมิง อยากให้วางเดิมพัน 500 ตำลึงเงินเชียว!!!
"ใช่ ไม่น้อยไปกว่านั้น" เต้าหมิง เอ่ยเสริมออกมา
"ไม่น้อยไปกว่านั้น...แบบนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการให้วางเดิมพันมากกว่า 500 ตำลึงเงินอีก?"
สายตาเบิกโพรง จ้องมองเต้าหมิงอย่างไม่วางตา