รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์

    รักพิษรัก ตอนที่ ๓๘

    นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก   รักพิษรัก   เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๓๘

                ฝุ่นดินเดินนำอั้มไปสักพัก   “ครูโชพักที่นี่ก็ดีนะจะได้ไม่ได้ต้องเหนื่อยเดินทางด้วย”  

            “แต่ไม่รู้ครูจะยอมหรือเปล่านี่สิปัญหา”   อั้มเปรยขึ้น  

            “อั้มมาพักด้วยสิครูโชจะได้ไม่ต้องคิดมาก”      

            “แต่..นัทบอกว่าบ้านหลังนั้นมีแค่สองห้องนี่ ครูโชอยู่กับมายด์พอดี”   คุยกันมาพักใหญ่  อั้มก็ยังไม่กล้าสบตาฝุ่นดินอยู่ดี      

            “แต่อาคารหลังที่เราทำงานอยู่นี่ เดิมนัทเค้าตั้งใจจะทำเป็นอาร์ทโฮเต็ล  ชั้นบนสุดเลยเป็นห้องพัก”   ฝุนดินหันไปมองหน้าอั้มแล้วก็ต้องแลเลยไปทางอื่น   “อาคารข้างๆ กันก็เป็นห้องพัก  อั้มเลือกห้องที่อยู่ใกล้ๆ ครูโชด้วย”  

            “แล้วถ้าอั้มอยากพักห้องที่อยู่ใกล้ๆห้องฝุ่นล่ะ”  

            เท้าฝุ่นดินหยุดทันที!! 

            สีหน้าของเธอซีดเผือดลง 

            อั้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น   เพราะเขาตัดสินใจแสดงความรู้สึกอีกอย่างไปกับคำพูดนั่นด้วย

            ฝุ่นดินในเต้นระทึกเธอหลบเลี่ยงความรู้สึกแบบนี้มาตลอด    

            ความรู้สึกในใจอั้มต่อสู้กันอย่างหนัก..แล้วความรู้สึกด้านหนึ่งก็ชนะ   “ที่ผ่านมา..อั้มทำยอมไม่พบหน้า ยอมหายไปจากชีวิตฝุ่น .. อั้มทำทุกอย่างที่จะลืมฝุ่น”   อั้มเงยหน้าขึ้นสบตาฝุ่นดิน   “แต่.. ไม่เคยลืมฝุ่นได้เลย”  

            ..ความรู้สึกรักที่สุดแสนรัก ที่เก็บงำในใจซอกลึกของหัวใจ.. มานานหลายปีกระจ่างชัดในแววตาของชายหนุ่ม ..  

            ฝุ่นดินรับรู้มันได้ชัดเจน.. ในใจเธอหวั่นไหวเหลือเกิน 

            “มัน..เป็นไปไม่ได้หรอกอั้ม”  ฝุ่นดินกัดฟันพูดให้มันชัดเจนที่สุด แต่เสียงเธอก็แฝงความสับสนในใจไม่น้อย 

            “ฝุ่น..อั้มหวังแค่.. ได้อยู่ด้วยกันบ้าง ได้ดูแลด้วยกันบ้าง ก็พอแล้ว”  

            น้ำตาฝุ่นดินเอ่อท่วมดวงตาของเธอ 

            “อั้มไม่ได้อยากบอกให้ใครยอมรับไม่ได้อยากแต่งงาน ไม่ได้อยากบอกคนทั้งโลกว่ารักฝุ่น แค่อยากบอกฝุ่นคนดียวอยากดูแลฝุ่นคนเดียว”

            ฝุ่นดินหันหน้ามาสบตาผู้ชายคนที่เธอเคยรักอย่างที่สุดโดยไม่สนใจน้ำตาที่กำลังหลั่งริน

            “เอางี้..ฝุ่น”   อั้มพยายามพูดต่อโดยไม่ให้ก้อนสะอื้นมาทำให้คำพูดไม่ชัด   “ฝุ่นไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ต้องมารักอั้มก็ได้”    

            ฝุ่นดินมองเข้าไปในดวงตาของอั้ม..อดีตชายคนที่รักสุดชีวิต 

            “ขอแค่ให้อั้มได้อยู่ใกล้ๆฝุ่น ได้ดูแลฝุ่น ได้กินข้าวด้วยกัน ได้ถามทุกข์สุขฝุ่น แค่นั้นก็พอ”  อั้มเสียงสั่นเครือ   “อั้มขอแค่นั้น” 

            ฝุ่นดินทนเห็นความรู้สึกที่มันวิบวับในดวงตาของอั้มไม่ได้เธอจึงเงยหน้ามองฟ้า ปล่อยให้น้ำตาไหลลงอาบแก้ม

            “ให้อั้มเป็นเท้าคู่หลังให้นะฝุ่นจะได้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง” 

            ฝุ่นดินกอดอั้ม!!

            พิษรัก..ทรมานคนทั้งสองมากว่าสิบปี!!

            ครั้งนี้..ความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน จะนำพาให้ทั้งอั้มกับฝุ่นดินฝ่าฟันอุปสรรคได้หรือไม่

            หรือต้องเจ็บปวดต่อไปอีกชั่วกาลนาน

            อีกไม่นานคงได้รู้กัน

             

            การที่อั้มอัมพุย้ายมาพักที่อาคารข้างๆ สำนักงานซึ่งไม่ห่างจากห้องที่ทบทูเคยพักมากนัก  ช่วยให้ครูโชกับมายด์ตัดสินใจย้ายมาอยู่บ้านหลังเล็กของนัทได้ไม่ยาก    

            ครูโชทะยอยขนข้าวของเอกสารงานเขียนและหนังสือการแสดงมาที่บ้านหลังใหม่  มายด์ช่วยเก็บเสื้อผ้าข้าวของอื่นๆ ทั้งของตนเองและของครูโช   ไม่นานทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านใหม่นี่เรียบร้อย

            ระหว่างนั้น  ข่าวไวรัสโคโรน่าก็เริ่มสร้างความแตกตื่นให้สังคมไทย   สินค้าที่นัทกับฝุ่นร่วมกันกักตุนก่อนหน้านี้สร้างกำไรอย่างงามเข้าบริษัท  เมื่อขายสินค้าหมด ณัฐกนกก็ให้นพนิตแจ้งฝุ่นดินให้ยุติกิจการและปิดบริษัทนี้  

            “ได้กำไรมากขนาดนี้พี่นัทไม่ทำต่อเหรอครับ” 

            “ไม่หรอกนพเท่านี้เราก็ได้มากพอแล้ว  เชื่อพี่สิอีกไม่นาน เรื่องแบบนี้จะฮือฮาในสังคม และจะผิดกฏหมายในที่สุด” 

            นพนิตพยักหน้ารับถ้าเป็นเกมธุรกิจ พี่นัทของเขาไม่เป็นรองใครจริงๆ   และสิ่งที่ณัฐกนกให้เขาทำ คือส่งออร์เดอร์ยากลุ่มยาสามัญประจำบ้านไปให้ตัวแทนบริษัทลูกที่อินเดีย เพื่อนำเข้าอย่างเร็วที่สุด   พี่นัทบอกเค้าว่า .. เมื่อโรคตัวใหม่ระบาดคนจะกลัวเฉพาะโรคนั้น แล้วไม่ระวังตัวกับโรคทั่วไป พวกเขาอาจจะเป็นไข้ ปวดหัวท้องเสีย ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ซึ่งต้องพึ่งยาที่เรามี    

             

            เมื่อครูโชย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังเล็กของณัฐกนก   ‘กานต์’ ศิษย์เอกอีกคนของครูโชจึงมาเยี่ยมเยียนอย่างง่ายดาย   ก็บ้านเขาอยู่ซอยถัดไป   แต่หลังบ้านกานต์สามารถเดินทะลุมาที่ร้านอาหาร‘เรือนปาริชาต’ที่อยู่ไม่ห่างจากจากบริษัทได้ และเดินจากร้านอาหารมาหาครูโชได้ทันที  

            กานต์กับอินทรแฟนเขาก็ขออนุญาตเลี้ยงต้อนรับครูโชที่เรือนปาริชาติและขอเชิญทุกคนในบริษัทไปร่วมกินดื่มด้วยกัน

            “ขอบคุณกานต์มากที่เป็นเจ้าภาพวันนี้”   ฝุ่นดินพูดจากใจ

            “ไม่เป็นไรครับพี่ที่กานต์มีวันนี้ ก็ความรู้ครูโชล้วนๆ แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”   กานต์ตอบ

            “พี่ให้กานต์เลี้ยงวันนี้วันเดียวนะ”   ณัฐกนกเดินมาคุยด้วย   “หลังจากวันนี้ต้องเป็นหน้าที่ของพี่คนเดียวนะ เรื่องเลี้ยงแบบนี้”  

            “พี่นัทเลี้ยงที่นี่สิครับ”   กานต์ชวน  “กานต์สนิทกับเจ้าของร้านอาหาร ก็เลยอยากให้แกมีรายได้น่ะครับ”  

            “ได้ได้ที่จริง เราใช้ที่นี่เป็นโรงอาหารของบริษัทเลยก็ได้นะฝุ่น”  

            “ใช่ใช่เดินแค่นี้เอง”  

            “ถ้าอย่างนั้นก็ครับพี่ ตาคำกับยายเล็กที่เป็นเจ้าของร้านแกจะได้มีรายได้”  

            “แล้ว..เวลามีงาน หรือถ้าพี่สั่งข้าวกล่องเยอะๆ แกทำไหวเหรอกานต์”   ฝุ่นดินถาม ก็แบบนี้คือหน้าที่เธออยู่แล้ว

            “งานในครัวแฟนกานต์ทำให้สองตายายอยู่แล้วครับ ถ้าต้องไปส่ง กานต์อาสาเลยครับพี่ฝุ่น”  

            “ดีดีดี”  

            ครูโชเดินมาหากานต์เพื่อมาร่วมวงสนทนาด้วย  “นั่นน้องชายเธอเหรอกานต์”   ครูโชพูดพร้อมกับชี้ไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังเสริฟอาหารอย่างแข็งขัน 

            “ครับครูชื่อกรครับ ส่วนเด็กเสริฟอีกคนเป็นเพื่อนเค้า ชื่ออ้อครับ”  

            “น้องชายเธอนี่หน่วยก้านดีนะถ้าสนใจการแสดง ฉันยินดีสอน”  แล้วครูโชก็หันหน้ามาที่ณัฐกนก  “เอานะ คนนี้”  

            “เอาเลยคับครูถ้าครูเห็นแวว นัทส่งเสริมเต็มที่” 

             

            นพนิต เคนคณาธิป  ยูยลรดี  ซีแดนธาร  ชีทชิดชนก  กร น้องชายของกานต์ ทบทู  และนักแสดงหน้าใหม่อีก ๓-๔ คน   กลายเป็นนักเรียนการแสดงรุ่นแรกของบรษัท ‘ไฟรุ่งโรจน์’

            ในวันเปิดเรียนการแสดงวันแรก   มีนักข่าวแทบทุกสำนักมาทำข่าว   นพนิตเห็น ครูโช พี่อั้ม พี่ฝุ่นดิน พี่ต้นน้ำให้สัมภาษณ์นักข่าวกันทุกคน    

            แต่เขาไม่เห็นพี่นัท!!  

            พี่นัทไปไหน? 

            สักพัก   นพนิตเห็นพี่นัทของเขาเดินหน้าเครียดกลับเข้ามา   พี่นัทเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับปณาลี   จากนั้น พี่นัทก็พยายามยิ้มเพื่อออกสื่อ  

            แต่พี่นัทของนพไม่ใช่นักแสดง   เขาจึงทำได้ไม่เนียนเลย   นพอยากเข้าไปช่วย แต่การทำเช่นนั้นอาจจะทำให้เขาเป็นข่าวอีกรอบก็ได้     

            ปณาลีเริ่มขอเชิญนักข่าวออกจากห้องเรียนการแสดง   ไม่นานนัก ในห้องก็มีแต่นักเรียนการแสดงครูผู้สอนและทีมบริหาร   

            “พี่มีข่าวไม่สู้ดีนักมาแจ้งทุกคน”   ณัฐกนกเริ่มเปิดประเด็น   “ไวรัสที่ระบาดที่จีน กำลังลุกลามไปทั่วโลก  พี่เดาว่า.. อีกไม่นาน  ไทยเราอาจจะต้องปิดประเทศ  หรือปิดเมือง  หรืออะไรบ้างพี่ไม่แน่ใจ  แต่คงไม่ดีนัก”

            แต่ละคนที่ได้ยินณัฐกนก   ต่างก็รู้สึกกันไปคนละทางสองทาง  

            “พี่จะบอกว่า  ถ้าต้องมีการกักบริเวณ หรือเคอฟิวส์   ที่นี่มีที่พักให้ทุกคนนะ  เราจะได้เรียน ได้ฝึกได้ทำงานกันโดยไม่ต้องเดินทาง  ใครอยากมาอยู่ก็มานะ  และมาเมื่อไหร่ก็ได้”    

            แล้วทีมผู้ใหญ่ก็ทะยอยกันเดินออกจากห้อง  คงไปประชุมวางแผนเตรียมรับมือกันเป็นแน่  

             

            เคนดีใจมากที่จะได้มาอยู่รวมกับเพื่อนๆเหมือนเมื่อครั้งที่พวกเขาเข้าค่ายฝึกการแสดงด้วยกัน   มียูอีกคนที่มาอยู่กับเคนแน่ๆ   นักแสดงหน้าใหม่บางคนก็อยากมาอยู่ด้วยแต่ก็ต้องกลับไปพูดคุยกับที่บ้านก่อน  แต่ชีทกับซีคงไม่ได้มาพักด้วย เพราะคอนโดฯ เขาอยู่ไม่ไกลนัก พ่อของเขาและเธอสามารถขับรถรับส่งได้   

             

            ณัฐกนกไลน์มาบอกให้นพนิตไปเอาแผนผังห้องพักที่อยู่บนโต๊ะทำงานเขา   ไปให้คนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะมาพัก  ได้สิทธิ์เลือกห้องพักก่อน  

            นพนิตรีบเดินออกมาจากห้องฝึกการแสดงเพื่อไปเอาแผนผังนั่น  

            ขากลับ  ขณะที่นพนิตกำลังเดินกลับไปห้องฝึกการแสดง   เขาเห็นใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น  

            ..แม้จะแต่งตัวซอมซ่ออย่างไร .. แต่นพนิตก็จำได้ในทันทีที่เห็น ..

            พ่อลม!! 

            พ่อมาปรากฏตัวที่นี่

    จบตอน ๓๘

    .

     

    หมายเหตุ การเก็บข้าวของเพื่อย้ายบ้านของครูโชคือจุดเริ่มต้นของนิยายแห่งการรำลึกความรักในอดีต เรื่อง .. เพราะรักของฉัน..คือเธอ

    คล้ายกับเรื่องรักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์ ที่คุณอ่าน