บทที่12 ข่าวดี
โฮ้ง โฮ้ง
“ทุกคนรีบมาดูนี่เร็ว!!”
หลังจากที่ผ่านไปไม่นานนัก หลังจากที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของแปลงผักเย่หัวก็เฝ้ารอให้เด็กๆ มาถึงด้วยความตื่นเต้นดีใจ เมื่อมองเห็นเด็กๆกำลังเดินเป็กลุ่มมาแต่ไกลตามเสียงเห่าเสียงใหญ่ๆ ของเ้าสังที่มองไปยังทิศทางที่เด็กๆกำลังเดินมา
“มีอะไรหรือขอรับคุณหนู”
“มีอะไรหรือเ้าคะ”
เด็กๆที่ได้ยินเสียงเรียกด้วยความตื่นเต้นของเ้าของสถานที่ ก็รีบวิ่งแจ้นมาหาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรองถามเด็กหญิงวัยแปดขวบที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ทุกคนรีบมาดูนี่สิ” ไม่รีรออะไรเย่หัวรีบพาเด็กๆไปที่แปลงผักอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะชี้ให้ทุกคนได้ดูหน่ออ่อนสีเขียวที่เริ่มแตกกอสวยงามขึ้นมา“มันที่พวกเราลงมือลงแรงช่วยกันปลูกไปเมื่อวานนี้เริ่มแตกหน่อออกมาเต็มไปหมดเลย”
“…!”
“...!”
เด็กๆที่อายุน้อยอาจจะไม่เข้าใจเท่าไรนัก แต่สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย ต่างก็ใเป็อย่างมากกับสิ่งที่ได้ยิน
“เป็ไปไม่ได้ ไม่มีทางที่จะมีพืชอะไรที่จะสามารถโตเร็วได้ขนาดนี้...”จางซิวที่โตกว่าใครเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย “หมู่บ้านของพวกเราก็ปลูกผักปลูกหญ้าหากินกันมาหลายชั่วอายุคนข้าไม่เคยได้ยินเื่เล่าเื่ไหนแม้แต่นิทานเื่ใดที่กล่าวถึงพืชที่โตไวขนาดนี้”
“นั่นสิ...ข้าเองก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เหมือนกัน”จางต้าพังเอยสำทับอีกคนหนึ่ง
“ที่สำคัญที่สุดทุกคนดูนี่สิ”จางหลัวชี้ไปที่ผืนดินรอบๆ แปลงมัน ที่ตอนนี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความชื้นของดินที่มากขึ้นจนแทบจะเทียบได้กับดินที่ถูกรดน้ำใหม่ๆอย่างไรอย่างนั้น “ดินมันชื้นขึ้นกว่าตอนที่เราเพิ่งจะรดน้ำเสร็จเสียด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่แค่นั้น...ดินรอบๆกอมันฝั่งกับมันหวานต่างก็ร่วนขึ้นไม่แข็งเหมือนกับเมื่อวานด้วย”
ถึงจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ทั้งเด็กเล็กเด็กโตต่างก็กุลีกุจอรีบไปดูแปลงมันทั้งสองชนิดที่พวกเขาทุกคนต่างก็ลงมือลงแรงทำด้วยกันเมื่อวานนี้
จนกระทั่งผ่านไปกว่าครู่ใหญ่เด็กๆต่างก็เริ่มหันไปมองทางเย่หัวเป็ตาเดียว
‘ที่แน่ๆตอนนี้พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าคุณหนูไม่ใช่ปีศาจไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถทำให้ผืนดินฟื้นคืนชีพมาได้เช่นนี้แน่ๆ’ จางหลัวคิดพลางมองไปยังเพื่อนๆ ที่อายุเกินสิบสองปีซึ่งทุกคนต่างก็มอบตอบกลับมาแล้วก็พยักหน้าให้กับนาง
โดยไม่ต้องสื่อสารอะไรกันมากมายทุกคนหันไปมองเด็กหญิงตัวน้อยวัยแปดขวบอีกครั้งแต่ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคารพความเทิดทูนอย่างออกนอกหน้ายิ่งกว่าแต่ก่อนอีกหลายเท่า
“แฮ่ะๆ” เย่หัวยิ้มแหยๆเมื่อเห็นใบหน้าและดวงตาของเด็กๆ ที่มองมา
เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็แม่คนที่เลี้ยงลูกมาั้แ่เล็กจนโตมีบ้านมีครอบครัวไปแล้วทำไมนางจะไม่เข้าใจแววตาเ่าั้กัน
เมื่อหวนย้อนนึกไปถึงเื่ราวเก่าๆใบหน้าของนางก็หมองลงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆเปลี่ยนความเศร้าเป็กำลังใจแทน
‘ถึงไม่รู้ว่าตายได้ยังไงหรือตอนนี้ทางนั้นเป็ยังไงบ้างแต่อย่างน้อยถ้าได้ดูแลเด็กพวกนี้ไปจนโตผลบุญอาจจะส่งไปถึงพวกนั้นบ้างก็ได้’
“เอาหละๆ ในเมื่อวันนี้เป็วันดีๆที่มีเื่ดีๆ เกิดขึ้นถ้าอย่างนี้พวกเรามาเลี้ยงฉลองกันดีกว่า”ไม่ว่าเปล่านางปรบมือแปะๆ เรียกทุกคนมารวมตัวกัน “ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ววันนี้เรามาลองทำอะไรกินกันเลี้ยงฉลองกับคนทั้งหมู่บ้านดีไหม”
“ดีขอรับ”
“ดีเ้าค่ะ”
“...”
“...”
“...”
“มันก็ดีอยู่หรอกขอรับแต่ว่าทั้งหมู่บ้านมีคนเกือบร้อยครัวเรือน มันจะไม่เป็ไรจริงๆ หรือขอรับ”
“จางซิว เ้าเป็พี่ใหญ่ ถ้าอย่างนั้นข้าขอรบกวนพวกเ้าหน่อยได้หรือไม่...”โดยไม่สนใจคำค้านของพี่ใหญ่ประจำกลุ่ม “เ้าด้วยต้าพังกับจางหลัวข้าขอแรงพวกเ้าทั้งสามคนได้หรือไม่”
“เฮ้อ...ว่ามาเลยขอรับอยากให้พวกข้าทำอะไร”
“น่า น่ามันเป็สิ่งที่ข้าตัดสินใจแล้วเ้าไปต้องสนใจหรอกรับรองว่าข้ามิทำอะไรเกินตัวอย่างแน่นอน” เย่หัวยิ้มน้อยๆ “เดี๋ยววันนี้เ้ากลับไปที่หมู่บ้านขอแลกน้ำผึ้งมาให้ข้าหน่อยเห็นว่าเหมือนจะมีคนเก็บเอาไว้อยู่บ้าง บอกคนในหมู่บ้านว่าข้าขอแลกน้ำผึ้งหนึ่งไหกับเนื้อสามสี่ชั่งข้าขอวันนี้ก่อนสักไห ส่วนที่เหลือถ้าหาได้ไม่เกินอีกสิบหรือยี่สิบไห ให้เอามาให้ข้าในอีกหกวันนับจากนี้”
“น้ำผึ้งสิบไห...เอาน้ำผึ้งตั้งมากมายขนาดนั้นไปทำไม”
“เอาเป็ว่าไปแจ้งข่าวตามที่ข้าบอกเอาไว้ก็พอว่าอีกเจ็ดวันนับจากนี้ข้าขอเชิญทุกคนมาร่วมฉลองกันที่นี่และถ้าเป็ไปได้ข้าอยากขอแรงทุกคนมาช่วยกันเตรียมอาหารด้วยใน่เช้าเพราะข้าคงไม่สามารถทำอาหารเลี้ยงทุกคนได้ด้วยตัวเอง”
“เลี้ยงทุกคนเลยหรือเ้าคะ?”
“ใช่แล้วแจ้งข่าวไปยังทุกคนเลยว่าเรามีทั้งเนื้อและมันเผามากพอจะให้ทุกคนกินจนท้องแตกตายกันไปเลยแล้วยังมีน้ำสีดำที่พวกเ้าเคยกินรวมไปถึงลูกอมแจงให้กับทุกคน ขอแค่มาช่วยกันก็พอ”
.................................