秘蜜 หฤทัยจอมนาง

    เจ้าของหยกสีนิล

    Ep 028 :: เจ้าของหยกสีนิล

     

    งานชมบุปผาจบลง ทิ้งอารมณ์ ประสบการณ์ และสิ่งต่าง ๆ ให้แก่เหล่าคุณหนูคุณชายกันคนละแบบ แต่เป็นที่แน่นอนว่าทิ้งความรำคาญใจให้แก่ดรุณีนามว่าหยางเฟิ่งปิงแบบถึงขีดสุด!

    เพราะก่อนจะกลับเมิ่งกุ้ยเฟยดันฝากคำพูดประโยคหนึ่งกับขันทีมาให้นางน่ะสิ...

    ‘หรงซิ่นของข้าถูกใจเจ้ามากทีเดียว’

    เวลานี้เฟิ่งปิงจึงได้แต่กรีดร้องโหยหวนอยู่บนเตียงกว้าง ทำไมนางจะดูหน้านิ่ง ๆ ของเด็กโข่งนั่นไม่ออกเล่า ช่างสังเกตนางถึงเพียงนั้นไม่สนใจนางก็แย่แล้ว

    ความคิดสุดท้ายก่อนที่นางจะหลับไปก็มีแค่

    ...อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...

    ...

    กุกกัก...แซ่ก ๆ

    งานชมบุปผาผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ ดรุณีคนงามตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงแปลก ๆ นางแอบหรี่ตามองรอบตัวช้า ๆ ก่อนจะหยิบมีดสั้นออกจากใต้หมอน

    องครักษ์เงาทั้งสามนั้นมารดาขอยืมตัวไปช่วยงานบิดาเมื่อหลายวันก่อน ทำเอาสับสนไม่น้อยเลยว่าไปคืนดีกันเมื่อไหร่ ทว่าเฟิ่งปิงไม่เหมือนหย่งสือที่โกรธรุนแรงกว่าใคร ไม่ว่าจะแค้นเคืองหรือให้อภัยบิดา ล้วนเป็นมารดาเองที่ต้องเป็นคนตัดสินใจ และโดยส่วนตัวแล้ว นางเองยังให้อภัยแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะนะ นางเข้าใจความจำเป็นของเขา แต่ก็โกรธมากด้วย เพราะงั้นต้องไว้ได้เอาคืนสักเล็กน้อยแล้วค่อยให้อภัย

    ...นอกเรื่องไปเสียนาน วกกลับมาที่เดิมก่อน

    เพราะองครักษ์เงาทั้งสามไม่อยู่ข้างกายแล้วตามเหตุผลในข้างต้น ทำให้เวลานี้นางจึงเลือกที่จะระมัดระวังตนเองมากขึ้นอีกหลายส่วน แม้จะเป็นแค่เสียงที่ต่างจากปกติ นางก็ต้องระวังให้มากไว้ก่อน

    ร่างเล็กค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง กวาดสายตามองผ่านความมืดไปรอบตัวกลับไม่พบอะไรผิดปกติ แต่ในขณะที่กำลังจะผ่อนลมหายใจลดการระแวดระวังลง อะไรบางอย่างก็พุ่งมาจากในเงามืด ผลักร่างนางให้ล้มไปนอนบนเตียง ในขณะที่ร่างสูงกว่าคร่อมตัวนางไว้

    ฟุ่บ!!

    “!!!”

    สัมผัสด้านที่พุ่งเข้ามาปิดปากนางนั้นเพียงชั่ววินาทีเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝ่ามือ แต่นางกลับแปลกใจมากกว่าว่าใครกันที่มีวิชาตัวเบาร้ายกาจ เงียบเชียบรวดเร็ว ขนาดพุ่งเข้าประชิดตัวนางได้โดยที่นางตั้งตัวไม่ทัน

    ...คนคนนี้ย่อมเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์เป็นแน่

    “...เงียบ ไม่งั้นตาย”

    เสียงทุ้มกดต่ำบ่งบอกให้รู้ว่าเขาเป็นบุรุษ มือหนาอีกข้างที่ยังว่างของเขากอบกุมลำคอเล็กของนางจนแทบมิด ออกแรงบีบที่รู้ว่าคงเบามือให้แล้ว แต่ก็ยังเจ็บและอึดอัดมากอยู่ดี

    เฟิ่งปิงปิดปากตามคำสั่ง ทำทีเป็นไม่ดิ้นรนขัดขืนด้วยเกรงว่าจะถูกฆ่าอย่างกะทันหัน ระหว่างนางและเขามีเพียงความเงียบปกคลุมอยู่รอบตัว ชวนให้วังเวงยิ่งนัก

    แซ่ก ๆ

    “...ตามหามัน”

    ไม่ถึงครึ่งก้านธูป เสียงเบา ๆ ก็ดังแว่วมาจากในสวน และด้วยความที่อยู่ท่ามกลางเวลาค่ำคืนที่เงียบสงบนั้น ทำให้คนทั้งสองที่อยู่ในห้องหับได้ยินเสียงคำสั่งนั้นแทบจะชัดเจน (มันอู้อี้ก็จริง แต่ก็พอจับใจความได้)

    ดรุณีน้อยกำมีดในมือเล็กที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อแน่น แต่นางไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าและคนที่ลอบเข้ามากลุ่มใหม่ ใครกันแน่ที่เป็นมิตรหรือศัตรู นางจึงไม่กล้าที่จะลงมือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการเสี่ยงตาย...

    เฟิ่งปิงกล้าพนันด้วยคอสวย ๆ ที่เขากอบกุมอยู่ว่า ให้ตายเขาก็เป็นยอดฝีมือถึงขนาดลักลอบเข้าจวนราชครูได้โดยไม่มีผู้ใดรู้ แถมจากตำแหน่งมือของเขาในตอนนี้ ไม่ว่ายังไงเขาก็สามารถหักกระดูกคอนางได้ในเสี้ยววิแน่ ๆ

    “...”

    “...”

    เสียงของต้นหญ้าที่ถูกเหยียบเบา ๆ ที่ดังมาจากในสวนเงียบลงแล้ว หากแต่คนที่มาจับตัวนางไว้ยังคงไม่ขยับ ดวงตาดุดันภายใต้หน้ากากสีขาวจับจ้องลงมาที่ใบหน้าของนางอย่างจาบจ้วง ราวกับว่ากำลังสังเกตและประเมินว่านางเป็นใครและมีรูปโฉมเช่นไร

    เฟิ่งปิงขยับตัวอย่างอึดอัดที่โดนใครก็ไม่รู้นั่งคร่อมร่างกายตนอยู่ แต่กระนั้นนางก็อดทนไม่แสดงสีหน้าท่าทางหวาดกลัว รวมถึงไม่ได้แสดงท่าทางกระดากอายอย่างที่สตรีทั่วไปควรเป็นแต่อย่างใด จนกลายเป็นว่าดวงตาคู่คมกลางความมืดนั้นฉายแววแปลกใจแทน

    “...ถ้าเจ้าเงียบ ข้าจะให้เจ้าได้พูด”

    “...”

    นางพยักหน้าช้า ๆ อย่างว่าง่าย จนผู้บุกรุกต้องแปลกใจอีกหน เขาชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยอมคลายมือที่ปิดปากนางออกตามที่เขาได้พูดไว้ ทว่ามืออีกข้างที่ยังจับลำคอของนางนั้นยังคงนิ่งเฉย ทั้งยังจับแน่นยิ่งกว่าปลิง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากนางโวยวายเสียงดังขึ้นมา เขาต้องหักคอนางแน่

    “...ท่านจะฆ่าข้าหรือ?”

    นางถามเสียงเบาอย่างลองเชิง แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ว่าถ้าเขาจะฆ่าคงทำไปนานแล้ว และก็จริงอย่างที่นางคิด...

    “...ข้าเพียงหาที่หลบ”

    ...หมายความว่าไม่จำเป็นต้องฆ่าสินะ ทำมาเป็นอ้อมค้อม

    “จากอะไร?”

    “...มิจำเป็นต้องตอบเจ้า”

    “ท่านเป็นศัตรูรึเปล่า?”

    “...”

    ไม่มีเสียงตอบรับ แต่มือหนาที่กุมลำคอของนางนั้นบีบแน่นขึ้นจนนางต้องเผยอปากเชิดหัวขึ้นหอบหายใจเบา ๆ นางแค่นยิ้มฝืน ๆ เอ่ยด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นอย่างใจกล้า

    “...ข้าคิดว่า...ข้าควรได้คำตอบ...เมื่อท่าน...หลบอยู่ใน...ห้องของ..ข้า”

    “...”

    อีกฝ่ายไม่ได้ตอบคำ เวลาผ่านไปอีกนานนับนาที จนเฟิ่งปิงเริ่มจะขาดอากาศหายใจจริง ๆ แล้ว มือเล็กกำมีดในมือแน่นขึ้นพร้อมจะตวัดมันปาดคอร่างสูงที่กำลังจะฆ่านางทุกเมื่อ แต่แล้วมือข้างที่ว่างของเขากลับพุ่งเข้ามายึดจับข้อมือข้างที่นางถือมีดไว้ได้เสียก่อน เพียงแค่พลิกมือนางนิดหน่อย มีดที่ถือไว้ก็ร่วงหล่นลงกับเตียงนอน

    “...เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก”

    “...”

    นางไม่แปลกใจแม้แต่นิดที่เขารู้ทันนาง ฝีมือของชายผู้นี้อย่างน้อย ๆ ก็สมควรจะเทียบเท่าบิดานาง ประสบการณ์ในการต่อสู้ก็คงมากมายจนเทียบกันไม่ได้ เทียบเขากับนางแล้วก็คงเป็นพญาราชสีห์กับหนูกระมัง

    ...ที่แน่ ๆ นี่เป็นอีกครั้งที่เฟิ่งปิงตระหนักถึงความอ่อนแอของตัวเอง อีกทั้งยังรู้สึกเจ็บใจไม่ใช่น้อย

    เฟิ่งปิงคิดหาทางรอดในหัวไปประมาณร้อยแปด แม้จะรู้ว่ายาก แต่นางก็ตั้งใจจะงัดทุกไพ่ตายที่มีออกมาเพื่อที่จะมีชีวิตรอด ไม่ว่าจะต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนสักเท่าไหร่ แต่นางจะไม่ยอมให้ชีวิตที่สองของนางต้องจบสิ้นลงในตอนนี้

    แต่แล้วมือหนาคลายมือออกจากลำคอนาง ผู้บุกรุกเอ่ยสถานะของเขาเป็นการยืนยันด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

    “...ข้ามิใช่ศัตรู”

    “...แฮ่ก ๆ แฮ่ก!”

    “...อย่างน้อยก็ตอนนี้”

    เมื่อลำคอเป็นอิสระ ริมฝีปากบางจึงเผยอหอบโหยหาอากาศในทันที นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิ่งปิงรู้สึกเข้าใกล้ความตายจากการขาดอากาศหายใจ และนางหวังว่ามันจะไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง

    ผู้บุกรุกลุกยืนเต็มความสูง ปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระเต็มร้อย ไม่แม้แต่จะเก็บมีดของนางไปด้วย ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งที่โต๊ะกลางห้อง ปล่อยให้นางหายใจหอบหนักหน่วงทรมานอยู่บนเตียงลำพัง เห็นเช่นนั้นแล้วเฟิ่งปิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหมั่นไส้

    นางถอยหลัง แอบตั้งสมาธิเรียกปืนสั้นมาไว้ในมืออย่างยากลำบาก ในขณะเดียวกันก็แกล้งยียวนให้เขาไม่ระวัง

    “...ท่าน...ไม่กลัวข้าร้องเรียกคนรึ?”

    “เจ้ามิใช่คนโง่”

    กล่าวไม่ผิด ขืนนางโง่ร้องเรียกคนมาช่วยจริง ๆ เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เขาคงพุ่งเข้ามาซัดฝ่ามือใส่นางพร้อมกับหลบหนีไปท่ามกลางความมืด

    “...”

    เฟิ่งปิงนั่งอยู่บนเตียงเงียบ ๆ พลางเพ่งสายตามองดูเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยทีท่านิ่ง ๆ ท่วงท่าสูงศักดิ์ในชุดผ้าสีดำธรรมดานั่นดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดา เพียงมองดูก็รู้ถึงร่างกายสมบูรณ์แบบใต้ร่มผ้า จนอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงใบหน้าใต้หน้ากากสีขาวนั่น

    ไม่รู้ว่าจ้องมากไปหรือยังไง นางจึงพลั้งเผลอพูดไปตามใจปาก

    “...ท่านเป็นใคร?”

    “...”

    “...แล้วเหตุใดจึงไม่ฆ่าข้าล่ะ?”

    “มิคิดว่าเจ้าอยากตาย”

    ร่างสูงโผล่วูบมาข้างเตียงนางราวกับภูตผี เขาก้มหน้ามองต่ำลงมาที่นางด้วยสายตานิ่งเรียบจนเดาความรู้สึกไม่ได้ และนางก็บอกไม่ได้เช่นกันว่าคนผู้นี้...

    ...มาดีหรือร้าย...อันตรายต่อตัวนางหรือไม่?

    ...นางอ่านเขาไม่ออกแม้แต่น้อย

    “...ข้าไม่ได้ตั้งใจสืบหา แต่เพียงแค่สงสัย”

    เฟิ่งปิงบอกความคิดตัวเองซ้ำไม่ให้เขาระแวงอะไรไปเองหรือเข้าใจเจตนานางผิด เพราะหากเขากำลังกระทำการอันใดอยู่ การปล่อยนางที่เห็นเหตุการณ์ชัดติดขอบจอไว้ มันช่างไม่เมกเซ้นต์เอาเสียเลย

    ที่แน่ ๆ หากเขาคิดจะกดนางลงหรือตั้งใจจะทำเหมือนจะฆ่านางอีกหน เฟิ่งปิงก็มีปืนสั้นอยู่ในมือเตรียมพร้อมยิงสวนเขากลับในระยะเผาขนเช่นกัน ถึงเวลานั้นก็ต้องเสี่ยงดูสักตั้งว่าใครกันแน่ที่จะตาย แย่สุดก็แค่สร้างบาดแผลให้เขาได้แล้วตายไปคนเดียว

    “...”

    “...ข้ารู้ว่าท่านฆ่าข้าได้...ง่ายมาก ๆ ด้วย ...แล้วทำไมจึงไม่ลงมือ”

    ร่างสูงใช้ดวงตาคมจับจ้องดวงตานางไม่ละสายตา สองตาที่จ้องมองกันนั้นไม่มีผู้ใดยอมแพ้ก่อน ต่างฝ่ายต่างไม่คิดหลบเลี่ยงสายตาที่มองมาแม้เพียงนิด ต่างก็ตรงที่อีกฝ่ายนั้นปากหนักกว่านางหลายเท่า

    “...”

    “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง... ท่านเป็นศัตรูหรือไม่?”

    “...กับใคร?”

    นางชะงักไปเล็กน้อยยามได้ยินคำสั้น ๆ เพียงสองคำตอบกลับมา ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ ด้วยความไม่ใคร่เข้าใจนัก เช่นเดียวกับชายสวมหน้ากากที่ถอนหายใจออกมาราวกับกำลังระอาใจ คล้ายกับว่าเขากำลังคุยกับคนโง่ที่ฟังภาษาคนไม่รู้ความ

    “...ถ้าข้ามองเจ้าเป็นศัตรู”

    “...”

    “...เจ้าคงตายไปแล้ว”

    นัยน์ตาสีรัตติกาลดึงดูดให้นางจ้องมองมันอย่างเผลอไผล สมองยังไม่ทันประมวลผลเสร็จสิ้นดี เงาร่างนั้นก็วูบไหว ทิ้งไว้เพียงสายลมแผ่วเบา แล้วจางหายไปท่ามกลางความมืดมิด

    ...สงบเงียบเชียบจนนางแทบไม่มั่นใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริงหรือความฝัน...

    จนกระทั่ง...

    ...

    ยามเช้าสุ่ยหลิวก็นำน้ำมาให้คุณหนูของนางล้างหน้าล้างตาเป็นปกติ เพียงแต่นางกลับเห็นหยกตกอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะเสียเท่าไหร่จึงหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะก่อนที่จะเดินไปข้างเตียง ส่งเสียงเรียกให้คุณหนูที่เคารพตื่นจากนิทราด้วยกิจวัตรที่ทำเป็นประจำอยู่ทุกวัน

    “คุณหนูเจ้าคะ เช้าแล้วนะเจ้าคะ”

    “...อืม”

    เคร้ง!

    “คะ...คุณหนู”

    “...?”

    “...คอของท่าน ทำไม...?”

    สุ่ยหลิวที่ปล่อยอ่างน้ำจนร่วงชี้นิ้วมาบริเวณลำคอของคุณหนูที่โผล่พ้นอาภรณ์ น้ำเสียงสั่นไหวจนรู้สึกได้ เฟิ่งปิงยกมือขึ้นลูบคอตนเองช้า ๆ ก่อนที่จะเดินไปที่คันฉ่อง

    ...ภาพเบื้องหน้าคือคอของนางนั้นมีรอยมือหลงเหลืออยู่ไม่น้อย เป็นหลักฐานว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันแต่อย่างใด

    “พี่สุ่ยหลิวให้คนไปหาข่าวให้ข้าทีว่าเมื่อคืนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือไม่”

    “...คุณหนู”

    “เก็บเรื่องรอยนี้เป็นความลับด้วย ข้าขอร้องท่าน”

    “...เจ้าค่ะ”

    สุ่ยหลิวได้แต่พยักหน้าตอบรับคำขอร้องที่หนักแน่นด้วยทีท่าไม่จำยอมนัก ก่อนจะรีบกุลีกุจอหายามาทารอยช้ำบนคอของเจ้านาย

    สุ่ยหลิวรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่แล้วนางก็คิดได้ นางเดินกลับไปหยิบหยกบนโต๊ะมาส่งให้ถึงมือเล็กของคุณหนูแล้วจึงเอ่ยปากถาม

    “คุณหนูใช่หยกของท่านหรือไม่เจ้าคะ?”

    “...ใช่ ข้าคงทำมันตก ขอบคุณนะ”

    เฟิ่งปิงนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากโกหกคำโต มือเล็กลูบหยกสีนิลในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย หลักฐานอีกอย่างที่บ่งบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และคนผู้นั้นมีตัวตนอยู่จริง

    ‘...ข้ามิใช่ศัตรู’

    ‘...อย่างน้อยก็ตอนนี้’

    ...เจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาลที่แสนล้ำลึกยากจะหยั่งถึง น้ำเสียงนิ่งทุ้มที่แสนจะเฉยชาต่อโลกใบนี้...

    ...ท่านเป็นใคร?

    ...

    “ขออภัยที่ข้าน้อยมาสายขอรับ ท่านอ๋อง”

    “...”

    ร่างสูงเดินฝ่าแสงอาทิตย์ไปโดยไม่หันมองคนที่ติดตามมา เงาร่างสีดำแทบจะถูกกลืนไปกับแสงแดดจ้า จนผู้ติดตามได้แต่หรี่ตามองสู้แสง แล้วเผลอส่งเสียงร้องด้วยความแปลกใจ

    “ท่านอ๋อง หยกมังกรของท่านเล่า”

    “...”

    ร่างสูงก้มมองข้างเอว ผู่ห้อยหยกขาดไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ แต่แล้วเขาก็เผลอคิดถึงดรุณีงามที่ใจกล้าและเหมือนจะโง่งมเกินกว่าเขาจะคาดคิด

    ...บางทีอาจจะ

    ...ปล่อยให้นางเก็บไว้ก่อนแล้วกัน

    ร่างสูงยกยิ้มมุมปากเล็ก ๆ จนผู้ติดตามถึงกับอ้าปากค้างด้วยความแปลกใจ เงาร่างสูงหันหลังกลับเดินจากไปท่ามกลางแสงอาทิตย์อีกครั้ง ปล่อยให้เงาร่างสีดำทอดยาวไปตามทาง

    “...ไป”

    “ขอรับ”

    นิยายแนะนำ

    ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช

    ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    7K 74
    Brave Hero เกิดใหม่เป็นพระเอกในเกมส์

    Brave Hero เกิดใหม่เป็นพระเอกในเกมส์

    นิยาย แฟนตาซี
    8K 35
    ขาดทุนไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ (ถ้ามียอดคอมเม้น ติดตาม แสดงความคิดเห็น จะให้อ่านฟรี)

    ขาดทุนไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ (ถ้ามียอดคอมเม้น ติดตาม แสดงความคิดเห็น จะให้อ่านฟรี)

    นิยาย แฟนตาซี
    357 47
    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    232K 2100
    ทะลุมิตินำความโชคดีมาสู่ตระกูลหยาง (จบแล้ว)

    ทะลุมิตินำความโชคดีมาสู่ตระกูลหยาง (จบแล้ว)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    18K 62
    สหายคุณชายผู้นี้ ช่างวุ่นวายเสียจริง / NC18+ / มี E-book

    สหายคุณชายผู้นี้ ช่างวุ่นวายเสียจริง / NC18+ / มี E-book

    นิยาย อีโรติก
    3K 35
    เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    32K 250
    แลกแม่เลี้ยงละเลงกาม 18+

    แลกแม่เลี้ยงละเลงกาม 18+

    นิยาย อีโรติก
    14K 10
    เป็นสาวใช้ของนายโลม ใครว่าง่าย / มี E-book

    เป็นสาวใช้ของนายโลม ใครว่าง่าย / มี E-book

    นิยาย อีโรติก
    2K 30
    อดีตรักฝังใจนายซาตาน

    อดีตรักฝังใจนายซาตาน

    นิยาย รัก
    11K 43