สวี่นั่วพิจารณาดูไป๋รั่วเสวี่ยั้แ่หัวจรดเท้า ไป๋รั่วเสวี่ยเองก็มองพิจารณาสวี่นั่วเช่นกัน สวี่นั่วคนตรงหน้านั้นสวมแว่น เครื่องหน้าซูบผอมดูเปราะบาง หน้าตาดูธรรมดายิ่งนัก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวเองแล้วเรียกได้ว่าอยู่คนละชั้น ซึ่งศัตรูหัวใจเช่นนี้ไป๋รั่วเสวี่ยไม่เคยเห็นอยู่ในสายตามาั้แ่แรก
โจวฟางกับจางถิงถิงก็มองตรงมายังเธอเช่นกัน
“ทำไมเธอถึงพูดว่าเขาเป็พ่อของลูก แทนที่จะพูดว่าเขาเป็สามีของเธอล่ะ”
“ก็เหมือนกันไม่ใช่รึ เขาเป็พ่อของลูกฉันย่อมต้องเป็สามีฉันอยู่แล้วสิ” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย เหลิ่งจั้นจะต้องมาเป็อาหารในชามของเธอ เธอไม่ยอมปล่อยเขาให้ไปเป็ของคนอื่นเด็ดขาด
“เขามีแฟนแล้วนะ อย่าบอกนะว่าเธออยากเป็มือที่สามน่ะ” สวี่นั่วพูด
“เขามีแฟนแล้วรึ” ไป๋รั่วเสวี่ยนึกถึงเซี่ยลี่ ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเหลิ่งจั้นเสมอ เธอคอยทำงานเป็มือไม้ให้กับเขา ใจเธอเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ว่าถ้าก่อนยุคโลกาวินาศเป็แฟนกัน แล้วทำไมหลังจากผ่านยุคโลกาวินาศไปตั้งหลายปีแล้วถึงยังไม่แต่งงานกันล่ะ
ทำไมพวกเขาไม่แต่งงานกันล่ะ ยุคโลกาวินาศนั้นทั้งเลวร้าย เหนื่อยยาก สามารถจบชีวิตลงได้ทุกเมื่อ ถ้าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เป็คู่รักกัน ทำไมถึงไม่ยอมแต่งงานเป็สามีภรรยากันล่ะ ถ้าเป็ครอบครัวเดียวกันน่าจะดีกว่าไม่ใช่หรือ
“มีสิ เธอไม่รู้หรือ”
“ที่เธอพูดถึงคือเพื่อนร่วมงานของเขาที่ชื่อเซี่ยลี่น่ะหรือ” ไป๋รั่วเสวี่ยถาม
“เธอรู้จักเซี่ยลี่ด้วยหรือ” สวี่นั่วตกตะลึง ทำไมไป๋รั่วเสวี่ยถึงรู้จักเซี่ยลี่แต่เซี่ยลี่ไม่รู้จักไป๋รั่วเสวี่ย
“รู้จักสิ ได้ยินว่าเป็คนเก่งมาก ฝีมือการต่อสู้อยู่ในระดับสูง มีความสามารถ แถมยังหน้าตาสวยอีกต่างหาก” ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ประหยัดคำชมสักนิด
ทั้งสามคนอึ้งจนไม่มีใครพูดอะไรไปเสียแล้ว
“ฉันไปนอนก่อนนะ แอปเปิลพวกนี้พวกเธอจะกินก็กินนะ ถ้าไม่กินก็ทิ้งไปแล้วกัน” ไป๋รั่วเสวี่ยวางไม้จิ้มฟันลง จากนั้นก็ไปล้างหน้าและบ้วนปากในห้องน้ำ
ไป๋รั่วเสวี่ยนอนบนเตียง เมื่อรู้สึกว่าเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว เธอจึงเข้าไปในช่องมิติอีกครั้งและนำเมล็ดแอปเปิลที่โยนเข้ามาก่อนหน้านี้ปลูกลงดิน
ไป๋รั่วเสวี่ยเตรียมทำพื้นที่ริมบ่อน้ำให้เป็ที่พักอาศัย เธอสร้างบ้านสองหลัง จากนั้นก็ปลูกผลไม้กับดอกไม้รอบบ้าน พื้นที่ที่ไกลออกไปหน่อยก็สร้างเป็คอกสัตว์ เอาไว้เลี้ยงเป็ด ไก่ แล้วยังวัวกับแพะอีกด้วย ทั้งยังต้องขยายบ่อน้ำให้ใหญ่ขึ้นอีกนิด ปล่อยลูกปลาลงในบ่อเพื่อเลี้ยงปลาหมู…
การที่ไป๋หรูอวี้มาเข้ามหาวิทยาลัยการเกษตรนั้น เป็เื่ที่เธอรู้สึกคาดไม่ถึง
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์จ้ะ คุณอารองให้ฉันย้ายมาอยู่มหาวิทยาลัยการเกษตรล่ะ ต่อไปนี้เราก็เป็เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกันแล้วนะ” ไป๋หรูอวี้ยืนอยู่ที่ทางเข้ามหาวิทยาลัย มองมาทางไป๋รั่วเสวี่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทำท่าทางราวกับไป๋รั่วเสวี่ยเป็พวกชอบข่มเหงรังแกชาวบ้าน
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหันมองคนทั้งสอง ฝ่ายหนึ่งดูเหมือนเ้านายจอมกดขี่ ส่วนอีกฝ่ายดูเหมือนข้ารับใช้ที่ถูกกดขี่ ก่อนจะพากันชี้มือชี้ไม้ตรงมา
“เธอเข้ามหาวิทยาลัยการเกษตรทำไม” ไป๋รั่วเสวี่ยขุ่นเคืองมาก เธอเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเ็า
ไป๋รั่วเสวี่ยเข้ามหาวิทยาลัยการเกษตรมาก็เพราะรู้ว่าในไม่ช้าก็จะถึงยุคโลกาวินาศ ดังนั้นเรียนการบัญชีไปก็ไร้ประโยชน์ อีกทั้งเพราะได้ช่องมิติมาไว้ในมือเธอจึงจำเป็ต้องมีความรู้เื่การเพาะปลูก เพราะโลกในอนาคต้าคนที่มีความรู้ด้านการเกษตรที่สุด ด้วยเหตุนี้เธอจึงเข้ามาเรียนที่โรงเรียนการเกษตร แต่ไป๋หรูอวี้จะมาเรียนที่นี่ทำไม
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์…”
“หยุด ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าน้อง ฉันกับเธอไม่ได้เป็พี่น้องกัน เราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์ เธออย่าทำแบบนี้ได้ไหม เราสองคนจะไม่เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร พวกเราโตมาด้วยกันนะ ถึงแม้พวกเราจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่ในความรู้สึกพวกเราก็เหมือนพี่น้องแท้ๆ นะ”
“เฮอะ!” ไป๋รั่วเสวี่ยกลอกตาพร้อมหัวเราะเสียงเย็น เธอทนยัยคนน่ารังเกียจคนนี้มาจนถึงขีดจำกัดแล้ว ไป๋รั่วเสวี่ยไม่้าพูดด้วยอีกแม้แต่ประโยคเดียว ดังนั้นเธอจึงหันหลังเดินจากมา
“ฉันไม่ได้เป็คนทำเื่นั้นนะ ฉันจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง น้องเสวี่ยเอ๋อร์เธอกล่าวหาฉัน” ไป๋หรูอวี้ดึงแขนเสื้อไป๋รั่วเสวี่ยไว้ ไม่ยอมให้เธอไป
“เก็บคำแก้ตัวของเธอไว้เถอะ เธอรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเป็คนทำหรือไม่ ฉันเองก็รู้อยู่แก่ใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเธอจะแก้ตัวยังไงก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี” ไป๋รั่วเสวี่ยสะบัดมือที่ดึงแขนเสื้อเธออยู่ออก
จู่ๆ ไป๋หรูอวี้สะดุดล้มลงกับพื้น
“ฉันไม่ได้ทำจริงๆ นะ ไม่ใช่ฉันจริงๆ นะน้องเสวี่ยเอ๋อร์” ไป๋หรูอวี้นั่งอยู่กับพื้น ร้องไห้พลางพูดกับไป๋รั่วเสวี่ย
“ไป๋รั่วเสวี่ย เธอทำร้ายคนทำไม” เฉิงเฉิงวิ่งตรงมาและชี้หน้าไป๋รั่วเสวี่ยอย่างขุ่นเคืองในการกระทำของเธอ
“โอ๊ะ ผู้กล้ามาช่วยสาวงามรึ น่าเสียดายนะแต่เธอมีเ้าของแล้ว แถมเ้าของคนนั้นยังเป็เพื่อนนายอีก” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “หรือว่านายคิดจะแย่งคนรักของคนอื่น”
“เธอพูดจาเหลวไหล เธอมันผู้หญิงร้ายกาจ”
เฉิงเฉิงพยุงไป๋หรูอวี้ให้ลุกขึ้นพลางเอ่ยถาม “เธอไม่เป็ไรใช่ไหม”
“ฉันไม่เป็อะไร น้องสาวฉันไม่ได้ตั้งใจ คุณไม่ต้องโทษเธอหรอก”
“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอนี่สิที่ตั้งใจ แสดงจนแเีเสียเหลือเกิน ทำไมฉันถึงไม่รู้มาก่อนนะว่าเธอแสดงละครเก่งแบบนี้” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดเย้ยหยัน
“เมื่อกี้ฉันยืนไม่มั่นคงเองแหละน้องเสวี่ยเอ๋อร์” ไป๋หรูอวี้ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เธอไม่ต้องกลัวนะ” เฉิงเฉิงโมโหยิ่งกว่าเดิม ในสายตาเขานั้นไป๋รั่วเสวี่ยคือพวกชอบรังแกชาวบ้าน เธอรังแกผู้อื่น ผู้อื่นก็ทำได้แค่ต้องทน เธอทำผิด ผู้อื่นก็ได้แต่แบกรับความผิดที่เธอก่อ
“ไป๋รั่วเสวี่ยเธอคอยดูเถอะ ฉันจะไปร้องเรียนกับสภานักศึกษา คนอย่างเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกับพวกเรา” เฉิงเฉิงว่า
“ไม่ต้องหรอก เมื่อครู่ฉันไม่ทันระวังเลยล้มลงไปเอง ไม่เกี่ยวกับน้องสาวฉันเลย” ไป๋หรูอวี้รีบพูด
“เธอใจดีเกินไปแล้ว เธอไม่ควรใจดีกับคนประเภทนี้หรอกนะ” เฉิงเฉิงเอ่ยอย่างไม่ได้ดั่งใจ
เฉิงเฉิงไม่สนใจคำพูดเกลี้ยกล่อมของไป๋หรูอวี้ เธอยังคงดึงดันที่จะไปร้องเรียนกับสภานักศึกษา ผลที่ตามมาคือไป๋รั่วเสวี่ยถูกคณะกรรมการของสภานักศึกษาเรียกไปพบ
ไป๋รั่วเสวี่ยไม่คิดจะอธิบายเกี่ยวกับเื่นี้ ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้ทางมหาวิทยาลัยจัดการ ท้ายที่สุดเธอก็โดนลงบันทึกกระทำความผิด แค่บันทึกกระทำความผิดไป๋รั่วเสวี่ยไม่สนใจอยู่แล้ว เพียงแต่เธอยิ่งเกลียดชังไป๋หรูอวี้ขึ้นอีก และจดเื่นี้ไว้ในบัญชีของไป๋จิ้งเหวินผู้เป็พ่ออีกด้วย
วันศุกร์หลังเลิกเรียน ไป๋รั่วเสวี่ยเดินอย่างโกรธจัดเข้าไปในบ้าน พลันนั้นเธอก็เห็นไป๋หรูอวี้นั่งอยู่ในห้องรับแขก
“ไป๋หรูอวี้ เธอกล้ามาที่นี่ได้ยังไง” ไป๋รั่วเสวี่ยประหลาดใจในความหน้าหนาของไป๋หรูอวี้ อีกทั้งยังผิดหวังในตัวพ่อแม่ของตัวเองที่ไม่ทันไรก็ยอมรับไป๋หรูอวี้อีกครั้ง
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์ สัปดาห์หน้าฉันก็ต้องไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยการเกษตรแล้ว วันนี้จึงมาขอบคุณคุณอารองกับคุณอาสะใภ้น่ะ”
“ไม่ต้องมาเรียกอารอง อาสะใภ้ ฉันบอกเธอไว้เลยนะว่าเธอไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวฉัน พ่อของฉันน่ะ…”
“รั่วเสวี่ย” หลิ่วเย่ว์เหมยพูดขัดขึ้น “หรูอวี้อธิบายเื่ที่เกิดขึ้นที่ทางเข้ามหาวิทยาลัยให้พวกเราฟังแล้ว ลูกใจร้อนเกินไปนะรั่วเสวี่ย จริงๆ แล้วหรูอวี้ไม่ได้ตั้งใจเล่นงานลูก แต่ถึงหรูอวี้จะตั้งใจเล่นงานลูกจริง ลูกก็ไม่ควรจัดการแบบนั้น ลูกเอาคำอบรมสั่งสอนของแม่ไปไว้ที่ไหนหมดแล้ว”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428