“เฮ้ย!!!...ไอ้ฟ่าง”
เสียงเคนร้องใที่เห็นเพื่อนสาวนอนเปลือยอยู่ข้างกายเขา ก้มสำรวจดูตัวเองไม่ต้องบอกก็รู้ทันว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและเพื่อนสนิทที่ตอนนี้งัวเงียลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาเพราะเสียงร้องใของเขา
“เคน...คือ...”
“ฟ่าง มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อคืน...มึง...กับกู...”
“มึงเมา...กูก็มึนๆ คือ....” ฟ่างพูดได้แค่นั้น เธอไม่รู้จะอธิบายออกมายังไง
“แล้วมึงก็เพ้อหาเนมตลอด...แล้ว...”
“โธ่ไอ่ฟ่าง...แล้วทำไมมึงไม่ห้ามหรือตบกูก็ได้ หรือทำยังไงก็ได้ให้กูมีสติ!”
“เออ กูผิดเองแหละที่ไม่ห้ามมึง กูผิดที่เคลิ้มไปกับมึง ผิดที่ปล่อยใจ ปล่อยตัวให้มึง แล้วกูก็ผิดที่แอบรักมึงมาั้แ่แรก” ข้าวฟ่างพรั่งพรูความรู้สึกออกมาเมื่อเห็นอาการเครียดจัดของเคนที่รู้ว่ามีอะไรกับเธอ
“ฟ่าง!!...มึงว่าอะไรนะ?” เคนถามย้ำเมื่อได้ยินคำสารภาพจากเพื่อนสนิท เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริงๆ
“กูรักมึง กูแอบรักมึงมานาน รักั้แ่ที่เจอกันครั้งแรกแล้ว ได้ยินมั้ย!” เธอะโออกมาใส่เขา
“แต่มึงกับกูเป็เพื่อนกันนะ”
“ใช่!! ก็เพราะเป็เพื่อนไง กูถึงได้เก็บมันไว้คนเดียวมาตลอด” พูดพร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาที่แก้ม
“ฟ่าง มึง..โธ่เว้ย!!!” เคนสบถออกมาพร้อมกุมขมับทั้งแฮงค์ ทั้งสับสน
“มึงไม่ต้องเครียดหรอกเคน กูจะถือว่าเมื่อคืนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเรา กูจะอยู่ในที่ของกูเงียบๆ และระหว่างเรามันก็จะเหมือนเดิม...เพื่อนกัน เหมือนเดิม”
“ฟ่าง แล้วกูจะมองหน้ามึงสนิทใจได้ยังไงวะ”
“มึงก็ไม่ต้องคิดมากไง คิดซะว่า กูเป็ 1 ในสาวๆ ที่มึงบอกเลิกไปก็แค่นั้น”
คำพูดของข้าวฟ่างทำให้เคนมองหน้าเธอนิ่ง เขาสับสนไม่คิดว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นเลย ต่างกับข้าวฟ่างที่ดูแน่วแน่และมั่นคงในคำพูด เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ต้องนอนกับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นเธอจะเก็บมันไว้ในความทรงจำ และจะไม่ลืมมันเลย
“กูขอเวลาแต่งตัวแป๊บ แล้วกูจะกลับ” ว่าแล้วเธอก็หอบหิ้วเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นวิ่งเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ไม่นานก็ออกมา หยุดยืนมองเคนที่ยังนั่งจับเจ่าอยู่ที่เดิม
“กูกลับก่อนนะ”
“เดี๋ยวกูไปส่ง” เคนเอ่ยขึ้น
“ไม่ต้อง กูเรียกแท็กซี่ไปเอง” พูดแล้วก็ไม่รอให้ตอบรับหรือปฏิเสธ ข้าวฟ่างก็ออกจากห้องเขาไป
เคนนั่งกุมขมับคิดไม่ตกเื่ที่เกิดขึ้น เขาคว้ามือถือมาดูก็เห็นข้อความที่เนมไลน์มาอธิบายเื่เธอกับทิวว่ามันไม่ได้มีอะไรเกินเลยว่าพี่น้องรหัส เธอขอเวลาหลังสอบเสร็จ ขอนัดเขาให้ไปเจอกับทิวเพื่อให้เธอและทิวแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่สัปดาห์นี้เธอขอทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือและสอบ เคนอ่านกดออกจากหน้าแอพโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
ด้านเคน และเพื่อนๆ หลังจากวันนั้นก็ไปเรียน และทำตัวตามปกติ ข้าวฟ่างก็พยายามแสดงอาการปกติเขาจึงพอจะสบายใจได้ระดับหนึ่ง และวันนี้ก็เป็วันที่เนมนัดเขาไปเจอที่ร้านอาหารเพราะสอบเสร็จแล้ว และได้นัดทิวมาเคลียร์ใจกันด้วย
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เคน เนม และทิว นั่งประจันหน้ากันโดยที่แต่ละคนสั่งแค่เครื่องดื่มมาคนละแก้วเท่านั้น
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา” เคนเอ่ยเสียงเครียด มองสบตาทิวที่นั่งมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“เนมขอให้มา” ทิวพูดขึ้นแค่นั้น
“แค่นี้....??” เคนเริ่มเสียงดัง
“พี่ทิว เนมขอล่ะค่ะพี่ทิวบอกพี่เคนไปตามจริงว่าเราไม่ได้เป็อะไรกันนอกจากพี่รหัส น้องรหัสกันน่ะค่ะ” เนมหันมาคุยกับทิวด้วยสายตาอ้อนวอน
“เนม ทำไมต้องขอร้องมันด้วย” เคนหันมาถามเนม
“ก็พี่เคนเข้าใจผิดใครอยู่ล่ะคะ เนมก็ต้องรบกวนพี่ทิวมาช่วยพูดให้พี่เข้าใจสักที”
“อืม ก็ตามนั้น กูกับเนมเป็พี่รหัส น้องรหัสกัน พอใจยัง?” คำสุดท้ายทิวพูดแล้วหันมามองหน้าเนม ทำให้เนมหน้าเสียไปนิดหนึ่ง
“ดี!! แล้วต่อไปกูก็ขอห้าม ไม่ให้มึงมายุ่งกับแฟนกูอีก”
“พี่เคน!!”
“พี่ไม่ไว้ใจมันนะเนม”
“มึงไม่ต้องเป็ห่วงหรอก เนมไม่ได้คิดอะไรกับกู ตราบใดที่มึงยังคบกับเนม กูจะไม่ยุ่ง แต่กูขอเตือนไว้อย่าง...อย่าทำให้เนมเสียใจ เพราะถ้าถึงตอนนั้น กูยุ่งแน่” ทิวลุกขึ้นพูดเน้นประโยคสุดท้าย จ้องตาเคนสายตาดุดันอย่างที่เนมไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างเร็ว
“พี่ทิว!!” เนมเรียกเขาจะลุกตามไป
“เนม ไม่ต้องตามมันไป” เคนดึงแขนเธอเอาไว้
เมื่อปรับความเข้าใจกันแล้วเคนก็พาเนมไปที่คอนโดของเขา ทั้งสองปรับความเข้าใจทางกายกันแสนหวานบนเตียงใหญ่จนฟ้ามืด เนมตื่นมาเธอก็ฉุกคิดถึงทิวที่หุนหันพลันแล่นออกจากร้านไปเมื่อตอนกลางวัน จึงหยิบมือถือไลน์ไปขอโทษเขา
เนม : พี่ทิว เนมขอโทษแทนพี่เคนด้วยนะคะเมื่อตอนกลางวัน
ทิว : ………………..
เนม : พี่ทิวโกรธเนมหรือเปล่าคะ
ทิว : เปล่า
เนม : ขอบคุณพี่มากนะคะที่มาตามที่เนมขอวันนี้
ทิว : ไม่เป็ไรหรอก จริงๆ พี่ก็ไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่
เนม : ช่วยสิคะ ช่วยมากๆ เลยค่ะ งั้นถ้าเกิดผลสอบออกแล้วไว้เนมขอเลี้ยงพี่มื้อใหญ่เพื่อเป็การขอบคุณที่ติวให้เนมนะคะ
ทิว : อย่าเลย พี่ไม่อยากให้เรากับแฟนมีปัญหากันอีก
เนม : ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวเื่พี่เคนเนมจะคุยกับเขาให้เข้าใจเองค่ะ
เนม : งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ
ทิว : ครับ
“คุยกับใครหืมมม” เคนที่รู้สึกตัวเพราะคนข้างๆ ทำยุกยิกๆ
“เปล่าค่ะ ดูอะไรไปเรื่อย” เนมเลี่ยงที่จะบอกตรงๆ เพราะเพิ่งจะมีปัญหากันมาเธอขี้เกยจมานั่งทะเลาะกันอีก
“พี่เคนไปส่งเนมที่คอนโดเถอะค่ะ พรุ่งนี้เนมมีเรียนแต่เช้า”
“ไม่เอาอ่ะ ค้างกับพี่ที่นี่นะ พรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นไปแต่งตัวที่คอนโด เดี๋ยวพี่ไปส่งที่มหาลัย”
“เอางั้นเหรอคะ”
“อื้ม..เอาแบบนี้แหละ” เคนพูดพร้อมรั้งคนตัวเล็กมานอนซบที่อกเขาต่อ
บ้านข้าวฟ่าง
ข้าวฟ่างขลุกอยู่บ้านทั้งวันเพราะเธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงไม่ได้ออกไปช่วยแม่ขายของชำที่ตลาด แม่เธอเช่าร้านขายของชำไว้ที่ตลาด ส่วนใหญ่จะมีพ่อเลี้ยงของเธอไปช่วยขายอยู่ประจำ แต่อย่าเรียกว่าช่วยก็เรียกได้ไม่เต็มปากเพราะส่วนใหญ่จะไปนั่งจิบเบียร์ที่ร้านเสียมากกว่า และถ้าวันไหนที่ไม่อยู่ก็คือเข้าบ่อน เธอไม่ค่อยถูกชะตากับพ่อเลี้ยงเท่าไหร่นักเพราะไม่ชอบสายตาที่เขามองเธอลับหลังแม่
ข้าวฟ่างนอนจนบ่ายแก่ๆ จึงลุกออกจากห้องลงมาข้างล่างเพื่อเข้าครัวเพื่อหาข้าวกินก่อนกินยา
กุกกัก!!
เธอได้ยินเสียงประตูห้องครัวเปิดเข้ามาก็รีบหันไปตามเสียง พบพ่อเลี้ยงยืนมองเธออยู่
“ทำไมวันนี้ลุงกลับเร็ว” เธอถามออกไปอย่างระวังตัว แต่ด้วยความที่ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาก่อนแม่ของเธอ และกลับมาเร็วผิดปกติ เธอก็แต่งตัวตามสบาย เสื้อยืดบางๆ กางเกงขาสั้น ทำให้ผู้เป็พ่อเลี้ยงสำรวจเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“ฟ่างถามว่าทำไมวันนี้ลุงกลับเร็ว” เธอเริ่มถามเสียงดังขึ้น
“ทำไมวะ ลุงจะกลับบ้านเร็วหรือช้าแล้วมันเป็อะไรวะ” พ่อเลี้ยงตอบออกมาทำให้ข้าวฟ่างรู้ทันทีว่าเขาเมา
“หลบหน่อยค่ะ ฟ่างจะขึ้นห้อง” เมื่อคิดว่าอยู่นานไปไม่ดีแน่เธอจึงหาทางหนีขึ้นห้องตัวเอง
“จะรีบไปไหนล่ะ ลุงหิวข้าว หาอะไรให้ลุงกินหน่อยสิ”
“หิว ทำไมไม่หากับข้าวมาจากตลาด ที่นี่ไม่มีกับข้าวหรอก”
“งั้น ลุงกินอย่างอื่นแทนได้มะ ฮ่าๆๆๆ” พูดแล้วเดินเร็วเข้ามาหาข้าวฟ่าง เธอไม่ทันตั้งตัว พ่อเลี้ยงเข้ามารวบตัวเธอเอาไว้ ข้าวฟ่างดิ้นหนีสุดแรงเกิด
“ปล่อยกูนะไอ้บ้า!!!!” เธอะโ พร้อมพยายามดิ้นหนี
“อย่าเล่นตัวไปเลยน่า”
ด้วยแรงผู้ชายที่มากกว่า แถมข้าวฟ่างยังไม่สบายทำให้เรี่ยวแรงเธอน้อยลง เธอพยายามมองหาอาวุธใกล้มือที่จะช่วยหยุดพ่อเลี้ยงได้ แล้วก็หันไปเห็นขวดน้ำเปล่าที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงพยายามเอื้อมมือไปคว้ามาได้
เพล้ง!!!
ขวดแก้วเปล่าที่ถูกเหวี่ยงลงบนท้ายทอยพ่อเลี้ยงพอดิบพอดี ทำให้เขาทรุดฮวบลงทันทีเืไหลออกจากง่ามมือเขาที่กุมท้ายทอยตัวเองไว้
“โอ๊ยยยย!! อีข้าวฟ่าง นี่มึง โอ๊ยย”
ข้าวฟ่างไม่รอช้าหันมาหยิบมือถือที่เอาติดตัวลงมาด้วยเพียงอย่างเดียววิ่งออกจากบ้านทันที เธอวิ่งไม่คิดชีวิตฝ่าความมืดออกมาจากซอยแล้วมาหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ สิ่งแรกที่พอจะตั้งสติและคิดได้คือ เธอกดโทรหาแม่เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง แต่สิ่งที่แม่ตอบกลับมาคือ
“โอ๊ยยย ข้าวฟ่างทำไมแกก่อแต่เื่แบบนี้ฮะ”
“แม่!!! มันทำฟ่างนะ”
“คนเมา แกจะไปถือสาอะไร แล้วแกอ่ะ อ่อยเค้ารึเปล่าฮะ”
“แม่!!!” ข้าวฟ่างเอ่ยได้แค่นั้นก็พูดต่อไม่ออก จุกอยู่ที่คอ น้ำตาไหลพรากเพราะแม่เธอกดวางสายไปแล้ว
สมองขาวโพลน ไม่รู้จะเอายังไงต่อดี แล้วก็คิดถึงเคนขึ้นมาเธอจึงรีบกดเบอร์โทรหาเขาทันที