13:00 น.
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเช้าวันจันทร์ หลังจากเคลียร์งานอีเว้นท์สุดท้ายกับลูกค้าเรียบร้อย ก่อนที่ฉันจะโบกมือลาสายงาน Event Marketing อันเป็ที่รักของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อไปฟื้นฟูสุขภาพที่ไม่ได้ดูแลทะนุถนอมมันเลยเป็เวลา 3 ปีเต็ม
“ฮู่ว…ฝันเหมือนเดิมอีกแล้ว” เสียงถอนลมหายใจหลังจากที่ฉันสะดุ้งตื่นกับความฝัน ที่หลอกหลอนฉันมาเป็ระยะเวลายาวนาน ใช่ค่ะ ฉันเคยฝันเดจาวูถึงฉากนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งรวมครั้งนี้เป็ครั้งที่ 4 แล้ว ตลอดจนอายุย่าง 26 ปี
ฝันครั้งแรกตอนฉันอายุ 14 ปี ความฝันที่หยุดภาพไว้ตรงที่เขาคนนั้นเข้ามาในห้องพร้อมถาดน้ำ และสายตาของฉันของฉันก็ได้ละสายตาจากวิวป่าเขาตรงหน้า เพื่อหันมาสำรวจร่างกายกำยำของเขาอย่างช้า ๆ ราวกับภาพนั้นเป็ภาพสโลโมชั่น
ฝันครั้งที่สองตอนฉันอายุ 17 ปี ความฝันที่หยุดภาพไว้ตรงที่เขาคนนั้นเข้ามากอดฉันจากทางด้านหลัง โดยที่ทิ้งความรู้สึกอบอุ่นหัวใจกระทั่งฉันตื่นนอน ถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายวันก็ยังจำความรู้สึกนี้ได้เสมอ
ฝันครั้งที่สามตอนฉันอายุ 20 ปี ความฝันที่หยุดภาพไว้ตรงที่เขาคนนั้นลากริมฝีปากมาหยุดที่แก้มของฉันเนิ่นนานจนทำให้ฉันตื่นขึ้นมาจากภวังค์ด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจเหมือนเคย
แต่ฝันครั้งนี้…เขาคนนั้นไม่ได้มาเพียงแค่ภาพ ฉันยังได้คุยกับเขาหลายประโยคด้วย ฉันนั่งตั้งสติเรียบเรียงความฝันอยู่สักพัก เพราะปกติแล้วฉันเป็คนไม่ค่อยฝัน หรือถ้าวันไหนฝัน…ผ่านไป 1-2 ชั่วโมงก็ไม่สามารถจำความฝันของตัวเองได้แล้ว แต่ความฝันเดจาวูนี้มันแตกต่าง เพราะเป็ความฝันเดียวที่ส่งความรู้สึกอบอุ่นให้ฉันเป็เวลานาน และค่อย ๆ เพิ่มเหตุการณ์ต่อจากความฝันล่าสุดมาเรื่อย ๆ และความรู้สึกก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ…
ณ สยามพารากอน เวลา 15:00 น.
“หวานหวาน มึงอยู่ไหน? กูกับธิชารออยู่ที่แมค ชั้น G นะ ไม่ใช่ชั้น M ไปผิดหรือเปล่า”
ฉันรับสายจากนิเน เพื่อนสาวที่ฝากของพรีออเดอร์จากเกาหลีและจีนไว้ที่ห้องฉัน ก่อนที่จะนัดส่งให้ลูกค้าในจุดต่าง ๆ อีกที แต่ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ปลายก็รีบพูดบอกพิกัดให้ฉันเลย เพราะฉันสายมาจะ 20 นาทีแล้ว
“กำลังลงบันไดเลื่อนแล้วมึง อ่ะ ๆ เจอแล้ว ๆ แค่นี้ละกัน” ฉันโบกมือให้นิเนและธิชาที่รออยู่หน้าแมค
“ช้ามากแม่ ดีนะลูกค้าก็ยังไม่มา ไม่งั้นกูกับนิเนจะทิ้งมึงไปนั่งกินของหวานก่อนละนะ” บางครั้งฉันกับเพื่อนจะชอบแทนอีกคน ไม่ ‘ยาย’ ก็ ‘แม่’ เพราะมันพูดง่าย เม้าท์ง่ายกว่า
“วินตรงซอยหมดพอดี กูเลยเลยรอวินอื่นนานหน่อย พวกมึงจองที่นั่งไว้ยังอ่ะ หิวข้าวมากเลย ั้แ่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยเนี่ย” ฉันรบเร้าให้เพื่อนทั้งสองพาไปนั่ง เพื่อที่จะได้สั่งอะไรมาทานระหว่างรอลูกค้า ขอเล่าหน่อยละกัน
ธิชา อดีตสาวอักษรศาสตร์ ที่ผันตัวไปเป็เ้าของคาเฟ่ต่างจังหวัดที่อากาศดีมาก ๆ แห่งหนึ่ง ฉันได้รู้จักกับธิชาเพราะพวกเราทั้งสองเป็เด็กทุนมหาวิทยาลัย ถึงแม้จะเรียนต่างคณะ แต่ด้วยทางมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมสานสัมพันธ์มากมาย ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนทั้งความคิด/ความชอบต่าง ๆ ด้วยกัน และยังได้รู้ว่าธิชาก็เป็แฟนคลับศิลปินเกาหลีวงเดียวกันกับฉันอีกด้วย เลยทำให้พวกเราสนิทกันไวมากขึ้นกว่าเดิม และมิตรภาพก็ยาวนานจนถึงทุกวันนี้
นิเน เพื่อนสาวสมัยมัธยมปลายของธิชาที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ที่เดียวกัน แต่นิเนเลือกที่จะเรียนเทคนิคการแพทย์เพราะชอบวิทยาศาสตร์ ฉันรู้จักกับนิเนเพราะธิชาพานิเนมาดูคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีวงเดียวกัน แล้วเราสามคนก็พูดคุยกันถูกคอ เลยทำให้เราได้ติดต่อกันบ่อยขึ้นและสนิทกันจนถึงทุกวันนี้ หลังเรียนจบนิเนก็มาขายของออนไลน์แบบเต็มตัว (ขายทุกอย่างที่เป็ของศิลปิน) เพราะเป็่ที่อยากให้ร่างกายได้พักผ่อน หลังจากทุ่มเทให้กับการเรียนมานาน
ส่วนฉันตอนนี้นั้น…ก็เป็คนว่างงานเต็มตัวค่า
“่นี้เป็ยังไงบ้างมึง เห็นล่าสุดคือจัดงานอีเว้นท์เพิ่งจบไป” ธิชาถามหลังจากที่ฉันวางถาดอาหารที่เพิ่งเข้าคิวซื้อเมื่อกี้นี้
“เมื่อวาน…เป็วันทำงานวันสุดท้ายของกูพอดี คือ…ขอโทษที่ไม่ได้เล่าให้พวกมึงฟังนะ จริง ๆ แล้วกูแจ้งออกล่วงหน้าตามกฎของบริษัทฯั้แ่เดือนที่แล้ว ๆ นู่น และตอนนี้กูก็ว่างงานเต็มตัวแล้วจ้า" ฉันเล่าพลางตักอาหารตรงหน้าพร้อมที่จะเอาเข้าปาก แต่เพื่อน ๆ ทั้งสองก็จ้องฉันเหมือนจะถามว่า ‘ทำไมอยู่ดี ๆ ก็ออก ยังไงไหนเล่า’ ฉันเลยวางช้อนแล้วเริ่มเล่ารายละเอียดให้เพื่อนทั้งสองฟัง
"ก่อนหน้านี้ร่างกูพังมาก นอนก็ไม่เป็เวลา โรคกระเพราะก็เป็ทั้ง ๆ ที่ตัวกูก็บวมขนาดนี้ แถมฮอร์โมนก็มาไม่ปกติอีกเพราะเครียด มีที่ไหนประจำเดือนไม่มาติดต่อกัน 2 เดือน แล้วเดือนถัดมา…ประจำเดือนก็มา และ…มาไม่หยุด ครบเดือนแล้วยังไม่หายเป็ประจำเดือนเลย บ้าบอมาก” ฉันเล่าไปถอนหายใจไปให้เพื่อนฟัง
"เกินไปไหมวะแม่…เืหมดตัวแล้วมั้งเนี่ย ไหลมาเป็เดือนขนาดนี้” ธิชาเอ่ยทัก เหมือนจะไม่เชื่อเื่ที่ฉันพูดมา
"เออจริง…นี่มึงเอากายหยาบมาจริง ๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ิญญาแน่นะ” นิเนแซว เพราะมันเหลือเชื่อเกินไป
“มันคือเื่จริงค่ะ กูกาปฏิทินไว้หลายเดือนั้แ่มันเริ่มมีปัญหาแล้ว กะว่าพรุ่งนี้กูจะแวะให้หมอตรวจภายในดูสักหน่อย”
“เออควร! ไปตรวจหน่อยเถอะ สงสารหว่ะ จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากทักเื่นี้นะ แต่ตอนนี้…มึงโทรมจนเห็นได้ชัดเลยอ่ะ” ธิชาชี้ขอบตาดำ ๆ ของฉัน นิเนก็พยักหน้าแบบเห็นด้วยกับที่ธิชาพูด นี่ึฉันอุตส่าห์ลงคอนซิลเลอร์กลบแล้วนะ ยังปิดไม่มิดเลยเหรอเนี่ย
“แต่พอวันนี้ไม่ได้ทำงาน กูก็รู้สึกโหวง ๆ เหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อเลยหว่ะ"
“พอดีเลย ไหน ๆ ก็ว่างงานครบทีมแล้ว ไปเที่ยวกันไหม กูอยากไปญี่ปุ่นมานานแล้วว่ะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเมืองไหนดี เพราะว่าถ้าพวกมึงไปด้วยก็ต้องซาวด์เสียงก่อน” นิเนหยุดนิ่งรอคำตอบจากฉันกับธิชาอย่างตั้งใจ
“ไม่ติดนะ กูก็ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นมาก่อน เผื่อไปแล้วจะได้ไอเดียมาปรับปรุงร้านให้ปังกว่าเดิมด้วย เพราะ่นี้ร้านก็คงที่แล้ว เคยเล็ง ๆ ฮกไกโดกับโตเกียวอยู่ แต่ก็ได้หมดเลย แล้วแต่พวกมึง” ธิชาตอบ
“เออ กูก็อยากไปทั้งฮกไกโดและโตเกียวด้วยเหมือนกัน แล้วมึงหล่ะหวานหวานอยากไปไหน” หลังจากนิเนออกความเห็นแล้ว ก็หันมาถามฉันที่นั่งเงียบมานาน
“พวกมึง…กูเพิ่งออกจากงาน ไม่มีรายได้เลี้ยงชีพแล้วเนี่ย ตอนนี้ต้องเก็บเงินไว้ผื่อฉุกเฉิน กูว่าไปญี่ปุ่นไม่น่าไหวว่ะ เที่ยวในไทยแทนได้ไหมอ่ะ” หน้านิเนที่รอคำตอบอย่างตื่นเต้นก่อนหน้านี้จ๋อยลงมาในทันตา ก็ฉันเป็คนว่างงานมาหมาด ๆ นี่นา ฉันว่างงานจากการลาออกเอง ไม่ได้โดนเชิญออกที่จะต้องได้เงินชดเชยจากตรงนั้น รายได้เลยยังไม่ค่อยมีมากนัก แต่ก็ยังมีเงินจากการเก็บเล็กผสมน้อยตลอด 3 ปีนี้บ้าง เผื่อเอาไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน เลยไม่กล้าเสี่ยงเอาเงินมาใช้ตอนนี้
“โถ่ เสียดายอ่ะ หลังจากเรียนจบกูยังไม่เคยได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับคนอื่นเขาเลย ตอนเรียนอยู่ก็ไม่มีเวลาไปเที่ยว พอจบมาจะหาเพื่อนเที่ยวก็ยาก เง้อออ แต่ไม่เป็ไร เดี๋ยวหาที่เที่ยวในไทยไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้ มึงแพลนทริปมาเลยนะหวานหวาน ที่ไหนก็ได้ แต่ขอเป็ทะเล” ว่าแล้วนิเนก็หันไปตอบแชทลูกค้าต่อหลังจากตัดพ้อได้แปปเดียว
เย้ๆ แต่งจบไปอีกหนึ่งตอนค่า^^
อยากพูดคุยคอมเม้นท์กันมาได้เลยนะคะ หรือถ้าชอบก็กดเป็กำลังใจนิยาย ได้นะคะ เราจะได้มีกำลังใจในการแต่งต่อค่า^^