“ตรวจสอบต่อไป” มู่หรงอวี้ไม่เชื่อว่าคนๆ หนึ่งจะสามารถหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยได้จริงๆ“ทางแคว้นตงฉู่มีข่าวอะไรส่งมาหรือไม่?”
“เมื่อครู่มีข่าวส่งกลับมายังไม่พบร่องรอยของสตรีที่ท่านอ๋อง้าตามหาพ่ะย่ะค่ะ”
“ตามหาต่อไปทั่วทั้งแคว้นตงฉู่ก็อย่าเหลือไว้แม้แต่ที่เดียว”
“พ่ะย่ะค่ะ แต่ท่านอ๋องกระหม่อมไม่เข้าใจ สตรีผู้นั้น...”
“อู๋หยิง เ้าพูดมากเกินไปแล้ว”ใบหน้าของมู่หรงอวี้เ็าลงหลายส่วน
“ขออภัยท่านอ๋องกระหม่อมพูดมากเกินไป” อู๋หยิงแปลงกายเป็เหยี่ยวราตรีตัวหนึ่งก่อนจะบินออกไปและกลืนหายไปกับม่านราตรี
มู่หรงอวี้หยิบม้วนภาพออกมาจากบรรดาม้วนภาพมากมายเขาค่อยๆ คลี่มันออก ใบหน้าดุดันปรากฏความอ่อนโยนขึ้นมาหลายส่วน
ย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่พบกันที่ตรอกเถาฮวา ร่างของนางอาบไล้ไปด้วยแสงแดดระยิบระยับงดงามทว่าเ็า เทียบกับท่าทางตอนที่อยู่ใต้ร่างของเขาในคืนนั้นแล้วยิ่งงามขึ้นไปอีก
เขาจ้องไปยังดวงตาสุกใสเหมือนจะเอ่ยวาจาได้คู่นั้น แม้ว่าจะต้องขุดหลุมลึกถึงสามหมี่[1] เปิ่นหวางก็จะต้องหาเ้าให้พบให้ได้!
.....
กระทั่งเวลาเที่ยง มู่หรงฉือเพิ่งได้ทราบข่าวว่าเซียวกุ้ยเฟยจัดงานเลี้ยงร้อยบุปผาที่วังหลัง
หรูอี้เห็นสีหน้าถมึงทึงขององค์รัชทายาทก็พูดปลอบด้วยความกังวล“เตี้ยนเซี่ยเื่มาถึงขนาดนี้แล้ว มิสู้คิดหาวิธีรับมือจะดีกว่านะเพคะ”
ที่องค์รัชทายาทโกรธมากขนาดนั้น เพราะในตำหนักบูรพามีอนุอยู่สองคนแล้วปกติพวกนางก็มายุ่งวุ่นวายกับเตี้ยนเซี่ย จนพระองค์รู้สึกรำคาญมากพออยู่แล้วหากมีสตรีเพิ่มขึ้นมาอีกคนสองคน อย่างพระชายา หรือนางสนมอะไรพวกนี้ เตี้ยนเซี่ยคงจะยิ่งไม่สามารถทำตามใจชอบได้
อีกอย่างท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน้าที่จะแทรกคนเข้ามาในตำหนักบูรพาใส่หูตาเพิ่มเข้ามา ด้วยอำนาจของเขา เตี้ยนเซี่ยมีหรือจะปฏิเสธได้?
งานเลี้ยงร้อยบุปผาจะเริ่มขึ้นในยามโหย่ว[2] แต่ว่าเหล่าฮูหยินและบุตรีตระกูลต่างๆที่มีชื่อเสียงจะเข้าวังมา่เวลาหลังเที่ยง เวลานี้ก็เริ่มมีสตรีทยอยกันเข้าวังมาแล้ว
หรูอี้มองฉินรั่วอย่างอับจนหนทาง “ฉินรั่ว สมองของเ้าใช้การได้ดีเ้ารีบคิดหาวิธีเถิด”
ฉินรั่วเบะปากส่ายหน้า “ข้าเองก็คิดอะไรไม่ออก”
ตอนนี้เอง ด้านนอกก็มีเสียงประกาศจากองครักษ์ฝ่ายใน“เตี้ยนเซี่ยบ่าวรับใช้ของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนมาส่งข่าว เชิญเตี้ยนเซี่ยไปที่สวนอวี้ฮวาหลังจากนี้หนึ่งชั่วยามพ่ะย่ะค่ะ”
มู่หรงฉือได้ยินประโยคนี้ก็ยิ่งฉุนจัด
จากนิสัยเอาแต่ใจของมู่หรงอวี้ คงจะต้องทำให้การจับคู่ในงานเลี้ยงร้อยบุปผาครั้งนี้ยุ่งเหยิงไปให้หมดเป็แน่
ประเดี๋ยวนางก็เดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจ ประเดี๋ยวก็นวดหว่างคิ้วประเดี๋ยวก็หลับตาคิด… ช่างเถิดอย่าเพิ่งรีบร้อนไป ถึงตอนนั้นก็มีทางแก้ไขเอง
ฉินรั่วเสนอความคิด “เตี้ยนเซี่ย เช่นนั้นมิสู้ท่านบอกว่าประชวรแล้วไม่ไปดีหรือไม่เพคะ?”
“หากเตี้ยนเซี่ยบอกว่าทรงประชวรท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนก็จะส่งหมอหลวงมารักษา เช่นนั้นแผนก็จะแตกไม่ใช่หรือ?” หรูอี้เอ่ยกับฉินรั่ว
“ให้เตี้ยนเซี่ยไปที่งานเลี้ยงถึงตอนนั้นท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนก็จะจับคู่ให้ เตี้ยนเซี่ยสามารถบอกได้ว่าทรงประชวรเป็โรคที่ไม่อาจบอกได้ทำให้สตรีเ่าั้ลำบากใจแล้วถอยออกไปเองดีหรือไม่เพคะ” ฉินรั่วเสนอความคิดต่อ
“หรูอี้ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เปิ่นกง”มู่หรงฉือเดินไปยังห้องบรรทม หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความหมองคล้ำ
…..
สวนอวี้ฮวามีพื้นที่ว่างอยู่ที่หนึ่งวันนี้ถูกนำมาใช้เป็สถานที่จัดงานเลี้ยงร้อยบุปผา
มวลดอกไม้รายล้อมอยู่รอบด้าน กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้พัดโชยมา ยิ่งทำให้บรรดาฮูหยินและคุณหนูมากมายแลดูงดงามอ่อนช้อยมากขึ้น
ยังไม่ถึงยามโหย่ว องค์รัชทายาทเองก็ยังไม่มา บรรดาคุณหนูที่แต่งตัวทำผมมาอย่างงดงามก็เดินชมดอกไม้ในสวนพูดคุยหยอกเย้ากัน เสียงหัวเราะลอยมาตามสายลมแห่ง่ต้นฤดูใบไม้ผลิ
งานเลี้ยงในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นโดยเซียวกุ้ยเฟยเื่น้อยใหญ่ทั้งสิ้นล้วนส่งต่อให้นางกำนัลข้างกายเป็คนจัดการส่วนเซียวกุ้ยเฟยในเวลานี้นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อหวีผมแต่งหน้าแต่งตัว
ถึงแม้ว่านางจะอายุยี่สิบปีแล้วแต่เมื่อเทียบกับสตรีอายุสิบแปดปีที่ยังไม่ได้ออกเรือนกลับนับได้ว่างดงามเย้ายวนกว่าอยู่มากเหมือนผลลูกท้อสุกงอม เปลือกบางน้ำเยอะ ยิ่งหอมหวานละมุนมีแรงดึงดูด
วันนี้ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนก็มาร่วมงานด้วยนางจะต้องแต่งตัวให้งดงามเสียหน่อย เมื่อเทียบกับเหล่าสตรีที่อยู่ในวัยออกเรือนเ่าั้แล้วนางจะต้องดูดีกว่าเช่นนี้ สายตาของเขาก็จะไม่ถูกคนอื่นดึงไป
ที่น่าหงุดหงิดก็คือ ฮ่องเต้ที่ประชวรครั้งนี้กลับยังรอดชีวิตกลับมาได้อาการประชวรของพระองค์ดีวันดีคืน
เดิมทีนางยังคิดว่าเมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ไปท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนก็จะสามารถสังหารองค์รัชทายาทได้ไม่ยากจากนั้นก็สามารถขึ้นรับตำแหน่งฮ่องเต้ได้อย่างชอบธรรมผ่าเผยเป็กษัตริย์ของใต้หล้า ส่วนนางก็สามารถกลายเป็สตรีของเขาจนอาจจะถึงขั้นได้เป็ฮองเฮา มารดาของใต้หล้า
คอยปรนนิบัติรับใช้ดูแลฝ่าามาหกปีนางเบื่อจะตายอยู่แล้ว อยากจะให้ฮ่องเต้องค์นี้ตายจากไปไวๆ เสียที
ตอนนี้เองที่องครักษ์ฝ่ายในของตำหนักชิงหยวนเข้ามาแจ้ง“กุ้ยเฟยฝ่าา้าพบพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวกุ้ยเฟยหรี่ตาลงอย่างหงุดหงิด เวลานี้ยังแล้วไม่พักผ่อนอีกหรือจะให้นางไปทำอะไร?
“เ้ากลับไปทูลฝ่าาแทนเปิ่นกงว่าเปิ่นกงต้องคอยตรวจสอบงานเลี้ยงร้อยบุปผา มีหลายสิ่งต้องทำมากนักจนปลีกตัวไปไม่ได้่เย็นๆ ข้าถึงจะไปเข้าเฝ้าฝ่าา”
“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ถอยออกไปอย่างนอบน้อม
นางมองใบหน้ารูปไข่ห่านอันงดงามของตนเองในคันฉ่องปรากฏรอยยิ้มที่น่าหลงใหลออกมา
ณ สวนอวี้ฮวา
บรรดาฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลที่มีชื่อเสียงต่างนั่งประจำตำแหน่งโต๊ะงานเลี้ยงของเซียวกุ้ยเฟยเป็เหล่าบรรดาเฟยนั่งทางด้านเหนือมีโต๊ะสองตัวคือของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน และขององค์รัชทายาท
คุณหนูที่มีชื่อเสียงเ่าั้ต่างรอคอยท่านอ๋องและองค์รัชทายาทโดยเฉพาะบุตรสาวของสี่ตระกูลใหญ่ที่ตั้งความหวังกับงานเลี้ยงร้อยบุปผาอย่างเต็มเปี่ยม
จวนอัครเสนาบดีสกุลกง จวนมหาเสนาบดีสกุลหยางชิ่งกั๋วกง[3] สกุลถังและหรงกั๋วกงสกุลฟาง ครอบครัวสี่ตระกูลใหญ่เป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวยมาหลายร้อยปีบ่มเพาะคนมีความสามารถออกมาไม่น้อย บุตรสาวของพวกเขา โดยเฉพาะบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกจะถูกอบรมสั่งสอนอย่างดีทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายกว่าจะเลี้ยงมาจนเติบโตอย่างดีเช่นนี้ ทั้งดีดฉิน เดินหมากคัดอักษร หรือวาดภาพ บุตรสาวของพวกเขาก็ล้วนทำได้ดีไปเสียหมด
บุตรชายของตระกูลใดที่สู่ขอบุตรสาวของสี่ตระกูลใหญ่นี้ไปได้ต่างมีความสุขราวกับสามารถเดินเหินบนเมฆ เสพสุขไปกับความร่ำรวยได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทว่าพวกนางมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักหากว่าไม่ใช่บุรุษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้านี้ พวกนางไม่มีทางชายตาแล
ตอนนี้เองที่มีเสียงประกาศจากองครักษ์ฝ่ายในดังขึ้น“ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนเสด็จ! องค์รัชทายาทเสด็จ!”
บรรดาสตรีที่เดิมกำลังพูดคุยกันอยู่ เวลานี้ก็พากันทยอยลุกขึ้นหันมองไป
เซียวกุ้ยเฟยเองก็หันหน้าไปมองเช่นกันหัวใจนางเต้นรัวเร็วดั่งกลอง
คนที่นำอยู่ด้านหน้าคือองค์รัชทายาทสวมชุดสีเหลืองปักลายัด้านหลังเป็ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนสวมชุดสีดำปักด้วยด้ายสีทอง
องค์รัชทายาทร่างกายผอมบาง บ่างุ้มไปด้านหน้าไร้ซึ่งสง่าราศี ส่วนท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนนั้นกลับสง่าผ่าเผย ก้าวย่างมั่นคงดูมีราศีมากกว่า
ใบหน้าขององค์รัชทายาทหล่อเหลางดงามมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอด ทั้งยังหันไปขยิบตาหยอกล้อกับบรรดาสตรี
ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนหน้าตาหล่อเหล่าจนยากที่จะเทียบทว่าดวงตากลับมองตรง ใบหน้าแข็งกร้าว ดูแข็งแกร่งกว่าองค์รัชทายาทอยู่หลายส่วนให้กลิ่นอายความเป็บุรุษ ทำให้คนเห็นแล้วยากจะลืม
เมื่อเปรียบเทียบเช่นนี้ ก็สามารถตัดสินได้แล้ว
บรรดาสตรีที่ตอนแรกมอบความหลงใหลแก่องค์รัชทายาทต่างพากันผิดหวังแล้วมองไปทางท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนอย่างพิจารณา พวกนางลอบหวังว่าจะสามารถดึงความสนใจของเขาได้
องค์รัชทายาทไม่เพียงแต่อ่อนแอ เสเพล ทั้งยังขี้ขลาดมีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็คนที่ไม่ได้เื่
ส่วนท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนนั้น ตอนอายุสิบปีก็ติดตามพี่ชายไปรับตำแหน่งอวี้หวางในกรมทหารอายุสิบสี่ทำาจนมีชื่อเสียง อายุสิบแปดบัญชาการทหารสองแสนนายเอาชนะศัตรูที่มีถึงสี่แสนนายพออายุยี่สิบก็เป็ผู้บัญชาการทหารทั้งสามกองทัพ มีผลงานโดดเด่นห้าปีก่อนเขาถูกฮ่องเต้เรียกกลับมาก่อนฮ่องเต้จะแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้เขาเป็ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนด้วยพระองค์เองเขาดูแลทั้งราชสำนัก ตรวจสอบงานอย่างชาญฉลาด ทำงานอย่างขยันขันแข็ง บริหารได้อย่างครอบคลุมถึงขนาดที่หากเขาจะสืบทอดแคว้นเยี่ยนต่อ เชื่อว่าข้าราชบริพารก็ไม่มีทางต่อต้าน
สรุปแล้วก็คือ กระทั่งนิ้วหัวแม่โป้งขององค์รัชทายาทก็ไม่อาจเทียบกับท่านอ๋องได้
เมื่อเป็เช่นนี้ ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนจึงได้รับความหลงใหลจากสตรีทุกคนในงานเลี้ยงั้แ่เริ่มงานกันเลยทีเดียว
เห็นท่าทีที่พากันหลงใหลในตัวท่านอ๋องอย่างหน้าไม่อายของเหล่าสตรีพวกนั้นเซียวกุ้ยเฟยก็โกรธจนกัดฟัน
มู่หรงฉือนั่งอยู่ทางด้านซ้ายของโต๊ะงานเลี้ยงหัวเราะฮี่ๆ พร้อมกล่าวว่า “ทุกท่านไม่ต้องมากพิธี”
มู่หรงอวี้เหมือนจะคุ้นชินกับเื่ทั้งหมดเอ่ยเสียงกังวาน “ฮ่องเต้ร่างกายไม่แข็งแรงงานเลี้ยงวันนี้มีองค์รัชทายาทกับเปิ่นหวางเป็เ้าภาพ องค์รัชทายาทไม่สนใจพิธีการทุกท่านเองก็ไม่ต้องมากพิธี รีบทานรีบดื่มกันเถิด”
จากนั้นงานเลี้ยงก็ได้เริ่มต้นอย่างเป็ทางการ
เซียวกุ้ยเฟยยกจอกสุราขึ้นตรงหน้าเขาซึ่งเขาก็พยักหน้านิ่งแล้วดื่มไปครึ่งจอกเป็มารยาท
ในใจของนางผิดหวังมาก เหตุใดสายตาที่ท่านอ๋องมองมาที่ตนถึงได้เ็าเพียงนี้? หรือว่าวันนี้นางแต่งตัวไม่งามพอ? หรือเมื่อนางอยู่กับแม่นางน้อยเ่าั้แล้วจึงดูแก่ชรา? จะต้องเป็เช่นนี้แน่
พวกสตรีมากเล่ห์พวกนี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง วันฟ้าใสเช่นนี้ พวกนางกลับกล้ามองไปทางท่านอ๋องอย่างไม่ละอายใจ
“องค์รัชทายาทอายุก็ไม่น้อยแล้วจึง้าเลือกชายาสักสองสามคนมาคอยดูแลที่ตำหนักบูรพาเื่นี้ก็เป็ความปรารถนาของฮ่องเต้” ั์ตาดำของมู่หรงอวี้เฉียบแหลม“กุ้ยเฟย เ้ามีความคิดดีๆ อะไรหรือไม่?”
“ท่านอ๋องได้ยินมาว่าบุตรีจากตระกูลที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองหลวงล้วนเป็คนมากความสามารถทั้งสิ้นมิสู้ให้พวกนางแสดงความสามารถออกมา แล้วให้องค์รัชทายาทเลือกดีหรือไม่” เซียวกุ้ยเฟยยิ้มน้อยๆ อย่างงดงาม
“เป็ความคิดที่ดี”
“เช่นนั้นก็เริ่มที่คุณหนูสกุลกงสกุลหยาง สกุลถังและสกุลฟางเถิด” นางพูดเสียงออดอ้อน แสดงเสน่ห์ของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่
มู่หรงอวี้มองไปทางฮูหยินกับบุตรสาวของตระกูลใหญ่ทั้งสี่ดวงตาเฉียบคมจ้องไปยังพวกนางจนเริ่มนั่งกันไม่สงบ
มู่หรงฉือปรบมือ หัวเราะด้วยความตื่นเต้น “จะเลือกชายาให้เปิ่นกงหรือ? ดียิ่ง! ไม่จำเป็ต้องแสดงความสามารถ พวกเ้ามาหาเปิ่นกงตรงนี้ดูแลเปิ่นกงดื่มสุรา หากเปิ่นกงรู้สึกว่าคนไหนถูกใจที่สุดก็จะเลือกนางผู้นั้น”
ดวงหน้าหล่อเหลาของมู่หรงอวี้ดำทะมึน สายตาเ็า
ความจริงแล้วเขารู้ว่าองค์รัชทายาทจงใจนี่เป็กลยุทธ์ที่ให้เขารับมือ
ฮูหยินกับคุณหนูเ่าั้ต่างมองหน้ากันไปมาบางคนก็ก้มหน้าลง บางคนแค่นเสียงหัวเราะหึ บางคนก็หน้าแดง
องค์รัชทายาทช่างหยาบคายและไร้ยางอายไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ ในวังหลวง นิสัยเดียวกับฝ่าาอย่างกับถอดออกมา
มู่หรงฉือยกยิ้มร้าย “พวกเ้าดื่มกันให้หมดสิดื่มด้วยกันถึงจะสนุก”
“เตี้ยนเซี่ย!” มู่หรงอวี้พูดเสียงดุ ไม่ได้หันหน้าไปมองคนข้างกาย “อย่าก่อเื่!”
“เปิ่นกงไม่ได้ก่อเื่เสียหน่อย ท่านจะให้เปิ่นกงเลือกไม่ใช่หรือ?” นางพูดอย่างน้อยใจเยี่ยงคนใสซื่อ “ก็ได้ เปิ่นกงไม่ให้พวกนางมาดูแลแล้ว”
พูดจบนางก็ผุดลุกขึ้น เดินลงจากแท่นที่นั่งลงมายืนตรงกลางดวงตาพราวระยับ “แม่นางทุกท่านงดงามราวดอกไม้ราวหยกทั้งหน้าตาและมารยาทล้วนดีไปหมดเสียทุกอย่าง เปิ่นกงไม่รู้ว่าควรจะเลือกอย่างไร พวกเ้าเข้ามาใกล้ๆให้เปิ่นกงดูดีๆ เสียหน่อย”
ภายใต้การจับตามองของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนสตรีเ่าั้แม้ไม่พอใจแต่ก็ต้องเดินเข้าไปอย่างไม่ยินยอม
มู่หรงฉือหรี่ตามองพวกนางแสดงท่าทางเหมือนน้ำลายจะไหลออกมา
ยิ่งเห็นเช่นนี้ พวกนางต่างพากันถอยกรูดออกไป อดมองหน้ากันไปมาไม่ได้ องค์รัชทายาทเป็เช่นนี้ใครอยากแต่งงานด้วยเล่า?
ทันใดนั้นมู่หรงฉือก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากด้านในเสื้อเอามาปิดที่ตาของตัวเอง “เปิ่นกงคิดวิธีที่ดีมากขึ้นมาได้วิธีหนึ่งพวกเ้าจงยืนอยู่ตรงนี้ ห้ามเดินไปไหน หากเปิ่นกงจับตัวคนไหนได้คนนั้นจะต้องแต่งให้กับเปิ่นกง”
สตรีเ่าั้ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ก็ไร้น้ำตาดวงหน้าหมดอาลัยตายอยาก
์โปรดเมตตา องค์รัชทายาทผู้นี้จะทำเป็เล่นเกินไปแล้ว! หากพวกนางจะต้องแต่งงานกับองค์รัชทายาทที่เหลวไหลเช่นนี้พวกนางยอมตายยังจะดีเสียกว่า
คิ้วเรียวของมู่หรงอวี้กระตุก ดวงตาดุดัน เตี้ยนเซี่ยเ้านี่ช่างสร้างเื่เก่งจริงๆ
ไม่เพียงแต่พวกนางไม่อยากแต่ง บิดามารดาของพวกนางเองก็คงไม่หวังจะได้องค์รัชทายาทที่เป็เช่นนี้มาเป็บุตรเขย
การกระทำเช่นนี้เกินไปแล้วจริงๆ!
เชิงอรรถ
[1] หมี่ คือเมตร
[2] ยามโหย่ว (酉时) คือเวลา 17.00 น.–19.00 น.
[3] 國公 “กั๋วกง” ตำแหน่งบรรดาศักดิ์สำหรับเชื้อพระวงศ์ชาย ขั้น 1 ชั้นรอง กั๋วกงเป็ตำแหน่งเริ่มต้นสำหรับพระโอรสในองค์จักรพรรดิทุกพระองค์หากมีผลงานก็สามารถเลื่อนขั้นขึ้นเป็จวิ้นอ๋องและเป็อ๋องได้ตามลำดับ