บทที่ 27 ฮ่องเต้รับสั่งให้เข้าเฝ้า
“เช่นนั้นเป็ธรรมดา เขาคือพี่ข้า ข้าจะทำให้เขาผิดหวังมิได้!” เฉินเสวียนกำจี้หยกในมือแน่น กล่าวด้วยความแน่วแน่
“ฮึ่ม เ้าเด็กน้อย ครั้งก่อนเ้าถูกซ้อมปางตายก็ไม่ยอมให้ข้าเป็นาย บัดนี้เพียงเพื่อช่วยพี่ชายฝ่าวิกฤต เ้ากลับยอมง่ายดายเช่นนี้รึ?” เสียงสตรีเย้ยหยันดังออกมาจากจี้หยกรูปเจดีย์
“หึ พี่ข้าไปล่วงเกินตระกูลจากแดนศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ยังมีราชวงศ์ต้าโจวอีก... สิ่งที่ข้าทำได้ เพียงแค่ไม่ให้เขามีความกังวลใจอีกต่อไป!” เฉินเสวียนกล่าว ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ก่อนจะหันหลังหายไปในความมืด
หลังจากเฉินฉางอันกลับถึงห้อง ก็เริ่มฝึกฝนทันที เขาใช้โลงศพบรรจุเทพหลอมรวมศิลาจิติญญา ดูดซับพลังิญญาภายในออกมา
นี่ช่างเป็สิ่งล้ำค่าที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องอิจฉา!
คนทั่วไปฝึกตน ล้วนใช้ลมปราณจากศิลาิญญาที่ไหลเวียนในร่างกาย สู่ขุมพลังตันเถียน กระบวนการนี้แสนเชื่องช้า เสียเวลา และสูญเสียมากนัก!
แต่เฉินฉางอัน ผู้นี้หาได้เหมือนผู้ใดไม่ เพียงวางศิลาิญญาลงในโลงศพบรรจุเทพ ก็ได้รับพลังปราณบริสุทธิ์ไร้ที่ติ!
จากนั้น พลังปราณเ่าั้ก็ถูกดูดซับเข้าสู่ขุมพลังตันเถียนและเส้นลมปราณทั่วร่าง หล่อหลอมกายหยาบของเขาให้แข็งแกร่ง
เพียงสามวันผ่านไป พลังฝึกปรือของเขาก็ก้าวสู่ขั้น์ระดับแปด!
"ศิลาิญญาหลายหมื่นเพิ่มพลังได้เพียงขั้นเดียว!" เฉินฉางอันพึมพำเบา ๆ สีหน้าไม่สบอารมณ์
"เ้าหนู เมื่อพลังปราณเ้าสูงขึ้น ย่อมต้องใช้พลังปราณมากขึ้นเป็ธรรมดา คิดว่ายังเป็เช่นตอนเริ่มต้นหรือ ใช้ศิลาิญญาหลายล้าน ก็เพิ่มพลังได้ยี่สิบขั้นกระนั้นหรือ"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของท่านโลงศพดังมาจากแขนเสื้อ
"แท้จริงแล้ว!"
เฉินฉางอันสงบสติ ระงับอารมณ์ผิดหวังลง สามวันเลื่อนระดับได้เช่นนี้ ความเร็วเช่นนี้ก็นับว่าน่าตกตะลึงยิ่งนัก
จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้อง
"คุณชายใหญ่ ฝ่าามีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าที่วังหลวงขอรับ"
บ่าวรับใช้คนหนึ่งรีบร้อนเข้ามารายงาน
เฉินฉางอันตาหรี่ลง "ฮ่องเต้เฒ่านั้น้าพบข้า?"
"ขอรับ คุณชายใหญ่"
บ่าวรับใช้หดคอลง พลางนึกในใจว่า คุณชายใหญ่ช่างกล้าหาญนัก ในต้าโจวทั้งหมด คงมีเพียงคุณชายใหญ่เท่านั้นที่กล้าเรียกองค์จักรพรรดิต้าโจวเยี่ยงนี้!
"เช่นนั้น กินอาหารเช้าก่อน ค่อยไปพบเขา"
เฉินฉางอันบิดี้เี เดินไปที่ห้องรับประทานอาหารของตระกูลเฉิน หลังจากรับประทานอาหารเช้ากับเฉินเสวียนทงและคนอื่น ๆ แล้ว เขาก็เดินออกจากจวนเฉินอย่างเชื่องช้า
เมื่อเฉินฉางอันออกจากจวนแล้ว ก็พบว่ามีสองบุคคลรออยู่ที่หน้าประตู
นั่นคือ จีิเยว่และตวนมู่ฉางแห่งสำนักต้าโจว!
“ท่านเ้าสำนัก องค์หญิงิเยว่ เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ที่นี่”
เฉินฉางอันเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าได้ยินว่าท่านฝึกฝนเสร็จสิ้นแล้ว จึงมากับองค์หญิงเพื่อมารับคุณชายเฉิน ฝ่าามีรับสั่ง”
เ้าสำนักตวนมู่ฉางกล่าวอย่างสุภาพ แม้แต่คำเรียกขานก็เปลี่ยนเป็คุณชายเฉิน
เขารู้สึกกดดันราวกับูเากดทับจากผู้าุโทั้งเก้าของตระกูลเฉิน
ไม่นึกเลยว่า บนตัวของเฉินฉางอันจะมีแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้!
ตระกูลเฉินนี้ เป็ตระกูลแบบใดกันแน่!
สำหรับแคว้นต้าโจวแล้ว นี่ไม่รู้ว่าจะเป็โชคหรือเคราะห์!
ตวนมู่ฉางครุ่นคิดด้วยความทอดถอนใจ
จีิเยว่ที่กำลังมองเฉินฉางอันด้วยแววตาน้อยใจ
เพราะเฉินฉางอันปฏิเสธงานอภิเษกสมรส!
เหตุใดเขาจึงปฏิเสธเล่า?
หรือว่า… เขากลัวว่านางจะเคียดแค้นที่เขาฆ่าพี่ของนาง?
ภายในใจของนางสับสนอลหม่าน
เฉินฉางอันมองทั้งสองพลางยิ้มบาง ๆ "เช่นนั้นก็ไปกันเถิด"
"เอ่อ… เชิญท่านขอรับ คุณชายเฉิน เชิญทางนี้"
ตวนมู่ฉางรีบชี้นิ้วไปที่รถม้าอันหรูหราที่ลากโดยสัตว์อสูร แล้วพยายามฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยน
เฉินฉางอันปรายตามองจีิเยว่ที่กำลังสับสน จากนั้นจึงก้าวขึ้นรถม้าไป
"ไปกันเถิด องค์หญิง" ตวนมู่ฉางเอ่ยกับจีิเยว่ด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"อะ... เอ่อ" จีิเยว่ดูราวกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใบหน้าซีดเซียวไร้ิญญา
"เฮ้อ! โชคชะตาช่างเล่นตลก!" ตวนมู่ฉางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพากันขึ้นรถม้า
ขบวนมุ่งหน้าสู่พระราชวัง
พระราชวังนั้นช่างหรูหราโอ่อ่า ยิ่งใหญ่ตระการตา สมกับเป็ศูนย์รวมแห่งพระบารมีแห่งราชวงศ์
ไม่นานนัก เฉินฉางอันก็ได้เข้าเฝ้าจีเวิ่นเทียน จักรพรรดิแห่งแคว้นต้าโจว!
"ฉางอัน เ้ามาแล้ว" จีเวิ่นเทียนที่ยืนอยู่กลางตำหนัก ฉลองพระองค์และมงกุฎล้วนเป็สีเหลืองทอง ใบหน้าดูซีดเซียวเล็กน้อย
แต่แววตากลับทรงอำนาจ เปี่ยมล้นด้วยความองอาจ
สายตาของเขาจับจ้องไปที่เฉินฉางอัน ผู้สวมชุดยาวสีขาว บุคลิกสง่างาม ผึ่งผาย ดวงตาคู่นั้นฉายแววอ่อนโยน
"คารวะฝ่าา" เฉินฉางอันก้าวเท้าไปเบื้องหน้า ค้อมศีรษะแสดงความเคารพ ไม่ยโสโอหัง
"อืม" จีเวิ่นเทียนครางรับ สีหน้าเผยความห่วงใย "ฉางอัน ปีนี้เ้าลำบากมากแล้ว พวกเราตระกูลจีเป็หนี้เ้า"
"ล้วนเป็ความผิดของบุตรชายคนรองของข้าเอง ที่บังอาจ่ชิงสายเืของเ้า!"
"เ้าสังหารเขาไป ก็ถือว่าเขาได้รับผลกรรมแล้ว อย่าเก็บมาใส่ใจเลย!"
“มิต้องกดดันไป บุตรสาวของข้านั้นก็หมายปองเ้าอยู่ เหตุใดเ้าจึงปฏิเสธการประทานสมรสจากข้าเล่า”
“เ้าจงวางใจ การนี้จะมิส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเ้าทั้งสองในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน”
จีเวิ่นเทียนกล่าววาจาด้วยหวังดี ปรารถนาให้เฉินฉางอันและบุตรสาวของตนได้ครองคู่กัน
เมื่อได้ยินถึงเื่การแต่งงานของตน จีิเยว่ก็ก้มหน้าลงอย่างช่วยไม่ได้ แอบชำเลืองมองเฉินฉางอันด้วยหัวใจที่สับสนอลหม่าน
นางมีใจให้เฉินฉางอัน... ทว่าจีชางไห่ที่เป็พี่ชายของนาง กลับ่ชิงสายเืของเฉินฉางอันไป... แล้วเฉินฉางอันก็สังหารพี่ชายของนาง... เื่ราวช่างสับสนวุ่นวายยิ่งนัก!
เฉินฉางอันแย้มยิ้ม ก่อนประสานมือคำนับ "ฝ่ายกระหม่อมเพิ่งถอนการหมั้นหมายไป ไม่อยากเร่งรีบเื่นี้ในตอนนี้ขอรับ..."
กล่าวถึงตรงนี้ เฉินฉางอันก็หัวเราะเบา ๆ
“เช่นนั้นรึ ก็จริงของเ้า เพิ่งถอนหมั้นกับตระกูลกู้ไปไม่นาน เื่นี้ค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน” จีเวิ่นเทียนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนจะโล่งใจ
เฉินฉางอันไม่ได้ปฏิเสธอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่ายังมีโอกาส
แต่จีิเยว่กลับรู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด
ในขณะนั้นเอง ตวนมู่ฉางก็เอ่ยขึ้นว่า "ฝ่าา ข้าได้ยินมาว่าผู้าุโลำดับที่ห้าของตระกูลเฉินเป็หมอเทวดาที่เก่งกาจยิ่ง และคุณชายเฉินเองก็ได้รับสืบทอดวิชาแพทย์มาไม่น้อย ขอให้คุณชายเฉินตรวจอาการป่วยของฝ่าาดูเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
ได้ยินดังนั้น จีิเยว่ก็รีบเงยหน้าขึ้นอย่างร้อนใจ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเฉินฉางอันแล้วเอ่ยว่า "ท่านพี่ฉางอัน ท่านพอจะช่วยดูอาการท่านพ่อให้ข้าได้หรือไม่"
เฉินฉางอันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง "ย่อมได้"
ว่าแล้ว เขาก็มองไปยังจีเวิ่นเทียนแล้วกล่าวว่า "ฝ่าา ขอท่านถอดเสื้อออกเสียก่อน"
"ฮ่า ๆ ๆ ได้สิ!" จีเวิ่นเทียนตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล จากนั้นก็ถอดเสื้อออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ
บริเวณหน้าอกของเขามีรอยฝ่ามือสีดำปรากฏอยู่ และยังมีแสงสีทองส่องประกายจาง ๆ รอบ ๆ อีกด้วย!
เฉินฉางอันจ้องมองรอยฝ่ามือนั้น ดวงตาของเขาหรี่ลงทันที "นี่มัน... ฝ่ามือของจอมยุทธ์ขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!"
สิ้นคำ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันตื่นตะลึง!