“บางครั้ง เมืองที่สว่างที่สุด อาจเงียบที่สุดเมื่อไม่มีใครรอเราอยู่”
โซลเช้าวันนี้ถูกหมอกปกคลุมจนตึกสูงดูรางเลือน
เหมือนเมืองกำลังหลบสายตาจากเื่ที่คนทั้งประเทศกำลังพูดถึง—เื่ของเขาและเธอ
หน้าตึก KJ Tower เงียบผิดปกติ
นักข่าวหายไปแล้ว แต่รปภ.เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม
พนักงานเดินเข้าอาคารโดยไม่กล้ามองกันนาน
ความตึงเครียดลอยในอากาศเหมือนฝุ่นหนา
ในลิฟต์กระจก
จีฮุนมองตัวเลขชั้นเพิ่มขึ้นทีละชั้น ขณะสูดลมหายใจลึก
เขารู้ว่าวันนี้จะไม่ง่าย
เพราะ “มติปลด CEO ชั่วคราว”
ถูกกำหนดเป็วาระเร่งด่วนของการประชุมบอร์ด
ลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 25
เขาเดินไปหยุดหน้าห้องทำงานประธาน
เคาะประตูเบา ๆ
“ท่านประธานครับ… ประชุมจะเริ่มอีกสิบห้านาที”
ความเงียบกินเวลานานกว่าเดิม
จนกระทั่งเสียงเลื่อนเก้าอี้ดังจากด้านใน
ประตูเปิด
คังแทจุนยืนอยู่—ใบหน้าอ่อนล้าแต่ดวงตาคมยังเหมือนเดิม
เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีเนกไท
เหมือนคนที่ไม่อยากเสียเวลาไปแต่งภาพลักษณ์อีกต่อไป
“ไปกันเถอะ” เขาพูดสั้น ๆ
และทั้งคู่เดินไปยังห้องประชุมบอร์ด
เหมือนเดินเข้าสู่พายุลูกใหม่ที่ไม่มีใครบอกว่าจะจบอย่างไร
ประตูบานหนักถูกปิด
ห้องประชุมเงียบจนได้ยินเสียงหายใจของทุกคน
คณะกรรมการบริหารสิบกว่าคนนั่งเรียงยาว
สายตาบางคู่คล้ายรอวันนี้มานาน
บางคู่หลบเลี่ยง
บางคู่เต็มไปด้วยความผิดหวังที่ไม่ปิดบัง
ที่มุมห้อง
ชเวยุนอา นั่งนิ่งในชุดสูทสีเทาเข้ม
ริมฝีปากแดงของเธอแต้มรอยยิ้มบาง ๆ ที่อ่านไม่ออกว่าเยาะ หรือเจ็บ
ประธานบอร์ดเริ่มประชุม
“วันนี้เราจะประชุมเกี่ยวกับตำแหน่งของคุณคังแทจุน หลังเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบต่อบริษัทอย่างรุนแรง”
เสียงพึมพำดังอย่างระวังตัว
ทุกคนจำภาพแถลงข่าวของเขาได้ดี
และจำได้ว่าตลาดหุ้นตกทันทีหลังจากนั้น
กรรมการคนหนึ่งยกเอกสารขึ้น
“ความเชื่อมั่นลดลงมาก นักลงทุนหลายประเทศเริ่มตั้งคำถามเื่ความเสถียรของบริษัท”
อีกคนเสริม
“และกรณีความสัมพันธ์กับเด็กฝึกงาน ทำให้พนักงานกังวลเื่ความเป็ธรรมในองค์กร”
แทจุนไม่โต้
เขาฟังอย่างสงบ แต่ดวงตาค่อย ๆ แข็งขึ้น
เพราะคำว่า “เด็กฝึกงาน” นี้—
กำลังทำร้ายใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่ออธิบายตัวเอง
เขาพูดเสียงเรียบ
“ผมยืนยันอีกครั้งว่าเธอไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผม ไม่ได้้าตำแหน่งใด และไม่เกี่ยวข้องกับเื่แบบแปลนรั่วไหล—”
เสียงหนึ่งตัดขึ้นกลางอากาศ
เย็น
คม
เหมือนมีด
“แต่คุณเกี่ยว”
เป็เสียงของยุนอา
เธอพิงหลังกับเก้าอี้ มองตรงมาที่เขา
ดวงตาเต็มไปด้วยสิ่งที่เรียบเฉย แต่เจ็บลึกกว่าที่ใครมองเห็น
แทจุนกำมือแน่น
“ยุนอา… นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเื่—”
“ฉันรู้จักคุณดีที่สุด” เธอสวนทันที
“และรู้ดีว่าคุณพร้อมจะเสียอะไร ถ้าเป็เื่ความรู้สึก”
เสียงในห้องเงียบกริบ
เหมือนทุกคนถูกบังคับให้ฟังอดีตของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้มาก่อน
ยุนอาโน้มตัวเล็กน้อย
“คุณทิ้งฉันเพราะงาน คุณเลือกรักษาตำแหน่งมากกว่าความรู้สึกของฉัน… ฉันก็ยอมรับ แต่ตอนนี้ คุณเลือกผู้หญิงอีกคนจนตัวเองต้องพังเหมือนกัน”
เธอยกยิ้มบาง
เ็ปมากกว่าโกรธ
“ความรักของคุณ…ไม่เคยช่วยใครได้เลย แค่ทำลายทั้งคุณและเธอ”
คำพูดนั้นแทงทะลุอก
และเขารู้ว่าเธอไม่ได้พูดด้วยความแค้น
แต่ความปวดร้าวที่ยังค้างอยู่
ประธานบอร์ดเคาะโต๊ะ
“พอ ทุกคนมากันเพื่อประชุมเื่บริษัท ไม่ใช่เื่ส่วนตัว”
เขามองรอบห้อง
“ขอให้ลงมติ”
และในนาทีที่เงียบที่สุด—
เสียงลงคะแนนดังขึ้นทีละคน
ทีละเสียง
เหมือนค้อนตอกตะปูลงโลงทีละตัว
สุดท้าย
ประธานประกาศด้วยเสียงหนักแน่น
“เสียงส่วนใหญ่ลงมติให้คุณคังแทจุน
พ้นตำแหน่ง CEO ชั่วคราว
จนกว่าจะมีประกาศใหม่”
ไม่มีเสียงดีใจ ไม่มีเสียงโวย
มีเพียงเสียงเก้าอี้เลื่อนเบา ๆ
คนส่วนใหญ่ลุกออกจากห้องอย่างหลีกเลี่ยงสายตาเขา
ยุนอาลุกเช่นกัน
หยุดใกล้เขาเพียงครึ่งก้าว
กระซิบแทบไม่เป็เสียง
“หวังว่า…สักวันคุณจะรู้ว่าใครที่คุณควรเลือกมาั้แ่แรก”
เธอเดินออก
ทิ้งเขาไว้ในห้องประชุมที่ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
ชั้น 25 เงียบกว่าที่เคย
เหมือนตึกทั้งหลังรู้ว่าเ้าของมันกำลังจะไม่อยู่
แทจุนกลับเข้ามาในห้องทำงานที่เขาใช้มาหลายปี
ไฟสีขาวสลัว สะท้อนบนโต๊ะว่างเปล่า
บนโต๊ะมีเพียงกล่องกระดาษใบหนึ่ง
และ— กระดาษสเก็ตช์ของมินอา
ที่เธอเคยลืมไว้ตอนซ้อมนำเสนอครั้งแรก
เขาหยิบขึ้นมาดู
ลายเส้นดินสอเรียบง่าย
เป็ภาพแสงบนสวนดาดฟ้า
ภาพที่เธอบอกว่า “อยากให้คนในเมืองรู้สึกไม่โดดเดี่ยว”
มือเขาสั่น
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะรู้ว่า—
เธอคือคนเดียวที่ไม่ควรถูกลากลงไปในเื่ทั้งหมดนี้
เขาก้มหน้าพึมพำ
เสียงเบามากจนแทบไม่เหมือนเสียงของผู้ชายที่เด็ดขาดที่สุดคนหนึ่งในประเทศ
“มินอา… เธออยู่ไหน”
เมืองชายทะเลทางใต้
ลมทะเลพัดกลิ่นเกลือเข้ามาทางหน้าต่างชั้นสองของร้านดอกไม้เก่า
มินอาตื่นขึ้นด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่ง
ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือน
ไม่ใช่เสียงข่าววิจารณ์
และไม่ใช่เสียงหัวใจของเขาที่เธอเคยคุ้น
เธอใช้ชีวิตเรียบง่าย
จัดดอกไม้
วาดป้ายร้าน
ช่วยหญิงชราที่ไม่ถามอะไรเกินจำเป็
“หนูยังฝันถึงเมืองเก่าใช่ไหม” ซูคยองถามขณะวางดอกไฮเดรนเยียลงแจกัน
มินอายิ้มอ่อน
“ค่ะ…แต่ฉันไม่แน่ใจว่าฉันคิดถึง ‘เมือง’ หรือ ‘ใครบางคน’ กันแน่”
หญิงชราไม่ได้ซักต่อ
เพียงยื่นกรรไกรให้เธอ
“เวลาหนีจากอะไรสักอย่าง ให้มือตั้งมั่นก่อน หัวใจจะค่อยตามทัน”
คำพูดนั้นเรียบง่าย
แต่กลับเจ็บกว่าข่าวทุกข่าวที่เธอเคยอ่าน
คืนนั้น
เธอเปิดโทรศัพท์ที่ปิดมาหนึ่งสัปดาห์
เชื่อมต่อไวไฟร้านใกล้ ๆ
เลื่อนหาข่าว KJ อย่างระวังเหมือนคนกลัวไฟ
และเธอก็เห็น—
“คังแทจุนพ้นตำแหน่ง CEO ชั่วคราว”
ภาพเขาเดินออกจากห้องประชุม
ถือกล่องของตัวเอง
ใบหน้าไม่แสดงสีหน้า
แต่ดวงตาดู…ว่างเปล่าอย่างที่เธอไม่เคยเห็น
มือมินอาชา
โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ
“คุณ…เสียเพราะฉันจริง ๆ ด้วย”
เธอปิดหน้า
ปล่อยน้ำตาไหลลงบนข้อมือ
เสียงคลื่นนอกหน้าต่างไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่หักลงกลางอกได้เลย
คืนนั้น
ใน KJ Tower
ไฟห้องหนึ่งยังสว่าง
ยูอินซอก นั่งอยู่ในความมืด
บนโต๊ะมีเอกสารโครงการใหม่ที่พร้อมจะเบียด KJ ออกจากตลาด
เขาจิบไวน์ช้า ๆ
ดวงตาเย็นเฉียบ
ยุนอาเดินเข้ามา
สีหน้าอ่านไม่ได้ว่าเสียใจหรือสะใจ
“มติออกแล้วใช่ไหม”
“อืม” อินซอกตอบ
“ตอนนี้เขาไม่มีอำนาจอะไรเหลือแล้ว”
ยุนอาหัวเราะเบา ๆ
เสียงนั้นปนปวดแบบคนที่ไม่อยากจำแต่จำตลอดมา
“หวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะหายไปนาน ๆ …ถ้าเธอกลับมา ทุกอย่างต้องยุ่งอีกแน่”
อินซอกยิ้ม
“ไม่ต้องห่วง เธอจะกลับมา—ถ้าเรา้าให้กลับ”
ยุนอาหันไปมองเขา
แววตาที่เคยอ่อนลงเพราะความรัก
วันนี้กลายเป็ความแค้นที่เก็บไว้นานเกินไป
“งั้นก็เริ่มต้นได้แล้ว… ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นใหม่ทัน”
ไฟในห้องดับลง
เหลือเพียงเงาของสองคน
ซ้อนทับกันเหมือนเงาที่ยาวขึ้นเมื่อแสงกำลังจะหายไปจากเมืองนี้
ทั้งหมดนี้
นำไปสู่ตอนต่อไป—