ตอนที่ 9
ปัญหาเริ่มก่อตัว
“นายตองแปง ก็มัวแต่แอบมองครูคนสวยอยู่นั่นแหละ จนป่านนี้แล้วนายตองแปงยังเข้าไม่ถึงตัวครูคนสวยเลย” ไอ้คำพูดด้วยความเป็ห่วง เพราะกลัวเ้านายของมันจะผิดหวังในรักแรกของตองแปง
ท่าทีของตองแปงกำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง อารมณ์พลุ่งพล่านเดินวนไปวนมาสับสนในความคิด ว่าเขาจะต้องจัดการเื่อะไรก่อนดี
“ไอ้คำจนป่านนี้แล้ว ข้าก็ยังหาโอกาสที่จะเข้าใกล้ตัวของแม่ครูคนงามไม่ได้เลย ก็ไอ้มารตัวนั้นมันเข้ามาขัดขวางข้าเสียทุกครั้งไป พอข้าจะมีโอกาสได้เข้าไปใกล้ชิดแม่ครูคนงามทีไร ไอ้หมอนั่นมาขวางทางข้าเสียทุกครั้งไป” ตองแปงแสดงความหงุดหงิดออกมาทางน้ำเสียงอย่างเห็นได้ชัด ว่าเขานั้นไม่พอใจและมีความเกลียดชังไอ้หมอนั่นอย่างมาก
“ก็นายตองแปงมัวแต่ชักช้าใจเย็นอยู่ได้ ผมบอกนายหลายครั้งแล้วว่าให้นายตองแปงรีบกำจัดไอ้หมอนั่นเสียทีจะได้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย นายตองแปงจะได้หมดเสี้ยนหนามมารหัวใจเสียที เส้นทางความรักของนายตองแปงจะได้สะดวกโยธินขึ้นโดยไม่มีไอ้หมอนั่นมาเป็มารหัวใจอีก นายตองแปงก็ไม่เชื่อไอ้คำเลย แล้วเื่ที่นายลีซอเรียกให้นายตองแปงไปพบ นายลีซอว่าอย่างไรบ้างครับนายตองแปง” ไอ้คำถือโอกาสถามคำถามทั้งสองคำถาม ในคราวเดียวกันเสียเลย
“ใครว่าข้าใจเย็นอยู่ว่ะ ข้าก็กำลังหาทางกำจัดไอ้มารตัวนี้อยู่อย่างเต็มกำลังของข้าแล้ว แต่มันก็ไม่มีโอกาสงาม ๆ สักที ข้าไปที่บ้านพักของมันมาแล้ว” ตองแปงตอบห้วน ๆ ท่าทางครุ่นคิดอย่างหนักอกหนักใจ
“แล้วนายเจอมันไหม” ไอ้คำถามเพราะความอยากรู้อยากเห็น
“เจอ” ตองแปงกระชากเสียงห้วนตอบกลับไอ้คำไป
“แล้วไอ้หมอนั่นว่าอย่างไรบ้างล่ะครับนาย”
“ข้ายังไม่ทันได้คุยอะไรกับมันเลย”
“อ้าว! แล้วนายตองแปง ทำไมไม่พูดกับมันให้มันรู้เื่รู้ราวไปเสียเลยละ นายตองแปง” ไอ้คำถามอย่างสงสัย
“ไอ้นี่โว้ย! ซักไซ้ไร้เรียงอยู่ได้ ข้าซักจะรำคาญแล้วน่ะโว้ย” ตองแปงขึ้นเสียงอย่างคนหัวเสียปนความรำคาญ
“มึงรู้ไหมพวกมันกำลังวุ่นวายกันอยู่เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันวุ่นวายเกี่ยวกับเื่ดูมันหน้าเคร่งเครียดมาก ส่วนนายลีซอก็กำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกับเราเหมือนกัน งานทุกอย่างก็เลยต้องหยุดชะงักเอาไว้ก่อน ข้าคิดว่าถ้าข้ามีโอกาสเหมาะ ๆ เมื่อไรข้าจะจัดการกับมันทันทีข้าคงจะต้องหาโอกาสงาม ๆ เพื่อจะจัดการมันให้สำเร็จให้ได้” ตองแปง
บอกไอ้คำ
“แล้วเมื่อไรละนายตองแปง” ไอ้คำถามต่อ
“ข้าไม่รู้โว้ย!” ตองแปงบอกอย่างหัวเสีย
ไอ้คำเห็นตองแปงเสียงดังด้วยความรำคาญและหัวเสียอย่างมาก มันจึงเปลี่ยนเื่คุยทันที
“แล้วเื่ของนายลีซอละครับ” ไอ้คำอยากรู้ต่อ
“ส่วนเื่ที่นายลีซอเรียกข้าเข้าไปพบ ข้าก็กลุ้มใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน นายลีซอบอกข้าว่าตอนนี้ต้องซา ๆ เื่ส่งของลงไปก่อน เพราะถูกรบกวนจากตำรวจตระเวนชายแดนอย่างหนัก งานเลยต้องหยุดชะงักเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งจากนายลีซออีกที” ตองแปงอธิบายให้ไอ้คำสมุนคู่ใจ ได้รับรู้ถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
**********
“ผู้กองครับ ตอนนี้พวกมันก่อปัญหาหนักข้อขึ้นทุก ๆ วันเลยครับ” ลูกน้องคนหนึ่งรายงานให้ปัฐพีทราบ
“ผมก็ได้ข่าวมาแบบนี้เหมือนกัน ว่าพวกนี้นับวันจะหนักข้อมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เกินความสามารถที่เราจะควบคุมได้ เพราะเรายังให้ ต.ช.ด. คอยลาดตระเวนและตรวจตรา พร้อมกับตรึงกำลังแถวแนวบริเวณชายแดน ที่มีปัญหาและมีอัตราความเสี่ยงสูง” ปัฐพีบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็ปกติ แต่ในใจนั้นก็หนักใจอย่างมากอยู่เหมือนกัน
“พรุ่งนี้คุณช่วยเตรียมกำลังพลให้ผมสัก 5-6 คน ผมจะออกลาดตระเวนทางทิศใต้สักหน่อยแล้วผมจะเลยไปตรวจตรา ดูความเรียบร้อยที่ฐานสักหน่อย”ปัฐพีบอกกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
“ครับผม” ผู้ใต้บังคับบัญชารับคำ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแล้วจึงเดินออกจากโต๊ะทำงานของปัฐพีไปเมื่อรับคำสั่งแล้ว
**********
“หายหน้าหายตา ไปเสียหลายวันเชียวนะคุณปัฐ” เยาวลักษณ์เอ่ยทักทันทีเมื่อปัฐพีเดินตรงเข้ามาหาเธอ
ปัฐพียิ้มกว้างให้เยาวลักษณ์ ก่อนแล้วจึงบอกสาเหตุให้เยาวลักษณ์รู้ว่าเขาหายหน้าหายตาไปไหนเสียหลายวัน
“ผมออกลาดตระเวนชายแดนมาครับ คุณเยาว์”
“เป็อย่างไรบ้างคะ สถานการณ์ชายแดนตอนนี้” เยาวลักษณ์ถาม
“ยังไม่มีอะไรรุนแรงมากนัก ยังพอควบคุมได้อยู่ครับ” ปัฐพีตอบเลี่ยง ๆ แต่ถ้าเยาวลักษณ์เป็คนช่างสังเกตสักนิด จะเห็นได้ชัดว่าปัฐพีนั้นพูดปด
ปัฐพีมองซ้ายมองขวาไปรอบ ๆ บริเวณโรงเรียน เพื่อมองหาคนที่ตนเอง้าพบเจอด้วยหัวใจที่โหยหาอย่างมาก
“มองหาน้องนวลอยู่ใช่ไหมคะ” เยาวลักษณ์ถาม เมื่อเห็นท่าทางของปัฐพี
“ครับ น้องนวลอยู่ไหนครับ” ปัฐพีถามกลับ
“อยู่ทางโน้นค่ะ” เยาวลักษณ์พูดพร้อมชี้มือไปยังทิศทางที่นวลอยู่
“นั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ” ปัฐพีรีบขอตัวทันที เมื่อรู้ว่านวลอยู่ที่ไหน
“ตามสบายเลยค่ะ ฉันก็ต้องขอตัวด้วยเช่นเดียวกัน”
“สวัสดีครับ” ปัฐพีกล่าวพร้อมยกมือไหว้ ด้วยความขอบคุณอย่างใจจริง เขายืนมองจนเยาวลักษณ์เดินลับสายตาไป
เมื่อปัฐพีเดินมาถึงยังจุดหมายแล้ว เขาเห็นนวลกำลังง่วนอยู่กับการเก็บอุปกรณ์การสอนอยู่ ชายหนุ่มยืนมองอย่างเงียบ ๆ โดยที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว เขายืนมองคนรักของเขาด้วยหัวใจ ที่เต็มไปด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างแรง ด้วยความปวดร้าวหัวใจอย่างหนัก เมื่อเขานึกถึงเื่ของประพาสและปรางค์สุราง จนทุกวันนี้ก็ยังหาทางออกไม่เจอเขาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวอันเป็ที่รักของเขา
“พี่ปัฐ” นวลอุทานด้วยความดีใจ ที่ได้เห็นหน้าคนที่ตนเองรักมายืนอยู่ต่อหน้าต่อตาของเธอ
ปัฐพีสาวเท้าเดินเข้าไปให้ใกล้ตัวของนวลมากยิ่งขึ้น แล้วรวบมือทั้งสองของหญิงสาวไว้ส่งรอยยิ้มอ่อน ๆ ให้กับเธอด้วยความเสน่หา เจือกับความคิดถึงอย่างแรงกล้า ปัฐพีดึงร่างของนวลเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอันอบอุ่นของเขา และ กระชับรัดวงแขนให้แน่นขึ้น ให้สมกับความคิดถึงที่มีต่อเธอ และเพื่อ้าจะถ่ายทอดความรักทั้งหมดที่เขามีให้กับหญิงสาวรับรู้ว่า เขานั้นมีความรักให้เธอมากมายและคิดถึงเธอมากขนาดไหน
นวลรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้ง ที่ได้อยู่ในอ้อมอกและอ้อมกอดของเขา นวลกอดตอบกลับชายหนุ่ม เพื่อแสดงให้เขารู้ด้วยเช่นกันว่าตัวเธอนั้นก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับเขาเหมือนกัน
ชายหนุ่มจำใจคลายอ้อมกอดจากเธอ เปลี่ยนมาดันตัวหญิงสาวออกจากแผ่นอกอันแข็งแรงของเขา หลังจากที่เขาค่อย ๆ คลายอ้อมแขนของเขาแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็การเชยคางของนวลเพื่อให้ขึ้นมาสบตากับเขา ปัฐพีจ้องมองไปที่ดวงตาสวยคู่งามของคนรัก เขาอยากจะจุมพิตริมฝีปากบางเรียวงามสีชมพูนี้เสียเหลือเกิน แต่เขายังไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้นกับนวล
“น้องนวล เสาร์นี้พี่ปัฐจะพาน้องนวล ไปเที่ยวเรือนดอกเสี้ยวของพี่ปัฐ น้องนวลไปได้ไหมครับ” ปัฐพีถาม ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ละสายตาจากวงหน้างดงามของเธอ
นวลยิ้มให้เขา แล้วซบหน้าลงบนแผ่นอกกว้างและอบอุ่นของเขาอีกครั้ง
“ได้ค่ะ” นวลตอบด้วยหัวใจที่มีแต่รอยยิ้มอยู่เต็มทุกห้องใจของเธอ
นวลตอบในขณะที่ดวงหน้าหวานของเธอ ยังคงซบอยู่บนแผ่นอกกว้างอันอบอุ่นของเขาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
ปัฐพีเมื่อได้ยินคำตอบรับของหญิงสาวแล้วเขาโอบกอดเธอด้วยความดีใจอีกครั้งเขาอยากให้เธอได้เห็นเรือนดอกเสี้ยวของเขา ที่เกิดขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรง และเขา้าให้เรือนหลังนี้เป็เรือนรักเรือนหอ สำหรับเขาและคนที่เขารักสุดหัวใจและได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับนวล จนถึงวันที่ต้องจากกันด้วยความตาย แต่ชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาและนวลจะมีวันนั้นได้หรือไม่ เมื่อเขายังมีปัญหาคาราคาซังที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย คิดถึงเื่นี้ทีไรมักทำให้ปัฐพีหมดความสุขเสียทุกครั้งไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
**********
“โอ้โฮ! สองข้างทางสวยจังค่ะพี่ปัฐ เขาเรียกว่าดอกอะไรคะ”นวลอุทานออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ กับภาพความสวยงามที่เธอเห็นอยู่สองข้างทาง
ปัฐพีหันมามองหน้าหญิงคนรัก แล้วอดอมยิ้มเสียมิได้เมื่อได้เห็นกิริยาท่าทีของหญิงสาวอันเป็ที่รัก เขารู้สึกว่าเขามีความสุขเป็อย่างมาก เขาอยากจะหยุดโลกเอาไว้เพียงแค่นี้ อยากให้โลกนี้มีแต่เขาและเธอเพียงเท่านั้น เขาหันหน้ากลับมามองถนนด้านหน้าอีกครั้ง เขามักจะแอบลอบถอนหายใจเบา ๆ อยู่เสมอเมื่อคิดถึงปัญหาที่คาอยู่ในใจ ปัฐพีรีบตัดความหม่นหมองออกจากใจ เขาจะใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่นี้ให้คุ้มค่าที่สุด จะใช้เวลาทั้งหมดกับหญิงอันเป็ที่รักของเขาให้มากที่สุด จะเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างเขากับเธอจนวินาทีสุดท้ายจะมาถึง
“เขาเรียกว่าดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บางจังหวัดเขาจะปลูกเรียงรายไปตามริมทางทั้งสองข้างของถนน เวลามันออกดอกพร้อมกันมันจะกลายเป็อุโมงค์ยาวไปตลอดแนวถนน” ปัฐพีอธิบายด้วยหัวใจอิ่มเอมให้หญิงอันเป็ที่รักของเขาฟัง
“จริงด้วยค่ะพี่ปัฐ เหมือนกับว่าเรากำลังลอดผ่านอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูอย่างพี่ปัฐว่ามาเลยดูแล้วแสนจะโรแมนติก”
นวลจินตนาการไปตามคำบอกเล่าของชายหนุ่ม นวลยังคงตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติอันงดงามของสองข้างทาง ปัฐพีมักจะหันมามองกริยาท่าทางของหญิงสาวด้วยหัวใจอิ่มเอมนี่ถ้าไม่มีเื่ของปรางค์สุราง เขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้
“ยังมีให้น้องนวลตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้อีกครับ” ปัฐพีบอกแล้วขับรถไปอย่างเงียบ ๆ โดยปล่อยให้นวลตื่นตาตื่นใจกับสองข้างทางไปเรื่อย ๆ
“ถึงแล้วครับ” ปัฐพีบอกหญิงสาว ยิ้มอ่อน ๆ ที่มุมปากอย่างอ่อนละมุน
นวลหันมามองหน้าชายหนุ่ม แล้วเอ่ยถามทันทีที่ปัฐพีจอดรถตรงบริเวณจุดชมวิวเรียบร้อยแล้ว
“ที่นี่ที่ไหนคะพี่ปัฐ สวยจังเลยค่ะ สีชมพูไปทั้งูเาเลย” นวลถามอย่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่เบื้องหน้าของเธอ
“ที่นี่นะหรือครับเขาเรียกกันว่า ป่าเมฆครับ” ปัฐพีตอบอย่างมีความสุข เมื่อเห็นท่าทางของนวลตื่นตาตื่นใจกับภาพด้านหน้าอย่างมีความสุข
นวลเปิดประตูรถแล้วเดินไปตรงระเบียงกว้าง ที่ยื่นล้ำออกไปในหุบเขาที่ทางอุทยานทำไว้สำหรับชมธรรมชาติของอุทยาน โดยมีปัฐพีเดินตามหลังมา
“ส่องดูซีครับ” ปัฐพีบอก พร้อมกับยื่นกล้องส่องทางไกลที่ถือติดมือมาด้วยให้หญิงสาว
นวลรับกล้องส่องไกลจากปัฐพี แล้วลองส่องดูตามคำแนะนำของเขา
“อู้ฮู้! สวยจังเลยค่ะพี่ปัฐ เขาเรียกว่าดอกอะไรหรือคะ” นวลถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและกระตือรือร้นด้วยความอยากรู้
“เขาเรียกว่าดอกชมพูภูคาครับ เป็ไม้ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ มักขึ้นอยู่บริเวณป่าดิบที่ระดับความสูง 1,200-1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในไทยจะพบได้ 2 แห่ง คือที่สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่านและอีกแห่งหนึ่งคืออุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน ดอกจะมีสีชมพูหวานคล้ายดอกซากุระ เขาจึงเรียกว่าซากุระเมืองไทย เช่นเดียวกันกับดอกนางพญาเสือโคร่งที่มีสีชมพูคล้าย ๆ กัน เป็พืชที่หายาก 1 ใน 10 ชนิดของโลก และมีที่นี่ทีเดียวคือที่ดอยชมพูภูคา ดอกจะบานเต็มที่ใน่ฤดูหนาว ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมซึ่งเป็่ที่ดอกชมพูภูคาสวยที่สุด ตัวดอกเป็สีชมพู ออกดอกเป็ช่อตามปลายกิ่ง เมื่อดอกบานเต็มที่แล้วจะเบียดกันแน่นจนเป็พุ่มสวย” ปัฐพีอธิบายให้นวลฟังเสียยืดยาว ด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความแช่มชื่นในหัวใจจนลืมเื่ที่คอยรบกวนจิตใจของเขาอยู่เสมอ ๆ
“แล้วที่นี่เรียกว่าอะไรคะ” นวลถาม สายตายังจับจ้องธรรมชาติโดยมองผ่านจากกล้องส่องทางไกลที่อยู่ในมือของเธอ
“อุทยานแห่งชาติภูคา ที่ดอยภูคานี้จะมีเมฆปกคลุมตลอดทั้งฤดูฝนและฤดูหนาว เป็ต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสายเช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่เรายืนอยู่นี้เรียกว่าป่าเมฆครับ” ปัฐพีอธิบายเพิ่มเติม ให้หญิงสาวมีความรู้เพิ่มขึ้น
ปัฐพีปล่อยให้นวลยืนชื่นชมและดื่มด่ำ กับความงามของธรรมชาติสักพักโดยที่ตัวเขาเองยืนมองหญิงสาวอยู่เงียบ ๆ โดยปล่อยให้นวลได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่อยู่ด้านหน้าของเธอ สักพักใหญ่ ๆ จึงออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจเอาไว้เขาขับรถไปตามทางที่คดเคี้ยวของูเา พอความสูงลดระดับลงแล้ว ยิ่งทำให้นวลตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นกับภาพที่ปรากฏอยู่ด้านหน้า เพราะภาพที่เห็นนั้นมันคือเทือกเขาทั้งเทือกพราวไปด้วยดอกไม้สีขาว ซึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ของเทือกเขา
“พี่ปัฐ” นวลเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างตื่นเต้นกับภาพข้างหน้า
ปัฐพีหันมามองหญิงสาว เห็นสีหน้าตื่นเต้นของเธอแล้วอดอมยิ้มไม่ได้
“สวยจังเลยค่ะ เขาเรียกว่าดอกอะไรคะพี่ปัฐ”
ปัฐพีจึงหาที่จอดรถข้างทาง เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้วเขาลงจากรถแล้ว เดินอ้อมรถทางด้านหน้ามาหยุดตรงด้านที่นวลนั่งอยู่ แล้วเปิดประตูรถดึงมือให้นวลลงจากรถแล้วพาเธอเดินเคียงคู่ไปกับเขา ปัฐพีพานวลมาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เขาก้มลงหยิบดอกไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดินมาดอกหนึ่งแล้วยื่นให้นวล นวลยื่นมือไปรับด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขจนล้นหัวใจ
“ดอกอะไรคะ”
ปัฐพีมองวงหน้างดงามแล้วยิ้มกว้างให้อย่างเปิดเผย จนนวลต้องหลบสายตาหวานของเขาอย่างเขินอาย สายตาที่เขาส่งมานั้นหวานฉ่ำเสียเหลือเกิน
“ดอกเสี้ยวจ้ะหรือดอกชงโคป่า” ปัฐพีบอกเสียงหวานใส
สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าอันงดงามของหญิงสาว ปัฐพีก้มเก็บใบไม้ใบหนึ่งขึ้นมาอีกใบหนึ่ง แล้วบอกให้นวลดูใบไม้ที่เขาหยิบขึ้นมา
“น้องนวลดูใบไม้นี่ซี ว่ามันเหมือนอะไร” ปัฐพีถามหญิงสาวอันเป็ที่รัก ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มและอ่อนหวาน
นวลรับใบไม้ที่ปัฐพีส่งมาให้ พิจารณาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“นวลว่ามันเหมือนผีเสื้อค่ะ” นวลพูดขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบไม้ แต่พอนวลเงยหน้าขึ้นมา ก็ประสบกับสายตาของปัฐพีที่กำลังจ้องมองดูเธอด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ถึงกับทำให้เธอเขินอายอีกครั้ง จนทั่วใบหน้าของเธอนั้นถูกแทรกแซงไปด้วยสีแห่งเืฝาดแห่งวัยสาว จนสีหน้าเริ่มเป็สีชมพูละรื้อ
“แต่สำหรับพี่ปัฐแล้ว พี่ว่ามันเหมือนรูปหัวใจ” ปัฐพีก้มหน้ากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มละมุน ที่เต็มไปด้วยความรักความเสน่หาอย่างเต็มเปี่ยมจนล้นดวงใจ
“น้องนวลรู้หรือไม่ ใบไม้รูปหัวใจที่นวลถืออยู่ในมือนั้น เปรียบได้กับหัวใจ
ของพี่ปัฐซึ่งในเวลานี้มันอยู่ในกำมือของน้องนวลแล้ว และลายเส้นนูนคมชัดของมันนั้น เปรียบได้กับความจริงใจที่พี่ปัฐมีให้แก่น้องนวล พี่ปัฐให้น้องนวลช่วยเก็บรักษาดวงใจดวงนี้ของพี่ปัฐไว้ด้วย แม่สาวน้อยริมลำธารของพี่ปัฐ”
ปัฐพีพูดจบรั้งร่างบอบบางของหญิงสาว โอบกอดนวลไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแรงของเขาไว้ ภายในใจของเขานั้นอยากจะปกป้องดูแลหญิงสาวผู้นี้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเขา ใจหนึ่งก็เป็สุขอีกใจหนึ่งก็เป็ทุกข์แสนสาหัส จนไม่รู้จะหาทางออกด้วยวิธีใดถึงจะไม่เกิดผลกระทบต่อจิตใจของทุก ๆ คน