ตอนที่ 143 ความจริงที่เธอไม่เชื่อ
ตอนที่ 143 ร้านอาหารฝรั่งเศส ย่านอาโอยามะ “จองไว้ในชื่อไซโต้ ทาเครุครับว่าแต่ไม่ทราบว่าแขกของผมอีกคนมาหรือยังครับ !!” ไซโต้เดินไปแจ้งชื่อกับพนักงาน “คุณไซโต้ สินะคะส่วนแขกอีกท่านพึ่งมาถึงเมื่อสิบนาทีที่แล้วค่ะตอนนี้รออยู่ที่ห้องที่จองเอาไว้แล้วค่ะ” พนักงานพูดจากนั้นเธอก็พาไซโต้และฮิคาริไปที่ห้องอาหารที่ไซโต้ได้จองเอาไว้ และเมื่อมาถึงห้องอาหารฮิคาริก็เห็นฝรั่งผมทองคนหนึ่งกำลังนั่งรออยู่ภายในห้องซึ่งน่าจะเป็นคุณน้าของไซโต้ซึ่งฮิคาริเองก็จำใบหน้าของเธอคนนี้ไม่ค่อยได้นักเพราะเคยเจอแค่ผ่านๆเมื่อสมัยยังเด็ก “น้าไวโอเล็ตครับผมมาแล้ว” ไซโต้เดินเข้าไปกอดน้าของเขาจากด้านหลัง “มาแล้วเหรอหลานรักนี่น้ารอจนหิวเกือบจะสั่งอะไรมากินก่อนแล้วนะเนี่ย” ไวโอเล็ตน้าของไซโต้บอก “จริงสิน้าครับนี่ฮิคาริ...ทาเคนากะ ฮิคาริครับ !!” ไซโต้แนะนำฮิคาริให้น้าของเขารู้จัก “สวัสดีค่ะหนูทาเคนากะ ฮิคาริ” ฮิคาริกล่าวทักทายน้าของไซโต้ “โอ้ยินดีที่ได้รู้จักฉันชื่อไวโอเล็ต คริมสัน” ไวโอเล็ตน้าของไซโต้พยักหน้าทักทายฮิคาริ “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคริมสัน” ฮิคาริพูด “เรียกน้าไวโอเล็ตเหมือนทาเครุก็ได้นะ” ไวโอเล็ตบอก “ค่ะน้าไวโอเล็ต” ฮิคาริยอมเรียกตามที่เธอต้องการ “ว่าแต่หนูเนี่ยตากับปากเหมือนพ่อสินะส่วนโครงหน้าและจมูกเหมือนแม่เห็นหน้าหนูแล้วคิดถึงทั้งสองคนขึ้นมาเลย” ไวโอเล็ตพูดเกี่ยวกับใบหน้าของฮิคาริที่เหมือนพ่อและแม่ของเธอ กึก !! ฮิคาริที่ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไป “คุณรู้จักพ่อกับแม่ของฉันด้วยเหรอคะ” ฮิคาริจ้องเขม็งไปที่ไวโอเล็ตด้วยความเคลือบแคลงใจ “รู้จักสิก็ฉันเคยร่วมงานกับพ่อและแม่เธอตั้งหลายปีนี่นา” ไวโอเล็ตยิ้มออกมา “เคยร่วมงานเหรอคะหรือจะเป็นตอนที่อยู่ญี่ปุ่น !!” ฮิคาริอุทานออกมาแต่ก่อนที่ไวโอเล็ตจะได้พูดอะไรต่อท้องของไซโต้ก็ร้องขึ้นมาเสียก่อน จ๊อก !!! เสียงท้องของไซโต้ร้อง “เรื่องนี้เอาไว้ค่อยเล่าแล้วกันนะสั่งอาหารกันดีกว่า” ไวโอเล็ตพูดก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งอาหารฮิคาริที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนและไปนั่งที่โต๊ะ “ขอของขึ้นชื่อของที่นี่เลยนะคะแล้วก็เอาไวน์มาด้วย...ทาเครุกับหนูฮิคาริจะรับด้วยมั้ย” ไวโอเล็ตถามทั้งสองคน “ผมขอน้ำเปล่าค่ะ/หนูขอน้ำเปล่าค่ะ !!x2” ทั้งสองคนตอบ “เอ๋...ไม่ดื่มงั้นเหรอ” ไวโอเล็ตส่งเสียงเสียดาย “พรุ่งนี้ผมมีผ่าตัดเช้าครับน้าไวโอเล็ตดื่มไม่ได้” ไซโต้พูด “หนูเองก็ต้องเข้าห้องผ่าตัดในฐานะหมอที่ปรึกษาเหมือนกันน่ะค่ะ” ฮิคาริบอก “เหรองั้นไม่เป็นไรว่าแต่...ทาเครุเป็นไงบ้างล่ะตอนทำงานน่ะทาเครุไม่ยอมเล่าเรื่องที่ทำงานให้น้าฟังเลยนะ” ไวโอเล็ตถามถึงไซโต้ตอนทำงาน “เขาเก่งมากค่ะตั้งแต่ทำงานมาเขาผ่าตัดสำเร็จทุกเคสเลย” ฮิคาริบอก “งั้นเหรอสมแล้วที่เป็นหลานของน้าแต่น้าไม่เข้าใจเลยนะทาเครุว่าทำไมถึงเลือกมาทำงานที่ญี่ปุ่นทั้งที่อังกฤษก็มีโรงพยาบาลมากมายต้องการตัวหลาน” ไวโอเล็ตหันไปถามไซโต้ “ก็ผมคิดถึงญี่ปุ่นนี่ครับแล้วก็ผมน่ะทำงานที่โรงพยาบาลไหนก็ได้อยู่แล้วเงินเดือนผมก็ไม่เกี่ยงเพราะผมมีเงินให้ใช้สบายๆไปทั้งชาติ” ไซโต้บอก “นั่นสินะตอนนี้หลานถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลนี่นาอนาคตถ้าพ่อของหลานวางมือมรดกของตระกูลไซโต้ก็จะเป็นของหลานทันที” ไวโอเล็ตพูด “ผมไม่ได้อยากเป็นหัวหน้าตระกูลอะไรนั่นสักหน่อยจริงสิน้าก็ให้คุณอากลับมาสิครับเขาจะได้เป็นหัวหน้าตระกูลแทนผม” ไซโต้พูด “เฮ้อ...รายนั้นน่ะหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมกลับญี่ปุ่นนี่ขนาดรู้ว่าน้าจะมาหาหลานรายนั้นยังไม่คิดจะบินมาเป็นเพื่อนเลย” ไวโอเล็ตถอนหายใจออกมาจากนั้นอาหารก็มาเสิร์ฟทุกคนจึงหยุดการพูดคุยกันเอาไว้ก่อนและตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารกันจนกระทั่งถึงของหวานไวโอเล็ตก็เริ่มเปิดปากอีกครั้ง “จริงสิน้าได้ยินมาว่าโรงพยาบาลของหนูมีทีมแพทย์ด้วยใช่มั้ย” ไวโอเล็ตพูดถึงทีมแพทย์ของโรงพยาบาลทาเคนากะ “ใช่ค่ะคุณน้าทราบด้วยงั้นเหรอคะ” ฮิคาริพยักหน้า “ก็พอจะได้ยินข่าวมาน่ะเห็นว่าตั้งแต่ตั้งทีมก็ผ่าตัดเคสยากๆที่ทีมแพทย์ชั้นนำทีมอื่นยังผ่าตัดไม่ได้สำเร็จมาตลอดเลยนี่นา” ไวโอเล็ตพูด “ถูกแล้วล่ะครับน้าไวโอเล็ตทีมแพทย์ของโรงพยาบาลทาเคนากะน่ะเก่งมากเลยนะครับผมเองยังอยากเข้าทีมด้วยเลยแต่ฮิคาริจังดันขี้งกไม่ให้ผมเข้านี่สิ” ไซโต้พูดด้วยน้ำเสียงดูน้อยใจ “เอ๋...ขนาดรองศาสตราจารย์อย่างหลานยังไม่ได้เข้าทีมเลยงั้นเหรอ” ไวโอเล็ตอุทานออกมา “นั่นเป็นเพราะทาเครุเขาต้องรับผิดชอบหน้าที่ที่โรงพยาบาลตอนทีมแพทย์ติดงานน่ะค่ะหนูเลยไม่ได้เอาเขาเข้าทีมแถมถ้ามีผ่าตัดโรคเกี่ยวกับสมองหนูเองก็ทำหน้าที่แทนทาเครุได้น่ะค่ะเลยไม่ได้คิดจะเอาเขาเข้าทีมด้วย” ฮิคาริพูดถึงเหตุผลที่ไม่เอาไซโต้เข้าทีม “จะว่าไปทีมแพทย์ของหนูนี่ฝึกกันยังไงนะถึงเก่งได้ขนาดนี้” ไวโอเล็ตพูดด้วยความสงสัย “ก็ฝึกไปตามปกตินั่นแหละค่ะ” ฮิคาริบอกก่อนจะใช้ช้อนในมือตักไอศครีมในจานขึ้นมา “ไม่ใช่ฝึกด้วยเครื่อง VR-Simulator เหรอไม่สิหนูตั้งชื่อใหม่ว่า VR-Life นี่เนอะ” ไวโอเล็ตพูดออกมาทำเอาฮิคาริชะงักไปทันที เคร้ง !! ช้อนในมือฮิคาริหล่นกระทบจานเสียงดัง ครืด !! โคร่ม !! ฮิคาริลุกพรวดขึ้นมาทำเอาเก้าอี้หงายหลังล้มดังโครมแต่ฮิคาริไม่ได้สนใจมันเลยเธอจ้องมองไปที่ไวโอเล็ตและไซโต้ที่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ รู้ได้อย่างไรกัน...รู้แม้กระทั่งชื่อดั้งเดิมของโครงการที่อยู่ในเอกสารที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ก่อนจะถูกฆ่าตาย !! ฮิคาริคิดในใจ “เอาล่ะฮิคาริจังคงสงสัยสินะว่าน้ารู้ได้อย่างไรถ้าอยากรู้รายละเอียดน้าว่านั่งลงแล้วกินของหวานต่อดีกว่านะเดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟังเอง” ไวโอเล็ตพูดทำเอาฮิคาริที่ได้ยินแบบนั้นก็ลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบเก้าอี้ตั้งขึ้นมาใหม่และนั่งกินของหวานต่อตามที่ไวโอเล็ตบอกเพราะเธอนั้นอยากรู้มากว่าไวโอเล็ตรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้และรู้อะไรเกี่ยวกับการตายของพ่อกับแม่เธอบ้าง อีกด้านหนึ่ง “คาโต้เรียกรถแท็กซี่ตรงไปที่บ้านตระกูลทาเคนากะเลย” ฮิมุโระหันไปบอกคาโต้ที่ซึ่งเป็นผู้จัดการรีสอร์ทของตน “รับทราบครับคุณฮิมุโระ” คาโต้พยักหน้าก่อนจะเดินไปเรียกรถแท็กซี่ของสนามบินให้ซึ่งฮิมุโระนั้นลงทุนบินมาจากโอกินาว่าเพื่อมาหาฮิคาริถึงโตเกียวเพื่อบอกเรื่องบางอย่างให้เธอทราบด้วยปากของตัวเอง “ฮิคาริหวังว่าหลานจะยังเข้มแข็งได้หลังจากได้ยินเรื่องนี้นะ” ฮิมุโระพูดกับตัวเอง กลับมาที่ฮิคาริ “ไม่จริงคุณโกหกพ่อกับแม่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น !!” ฮิคาริตวาดเสียงดังลั่นโต๊ะอาหาร “ฉันไม่มีความจำเป็นต้องโกหกเธอเรื่องที่ฉันบอกเป็นเรื่องจริงพ่อกับแม่ของเธอน่ะหักหลังพวกเรา...พวกเขาทั้งคู่น่ะตั้งใจนำโครงการนั้นไปขายให้อเมริกา” ไวโอเล็ตบอก “ไม่ฉันไม่เชื่อคุณโกหก...คุณน่ะอาจจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อต้องการครอบครองเครื่อง VR-Life ก็ได้และถ้าเรื่องที่คุณบอกว่าคุณเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาโครงการนี้เป็นเรื่องจริงคุณคงรู้สินะว่าถ้าผลิตเครื่อง VR-Life ออกขายจะได้เม็ดเงินมหาศาลสำหรับผู้ที่มีเครื่องนี้อยู่ในมือน่ะการเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกไม่ใช่เรื่องยากเลย” ฮิคาริไม่เชื่อสิ่งที่ไวโอเล็ตบอกเด็ดขาด “เธอจะไม่เชื่อยังไงก็แล้วแต่เธอแต่พ่อกับแม่ของเธอน่ะหักหลังบริษัทของพวกเราที่มาจากอังกฤษและหันไปหาบริษัทไบโอเมคาโทรนิกส์คู่แข่งของบริษัทพ่อฉันจากอเมริกาแทนพวกนั้นวางแผนจัดฉากฆ่าพวกเราโดยให้การตายดูเหมือนเกิดจากอุบัติเหตุแต่พ่อกับแม่ของเธอคงนึกไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนซ้อนแผนหักหลังอีกทีแต่โชคดีนะที่เอกสารโครงการตอนนั้นไม่อยู่ในรถไม่งั้นโครงการนี้คงตกอยู่ในมือพวกอเมริกาไปแล้ว” ไวโอเล็ตพูด “ไม่จริงฉันไม่เชื่อ...ทาเครุนายหลอกใช้ฉันนายมาทำงานกับฉันเพื่อหาข้อมูลเรื่องนี้สินะฉันในฐานะเจ้าของโรงพยาบาลในเครือทาเคนากะกรุ๊ปขอไล่นายออกและหลังจากนี้นายไม่ใช่เพื่อนฉัน !!” ฮิคาริพูดก่อนจะหันไปไล่ไซโต้ออกและเดินออกจากห้องอาหารไปทันที “อ่าวผมโดนไล่ออกซะงั้นอะน้าครับแบบนี้ทำไงดีล่ะเนี่ยผมตกงานซะแล้ว” ไซโต้หันไปพูดกับไวโอเล็ต “ให้เวลาเธอหน่อยหลานรักเธอคงยอมรับความจริงไม่ได้น่ะแถมนี่ก็มีแต่คำพูดของน้าไม่ได้มีหลักฐานด้วยเอาไว้เดี๋ยวน้าเตรียมหลักฐานไปให้เธอดูอีกรอบแล้วกันถึงตอนนั้นเธอน่าจะยอมรับความจริงได้” ไวโอเล็ตนั้นไม่ได้เตรียมหลักฐานมาแสดงให้ฮิคาริดูในตอนนี้แต่เรื่องที่เธอพูดนั้นล้วนเป็นความจริง จบ...