เมื่อทั้งสองคนมาถึงตัวเมืองหลังจากสอบถามอยู่หลายครั้ง ก็ยังไม่รู้อะไรเลย
ทุกคนล้วนปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าพูดสุ่มสี่สุ่มห้า
“เอาล่ะ พวกคุณกลับไปเถอะ รออยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดจากเบื้องบน” ชายคนหนึ่งกล่าว ก่อนจะไล่พวกเขาทั้งสองคนกลับไป
ทั้งสองคนกลับบ้านไปด้วยความกังวลใจ
เมื่อกลับถึงบ้านหลี่อิ๋นเฟิ่งผู้เป็นแม่ก็เดินออกมา “ต้าชิ่งพ่อของลูกเป็นยังไงบ้าง? ได้เจอเขาไหม? ทางกรมว่ายังไงบ้าง? พ่อของลูกถูกจับเพราะเรื่องอะไร?”
คำถามเป็นชุดถาโถมเข้ามาทำให้หลี่ชิ่งมึนงงไปหมด
เขาพยักหน้า“ผมไม่รู้ครับ เรายังไม่ได้เจอท่านเลย ทางกรมไม่ให้เราเข้าไปเลยบอกให้เรากลับมารอฟังข่าว”
ครอบครัวต่างกินข้าวเย็นไปด้วยความกังวลใจ
ส่วนทางด้านโจวเม่ยหลังจากที่รู้ว่าหลี่เกินเซิงถูกจับกุม เธอก็รู้สึกไม่สบายใจไปทั้งตัวใบหน้าซีดเผือด ทานอาหารเย็นไม่ได้มากนัก ดูเหมือนกำลังคิดหนักแม้หลี่เอ้อร์โก่วจะเรียกเธออยู่หลายครั้ง เธอก็ไม่ได้ยิน
หลี่เอ้อร์โก่วไม่พอใจ“เม่ยเอ๋อร์ คุณใจลอยคิดอะไรอยู่? ผมเรียกตั้งนานแล้วทำไมคุณถึงไม่ตอบอะไรเลย?”
โจวเม่ยได้สติกลับคืนมาแล้วรีบพูด “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณเรียกฉันทำไมหรือ?”
“ฉันก็ว่าหลี่เกินเซิงไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว ดูหน้าตาเจ้าเล่ห์เพทุบายของมันสิมองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี ตอนนี้ก็ได้รับผลกรรมแล้ว” หลี่จินฮวารู้ว่าทางเบื้องบนมาจับหลี่เกินเซิงไปเร็วขนาดนี้ก็พอใจมากจนกินข้าวเพิ่มไปอีกหนึ่งชาม กับขนมปังสองชิ้น
“ฉันว่ามนุษย์เรานั้นสามารถทำสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น ยกเว้นการทำชั่วหากฝ่าฝืนแล้ว ย่อมหนีไม่พ้นซึ่งการชดใช้”
หลี่จินฮวามองใบหน้าซีดเผือดของโจวเม่ยก็ยิ่งรู้สึกได้ใจมากขึ้น เธอฉีกยิ้มให้โจวเม่ย “โจวเม่ยเธอว่าฉันพูดถูกไหม?”
โจวเม่ยขมวดคิ้วจ้องมองหลี่จินฮวาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรความรู้สึกไม่ดีในใจยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเธอรู้สึกว่าคำพูดของหลี่จินฮวามีความหมายแฝงอยู่ และต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน
แต่ก็ไม่น่าใช่ถ้าหลี่จินฮวารู้อะไร เธอคงโวยวายออกมานานแล้ว และคงด่าเธอแบบไม่ไว้หน้าทำไมถึงจะทนมาได้นานขนาดนี้?
แต่หลี่เกินเซิงถูกจับไปเพราะอะไรเรื่องของเธอกับหลี่เกินเซิงถูกเปิดเผยหรือเปล่า?
ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยละก็เธอคงอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้วไม่แน่ว่าชีวิตในภายภาคหน้าอาจจะเหมือนกับหลินเฟิงที่ถูกลงโทษให้ไปใช้แรงงานในสถานที่ที่ไกลและทุรกันดารกว่าเดิม
เมื่อคิดถึงตรงนี้โจวเม่ยก็รู้สึกไม่สบายใจไปทั้งตัว
เช้าวันถัดมาทางกรมก็มีคนมาที่กองผลิตฉางซิงอีกครั้งเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของหลี่เกินเซิง และยังได้สอบถามถึงโจวเม่ยด้วย
ทุกคนไม่รู้เรื่องของหลี่เกินเซิงกับโจวเม่ยเพียงแค่เล่าสิ่งที่ได้พบเห็นมาให้ฟัง
เมื่อโจวเม่ยทราบเรื่องเธอก็รู้สึกตื่นตระหนกในทันที ตอนนี้ในใจของเธอเหลือเพียงความคิดเดียวนั่นก็คือต้องหนี!
เธอต้องหนีไปให้ได้!
หากถูกคนของกรมจับไปละก็ชีวิตในภายภาคหน้าก็ย่อมไม่มีทางดีขึ้นแน่!
ใช่แล้วเธอยังมีเงินห้าร้อยสิบหยวน ด้วยเงินจำนวนเท่านี้เธอจะไปอยู่ที่ไหนไม่ได้เชียวหรือ?
ดังนั้นโจวเม่ยจึงฉวยโอกาสที่ไม่มีใครอยู่บ้านรีบกลับไปที่ห้อง ปิดประตู เลื่อนลังไม้เก่าที่ปลายเตียงออกเปิดดินโคลนสีเหลืองตรงช่อง แล้วควักห่อผ้าเช็ดหน้าออกมาจากช่องผนัง
ไม่ดูยังดีกว่าพอเห็นเข้าก็ตกใจแทบหมดสติ
เงินห้าร้อยหยวนที่เคยห่อผ้าเช็ดหน้าเอาไว้อย่างดีตอนนี้กลับกลายเป็นกองดินไปเสียแล้ว!
“เงินของฉัน! เงินของฉัน!”
ดวงตาของโจวเม่ยเบิกกว้างแทบถลนออกมาจากเบ้าตาทั้งตกใจและตื่นตระหนกในใจ
ในวินาทีถัดมาเธอก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก ดวงตาฉายแววโกรธเคือง“ต้องเป็นหล่อน ต้องเป็นหล่อนแน่ๆ!”
โจวเม่ยโกรธจนลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกไปนอกบ้านและชนเข้ากับหลี่จินฮวาที่กำลังเดินเข้ามาในลานบ้านด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
โจวเม่ยไม่พูดพร่ำทำเพลงพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของหลี่จินฮวา แล้วตะโกนด้วยความโกรธว่า“หล่อนใช่ไหมที่ขโมยเงินของฉันไป หล่อนใช่ไหมที่ขโมยเงินของฉันไป!”
หลี่จินฮวาสะบัดมือของโจวเม่ยออก“เงินอะไร? ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไร”
โจวเม่ยจ้องมองหลี่จินฮวาด้วยสายตาอาฆาต“อย่ามาแสร้งทำเป็นไม่รู้!เงินห้าร้อยหยวนที่ฉันซ่อนไว้ในห้องหายไป! ต้องเป็นหล่อนที่ขโมยไปแน่!”
หลี่จินฮวาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวเร็วขนาดนี้แน่นอนว่าหลี่จินฮวาจะไม่ยอมรับ จึงพูดด้วยความโกรธ “อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!นี่มันบ้านของฉัน แล้วฉันต้องขโมยอะไรด้วยเหรอ? อีกอย่างเธอเป็นแค่ยุวชนที่มาอยู่ชนบท ได้แต้มคะแนนงานไม่เต็มทุกวันกินข้าวไม่อิ่มท้องทุกมื้อ แล้วเธอจะเอาเงินห้าร้อยหยวนมาจากไหน? มีเงินถึงห้าร้อยหยวนเลยเหรอ? เอาออกมาสิ!รีบเอาออกมา!”
โจวเม่ยเห็นหลี่จินฮวายังมาโยนความผิดให้เธออีกก็โกรธจนแทบจะกระอักเลือด
โจวเม่ยรู้สึกสับสนในใจหลี่จินฮวารู้เรื่องเงินห้าร้อยหยวนจริงหรือไม่? ดูท่าทางของเธอแล้วเหมือนจะไม่มีทางรู้จริงๆ! แต่ถ้าหลี่จินฮวาไม่รู้ แล้วใครเอาเงินของเธอไป?
หรือว่าเป็นหลี่เอ้อร์โก่ว?!
ใช่แล้วต้องเป็นหลี่เอ้อร์โก่วแน่!
หลี่เอ้อร์โก่วอยู่ห้องเดียวกับเธอทุกวันไม่แน่ว่าอาจจะบังเอิญเจอเงินที่ถูกซ่อนไว้ในช่องผนังก็ได้!
อย่างไรก็ตามก่อนที่โจวเม่ยจะไปเอาเรื่อง ก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมหลายคนมาถึงบ้านของหลี่จินฮวาและกักตัวโจวเม่ยไว้ที่หน้าประตูบ้าน
เจ้าหน้าที่ไม่ได้พูดอะไรมากทำเพียงเชิญโจวเม่ยไปที่กรมเพื่อร่วมมือในการสอบสวน
ที่หน้าประตูบ้านของหลี่จินฮวามีผู้คนมากมายยืนมุงดูอยู่แล้วต่างคนต่างซุบซิบนินทากันเสียงดัง และพากันชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในเพื่ออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
คนพวกนี้ไม่ได้มาสอบสวนหลี่เกินเซิงหรือ?
ทำไมถึงมาพัวพันกับโจวเม่ยเข้าล่ะ?
เมื่อโจวเม่ยเห็นคนพวกนี้ขาทั้งสองข้างก็อ่อนแรงลงในทันที หากไม่ได้เอนตัวพิงผนังไว้ละก็เธอก็คงจะล้มลงไปแล้ว
อย่างไรก็ตามไม่ว่าโจวเม่ยจะโวยวายอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์
หลี่เอ้อร์โก่วรีบวิ่งกลับมาต้องการจะขัดขวาง “พวกนายจะจับเมียฉันไปทำไม!รีบปล่อยเธอนะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ…”
โจวเม่ยเห็นหลี่เอ้อร์โก่วก็เหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้าย เธอรีบร้องเรียกให้หลี่เอ้อร์โก่วช่วยเหลือ
หลี่เอ้อร์โก่วยังไม่ทันได้แตะมือโจวเม่ยก็ถูกหลี่จินฮวาดึงแขนออก
หลี่จินฮวาชี้หน้าโจวเม่ยแล้วด่าว่า “นางจิ้งจอกหน้าด้าน!ก่อนจะแต่งงานก็ไปยั่วยวนชายชั่วคนอื่นข้างนอก แล้วยังคิดจะมาหลอกลูกชายฉันอีก!ฝันไปเถอะ! อย่าคิดว่าสิ่งที่หล่อนทำฉันจะไม่รู้! ฉันรู้อย่างละเอียดเลยแหละ!”
หลี่เอ้อร์โก่วไม่พอใจ“แม่ครับ แม่กำลังพูดอะไร?”
หลี่จินฮวาพูด“เจ้าลูกชายโง่เอ๋ย!จนถึงตอนนี้แกยังไม่รู้เลยว่าเด็กในท้องของโจวเม่ยไม่ใช่ลูกของแกเหรอ? หล่อนกับหลี่เกินเซิงสมรู้ร่วมคิดกันนานแล้วฉันเห็นกับตาเลยว่าเด็กในท้องของหล่อนคือลูกของหลี่เกินเซิง!ฉันนี่แหละที่ไปแจ้งความกับทางการเอง!”
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบนอกต่างตกตะลึงไปตามๆกัน
หลี่เอ้อร์โก่วก็ตกใจจนยืนนิ่งเป็นท่อนไม้ตอนแรกเขาไม่เชื่อ แต่หลี่จินฮวาก็พูดต่อไปว่า “จะไปท้องได้ยังไงในเมื่อแต่งงานกันแค่ยี่สิบวันมันเป็นหญิงชั่วชัดๆ!”
โจวเม่ยโกรธจนตาแดงก่ำจ้องมองหลี่จินฮวาด้วยสายตาเกลียดชัง “ฉันจะฆ่าแก!ยายแก่ปากมาก! พูดพล่ามไม่รู้เรื่อง!”