ชายผู้นี้ออดอ้อนทำตัวสนิทสนมกับนางเช่นนี้ นางพลันชะงักไปเล็กน้อย
“ท่านช่วย...” ถอยห่างจากข้าได้หรือไม่
“หืม?”
“ช่างเถิด ไม่มีอะไร” เถียนฮวนก้มหน้าลงอย่างจนใจ เพียงแต่แอบขยับศีรษะเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา
แต่ใต้ผ้าห่มมีที่อยู่แค่นี้ ต่อให้นางขยับอีกจะขยับไปถึงไหนกัน
ลมหายใจร้อนผ่าวของกู้ฉางสุ่ยยังคงเป่ารดติ่งหูบอบบางของนาง ทำให้เส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกที่ติ่งหูนั้นสั่นไหวขึ้นโดยไม่อาจควบคุมได้จนร่างกายของนางเริ่มสั่นสะท้านตามไปด้วย
เถียนฮวนเริ่มทนไม่ไหว
“เช่นนั้น...ท่านปล่อยข้าไปเถิด” นางพูดเสียงเบา “ตอนนี้ข้าไม่หนาวแล้ว”
“แต่ข้ายังอยากกอดเ้าต่อ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ย
เถียนฮวนถึงกับแข็งเกร็งไปทั้งแผ่นหลัง!
“ฮ่าๆๆ...”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะใสกังวานของชายหนุ่มก็ดังขึ้นข้างหู แผ่นอกของกู้ฉางสุ่ยสั่นเล็กน้อยเพราะความขบขัน
“ภรรยาข้า ในหัวเ้ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”
เถียนฮวนพลันโมโหขึ้นมา
เป็นางที่คิดมากไปเอง หรือว่าเขาแค่เสแสร้งทำตัวใสซื่อ?
แท้จริงแล้วเขาอาจจะรู้ดีทุกอย่าง...เพราะสิ่งที่นางััได้อย่างชัดเจนก็คือ...เขากำลังตอบสนองต่อนางอยู่!
หญิงสาวรีบดิ้นรนพยายามผลักมือทั้งสองของเขาออก แต่กู้ฉางสุ่ยกลับโอบแน่นขึ้น กักขังนางไว้ในอ้อมอกอย่างแแ่ทำให้ดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด
เถียนฮวนโกรธจนตะคอกออกมา “ปล่อยข้านะ!”
“เ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ!” เมื่อเห็นว่านางโกรธจริง กู้ฉางสุ่ยก็รีบอธิบาย“ข้ายอมรับว่าก็เพราะร่างกายของเ้าหอมและนุ่มนิ่ม เวลากอดแล้วรู้สึกสบายจนไม่อยากปล่อยแต่ข้าก็รู้ดีว่าการที่เ้าแต่งงานกับข้านั้นต้องทนลำบากมากเพียงใด ดังนั้นตอนนี้ข้าจะไม่บังคับให้เ้าต้องร่วมสัมพันธ์กับข้าหากเราจะร่วมเรียงเคียงหมอนกัน ก็ต้องเป็ในวันที่เ้ายินยอมพร้อมใจ ภายใต้แสงจันทร์ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามข้าจะไม่มีวันทำให้เ้าเ็ปเป็อันขาด!”
เมื่อได้ยินดังนั้น แรงขัดขืนของเถียนฮวนก็ค่อยๆ ผ่อนลง
กู้ฉางสุ่ยจึงรีบใช้จังหวะนี้กอดนางแน่นขึ้นอีกนิด เอ่ยเบาๆ ว่า “เพียงแต่ตอนนี้เราลำบากไปหน่อยข้าทำให้เ้าลำบาก ข้าขอสัญญาว่าความเหนื่อยยากเช่นนี้จะหายไปในเร็ววัน อีกไม่นานเราจะมีบ้านหลังใหญ่มีไร่นาเป็ของตัวเอง ชีวิตของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ เ้าเชื่อข้านะ”
ได้ฟังคำสัญญานี้ เถียนฮวนก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
นางพยักหน้าช้าๆ “ข้าเชื่อท่าน ข้าไม่มีวันยอมให้ชีวิตของเราต้องลำบากแบบนี้ไปตลอดเช่นกัน!”
กู้ฉางสุ่ยก็หัวเราะร่า “แน่นอนอยู่แล้ว เราสองคนมีมือมีเท้า ไม่ใช่คนเกียจคร้านขอแค่เราร่วมแรงร่วมใจ ยังไงก็ต้องสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้แน่นอน! ถึงวันนั้น เราจะซื้อที่เพิ่มอีกหลายหมู่มีลูกชายลูกสาวอีกหลายคน ครอบครัวเราจะไม่ต้องหิวไม่ต้องหนาว มีแต่ความสุขล้นเหลือ!”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เถียนฮวนก็นึกภาพชีวิตอันแสนสุขที่ว่าออกมาได้อย่างชัดเจน
นางค่อยๆ หลับตาลง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางอย่างมีความสุข
ด้านนอกลมค่ำยามปลายฤดูใบไม้ร่วงยังพัดกระหน่ำไม่หยุด แต่ภายในบ้านหลังเล็ก สองคนกลับแนบชิดกันด้วยใจเปี่ยมสุขจินตนาการถึงวันคืนที่ดีกว่านี้ซึ่งรออยู่เบื้องหน้า
ในบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยความหวังและอ้อมกอดอันอบอุ่น เถียนฮวนก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้ง ฟ้าก็สว่างแล้ว
นางปรือตาขึ้น เห็นว่าบนเตียงมีแค่ตนคนเดียว
เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก เถียนฮวนรีบคว้าผ้าห่มคลุมตัวแล้วลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นกู้ฉางสุ่ยเดินเข้ามาพอดี
เขาเห็นภรรยาสะลึมสะลือ หันมามองอย่างงุนงง กู้ฉางสุ่ยก็รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูกชายหนุ่มเอื้อมมือมาหยิกแก้มนางเบาๆ หนึ่งที
“ตื่นได้แล้ว! พระอาทิตย์ส่องก้นเ้าแล้วนะ!”
เถียนฮวนยังงัวเงียอยู่ “เหตุใดท่านตื่นเช้าเช่นนี้ ข้าจำได้ว่า่ก่อนหน้านี้ท่านตื่นช้ากว่าข้าทุกครั้ง”
กู้ฉางสุ่ยหัวเราะเบาๆ พลางตอบว่า “สองสามวันก่อนเ้าหลับไม่ค่อยสนิท หากข้าตื่นเช้าเหมือนเดิมเกรงว่าจะทำให้เ้าตื่นไปด้วย ถึงตอนนั้นเราสองคนต้องมานั่งจ้องหน้ากัน คงน่าอึดอัดใจไม่น้อย”
บึ้ม!
ศีรษะของเถียนฮวนแทบจะะเิออกมา
เขาหมายความเช่นไร
“สองสามวันนั้น...ทุกวัน่เช้าท่านก็ตื่นแล้วงั้นหรือ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า สีหน้าดูเจื่อนๆ “ข้าก็เป็บุรุษธรรมดา กลางดึกอยู่ดีๆ ก็มีสตรีโผเข้ามาในอ้อมอกหากข้ายังนอนนิ่งเหมือนหมูตายก็ไม่ใช่คนแล้ว! แต่เพราะเ้าเพิ่งแต่งงานยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้างซ้ำยังเพิ่งมาอยู่บ้านข้า ตกกลางคืนมีเสียงนิดเดียวเ้าก็กลัวไปหมดแล้ว ข้าเลยไม่อยากทำให้เ้าใข้าจึงแกล้งหลับ”
ในหัวของเถียนฮวนพลันอื้ออึงไปหมด
นางตกตะลึงยิ่งนัก
ปิดบังมาตั้งนาน เพิ่งมาเล่าเอาป่านนี้ เขารู้ว่านางโผเข้าหาเขาเพื่อหาไออุ่น ไม่แน่ว่านางอาจใช้ทั้งแขนและขาโอบกอดเขา...
สตรีเช่นนางกลับทำเื่เช่นนี้กับบุรุษ ต่อให้บุรุษผู้นั้นเป็สามีของตน แต่นางก็อายเสียจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
นางไม่มีหน้าไปพบใครอีกแล้ว! อยากจะขุดหลุมเพื่อมุดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด
กู้ฉางสุ่ยอยากจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของนาง
เขารีบออกไปตักน้ำเข้ามาหนึ่งอ่าง “รีบล้างหน้าเรียกสติเสียหน่อยเถอะ! แม้เมื่อคืนนอนหลับไม่ค่อยเต็มอิ่มแต่วันนี้เราก็ี้เีไม่ได้ กินข้าวเช้าเสร็จค่อยขึ้นเขาไปเก็บของ เอาไปขายในตัวตำบลขายให้ได้ อย่างน้อยต้องหาเงินมาซื้อผ้าห่มหนาๆ!”
ถ้อยคำของเขาก็ทำให้นางได้สติกลับคืนมา
บัดนี้ยังไม่ทันเข้าสู่ฤดูหนาว ยามราตรีบ้านทั้งหลังกลับต้านลมหนาวไม่ได้
ถ้าหากรอจนถึงกลางฤดูหนาวจริงๆ จะเป็เช่นไร พวกเขาจำเป็ต้องรีบหาวิธีหาเงินให้ได้โดยเร็วจัดเตรียมของใช้สำหรับหน้าหนาวให้พร้อม หากเป็ไปได้ก็ควรหาคนมาซ่อมแซมบ้านหลังนี้ด้วย
ไม่อย่างนั้น หากฤดูหนาวมาถึง เกรงว่าพวกเขาจะต้องหนาวตายอยู่ในบ้าน!
เมื่อคิดถึงสิ่งที่ต้องทำ เถียนฮวนก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
นางรีบโยนเื่เมื่อครู่ทิ้งไปแล้วลุกจากเตียงไปล้างหน้า จากนั้นก็แบ่งหน้าที่กับกู้ฉางสุ่ย
กู้ฉางสุ่ยตักน้ำก่อไฟ ส่วนเถียนฮวนก็ออกไปเด็ดผักป่า ล้างให้สะอาดแล้วสับจนละเอียดต้มรวมกับข้าวกล้องจนกลายเป็โจ๊กผักป่าร้อน ๆ หนึ่งหม้อ
โรยเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วหยดน้ำมันอีกสองสามหยด คลุกเคล้าให้เข้ากัน กลิ่นหอมของข้าวกับผักก็โชยออกมาทันที
เมื่อโจ๊กสุก ทั้งสองก็ตักใส่ถ้วยคนละใบ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
เพราะใส่ผักป่าลงไปด้วย โจ๊กทั้งหม้อจึงมีสีเขียวใสสวยงาม
ในโจ๊กมีผักป่าสดใหม่แทรกอยู่ ดูน่ากินยิ่งนัก พอกินเข้าไปหนึ่งคำ ความหยาบของข้าวก็ถูกความกรอบของผักช่วยกลบได้บ้างอีกทั้งยังมีรสเค็มเล็กน้อย ปรุงไว้พอดี ทำให้ไม่ฝืดคอ
กู้ฉางสุ่ยกินไปได้แค่คำเดียวก็ชอบใจนัก รีบซดรวดเดียวหมดถ้วยแล้วนำถ้วยเปล่าไปตักเพิ่มจากหม้อทันที
โจ๊กทั้งหม้อเถียนฮวนกินไปแค่ถ้วยเดียว ที่เหลืออีกเกือบสามถ้วยก็ล้วนลงท้องกู้ฉางสุ่ย
กู้ฉางสุ่ยอิ่มจนรู้สึกสดชื่นไปทั้งตัว พอกลืนโจ๊กคำสุดท้ายลงคอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะลูบท้องพลางว่า“รู้สึกอิ่มนี่ดีจริงๆ!”
เถียนฮวนได้ยินแล้วก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เช่นนี้ ตอนอยู่บ้านตระกูลกู้ก็ถือเป็กำลังหลัก ทั้งงานหนักงานเบาต่างมอบหมายให้เขาทำแต่บุรุษที่แข็งแรงถึงเพียงนี้กลับไม่เคยได้กินอิ่มมาหลายปีแล้ว!
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เมื่อมีข้าอยู่ ข้าจะทำให้ท่านกินอิ่มทุกมื้อจะไม่ยอมให้ท่านต้องทนหิวสักมื้อ!”