ยาซูชิฉีกยิ้ม ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ผู้าุโเบียน ข้ามาแล้ว”
หญิงชราหันหน้ามามองพลางขมวดคิ้ว ก่อนกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความประชดประชัน
“ปกติข้าไม่เคยเห็นเ้ามาสายถึงเพียงนี้เลยนะ ยาซูชิ ต้องชื่นชมว่าเ้าใจกล้าขึ้นหรือไม่”
ยาซูชิหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบ
“ไม่ๆ ข้าก็เป็ข้าเหมือนเดิม เพียงแต่วันนี้ที่ข้ามาช้าเพราะข้ามาพร้อมกับสหายใหม่ของฝ่ายลงทัณฑ์”
เมื่อพูดจบ เขาก็ผายมือไปยังชายหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ผู้าุโเบียนหันไปมองชายหนุ่มผิวแทน หน้าตาคมเข้ม ผู้ซึ่งยกมือขึ้นคารวะพร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่น
“ข้าน้อยดร๊อกป้า ขอคารวะท่านผู้าุโเบียน”
หญิงชราพยักหน้ารับ ก่อนตอบสั้น ๆ อย่างไม่แปลกใจนัก
“อืม”
ด้วยหน้าที่ของเธอ การรับรู้ข่าวสารในเขตวารีเป็สิ่งจำเป็ ดร๊อกป้า แม้จะเป็คนนอก แต่ชื่อของเขาก็ไม่ได้ไร้ชื่อเสียงนัก ครั้นเมื่อได้เห็นตัวจริง ก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็ชายหนุ่มที่มีหน่วยก้านดีทีเดียว มองจากภายนอกก็ยากที่จะรู้ว่าแขนซ้ายมีอาการาเ็
จากนั้น เธอเลื่อนสายตาไปยังอาโป ชายหนุ่มผมขาวที่ยืนอยู่เงียบ ๆ
ทว่า เขากลับไม่ได้สนใจเธอเลย
ดวงตาของอาโปจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่ง ที่ซึ่งแมวตัวหนึ่งกำลังนอนขดตัวอยู่บนกองกระดาษ
ชายหนุ่มผมขาวรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่เขา เขาเหลือบมองหญิงชราแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาแล้วกลับไปสนใจสัตว์สี่ขาตัวนั้นต่อ
ผู้าุโเบียนเองก็มีเส้นผมขาวโพลนเช่นกัน แต่อาโปเคยพบชายชราเหลียงที่มีผมขาวมาแล้ว มันจึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของเขาในตอนนี้ คือสัตว์สี่ขาตัวนั้น
ั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมา อาโปเคยพบแต่สิ่งมีชีวิตในน้ำเท่านั้น เหล่าสัตว์ที่ใช้ชีวิตใต้น้ำ ว่ายเวียนไปมาอย่างอิสระ การได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนบกเช่นนี้เป็ครั้งแรก ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสนใจมัน
ผู้าุโเบียนมองชายหนุ่มผมขาวด้วยแววตากังวล เมื่อเห็นว่าเขาให้ความสนใจกับแมวตัวนั้น ก่อนจะกล่าวขึ้น
“เ้าสนใจเ้าวิฬาร์ั์ตัวนั้นหรือ? มันชื่อเ้าสิงห์ ลูกชายข้านำมันมาจากป่าภายนอก เป็ของขวัญให้ข้าเพื่ออยู่เป็เพื่อน จะได้ไม่ต้องเหงา”
นางถอนหายใจเบา ๆ ส่ายศีรษะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงปนขำปนระอา
“แต่เหมือนเขาจะคิดน้อยไปหน่อย เ้าตัวนี้น่ะ ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยให้ข้าหายเหงา ยังสร้างความวุ่นวายจนปวดหัวไปหมด เ้าก็อย่าไปลูบไล้มันเพียงเพราะเห็นว่ามันน่ารักเชียวละ เพราะคมเขี้ยวและกรงเล็บของมันไม่ได้น่ารักขนาดนั้น จริงไหม ยาซูชิ?”
ชายหนุ่มที่ถูกพาดพิงชะงักไปเล็กน้อย ยาซูชิแสดงสีหน้าปั้นยาก พลางยกมือขึ้นลูบาแบนหน้าอกของตน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“จริงไหมอะไรกันผู้าุโเบียน! เ้าสิงค์มันเกือบทำข้าตาย ข้ายังสงสัยอยู่เลยว่าท่านปล่อยมันไว้ข้างกายได้อย่างไร”
ผู้าุโเบียนยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ตอนนั้นข้าก็เตือนเ้าก่อนแล้ว แต่เด็กอย่างเ้ามันดื้อด้าน แส่หาเื่เอง”
ยาซูชิยิ้มแห้ง คิดย้อนถึงอดีตแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่
ดร๊อกป้า ซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์เงียบ ๆ มาโดยตลอด ก้าวเข้ามาหาอาโป เขาไม่ได้กลัวว่าอาโปจะาเ็แม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขามั่นใจว่าชายหนุ่มต้องทำอะไรสักอย่างแน่ จึงคิดจะตัดไฟแต่ต้นลมห้ามชายหนุ่ม
ทว่า มือของอาโปไวเสียยิ่งกว่าที่ดร๊อกป้าคิด ชายหนุ่มผมขาวผมขาวยื่นมือคิดจะััตัวของวิฬาร์ั์
“ระวัง! รีบถอยออกมา!!!”
เสียงของหญิงชราดังขึ้นอย่างใ
เพียงพริบตาที่ปลายนิ้วของเขาเข้าใกล้ เ้าวิฬาร์ั์ที่นอนนิ่งอยู่นานกลับแสดงสัญชาตญาณอันเฉียบคม มันกระตุกหางตั้งตรง ดวงตาฉายแววดุร้าย กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเครียด ก่อนที่กรงเล็บจะแผ่กางและพุ่งเข้าโจมตี
แต่อาโปเร็วกว่านั้น
มือของเขาเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย ก่อนจะคว้าขาหน้าของมันไว้ได้อย่างแม่นยำ
ทว่า เ้าวิฬาร์ั์ไม่ได้ยอมแพ้ง่าย ๆ
มันดีดตัวขึ้น อาศัยแรงส่งเหวี่ยงขาหลังอีกข้างเข้าหาเขา
หมับ!
อาโปใช้มืออีกข้างคว้าขาของมันไว้ได้เช่นกัน มั่นคงและแ่า
ขณะนี้ ทั้งคนและแมวกำลังจ้องหน้ากัน ไม่มีใครยอมใคร
แววตาของวิฬาร์ั์ตัวนั้นเต็มไปด้วยความดุดัน ขณะที่อาโปยังคงนิ่งเฉย ใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ราวกับความดุร้ายของมันไม่อาจกระทบเขาได้เลยแม้แต่น้อย
“หง่าวววว!!!”
ขวนไม่ได้ ข้าก็จะกัด!
แมวส่งเสียงขู่ ก่อนจะพุ่งเข้าหามือขวาของเขา
อาโปปล่อยมือข้างหนึ่งมากดศีรษะมันไว้
“หง่าวว!”
มันส่งเสียงอย่างไม่ยอมแพ้
การประลองระหว่างมนุษย์กับแมวได้เริ่มต้นขึ้น
ทั้งสามคนที่มองเหตุการณ์อยู่ต่างตกตะลึง
“เขา…”
ผู้าุโเบียนพูดไม่ออก แมวพยศที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องกลับตกอยู่ในกำมือของชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญ ความดุร้ายของมันค่อย ๆ ลดลงทุกที
ทุกััของอาโปมิได้แข็งกระด้าง ตรงกันข้ามเหมือนกับเขากำลังเล่นกับมันมากกว่า มือของเขาลูบไล้ไปตามร่างของมันอย่างแ่เบา ปลายนิ้วไล่ไปตามแนวสันหลังและต้นคอ
“เมี้ยวว…”
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายข้า?
เ้าวิฬาร์ั์พยายามดิ้นรนอีกครั้ง แต่มันกลับพบว่าคู่ต่อสู้นั้นร้ายกาจเกินไป จะขู่ก็ไม่ได้ผล จะโจมตีก็ไม่เป็ผล มิหนำซ้ำ ร่างกายของมันยังเริ่มอ่อนยวบทุกครั้งที่ถูกัั
ััของชายหนุ่มช่างแปลกประหลาด มันไม่ได้บีบบังคับ กลับกัน มันค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อ คลายปมตึงเครียดที่สะสมมานาน
จนในที่สุด เมื่อถูกลูบไล้อีกไม่กี่ครั้ง ร่างกายของแมวพยศก็ค่อย ๆ คลายตัวลงจากอาการต่อต้าน กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก หางที่เคยตั้งชันเริ่มลดระดับ ดวงตาหรี่ลงอย่างผ่อนคลาย
“เมี้ยวว…”
เสียงร้องของมันเปลี่ยนไป จากเสียงขู่คำรามเป็เสียงครางแ่เบา
มันแพ้แล้ว…
ผู้าุโเบียนลุกขึ้นจากที่นั่ง ก้าวเข้ามาหาอาโปด้วยสีหน้าครุ่นคิด สายตากวาดมองแขนของชายหนุ่มอย่างละเอียด ราวกับ้าหาว่ามีร่องรอยาเ็หรือไม่ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความกังวล
“ถึงแม้เ้าจะไม่เป็อะไร… แต่ทำไมถึงทำแบบนี้? ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าอย่าไปััมัน”
อาโปเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนตอบสั้น ๆ
“ข้าแค่อยากััมัน… ท่านลองไหม?”
คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้ผู้าุโเบียนชะงักไปชั่วขณะ นางจ้องมองชายหนุ่มอย่างพินิจพิจารณา
เขาไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้อ้างเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่บอกสิ่งที่คิดออกมาตรง ๆ
สายตาหญิงชราหันไปมองอาโปที่ยังคงลูบขนเ้าสิงห์อย่างสงบนิ่ง มือของเขาเคลื่อนช้า ๆ ไปตามแนวขนของมัน
เ้าสิงห์… ไม่ได้ขู่คำรามหรือขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
นางเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนยื่นมือออกไปแตะขนของเ้าสิงห์อย่างลังเล
แมวตัวใหญ่สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาหรี่มองเ้าของมือที่สอง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้าน ปล่อยให้หญิงชราลูบไล้ตัวเองโดยดี อาจเป็เพราะอาโปยังคงจับมันไว้อยู่
ผู้าุโเบียนชะงักอีกครั้ง
เป็ไปได้อย่างไร?
ปกติแล้ว เ้าสิงห์ยอมให้นางััก็ต่อเมื่อบุตรชายของนางกลับมาอยู่ด้วยเท่านั้น แต่เวลานี้… ต่อหน้าอาโป มันกลับเชื่องลงอย่างไม่น่าเชื่อ ในระดับเดียวกับลูกชายของนางที่เป็ผู้ควบคุมธาตุ
“ข้าขอลูบบ้างสิ!”
เสียงของยาซูชิดังขึ้นจากด้านหลัง แฝงความตื่นเต้นไว้ไม่มิด
ชายคนนี้แข็งแกร่งจริง ๆ แม้แต่ วิฬาร์ั์ ก็กำราบได้อยู่หมัด!
แต่ก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมไปถึง ผู้าุโเบียนก็ปรายตามองเขาด้วยสายตาเ็า
เพียงเท่านั้น ยาซูชิก็ชะงักทันที รีบหดมือกลับโดยอัตโนมัติ
ดร๊อกป้าที่มองภาพทั้งหมดอยู่เงียบ ๆ ถอนหายใจเบา ๆ พลางส่ายหัวเล็กน้อย
ไม่นานนัก หญิงชราก็ลูบขนของเ้าสิงห์จนพอใจ ก่อนจะดึงมือกลับ ก้าวกลับไปนั่งที่โต๊ะดังเดิม
นางกระแอมไอเบา ๆ แล้วกล่าว
“เอาละ มาพูดถึงงานของพวกเ้ากัน ตอนนี้เหลือเพียงงานตรวจสอบคนตัดไม้… แถมเป็พื้นที่ที่เสี่ยงที่สุด—พื้นที่สีแดง”
ดร๊อกป้าที่เงียบฟังมาโดยตลอดขมวดคิ้วแน่น ความสงสัยที่อัดอั้นมานานทำให้เขาทนไม่ไหว จึงถามออกไปตรง ๆ
“ผู้าุโเบียนพื้นที่สีแดงมันคืออะไรกัน?”
หญิงชราหันมามองเขา แววตาฉายความประหลาดใจ
“ข้าจำได้ว่า งานก่อนหน้าของเ้าเป็คนตัดไม้ใช่ไหม? แถมบัลคายังเป็ผู้ดูแล เขาไม่ได้บอกอะไรเ้ารึ?”
ดร๊อกป้าส่ายศีรษะทันที
ผู้าุโเบียนถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนบ่นพึมพำ
“จิ๊! เพราะเ้าบัลคามันทึ่มแบบนี้ไง เ้าแก่เหลียงถึงเกษียณตัวเองไม่ได้สักที! ไม่ใช่แค่ปล่อยให้พวกเ้าตัดไม้ในโซนสีเขียว แต่ยังให้ดูแลพื้นที่โดยไม่ได้บอกอะไรเลยสักคำ! ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ เจอหน้าแล้วข้าจะสวดให้!”
ทั้งสามคนที่ยืนฟังอยู่ต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ยกเว้นอาโปที่ยังคงเรียบเฉย
หญิงชราส่ายหน้าก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากใต้โต๊ะ กางออกให้ดร๊อกป้าดู
“พื้นที่ตัดไม้แบ่งออกเป็สามชั้น ตามระดับความหนาแน่นของพฤกษา์ สีเขียว สีส้ม และสีแดง ตามลำดับ”
เธอใช้ปลายนิ้วแตะที่แผนที่ อธิบายต่อ
“ในพื้นที่สีเขียวที่เ้าเคยตัดไม้ เ้าคงสังเกตเห็นว่ามีต้นไม้สายพันธุ์อื่นที่มีขนาดใหญ่ หรือไม่ก็ต้นพฤกษา์ที่ถูกเด็ดผลไปแล้ว พวกเราปล่อยให้มันเติบโตเพื่อแบ่งแยกต้นพฤกษา์ต้นเล็กออกจากกัน”
เธอเลื่อนนิ้วไปยังพื้นที่ที่ลึกขึ้น
“แต่เมื่อเข้าสู่ เขตสีส้ม ต้นไม้ขนาดใหญ่จะลดจำนวนลง พฤกษา์มีมากขึ้น และเมื่อถึงเขตสีแดง ต้นไม้ขนาดใหญ่จะไม่มีเลย”
หญิงชราหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พวกเราจัดแบ่งเขตของคนตัดไม้ไว้อย่างชัดเจน ห้ามคนตัดไม้ข้ามเขตสีกัน หากพบว่ามีต้นไม้ถูกตัดเกินกว่าที่รายงานไว้ คนตัดไม้ในเขตนั้นจะต้องรับผิดชอบ”
ดร๊อกป้าฟังไปก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย การเป็คนตัดไม้ช่างซับซ้อนเกินคาด
หญิงชรายื่นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งให้พวกเขา
“เอาล่ะ เมื่อเข้าใจแล้วก็เอานี่ไป พวกเ้าต้องไปตรวจสอบที่ พื้นที่สีแดง เขตที่สี่… หรือจะให้ข้าอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขตอีก?”
ยาซูชิรีบโบกมือปฏิเสธทันที
ไม่ต้อง ผู้าุโ! เดี๋ยวข้าจะนำทางแล้วอธิบายให้พวกเขาเอง!”
ผู้าุโเบียนหรี่ตามองชายหนุ่มอย่างเคลือบแคลง
“เพราะเป็เ้านี่แหละ ข้าถึงเป็ห่วง… อย่าให้เป็เหมือนครั้งก่อน ที่แทนที่จะไปข่มพวกคนตัดไม้ กลับถูกขู่ขวัญจนตัวสั่น สร้างความขายหน้าให้ฝ่ายลงทัณฑ์อีก”
ยาซูชิตบหน้าอกตัวเองแรง ๆ อย่างมั่นใจ
“ไม่ต้องห่วง! ข้าไปกับอาโป นอกจากที่ท่านเห็นเมื่อกี้ เมื่อวานในการประลองเขายังสามารถเอาชนะโกว๊กกับเอเกิวได้เชียวนะ!”
คำพูดของยาซูชิทำให้ผู้าุโเบียนชะงักไป เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ การประลองนั้นเป็การแข่งขันภายในของฝ่ายลงทัณฑ์ แถมเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นางจึงยังไม่ได้รับรู้
สายตาหญิงชราหันไปจับจ้องอาโป พลางครุ่นคิด
“งั้นรึ…”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ข้าขอฝากเ้าด้วยนะ อาโป”
คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มผมขาวเงยหน้ามองหญิงชรา แววตาเรียบนิ่งของเขาสะท้อนความรู้สึกที่ตัวเองยังไม่อาจเข้าใจได้
…ทำไมคำพูดของนางถึงทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ นับั้แ่มาที่นี่ ผู้าุโเบียนไม่เคยมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาดเลย ตรงกันข้าม นางกลับแสดงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน
อาโปพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน และจ้องมองใบหน้าของหญิงชรา ราวกับพยายามจดจำทุกเส้นสาย แม้ว่าเขาจะมีความสามารถจำสิ่งที่ผ่านตาได้ไม่ลืมก็ตาม
“ไปกันเถอะ อาโป”
เสียงของดร๊อกป้าดังขึ้น เขาหันกลับมาพลางก้าวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับอีกสองคน