“เดินให้มันเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมย่ะ?”
“โอ๊ย!! นี่ก็รีบสุดๆแล้วเนี่ย!”
‘แคน’ หญิงสาววัยรุ่นที่อยู่ในชุดนักศึกษากระโปรงสั้นทรงเอกำลังวิ่งมาหาเพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังะโคุยกับเธออยู่เบื้องหน้า
“วันแรกก็สายเลยนะ”
‘มิลา’ เพื่อนสาวคนสนิทที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นหลังจากที่เธอเป็คนโทรปลุกแคนเมื่อ 20 นาทีที่แล้วนี่เอง
“เออหน่า...คนอื่นล่ะ?” แคนเลือกที่จะไม่สนใจสิ่งที่มิลาพูด ซึ่งคนอื่นที่เธอหมายถึงนั่นคือเอลล์กับไทม์ เพื่อนผู้ชายในกลุ่มอีก 2 คน ที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่ปี 1 จนตอนนี้จะปี4 แล้ว
“มาั้แ่ฉันโทรปลุกแกละ”ยิ่งมิลาบ่นมากเท่าไร แคนก็ยิ่งเหมือนจะไม่สนใจมากขึ้นเท่านั้นเธอวิ่งไปเกาะแขนมิลาเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดเลยซักนิดที่มาสาย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเรียนที่ตอนนี้มีเพื่อนๆ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“หวัดดีจ้ะหนุ่ม ๆ” ยังไม่ทันจะนั่งลง แคนกับมิลาก็เป็ฝ่ายทักทายเพื่อน ๆ ก่อน
“สายอีกตามเคย”เอลล์พูดขึ้นมาในขณะที่แคนกำลังจะหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ เขา
“จะไปบ่นอะไรแคนมันอีกคงโดนมิลาบ่นจนหูชามาแล้วแหละ” ไทม์พูดขึ้นพลางเห็นอกเห็นใจแคนอย่างที่สุดเพราะเขาเองก็โดนมิลาบ่นอยู่บ่อย ๆ ไม่ต่างจากแคนเท่าไร
“พอเลยๆ อาจารย์จะมาแล้ว” มิลาเริ่มห้ามทัพ ก่อนจะต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้เพราะเธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอนั้นไม่มีใครยอมใครแน่นอนถ้าให้นั่งเถียงกันจนหมดคาบก็ทำได้
14.00 น.
“โอ้โห! ยอมใจอาจารย์เลยว่ะ วันแรกยังสอนขนาดนี้วันต่อไปไม่ต้องคลานออกจากห้องกันเลยเหรอวะ?” นี่คือเสียงประจำของไทม์ที่มักจะบ่นเป็หมีกินผึ้งแบบนี้ตลอดหลังเรียนเสร็จ ั้แ่ปี 1 จนถึงปี 4ไทม์ก็ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด แต่ถึงจะดูขี้บ่นไปสักหน่อยก็ฉลาดใช่ย่อย
“ไปไหนกันต่อป่ะ?”เอลล์ถามขึ้น โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่โทรศัพท์อย่างไม่ละสายตา
“ไม่รู้อ่ะ...”มิลาพูดและมองไปที่แคนเพื่อถามความคิดเห็น
“ยังไงก็ได้แล้วแต่พวกแก” แคนตอบ เพราะปกติหลังเรียนเสร็จเธอมักจะกลับห้องไปนอนมากกว่า
“งั้นไว้เจอกันคืนนี้ละกันฉันจองโต๊ะละ” ไทม์หนุ่มนักปาร์ตี้พูดออกมา นั่นทำให้พวกเพื่อน ๆต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกันเพราะนอกจากเื่เที่ยวกลางคืนกับผู้หญิงแล้วก็ไม่เห็นว่าไทม์จะสนใจเื่ไหนอีกเลย
“โอเคๆ ตามนั้น งั้นฉันกลับก่อนนะ ไว้เจอกัน” มิลาเป็คนเดินแยกออกไปก่อน ตามด้วยแคนเธอไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นอะไรเท่าไรนัก เอาเป็ว่าเพื่อนไปไหนเธอไปด้วย
หมับ! ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถสปอร์ตสีแดงคู่ใจแคนก็ใสุดขีดเมื่อมีหนาจับข้อมือของเธอเอาไว้ ก่อนจะรีบหันไปมองเพราะต่อให้กลางวันแสก ๆ ก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดี
“อะไรของแกเนี่ย?”แคนรู้สึกโล่งใจในทันที เมื่อมือปริศนานั้นเป็ของเอลล์เพื่อนในกลุ่มที่เธอเพิ่งจะเดินแยกออกมา
“กลับด้วย”สิ้นสุดคำพูดนั้นเอลล์ก็เดินอ้อมไปอีกฝั่งและเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถอย่างหน้าตาเฉย
“อะไรวะ!” แคนเองก็ได้แต่บ่นพึมพำออกมาเพียงเท่านั้นเพราะนี่เป็นิสัยของเอลล์มาั้แ่แรกอยู่แล้ว พูดน้อย ไม่ชอบอธิบายแต่ก็ออกจะเอาแต่ใจหน่อย ๆ
“รถแกไปไหนอ่ะ?”แคนเป็คนเริ่มบทสนทนาก่อน เพราะหลังจากขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัยได้สักพักจนเกือบจะถึงจุดหมายที่ต้องไปส่งเอลล์แล้ว ยังไม่มีการพูดคุยอะไรกันเลยสักคำ
“เสีย”คำพูดที่เปล่งออกมาเพียงคำเดียวของเอลล์ ทำให้แคนหงุดหงิดไม่น้อยถึงจะเป็เพื่อนกันมาเกือบ 4 ปีแล้วก็ตาม มารยาททางสังคมของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
“จริงๆ แกกกลับกับไทม์ก็ได้นะ อยู่คอนโดเดียวกันนี่”
“มันไปหาสาวต่อ”แคนพยักหน้าเข้าใจ เพราะไม่ใช่เื่แปลกอะไรส่วนมากไทม์ก็ไม่ค่อยได้อยู่คอนโดอยู่แล้ว
“แล้วคืนนี้แกไปใช่ป่ะ?”แคนเริ่มคำถามใหม่ เพราะหวังทำลายบรรยากาศที่แสนเงียบในขณะนี้
“อยากให้ไปไหมล่ะ?”
“ก็เพื่อนไปกันหมดแกจะไม่ไปหรือไง หรือว่านัดสาวไว้?” แคนพูดเชิงลองใจ เพราะั้แ่รู้จักกันมาไม่เคยเห็นเอลล์อยู่กับผู้หญิงคนอื่นเลยด้วยซ้ำ นอกจากเธอกับมิลา
“ไม่ต้องนัดหรอกไปหาเอาข้างหน้าก็ได้” เมื่อได้ยินแบบนี้ แคนก็เงียบไปในทันที เธอเข้าใจดีเพราะเอลล์ไม่ต่างจากไทม์เลยสักนิดเื่ที่มีผู้หญิงมารุมชอบอาจจะแตกต่างอยู่นิดหน่อยตรงที่ไทม์ดูจะเปิดเผยเื่ผู้หญิงมากกว่า
“ขอบใจแล้วคืนนี้จะโทรหานะ” หลังจากบทสนทนาก่อนหน้าที่จบลง ต่างคนก็ต่างเงียบแคนเองก็ขับรถมาจนถึงคอนโดของเอลล์ แต่คำพูดของเขานั้นกลับทำให้เธอนิ่งไป
“ไม่กลับเหรอ?”เอลล์ถาม
“อ่อกลับ ๆ”
“คืนนี้แต่งตัวเสร็จแล้วจะโทรหามารอตรงนี้นะ ตรงนั้นห้ามจอด” แคนมองไปตามนิ้วเรียวยาวของเอลล์ ที่ชี้ไปที่ฟุตบาทข้างหน้าพร้อมกับพยักหน้ารับรู้ จนฉุกขึ้นคิดว่าได้ว่า...คอนโดของเอลล์กับคอนโดของเธอนั้นมันโคตรจะไกลกันเลย!!!
“เสียรู้จนได้!!!” แคนได้บ่นกับตัวเองที่คิดไม่ทันตอนเอลล์ยังอยู่นั่นหมายความว่าเธอต้องรีบแต่งตัวเพื่อขับรถอ้อมโลกมารับเขาสินะ
X-Bar Club
ตอนนี้ทุกสายตาในคลับแห่งนี้ต่างจับจ้องมาที่2 หนุ่มสาวที่เดินเข้ามาด้วยกันเป็ตาเดียวอาจจะเป็เพราะหน้าตาที่เป็จุดเด่นของทั้งคู่อยู่แล้ว เมื่อมาอยู่ด้วยกันแบบนี้งดงามยิ่งกว่าพระเ้าปั้นเสียอีก แต่แคนและเอลล์ไม่ได้สนใจทุกสายตานั่นเลยสักนิด คงเป็เพราะความเคยชินที่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งเขาเดินนำเธอเข้ามาในห้อง VIP ของคลับที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่2 ของกลุ่มไปแล้ว
“ชน!!!” เสียงของไทม์ที่ตั้งหน้าตั้งตากินเหล้าเหมือนเป็วันสุดท้ายของชีวิตบอกให้ชนแล้วชนอีก จนแก้วเกือบจะร้าว
“พอก่อนเถอะกินขนาดนี้พรุ่งนี้กะไม่ไปเรียนเลยใช่ไหม?” มิลาหยิบแก้วเหล้าออกจากมือของไทม์ก่อนจะวางลงและเอามือน้อย ๆ ตบหัวไทมเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
“เปิดเทอมวันแรกทั้งทีนะโว้ย! ตอนปิดเทอมแคนก็หนีไปอังกฤษ แกก็ไปเชียงใหม่ส่วนไอ้เอลล์ก็ทำงานแบบไม่ลืมหูลืมตา นาน ๆ ทีหน่า”ไทม์ยังไม่ลดละหาเหตุผลมาหักล้าง
โดยปกติแล้วส่วนมาก่เวลาเปิดเทอมทั้ง4 คนจะอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน เรียกได้ว่าเห็นคนใดคนหนึ่งของกลุ่มเป็ต้องเห็นทุกคนด้วยทุกครั้งไปจะมีก็แต่่เวลาปิดเทอมที่ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเอง้าพวกเขาขาดการติดต่อกันไปเลยด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกที่ไทม์จะอดน้อยใจไม่ได้เพราะเขาเป็คนติดเพื่อนมาก พอต้องแยกย้ายกันไปเลยไม่ชิน
03.15 น.
“แกกลับคอนโดนป่ะไทม์”แคนถามพร้อมกับเดินออกมาพร้อมกับเพื่อน ๆ ในขณะที่มือก็ล้วงกระเป๋าหากุญแจรถ
“ทำไม?จะไปนอนด้วยเหรอ?” ไทม์ถาม
“เปล่าจะฝากเอลล์กลับด้วย ขับรถไปส่งไม่ไหว” แคนพูดพลางสะบัดหัวตัวเองไปด้วยเพราะมัวแต่ชนแก้วกับไทม์ไม่พัก ทำให้ตัวเองมึนขนาดนี้
“ก็ไปนอนห้องไอ้ไทม์สิ”เอลล์เดินเข้าไปดึงกุญแจรถออกจากมือของแคน ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าแท้ๆ และเดินนำไปที่รถหน้าตาเฉย
“เอาไงแกนอนป่ะ? ฉันก็มึน ๆ” มิลาหันมาถามความคิดเห็น
“งั้นก็นอนกันหมดนี่แหละ”สุดท้ายแคนก็ได้แต่เดินตามเอลล์ไปที่รถของตัวเอง ซึ่งเขาจะเป็คนขับรถเธอเองส่วนรถของไทม์คงต้องจอดไว้ที่นี่ และให้มิลาขับรถตัวเองพาไทม์กลับคอนโด
The Rich Condo
“คีย์การ์ดห้องไปไอ้ไทม์อยู่ไหนวะ?” มิลาบ่นอย่างหัวเสียเมื่อหาคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกงของไทม์ไม่เจอ
“ไปนอนห้องเอลล์เถอะจะตี 4 ละ” พูดเสร็จแคนก็เดินไปที่บันไดทันที เพราะห่างกันแค่ชั้นเดียว
“ถามเ้าของห้องหรือยัง?”เอลล์เดินตามและดึงแขนของแคนไว้
“ต้องขอด้วยเหรอหรือแกซ่อนใครไว้?”
“เปล่า...”
“ก่อนจะตกลงอะไรกันช่วยมาขนศพไอ้ไทม์ไปก่อนได้ไหม มันหนักโว้ยยยย!!!” มิลาที่ยืนหิ้วปีกไทม์อยู่ะโขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้ง2 กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปอย่างหน้าตาเฉยโดยที่ไม่ได้สนใจไทม์ที่เมาเป็หมาอยู่ตรงนี้เลย
07.10 น.
กริ๊ง!!!!!!!!
แคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกของเอลล์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเมื่อคืนเธอกับมิลานอนในห้องนอน ส่วนเอลล์กับไทม์นอนโซฟาด้านนอก เธอส่ายหัวเบา ๆเพื่อไล่ความมึน ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกด้วยความหงุดหงิดกว่าจะได้นอนก็เกือบจะเช้าแล้วยังต้องมาตื่นแต่เช้าเพราะเสียงนาฬิกาปปลุกบ้าบอของเอลล์อีก
“แกปิดนาฬิกาปลุกฉันยัง?ไม่งั้นอีก 10 นาทีมันจะดังอีกนะ” แคนงัวเงียปรับสายตาให้มองเ้าของเสียงตรงหน้า แต่ไม่ทันไรก็ตาสว่างเมื่อคนตรงหน้านั้นนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว โดยที่ท่อนบนเปลือยเปล่า
“ปะ...ปิดแล้ว” แคนพยายามประคองเสียงตัวเองให้ปกติมากที่สุด ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเห็นเอลล์ในสภาพนี้แต่มันก็ไม่บ่อยนักที่เขาจะมาเดินถอดเสื้อเดินไปเดินมาอย่างไม่เกรงใจสายตาของเธอแต่ต่อให้เห็นกี่ครั้งก็ยังไม่ชินสักที
“อืมนอนต่อเถอะ” เอลล์เดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของแคนมากนักแต่ต่อให้จะรู้ตัวว่ามีสายตาจับจ้องอยู่ตลอด เขาก็ทำได้แค่อมยิ้มมุมปากเท่านั้น
“แกจะไปไหน?”แคนถาม
“มหาวิทยาลัย”เอลล์ตอบแบบไม่ใส่ใจนัก ในขณะที่กำลังติดกระดุมเสื้อ
“มีเรียนเหรอ”
“อืม”หลังจากใส่เสื้อนักศึกษาเสร็จ เอลล์ก็เดินถือกางเกงสแล็คขายาวสีดำเข้าห้องน้ำไป
แคนที่พยายามนอนต่อแต่จะทำยังไงก็นอนไม่หลับไม่รู้ว่าตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกของเอลล์หรือเพราะหุ่นล่ำ ๆ ขาว ๆ นั่นก็ไม่รู้จนสุดท้ายเธอเลือกที่จะลุกจากเตียงและออกมาหาอะไรกินในครัว และเห็นไทม์ที่นอนบนโซฟาอย่างน่าสมเพชสภาพไทม์ไม่ต่างจากหมาข้างถนนเลยซักนิด
“นอนไม่หลับเหรอ?”เอลล์เดินตามเข้ามาในครัว ก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบแอปเปิ้ลออกมากัดกิน
“อือทำไมไม่บอกว่ามีเรียนล่ะ?”
“ไม่เป็ไร...ไหว”เอลล์ตอบมาเพียงสั้น ๆ
แคน เอลล์ มิลาและไทม์เรียนอยู่คณะเดียวกัน แต่คนละสาขา มีแค่บางวิชาเท่านั้นที่ต้องเรียนด้วยกัน
เอลล์เรียนการแสดง เพราะพ่อแม่ของเขาเปิดบริษัทโมเดลลิ่ง จัดหานักแสดง นางแบบนายแบบหน้าใหม่เข้าวงการ
มิลาเรียนการโฆษณา เพราะที่บ้านเปิดบริษัทโฆษณารายใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศ และเป็บริษัทที่ได้รับการยอมรับเื่การโฆษณาจากทุกแวดวง
แคนและไทม์เรียนสาขาเดียวกันคือวารสารศาสตร์ เพราะพ่อกับแม่ของเธอมีบริษัทผลิตนิตยสารทุกประเภทที่เป็นิตยสารอันดับหนึ่งของประเทศเธอจึงต้องเรียนด้านนี้เพื่อมาสานต่อธุรกิจของที่บ้าน
ส่วนไทม์เรียนเพราะไม่รู้จะเรียนอะไรจริง ๆ แล้วครอบครัวของเขาอยู่ที่อิตาลีทำธุรกิจเครื่องเพชร เขาอยู่ตัวคนเดียวที่นี่แต่เพราะมีพี่ชายของเขาดูแลธุรกิจอยู่ พ่อกับแม่เลยไม่เข้มงวดเื่เรียนมากนักคงขอให้เอาให้เขาเอาตัวรอดได้ก็พอ
“ฉันออกไปพร้อมแกเลยละกันไหน ๆ ก็ตื่นแล้ว เดี๋ยวแวะไปส่งที่มหาวิทยาลัย”แคนพูดพร้อมกับดันตัวเองขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวอย่างคล่องแคล่วและกินนมในแก้วไปด้วย
“พวกนี้ล่ะ?”เอลล์กวาดสายตามองไทม์ที่นอนสลบไสลเหมือนจะไม่ตื่นแล้วในชาตินี้ อย่างเอือมระอา
“ตื่นก็คงไปกันเองแหละ”
หมับ!!! อยู่ดี ๆ เอลล์ก็เดินเข้ามาสอดมือเข้าใต้วงแขนทั้ง 2 ข้างของเธอ และยกตัวเธอลงจากเคาน์เตอร์ครัวอย่างหน้าตาเฉยจนเธอตั้งตัวแทบไม่ทัน
“รีบไปแต่งตัวสิ”เอลล์ไม่ได้สนใจเลยสักนิด ว่าการกระทำเมื่อครู่ ทำเอาผู้ถูกกระทำใจเต้นไม่เป็จังหวะถือว่าเป็ครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่รู้จักกันมาเลยหรือเปล่า ที่เขาถึงเนื้อถึงตัวเธอขนาดนี้
Tela Condo
แคนทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง หลังจากส่งเอลล์ที่มหาวิทยาลัยแล้วเธอก็ขับรถตรงกลับมาที่คอนโดตัวเองทันทีแต่ก็ไม่ลืมโทรปลุกไทม์เพราะตอนบ่ายเธอกับไทม์มีเรียน
Rrrrr~~
ยังไม่ทันได้หลับตาเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นแต่กลับน่าแปลกใจเพราะเบอร์ที่โทรเข้ามาคือเบอร์ของคนที่เพิ่งจะแยกกันไปสักพักนี่เอง
“ว่าไง?”น้ำเสียงที่รับสายดูเหมือนไม่เต็มใจนัก แต่ใจกลับเต้นไม่เป็จังหวะเมื่อเห็นเบอร์โทรของเขา
‘ฉันลืมสมุดเลคเชอร์ไว้บนรถแก... ถึงแล้วเอามาให้ด้วยนะ’ คำพูดของเอลล์ทำเอาแคนถึงกลับขมวดคิ้วเพราะก่อนจะลงจากรถเธอก็ไม่เห็นอะไรบนเบาะข้างเธอ
“แน่ใจเหรอลืมเอามาจากคอนโดหรือเปล่า?” แคนถามเพื่อความแน่ใจ
‘น่าจะหล่นที่พื้น ลองหาดูละกัน...” ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกลับไปปลายสายก็ตัดไปเสียดื้อ ๆ เธอได้แต่ปิดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ไป ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเวลาเรียน
13.10 น.
และแล้วก็เป็อย่างที่แคนคิดไว้ไม่มีผิดไทม์ไม่ตื่นมาเรียน เวลาเมาหนัก ๆ ทีไรเป็แบบนี้ทุกที แต่เธอชินแล้วสงสัยวันนี้ต้องเรียนคนเดียวอีกตามเคย... เพราะนอกจากเพื่อนในกลุ่มแล้วเธอก็ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครเท่าไรนัก
“มานานยัง?”เพียงไม่นานเ้าของเสียงที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้เธอมายืนอยู่หน้าห้องเรียนของสาขาการแสดงก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินมาด้วยกัน
“ไม่นานๆ อ่ะ... ฉันไปเรียนก่อนนะ”แคนรีบหยิบสมุดเลคเชอร์ของเอลล์ที่หล่นอยู่ที่พื้นบนรถออกจากกระเป๋าสะพายก่อนจะยื่นให้
“เดี๋ยว!” ยังไม่ทันได้เดินออกไป เอลล์ก็จับแขนของแคนเอาไว้
“.....”
“เย็นนี้รอหน้าคณะนะพาไปเอารถหน่อย” เอลล์บอกกับแคน แต่กลับมีเสียงเล็ก ๆ แทรกขึ้นมา
“เอลล์ไปกับมีนก็ได้นะยังไงก็ต้องผ่านทางนั้นอยู่เดิม อู่เดิมใช่ไหม?” มีนเพื่อนร่วมสาขาของเอลล์พูดขึ้นมาในขณะที่แคนยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ั้แ่เข้ามาเรียนปี1 มีนก็ดูเหมือนจะเป็เพื่อนคนเดียวที่เกาะติดเขาตลอดเมื่อมีโอกาสเธอเห็นภาพแบบนี้จนชิน ภาพที่มีนพยายามแทรกตัวเองเข้ามาในชีวิตของเขา แต่ดูเหมือนเขาก็ไม่ได้เปิดรับเท่าไรแต่ต่อให้เปิดรับก็คงเป็แค่ในฐานะเพื่อนเท่านั้น
“แล้วแต่แกละกันยังไงก็โทรมานะ” แคนแทบจะไม่รอคำตอบว่าเอลล์จะไปกับใคร แต่เขากลับให้คำตอบมาก่อนที่เธอจะเดินออกไป
“ฉันไปกับแก”สิ้นเสียงนั้นแคนก็ได้ยกยิ้มมุมปากเหมือนได้รับชัยชนะาปราสาทระหว่างเธอกับมีนได้เริ่มขึ้นแล้ว จริง ๆเธอก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวายกับเื่ของเขาเท่าไรหรอกแต่พอเห็นว่ามีผู้หญิงคนนั้นเข้าใกล้เขาแล้วมันอดใจที่จะแสดงความเป็ ‘เพื่อน’ ไม่ได้จริง ๆ และแน่นอนว่าเขาให้เกียรติเธอในฐานะ‘เพื่อน’ เสมอเขาไม่เคยปฏิเสธท่าทีของเธอเลยสักครั้ง
16.45 น.
“ทำไมลงมาช้าจัง”แคนที่กำลังเดินลงจากตึกคณะมา ถึงกับสะดุ้งโหยงกับเสียงที่ออกมาจากมุมเสาต่อให้รู้ว่าเสียงของใครแต่ก็อดใไม่ได้อยู่ดี
“โอ๊ยย! มาให้มันปกติเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาหน่อยได้ไหมสักวันฉันคงหัวใจวายตายเพราะแกแน่ ๆ”เื่มาไม่ให้สุ่มให้เสียงเหมือนจะเป็ซิกเนเจอร์ประจำตัวเอลล์ไปแล้วถึงกับได้รับฉายาว่า ‘ย่องเบา’
“....”
“มานานหรือยัง?”แคนถาม เมื่อเห็นว่าเอลล์ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำพูดประชดประชันของเธอ
“ไม่นานหรอก...ทำไมลงมาช้าล่ะ?” เมื่อยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ถามไป เอลล์จึงถามซ้ำ
“อาจารย์สั่งงานอยู่น่ะสรุปไปกับฉันใช่ป่ะ?”
“อืม”เอลล์ตอบในลำคอพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ และยื่นมือหนานั้นมาตรงหน้าของเธอซึ่งเธอเองก็รู้ในทันทีว่าเขา้าอะไร ก่อนจะหยิบกุญแจรถในกระเป๋าสะพายยื่นไปให้ตรงหน้าเขาพอดิบพอดีแต่สิ่งที่เขาทำมันเหนือความคาดหมายมากกว่านั้น แทนที่จะหยิบเพียงกุญแจรถแต่เขากลับรวบมือของเธอไปด้วยและเดินจูงมือเธอไปที่รถอย่างหน้าตาเฉย
“ปะ...ปล่อยได้แล้ว”แคนพูดขึ้นมาเมื่อเดินมาถึงรถของเธอที่จอดไว้ไม่ไกลจากตึกคณะมากนักถึงเธอกับเขาจะเป็เพื่อนกันมานานแต่ระยะห่างของเธอกับเขาค่อนข้างมีมากพอสมควรเมื่อเทียบกับไทม์เธอจะกล้าเล่นและกล้าพูดกับไทม์มากกว่า อาจจะเพราะบุคลิกของเขาดูเงียบขรึมทำให้เธอไม่ค่อยกล้าจะเข้าไปพูดคุยด้วยเท่าไร
“หิวไหม?”เอลล์ถามเมื่อขับรถออกจากมหาวิทยาลัยได้สักพัก
“นิดหน่อยเมื่อเช้ากินนมไปแค่แก้วเดียวเอง”
“แค่หาอะไรกินระหว่างวันมันยากมากนักหรือไง...”เสียงพึมพำอยู่คนเดียวที่ดูเหมือนบ่นนั้น ถึงจะไม่ชัดเจนมาก แต่แคนก็มั่นใจว่าเขาบ่นเธอแน่นอนเพราะเธอมักมีปัญหากับอาการปวดท้องค่อนข้างบ่อย สาเหตุก็มาจากการกินข้าวไม่ตรงเวลาคำถามที่เขาถามเธอบ่อย ๆ ตลอดเวลาที่เป็เพื่อนกันมาก็คงจะเป็คำว่า ‘กินข้าวหรือยัง’ หรือไม่ก็ ‘หิวไหม’
“งั้นแวะกินข้าวก่อนละกัน” เอลล์ไม่ได้ถามความเห็นเพียงแต่แค่บอกกล่าวเท่านั้น
“ไม่รีบไปเอารถเหรอ?”แคนถาม
“ไม่”คำตอบสั้น ๆ ทำให้แคนต้องหยุดถามทันทีเพราะมันสั้นเสียจนคิดว่าเธอกำลังทำตัวให้เขาหงุดหงิด
เพียงไม่นานรถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใจกลางเมืองซึ่งแน่นอนว่ามันคือร้านประจำของเขา
“สั่งเลยฉันเลี้ยงเอง” เอลล์บอกก่อนจะก้มมองเมนูตรงหน้าซึ่งอันที่จริงแล้วไม่จำเป็ต้องดูด้วยซ้ำ เพราะมาทีไร เขาก็สั่งแต่เมนูเดิมตลอด
“งั้นไม่เกรงใจละน้าาาา...”แคนลากเสียงยาวเหมือนเด็ก จนเขาเกือบหลุดขำออกมา
“ก่อนจะพูดอะไรคิดก่อนไหม?”ยังไม่วายที่เขาจะประชดประชัน
“ไม่ล่ะเสียเวลา” แต่แคนก็ไม่ได้สนใจ เธอสั่งอาหารมาเพิ่มอีก 2-3 อย่างเผื่อเขาด้วย
“ฉันมีเื่จะปรึกษาแก...”บทสนทนาแรกเริ่มขึ้นหลังจากที่เขาและเธอเริ่มกินกันไปได้สักพัก
“เื่?”แคนถาม แต่กลับไม่ได้มองหน้าเขาเลยสักนิด เพราะมัวแต่สนใจอาหารตรงหน้ามากกว่า
“พ่อจะให้ฉันเข้าวงการ...”เอลล์พูดเพียงแค่นั้น เธอถึงกับวางช้อนทันที
“วงการอะไรเพลงหรือแสดง?”
“เพลง”
“ทำไม?”ตอนนี้ในหัวแคนมีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมดเธอไม่อยากจะเซ้าซี้ถามเพราะสุดท้ายมันคือการตัดสินใจของเขาอยู่ดี
“พ่อเพิ่งพูดเื่นี้กับฉันเมื่อไม่กี่วันก่อน...”
“เพราะมันคือความฝันของแกด้วยใช่ไหม?”ยังไม่ทันที่เอลล์จะพูดจบ แคนก็ถามแทรกขึ้นมาถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม
“ฉันไม่รู้...”คำตอบที่ดูลังเลนั้น มันแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจไปแล้วเกิน 80%
สีหน้าของเอลล์ดูกังวลอย่างชัดเจนเพราะดนตรีคือสิ่งที่เขารักมาก แต่อุบัติเหตุครั้งนั้นที่พรากชีวิตของสมาชิกในวงของเขาหลังจากแข่งงานเทศกาลดนตรีไปจนหมดเหลือเพียงเขาคนเดียวที่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากนั้นมา...เขาทิ้งความฝันของตัวเองและไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับดนตรีอีกนาน โดยให้เหตุผลว่า ‘นักร้องจะร้องโดยไม่มีนักดนตรีได้ยังไง’
อุบัติเหตุในครั้งนั้นสร้างาแในจิตใจของเขามายาวนานหลายปีดนตรีที่ชื่นชอบก็ทิ้งมันไปอย่างไม่ใยดีเพียงเพราะภาพในวันที่เขาสูญเสียสมาชิกในวงไป มันยังคงติดตาอยู่เสมอมาแต่ในวันนี้เขาอยากทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง และเริ่มต้นความฝันของตัวเองใหม่เพราะเชื่อว่าหากเขาประสบความสำเร็จสมาชิกในวงที่ล่วงลับไปแล้วคงจะมีความสุขไม่ต่างไปจากเขา
“ทำตามที่ใจแก้าเถอะยังไงฉันก็อยู่ข้าง ๆ แกอยู่แล้ว” แคนเอื้อมมือไปบีบมือเอลล์เบา ๆเป็การให้กำลังใจ และอยากให้เขาตัดสินใจเลือกในสิ่งที่เขา้า
หลังจากออกมาจากร้านอาหารก็ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นอีกภายในรถ จนถึงอู่ที่เอลล์ต้องมารับรถ แคนเพียงแค่ส่งยิ้มให้เขาก่อนจะขับรถออกไป ซึ่งนั่น... มันทำให้ใจเขาเ็ปอย่างบอกไม่ถูก
ความจริงแล้วเขาไม่อยากบอกเธอเลยสักนิดเื่ที่ต้องเข้าวงการ ไม่ใช่แค่เพียงเขาที่มีาแในใจ เธอเองก็ไม่ต่างกัน...ซึ่งาแของเธอนั่นก็คือ ‘วงการบันเทิง’
ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเธอเคยคบกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่กำลังเป็ดาวรุ่งพุ่งแรงในตอนนั้นเวลาจะไปไหนมาไหนด้วยกันต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ค่อยมีเวลาให้แต่เธอก็อดทนและไม่เคยต่อว่าแฟนเธอเลยสักครั้ง เพียงเพราะรัก...แต่สุดท้ายแฟนเธอก็เลือกที่จะแคร์แฟนคลับมากกว่าแฟนตัวจริงอย่างเธอความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนจึงจบลงอย่างง่ายดาย ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ‘แฟนคลับของเขาไม่ชอบเธอ’ เท่านี้มันก็คงเพียงพอแล้ว
หลังจากนั้นมาเธอก็เข็ดขยาดกับวงการนี้ในทันทีเพราะมันเป็สิ่งที่ทำให้เธอต้องเ็ปกับรักครั้งแรก และเธอมักพูดเสมอว่ามันคือ ‘สังคมจอมปลอม’ และนั่นทำให้เขาไม่อยากบอกเธอในเื่นี้แต่ก็รู้ว่าคงปิดบังไม่ได้อยู่ดี สักวันหนึ่งเธอก็ต้องรู้ความจริงสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดในตอนนี้คงจะเป็... ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆแม้แต่ความเป็เพื่อนเธอจะยังมีให้เขาอยู่ไหม