“มัท! งั้นเอานี่ไปส่งให้พี่ที ตอนนี้เลย เอาของไปด้วย ส่งแล้วก็กลับบ้านเลย” ซองสีน้ำตาลถูกวางลงตรงหน้ามัทรี มีโพสต์อิทสีเหลืองแปะไว้ตรงกลางซอง ในนั้นเขียนไว้ว่า ‘ขึ้นไปหาคุณเกียร์ด่วน ไม่ต้องให้ใครรู้นะ’
“รีบไปเลยมัท เดี๋ยวของพี่จะส่งไม่ทันรอบเที่ยง”
“ค่ะ”
แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็ว แต่ก็พยายามควบคุมสติเอาไว้ แล้วเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย ก่อนจะคว้าเป้กับซองสีน้ำตาลเดินออกจากออฟฟิศอย่างรวดเร็วตามคำสั่ง จุดหมายปลายทางก็คือชั้นสามสิบห้า
ไม่รู้ว่าครั้งนี้ จะถูกเขาพาไปไหนหรือไปทำอะไร แต่มัทรีก็ไม่เคยคิดจะเกี่ยง เพราะถ้าที่ไหนมีเขา ตัวเองก็พร้อมจะตามติดไปทุกที่เสมอ และด้วยความเป็สุขใจยิ่งอีกต่างหาก
พอก้าวออกจากลิฟต์ตรงชั้นบนสุด ก็มักจะมีความเงียบสงบอยู่ประจำเสมอมา มัทรีเดินไปยังทิศทางห้องของผู้บริหารหนุ่ม ก็เห็นเลขาของเขามองมาพอดี แถมยังรีบกวักมือเรียกให้ไปหาเร็วๆ และโดยไม่ได้เอ่ยอะไร
จากนั้นก็ถูกพาตรงเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที ไม่มีเขาอยู่ตรงโต๊ะทำงาน แต่กลับนอนทอดกายอยู่กับชุดรับแขกตัวยาว หญิงสาวถูกเลขาจูงมือไปส่งยังตรงที่มีเขาอยู่ ครู่เดียวเขาก็ลืมตาขึ้นมา
“มัทมาแล้วเหรอครับ” เขาคว้าแว่นที่วางอยู่ตรงโต๊ะกลางมาใส่ แล้วพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง
“มัทนั่งตรงนี้ครับ”
จากนั้นก็รั้งมือบางให้นั่งลงตรงมุมสุด และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ เขาก็ล้มตัวลงนอน เอาศีรษะหนุนตักนุ่มทันที มือก็ถอดแว่นไปวางไว้ตำแหน่งเดิม มันเป็อะไรที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ใบหน้าขาวเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็แดงระเรื่อ เมื่อเห็นว่าเลขาของเขากำลังมองมาหาอยู่
“ขอบคุณครับคุณอร ผมฝากหามื้อเที่ยงเผื่อมัทด้วยนะครับ”
แม้จะหลับแต่มัทรียังเห็นเขาสั่งเสียงนุ่ม แถมยังจับมือบางมากุมไว้ให้ได้อายเลขาของเขาเพิ่มขึ้นอีก
“ค่ะ เดี๋ยวเที่ยงอรจะยกเข้ามาให้นะคะ”
มัทรีไม่กล้าเอ่ยอะไร ได้แต่มองตามเลขาของเขาเดินไปเท่านั้น แล้วในห้องก็เงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ มีเพียงเสียงลมหายใจเ้าของเขาแบบติดๆ ขัดๆ ส่วนมือนั้นก็ร้อนกว่าปกติ และนั่นทำให้เดาได้ว่าเขามีไข้
“จากนี้ไปหาเย็น มัทได้งานพิเศษ คือเป็หมอนให้ผมนอนหนุนนะครับ ถ้ามีนัดที่ไหนหรือกับใคร อย่าลืมรีบยกเลิกนะครับ ผมจองคิวยาวเลย”
หญิงสาวยิ้มบางๆ อย่างเป็สุขใจยิ่ง เมื่อเขาเอ่ยเสียงนุ่มหูมาหา แม้จะหลับตาอยู่ก็ตาม และด้วยความที่ไม่อยากดึงมือที่เขาคว้าไปกุมไว้กลับ เลยใช้มือขวาข้างที่ว่างเปิดเป้คว้าโทรศัพท์ออกมา เพื่อส่งไลน์ไปยกเลิกนัดเดินเที่ยวกับสองเพื่อน รวมทั้งนัดกินเลี้ยงวันเกิดด้วย
“เดี๋ยวเราจะเลี้ยงข้าวเป็การขอโทษวันหลังนะ ธุระด่วนจริงๆ จ้า”
เพียงแค่เจอประโยคนี้ เพื่อนก็หายงอนเรียบร้อยแล้ว เลยสบายใจไม่ต้องห่วงใดๆ และมีเวลาได้ก้มลงมองเ้าของใบหน้าคม ไม่ว่าจะมองยังไง มองมุมไหน หรือมองเมื่อไหร่ เขาก็ยังคงหล่อเหลาไม่เคยเปลี่ยนแปลง
อีกครั้งที่หัวใจเต้นรัวเร็วและแรงขึ้น นั่นบ่งบอกได้เป็อย่างดี ว่าระดับความรักที่มีในตัวเขาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว แถมใจก็อยากจะเหมารวมไปด้วย ว่าเขาเองก็คงจะรู้สึกไม่ต่างกันนัก ด้วยถ้าไม่รักหรือไม่ห่วงหา แล้วเขาจะคอยตามให้มาอยู่ใกล้ๆ ทำไมกัน และเพียงคิดแค่นั้น ใจมันก็สั่นหวานไหวยกใหญ่
เืในกายสูบฉีดไปทั่วร่าง มือบางก็อยากยกขึ้นััผิวแก้มขาวราวสตรีของเขาเข้าให้แล้ว ผมรองทรงหยักศกน้อยๆ ของเขานั้นดำขลับ จนอยากจะลองจับดู เพราะอยากรู้ว่าจะนิ่มมากแค่ไหน
แก้มใสๆ ของเขานั้น ใจก็อยากจะโน้มลงไปดอมดมให้หายคิดถึงอย่างที่สุด แต่ก็ได้แค่คิด และนั่งนิ่ง มีเพียงมือข้างที่ถูกเขากุมไว้เท่านั้นที่ขยับไปมา ตามนิ้วของเขาที่ขยับบ้างบางครั้งคราว
แล้วหัวใจก็สั่นสะท้านขึ้นอีกวาระ เนื้อตัวเหมือนจะลอยขึ้นกลางอากาศให้ได้ เพียงแค่เขาขยับเปลี่ยนท่านอนจากตะแคงเป็หงาย แล้วดึงมือขึ้นดอมดม จากนั้นก็จัดให้วางไว้ข้างแก้มสากนิดๆ ของเขา
หญิงสาวต้องพยายามดึงสติให้กลับเข้าตัว และควบคุมความตื่นเต้นเอาไว้หลายนาทีกว่าจะทำได้
“หนาวจังเลย”
เขาพึมพำในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวเป็นอนตะแคง เอาแก้มซ้ายแนบหมอนที่วางทับอยู่บนตักนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแทบจะแนบชิดกับหน้าท้องแบนราบเรียบอยู่แล้ว มีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับเข็มขัดหนังคาดตรงเอวไว้แค่นั้นแล้ว แขนขวาของเขา ก็ยกขึ้นกอดเอวคอดเอาไว้แแ่
“มัทกอดผมไว้บ้างสิครับ ผมหนาว”
เท่านั้นยังไม่พอ เขารีบจับแขนซ้ายของเธอให้โอบตัวเขาไว้ด้วย ก็แล้วจะให้หัวใจคิดเป็อื่นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาเรียกร้องขนาดนี้ คนที่ไม่มีความรู้สึกดีๆ ต่อกันคงไม่ทำแน่
“ตอนเป็เด็กเวลาผมนอนหนุนตักคุณแม่ทีไร ท่านชอบลูบผมให้ด้วย มัททำเหมือนคุณแม่ได้มั้ยครับ ผมจะได้หลับสบายๆ แล้วจะได้หายไข้เร็วๆ ไง มัทอยากให้ผมหายหรือเปล่าครับ”
“ค่ะ”
มือบางข้างขวาเลยค่อยๆ ยกขึ้นลูบผมหยักศกของเขาแ่เบา หญิงสาวรับรู้ว่าช่างนุ่มและลื่นมือเหลือเกิน ไม่ได้แตกต่างจากผมสตรีด้วยซ้ำ ชั่วขณะจิตหนึ่งนั้น อยากเอ่ยคำนี้บอกเขาใจจะขาด
‘มัทรักคุณที่สุดเลยค่ะ รักมากจนไม่เหลือใจไว้ให้รักใครอีกแล้ว คุณล่ะคะ รักมัทบ้างมั้ย’
แต่จะพูดออกมาได้ยังไง ในเมื่อถูกยายสั่งสอนั้แ่จำความได้แล้ว ว่าเป็หญิงต้องรักนวลสงวนตัว อย่าเที่ยวเผลอใจกับชายคนไหนง่ายๆ แล้วถ้ายายรู้ว่าตอนนี้ หลานของยายกำลังพลีกายให้ชายอันเป็ที่รักกอด กับพลีตักให้เป็ที่นอนพักผ่อนอยู่ ยายจะว่ายังไงนะ
‘ถ้าเป็คุณเกียร์ ยายไม่ว่าหรอกมัท เพราะยายก็รักและเอ็นดูแกมากเหมือนกัน’
หัวใจดวงน้อยๆ แก้ต่างให้ตัวเองเสร็จสรรพ ก่อนจะก้มกลับลงไปมอง เสี้ยวหน้าอันหล่อเหลาของเขา แล้วมองไล้ลงไปหาไหล่กว้าง กายกำยำ จนกระทั่งถึงปลายเท้าขาวสะอาด
เห็นรองเท้ากับถุงเท้าวางอยู่ข้างๆ ชุดรับแขก แปลว่าเวลาอยู่บ้าน เขาคงชอบเดินเท้าเปล่าเป็แน่ แล้วความคิดก็ล่องลอยไปหาวันแรก ตอนไปเยี่ยมคฤหาสน์หลังงามของเขา ได้นั่งร่วมโต๊ะกินมื้อเที่ยงกับเขาเป็ครั้งแรก
ก่อนจะเคลิ้มฝันไปว่า ถ้าตัวเองได้กลายไปเป็สะใภ้ในบ้าน ได้เดินเคียงคู่กับเขา ได้นั่งกินข้าวกับเขาตลอดไป จะเป็สุขมากมายแค่ไหนกันนะ สาวกี่ร้อยคนกันนะที่จะได้แค่นั่งงง ว่าคนธรรมดาอย่างมัทรี ทรัพย์สมบูรณ์ ก้าวไปเป็คู่ชีวิตของเขาได้ยังไง
‘ก๊อกๆ ๆ’
กายสาวสะดุ้งน้อยๆ เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ไม่นานก็มีเลขาของเขาเดินมาพร้อมถาดอาหาร มีอีกหนึ่งสาวตามมาไม่ห่าง มัทรีรู้ดีว่าเป็ผู้ช่วยเลขาของเขา ในมือก็ถือถาดมาด้วยเช่นกัน
มันเป็อะไรที่อายจนไม่รู้จะทำยังไง เมื่อกลายเป็เป้าสายตา ให้คนทั้งสองที่กำลังเดินตรงมาหามองด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาเลย พอวางถาดไว้ก็พากันเดินออกไปจากห้องเงียบๆ เท่านั้นเอง
แปลว่าทั้งสองคงไม่อยากรบกวนเ้านายนัก มัทรีเองก็ไม่กล้าปลุก ได้แต่มองข้าวผัดกุ้ง ข้าวกะเพรากุ้งไข่ดาว กับเกาเหลาลูกชิ้นปลาสองชามตาละห้อย เพราะหิวไม่น้อย ยิ่งเห็นน้ำส้มคั้นสดๆ ด้วยแล้วยิ่งหิว
“คุณอรเอายาแก้ปวดมาให้ด้วยหรือเปล่าครับมัท”
จากที่คิดว่าเขาหลับแต่กลับไม่ เขาเอ่ยเสียงนุ่มหูมา ดวงตาคู่สวยเลยมองไปยังถาดอาหารอีกครั้ง ก็เห็นซองยาถูกชามเกาเหลาบังอยู่ ส่วนเขาเปลี่ยนจากท่านอนตะแคงมาเป็หงาย พร้อมกับลืมตาขึ้นเรียบร้อยแล้ว และไม่วายเอี้ยวตัวไปคว้าแว่นมาสวมทันที
“มีค่ะ คุณเกียร์จะกินเลยมั้ยคะ”
“ก็ได้ครับถ้ามัทจะป้อน”
ดวงตาคู่สวยก้มลงไปมองเขาทันที และเขาเองก็กำลังมองขึ้นมาหาเหมือนกัน เลยทำให้คนถูกถามเกิดอาการประหม่าขึ้นมาในทันที
“ว่าไงครับ มัทจะป้อนคนป่วยมั้ย ไม่งั้นผมจะนอนต่อแล้วนะ ไม่กินยาด้วย”
เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เห็นเขาอ้อน แต่ก็มีอีกตั้งหลายอย่าง ที่เธอเองก็เพิ่งเคยเห็นเขาทำเป็ครั้งแรกในชีวิตด้วย เช่นเรียกให้เข้ามาหาในห้อง เพื่อทำหน้าที่เป็หมอนให้นอนหนุน กราฟความสุขใจเลยพุ่งขึ้นอย่างไม่รั้งรอ
“คุณเกียร์ลุกนั่งก่อนสิคะ นอนกินเดี๋ยวสำลักค่ะ” เลยเอ่ยเสียงแ่เบากับใบหน้าแดงก่ำ ท่าทีเอียงอาย และนั่นทำให้เขาหยัดกายลุกขึ้นมานั่งเอาหลังพิงชุดรับแขกอย่างว่าง่าย
“คุณเกียร์จะกินอะไรดีคะ ข้าวผัดหรือกะเพราคะ”
“เอาสองอย่างเลย เราแบ่งครึ่งกันนะครับ”
“ค่ะ” มัทรีเคลื่อนตัวไปใกล้ๆ ถาด แล้วแบ่งข้าวผัดกับข้าวกะเพราอย่างละครึ่งใส่ทั้งสองจาน ส่วนเกาเหลานั้นได้คนละชามแบบไม่ต้องแบ่ง จากนั้นก็ยกถาดมาวางไว้บนตัก ใช้ช้อนคนน้ำซุปในเกาเหลาก่อน แล้วถึงตักส่งเข้าปากเขาด้วยอาการประหม่า เพราะเกิดมาไม่เคยป้อนข้าวให้ชายใดเลย
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































