เมื่อเสร็จสิ้นการต่อสู้ระหว่างคนทั้งสองมีแสงสว่างวูบออกมาจากบริเวณลานโล่งตรงกลาง
"ผลึกระดับสูงหนึ่งร้อยชิ้น" สิ้นเสียงประกาศหีบสมบัติปรากฏขึ้น
ทุกคนล้วนเห็นตรงกันคือมีเงาคนเข้าใกล้หีบสมบัติพร้อมฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย
เมื่อเห็นดังนั้นฝูงชนจากทั่วสารทิศเข้าตะลุมบอนเพื่อแย่งชิงผลึกปราณระดับสูงทันที
"ผลึกชิ้นนี้ผมได้ก่อน"เด็กชายจากหมู่ตึกคิมหันต์คนหนึ่งกำลังเยื้อแย่งผลึกกับเด็กสาวจากวัสสานะราวกับมันคือลูกกวาดแสนอร่อย
เซเวียร์วูดส์เองก็แย่งชิงผลึกอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกันต่างจาก ฟารีน และแคทเธอรีนทั้งสองหันมาต่อสู้กันเสียอย่างนั้น
ลูคัสร่อนลงจากท้องฟ้าก่อนไปยืนอยู่ข้างอาร์โนลด์ที่กำลังนั่งซึมอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"ไม่ไปชิงผลึกหรือรุ่นพี่" เด็กชายออกปากถาม
"น้องชายลูคัสพูดตามตรง พี่ชายคนนี้ไม่ได้สนใจเรื่องแพ้ชนะหรือเสียดายกำไลเงินหรอกนะแต่ของชิ้นนั้นทางตระกูลประมูลมันมาในราคาที่สูงมากหากบิดารู้เข้าพี่ชายคงต้องโดนทุบตีจนตายเป็นแน่..." เขาเล่าไปขณะยังคงทำคอตก
"งั้นรับนี่ไป"ลูคัสโบกมือหนึ่งครั้งผลึกปราณระดับสูงสิบชิ้นร่วงลงตรงหน้าอาร์โนลด์
"ถือว่าเป็นค่าชดเชย" เด็กชายขยิบตาหนึ่งครั้งก่อนหายตัวไป
อาร์โนลด์เผยรอยยิ้มออกมาผลึกปราณระดับสูงมีราคาสูงมาก เพียงแค่สองชิ้นก็มีมูลค่ามากกว่ากำไลเงินของเขาแล้วแต่ตรงหน้ากลับมีวางอยู่ถึงสิบชิ้น
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่เหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์ล้วนเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
เริ่มตั้งแต่ ลูคัสใช้ก้าวพริบตาตรงเข้าหาหีบสมบัติพร้อมใช้ท่าบาทาคชสารสร้างสถานการณ์ให้มีม่านฝุ่นเกิดขึ้นเพื่อบดบังทัศนวิสัยของเหล่าผู้คนจากนั้นเด็กชายรีบเก็บผลึกสีม่วงอ่อนไปห้าสิบชิ้นก่อนใช้ เหยียบเงาเคลื่อนที่ราวกับหายตัวออกห่างไปบนฟ้าหลายสิบเมตรการกระทำทั้งหมดนี้ดูเหมือนนานแต่ความจริงเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
"เจ้าเหมียวร้ายกาจมากพี่หลง"เด็กสาวในชุดกระโปรงสีม่วงอุทานด้วยความตื่นเต้น
หลงชิงฉีกยิ้มมุมปากเล็กน้อย“ทั้งที่จะแอบเก็บไว้คนเดียวก็ยังได้แต่ก็ยังเลือกแบ่งปันผลึกให้กับคนอื่นถึงสิบชิ้น”
เมื่อระยะเวลาผ่านไปสักพักการแย่งชิงผลึกปราณก็สิ้นสุดลงทุกคนกลับมาประจำที่ของตนด้วยอาการสงบนิ่ง
"นายได้มากี่ชิ้นลูคัส" ไบรอัน เกรกำลังยิ้มตาหยีจนปากเกือบถึงใบหู
"นิดหน่อย" ลูคัสตอบสั้นๆ
"นายมันไม่มีโชคเอาเสียเลย ชั้นได้มาตั้งสองชิ้น นายรู้ไหมตอนอยู่บ้านชั้นไม่เคยได้แตะผลึกพวกนี้หรอกนะเพราะถูกแย่งเอาไปหมด"ไบรอันรีบอวดทันใด
ความจริงลูคัสก็แอบเสียดายเช่นกันเมื่อคำนวณผลึกในมือสี่สิบชิ้นที่ต้องนำออกไปแบ่งฟุสกับเฉินและ
อากิโกะคนละสิบชิ้น ส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้เอง
หากรวมกับข้อตกลงกับหมู่ตึกอื่นๆ เขาจะมีผลึกปราณระดับสูงเพียงสิบสี่ชิ้นเท่านั้นขณะนี้ไม่ทราบว่าเป็นเวลาเท่าใดแต่ทุกคนยังตั้งตารอสมบัติรอบถัดไป
สี่ชั่วโมงถัดมา
ทางสถานศึกษาก็ส่งศาสตราวิญญาณระดับต่ำออกมาอีกหนึ่งร้อยชิ้น
ลูคัสก็ใช้วิธีการเดิมแอบชิงมาได้สิบห้าชิ้น
จนอีกสี่ชั่วโมงถัดมาพระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นภูเขาเป็นสัญญาณเริ่มวันใหม่
"สวัสดีเหล่านักเรียนที่รักทุกคนเนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของสงครามสี่หมู่ตึกรอบนี้จะเป็นศาสตราวิญญาณระดับกลางสามสิบชิ้น"
ลูคัสตาโตทันทีศาสตราวิญญาณระดับกลางมีมูลค่าสูงอย่างมากแต่เขาก็หมดความสนใจเพราะดาบมารในมือเป็นถึงศาสตราวิญญาณระดับสูง
เนื่องจากมีจำนวนสามสิบชิ้นหลายคนจึงเฝ้าคอยกันแบบใจจดใจจ่อรอบนี้ทุกคนเริ่มรู้ไต๋ของลูคัสแล้วว่าเขาใช้วิธีใดเข้าชิงสมบัติเด็กชายจึงฝืนขโมยศาสตราวิญญาณระดับกลางออกมาได้เพียงสองชิ้นอย่างเต็มกลืน
ณเวลานี้ท้องฟ้าเริ่มมีแดดอ่อนๆ เหล่านักเรียนทั้งสี่หมู่ตึกต่างยืนประจันหน้ากัน
"ขอประกาศกติกาพิเศษ...หนึ่งถึงสิบอันดับแรกที่มีแต้มสังหารมากที่สุดจะได้รับอุปกรณ์เสริมพลังระดับสูงหนึ่งชิ้นเป็นของรางวัลแต้มสังหารจะนับรวมจากวันเริ่มสงครามและเนื่องจากเป็นกติกาพิเศษดังนั้นทุกคนคือศัตรูกันจะไม่แบ่งแยกหมู่ตึกหรือมีพันธมิตรอีกต่อไป"
เหมือนระเบิดลูกใหญ่ตกใส่กลางฝูงชนอุปกรณ์เสริมพลังจะมีหลักๆ สามชนิด คือ เพิ่มพลังโจมตี เพิ่มพลังป้องกันเพิ่มความเร็วอุปกรณ์เสริมพลังระดับต่ำจะมีประสิทธิภาพเสริมพลังเพิ่ม 10% ระดับกลางเสริมพลังถึง 20% ส่วนระดับสูงจะเสริมพลังถึง50% เวลาไหลผ่านไป
หลังจากประกาศจบลงทุกฝ่ายยังไม่มีใครยอมขยับตัวแม้ของรางวัลจะล่อตาล่อใจแต่ก็ไม่มีใครในที่นี้ยอมสังหารพวกพ้องของตนเอง
“สงครามสี่หมู่ตึกอะไรนี่มันงานอวดความร่ำรวยของสถานศึกษาชัดๆ” ลูคัสที่ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้ามองลงมา
"แม้การสังหารพวกพ้องจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่ตามสถานการณ์ตอนนี้ดิชั้นเชื่อว่าคงไม่มีใครในที่นี้ถือโทษโกรธกัน"
แคทเธอรีน บราวน์ กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดัง
ประโยคนี้ปลุกทุกคนให้ตื่นจากภวังค์
"นาทีนี้ไม่มีคำว่าเพื่อน" มีคำกล่าวดังออกจากกลุ่มนักเรียน
"ใช่นี่คือสถานการณ์สมมุติจบสงครามพวกเราคือเพื่อนร่วมสถานศึกษากันเหมือนเดิม"เด็กสาวจากหมู่ตึกวัสสานะตะโกนออกมา
ทุกคนล้วนหันไปมองคนข้างตัวพร้อมโค้งศีรษะให้แก่กันก่อนที่จะชักอาวุธออกมาห้ำหั่นกันอย่างไม่กลัวตาย
"ย๊าก" แม้แต่ไบรอัน เกร ก็ยังไล่ฟันชาวบ้านไปทั่ว
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง
"สงครามสี่หมู่ตึกจะจบลงในอีกห้านาที" ประกาศจากสถานศึกดังก้อง
ลูคัสยืนอยู่บนท้องฟ้ามองเหตุการณ์เบื้องล่างอย่างสนใจเมื่อมองจากด้านบนท้องฟ้าอาวุธกระทบกันและเวทคาถาส่องแสงระยิบระยับราวกับพลุในงานเทศกาล แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่หลายคนต่างหันอาวุธใส่กันแต่ใบหน้าทุกคนกลับมีแต่รอยยิ้ม เด็กชายส่ายศีรษะเบาๆตัวเขาเองก็ควรจะลงมือเช่นกัน
"ทุกท่านขออภัยด้วย"เสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณทำให้เหล่าผู้คนที่กำลังสู้รบกันหันมองขึ้นบนท้องฟ้าตามสัญชาตญาณ
บนนั้นมีเด็กชายในผ้าคลุมสีดำกำลังพุ่งตัวลงมาดุจดาวหางและนั่นคือภาพสุดท้ายที่พวกเขาจะได้เห็น
ตู้มมม!หลุมยักษ์ขนาดหกสิบเมตรปรากฏขึ้นผู้คนราวสองร้อยล้วนถูกกลบฝังหายไปในหลุมนั้นภายในพริบตา
เหล่าผู้คนนอกรัศมีการโจมตีที่โดนแรงกระแทกของทักษะกระเด็นลอยออกมา ล้วนมีสีหน้าซีดเผือดขนาดอยู่ห่างจาก
จุดเกิดเหตุ พวกเขายังแทบกระอักเลือด
"สงครามสี่หมู่ตึกจะจบลงในสาม สอง หนึ่ง..." เกิดแสงจ้าบาดตา
พอรู้ตัวอีกทีทุกคนก็อยู่บริเวณใจกลางลานหินเบื้องล่างอัฒจันทร์แล้วเหล่าผู้ชมนับพันนับหมื่นต่างส่งเสียงเชียร์ฟังไม่ได้ศัพท์สะท้อนในโสตประสาทของทุกคน
"ไม่เบานี่นายน่ะ" สาวร่างเล็กยืนอยู่ข้างลูคัสทักทายออกมา
"เสียดายที่ไม่ได้สู้กันงั้นเลื่อนไปสงครามสี่หมู่ตึกในปีหน้าก็แล้วกัน"
แม้อากิโกะจะกล่าวออกไปแบบนั้นแต่เธอก็รู้ตัวเองดีในวันข้างหน้า
เด็กชายที่ยืนอยู่ข้างเธอจะกลายเป็นตัวตนที่เธอไม่สามารถเอื้อมถึง
"เธอว่าอะไรนะเสียงรอบข้างดังมากเลย"หลังจากกล่าวจบลูคัสก็ส่งผลึกปราณระดับสูงให้เธอสิบชิ้น
อีกฝ่ายก็รับไว้อย่างไม่เกรงใจเพราะทรัพยากรการฝึกหมายถึงอนาคตของผู้ฝึกตน
"ต่อมาเราจะประกาศผลรางวัลของแต้มสังหาร"
"อันดับที่หนึ่ง..."
จากนั้นทางสถานศึกษาก็ประกาศผลรางวัลอาร์โนลด์ ดีน ได้รับอันดับหนึ่งไปครองเมื่อเขาได้รับของรางวัลเป็นกำไลสีทองอาร์โนลด์ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเขาเดินอวดกำไลสีทองในข้อมือให้กับทุกคนที่พบเห็น
"อันดับที่สอง ลูคัส เรน"
เด็กชายขอเลือกเป็นรองเท้าหนังสัตว์สีดำเป็นอุปกรณ์เสริมพลังระดับสูงประเภทเสริมความเร็ว เขายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเขาใส่รองเท้าคู่นี้เด็กชายรู้ถึงความพิเศษของมันโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นลูคัสได้รางวัลที่สองมีอีกคนที่ดีใจอย่างมากนั่นก็คือวิเวียนมัวร์เธอกระโดดโลดเต้นจนหลงลืมว่าครอบครัวของเธอก็เดินมาทางด้วย
อันดับที่สามได้แก่ฟารีน ฟรานเชสเตอร์
อันดับที่สี่แคทเธอรีน บราวน์
อันดับที่ห้าหยาง เฉิน
อันดับที่หกเซเวียร์ วูดส์
อันดับที่เจ็ดวาตานาเบะ อากิโกะ
อันดับที่แปดฮยอนอา
อันดับที่เก้าฟุส ฟรานเชสเตอร์
อันดับที่สิบมากิ จุน
"และผู้ชนะในสงครามสี่หมู่ตึกในครั้งนี้ตกเป็นของ...หมู่ตึกวสันต์"
“เฮ้!”เสียงตะโกนจากเหล่าสมาชิกหมู่ตึกวสันต์ดังลั่น มีบางคนถึงกับหลั่งน้ำตา ในที่สุดสงครามที่หมู่ตึกก็ปิดม่านลงอย่างเป็นทางการ
.