บทที่ 15 การแสดง [ว่าที่คุณพ่อ] (1)
วันที่ 5 พฤษภาคม 2017
ตลาดประมูลสิ่งของเพื่อการกุศลของ ‘บ้านพักพิงเทวทูต’ ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในวันเด็ก เป็งานที่มีชื่อเสียงมากในเขตคึมช็อน
“บ้านพักพิงเทวทูตคือเครื่องย้ำเตือนเราว่าแม้ในสังคมและชุมชนที่ห่างไกลแห่งนี้ จิติญญาแห่งความรักและความเป็น้ำหนึ่งใจเดียวกันยังคงอยู่ ชุมชนของเราค่อนข้างที่จะให้ความสนใจกับเพื่อนบ้านมากขึ้นและช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส...…”
เริ่มต้นด้วยการกล่าวปราศรัยของนายกเทศมนตรีที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งเหลือวาระในการดำรงตำแหน่งอีกประมาณหนึ่งปี โดยมีสมาชิกรัฐสภา เทศมนตรี และสมาชิกเขตต่างกล่าวแสดงความยินดี
“…ผมจะขอสรุปด้วยการกล่าวขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ขอบคุณครับ"
ในท้ายที่สุด หลังจากการแสดงความยินดีโดยสมาชิกสภาเขตเสร็จสิ้นลง ตลาดประมูลสิ่งของเพื่อการกุศจึงได้เริ่มขึ้น
อาจเป็เพราะงานแน่นขนัดไปด้วยผู้คนภายนอกหลังจากผ่านไปนาน การแสดงออกทางสีหน้าของเด็ก ๆ ในบ้านพักพิงเทวทูตจึงดูตื่นเต้น
"พี่คะ ชุดนี้สวยไหมคะ? คุณพ่อจางซื้อให้ฉันค่ะ”
นายอนผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกำลังยุ่งอยู่กับการคุยโม้เกี่ยวกับเสื้อผ้าที่เธอสวม เรียกผู้หญิงที่ดูเหมือนอาจุมม่า*[1]ในสายตาใคร ๆ ว่าออนนี่*[2]
อาจุมม่าที่ถูกนายอนเรียกว่าพี่สาวหัวเราะร่าเริงและเข้าหาเด็ก ๆ ในทันที
และไม่ใช่เพียงแค่นายอนเท่านั้น
เด็ก ๆ ที่อยากได้ความสนใจและความรักจากผู้ใหญ่ก็มักจะเข้าหาผู้คนที่มาเข้าร่วมตลาดการประมุลทุกครั้งที่มีโอกาสและพยายามจะดึงดูดความสนใจของพวกเขา
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็เช่นนั้น
‘ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันแค่ครั้งเดียวที่เราจะได้รับความสนใจแบบนี้'
มีเด็กไม่กี่คนที่ทำตัวเหินห่าง และชีกุกเองก็เป็หนึ่งในนั้นที่รักษาระยะห่างจากผู้คน
อย่างไรก็ตาม ความคิดของเขาแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ
‘ใกล้ถึงเวลาแล้ว’
มองไปยังนาฬิกาที่ชีกุกวางขาย
นาฬิกาบอกเวลา 13:32 น.
‘คงจะมาอยู่สินะ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชีกุกก็หันไปมองยังในงาน
“พี่คะ”
เมื่อเห็นนายอนคุยกับเหล่าอาจุมม่า ชีกุกก็ได้แต่ยิ้มอย่างเจื่อน ๆ ออกมา แต่เื้ัรอยยิ้มนั้นมาพร้อมกับความขมขื่น
‘สาวน้อยผู้น่าสงสาร’
การล่วงรู้อนาคต
มันเป็สิทธิพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็ภาระหนักอึ้งในใจ
เพราะการรู้อนาคต เขาจึงสามารถฆ่าคิมยังกี และควบคุมแก๊งของอีกฝ่ายผ่านทางลีจองฮุน แต่ในขณะเดียวกัน เพราะรู้อนาคต เขาจึงมองเห็นความโชคร้ายที่จะเกิดขึ้นกับนายอน ที่กำลังยิ้มอย่างสดใสอยู่แบบนั้น
เนื่องจากเธอเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่ชีกุกให้ความรักอย่างมีมนุษยธรรมในชีวิตที่ผ่านมาของเขา ชีกุกจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
‘ไม่มีอะไรให้ฉันช่วยเลยเหรอ?’
หลังจากยอมรับความเป็จริง ก็มีสองเื่ใหญ่ที่ชีกุกกังวล
เื่แรกคือเราควรจะใช้ชีวิตแบบไหน?
อีกเื่คือมีวิธีอื่นอีกไหมที่จะช่วยนายอนได้?
ปัญหาแรกที่กังวลได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย ตราบเท่าที่เขามีเป้าหมายชัดเจนในการใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีและไม่ถูกไล่ล่าเหมือนชาติที่แล้ว สิ่งที่เขาต้องทำก็คือทำตามสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจำได้
ดังนั้นชีกุกจึงไปตามหาคิมยังกี ฆ่า และยึดแก๊งของเขา อย่างไรก็ตามลีจองฮุนไม่ใช่คิมยังกีซึ่งเป็ผู้ก่อตัว YK Group ในชีวิตที่แล้ว
นี่เป็การตัดสินของชีกุกที่ว่าหากมีลีจองฮุนอยู่เคียงข้าง เขาจะสามารถมีความสุขกับชีวิตที่คิมยังกีมีความสุขในชาติที่แล้ว ในชีวิตนี้
และมันก็เป็ไปตามแผนที่ชีกุกวางไว้
ปัญหาที่สองคือความกังวล
เพื่อป้องกันความโชคร้ายในอนาคตที่ใกล้จะมาถึงนายอน
‘ไม่มีทางแก้เลย’
ในกรณีของคราวที่แล้ว มันเป็งานที่ง่ายมากสำหรับชีกุกนี้ จะใช่แค่พลังเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการฆ่าคิมยังกี
แต่เื่หลังจากนั้นแตกต่างกัน
'ฉันควรจะจับและฆ่าคนที่ชื่อหยางอะไรนั่นไหมนะ?'
มันไม่ใช่งานที่ยากขนาดนั้น
อันที่จริง มันเป็เื่ที่ง่ายที่สุดสำหรับชีกุก
'แต่การฆ่าไอ้สารเลวนั่นสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้จริงงั้นเหรอ?'
สายตาของชีกุกหันไปเห็นพี่น้องฝาแฝดที่ดมกลิ่นนิ้วของกันและกัน เดินออกมาจากด้านหลังสถานรับเลี้ยงเด็ก
‘แล้วถ้าฉันฆ่าไอ้สารเลวพวกนั้นก่อนล่ะ? ท้ายที่สุดแล้ว พวกมันคือพวกสวะที่จะถูกตามล่าในไม่ช้า'
ชีกุกส่ายหัวไปมา
'ถึงอย่างไร ไอ้คนพวกนี้จะมีชีวิตอยู่อีกไม่ถึงสองสามปีด้วยซ้ำ ไม่จำเป็ต้องจับและฆ่าพวกมันก่อน เพราะยังไงไอ้สารเลวพวกนั้นก็น่าสมเพชเหมือนกันหมด'
“เฮ้อ…”
ชีกุกถอนหายใจ
‘ฉันสั่งให้ลีจองฮุนรับเลี้ยงนายอนด้วยดีไหมนะ?’
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างชีกุกกับลีจองฮุนนั้นค่อนข้างย่ำแย่กว่าความสัมพันธ์ระหว่างชีกุกกับคังบงกิลและฮันมยองโฮ และโดยพื้นฐานแล้วมันเป็ความสัมพันธ์ในเชิงอำนาจ
หมายความว่าถ้าชีกุกบอกให้อีกฝ่ายรับเลี้ยงนายอนด้วย ลีจองฮุนก็จะไม่สามารถปฏิเสธได้
‘แต่นายอนจะยอมรับเื่นั้นได้จริง ๆ เหรอ?’
ปัญหาคือความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นของนายอน
เธอจะยอมให้ลีจองฮุนรับเลี้ยงหรือไม่?
ถ้าเธอปฏิเสธล่ะ?
ฉันจะบอกให้เธอเงียบปากแล้วตามฉันมาได้ไหมนะ เพราะนั่นมันเป็การป้องกันเหตุร้ายที่จะเข้ามาหาเธอ
ความคิดดังกล่าวทำให้ชีกุกเวียนหัว
ในระหว่างที่กำลังคิดถึงเื่นายอน รถแท็กซี่คันหนึ่งก็มาจอดที่หน้า ‘บ้านพักพิงเทวทูต’
และก็มีคู่รักลงมาจากรถ นั่นคือลีจองฮุนและภรรยาของเขา ยูซอยอง
“คนเยอะมากไหมคะ”
ยูซอยองถามพลางกอดแขนของลีจองฮุน
“อือ…มันเป็งานที่ค่อนข้างใหญ่ที่จัดขึ้นในเขตคึมช็อน”
“เข้าไปกันเถอะ”
“โอเค”
ลีจองฮุนและยูซอยองเดินเข้าไปในลานกว้างของ ‘บ้านพักพิงเทวทูต’
‘มาแล้วสินะ’
ชีกุกเห็นลีจองฮุนกำลังเดินเข้ามาในลานของสถานรับเลี้ยงเด็ก เขาจึงเดินเข้าไปหา
"โอ๊ะ? กำไลข้อมือของพี่สวยมากเลยค่ะ”
แต่กลับกลายเป็นายอนที่เข้าหายูซอยองก่อนที่ชีกุกจะเดินไปถึง
"ตายแล้ว พี่อะไรกันจ๊ะ"
ยูซอยองหัวเราะ เอามือปิดปาก ราวกับว่าเธอเองก็ไม่ได้เกลียดคำว่าพี่สักเท่าไหร่ จากนั้น เธอก็คลายแขนออกจากลีจองฮุน และถามนายอนด้วยระดับสายตา
“เด็กน้อยที่น่ารักชื่ออะไรจ๊ะ”
“ชื่อจูนายอนค่ะ แล้วพี่สาวชื่ออะไรเหรอคะ”
“นายอนนี่เอง พี่ชื่อซอยองจ้ะ ยูซอยอง”
“ซอยอง พี่ซอยอง”
"ใช่แล้ว พี่ซอยอง”
เมื่อเห็นทั้งสองคนคุยกันอย่างเป็กันเอง ชีกุกก็เข้าไปหาลีจองฮุน
ลีจองฮุนที่ยังหัวเราะกับบทสนทนาของยูซอยองและนายอนก็พบว่าชีกุกกำลังใกล้เข้ามา
ชีกุกส่งสัญญาณทางสายตาให้เขา ลีจองฮุนพยักหน้าเล็กน้อย
“สวัสดีครับ”
ชีกุกทักทายลีจองฮุนอย่างงุ่นง่าม
"อะ...อือ วะ...ว่าไง ชื่ออะไรล่ะเรา”
ลีจองฮุนก็ตอบรับอย่างงุ่มง่ามเช่นกัน
“ลีชีกุกครับ คุณลุงชื่อว่าอะไรเหรอครับ?”
“ฉันลีจองฮุน”
บทสนทนาที่น่าอึดอัดใจระหว่างทั้งสองตรงกันข้ามกับบทสนทนาที่เป็ธรรมชาติและเป็กันเองระหว่างยูซอยองและนายอน
“เราไปเดินเล่นกันดีไหมครับ?”
“เอางั้นเหรอ?”
ลีจองฮุนหันมาพูดกับยูซอยอง “ซอยอง”
"หือ?"
[1] อาจุมม่า แปลว่า ป้า
[2] ออนนี่ แปลว่า พี่สาว