บทที่ 6 พานพบกันอีกครั้ง (รีไรท์)
“อ้าวไป๋ฮวานั่นกำลังจะไปไหนน่ะ” เสียงชาวบ้านที่เดินสัญจรผ่านมาเอยทักทายร่างเล็กด้วยน้ำเสียงที่เป็กันเอง อีกทั้งยังมีใบหน้ายิ้มแย้มต้อนรับขับสู้เป็อย่างดี จนหลิวไป๋ฮวาเองก็อดที่จะส่งยิ้มตามให้อีกฝ่ายเสียไม่ได้
“ฉันกำลังจะไปเก็บหยางเหมยที่ท้ายหมู่บ้านน่ะ” เธอเอ่ยตอบชาวบ้านกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะถือวิสาสะชะโงกหน้าเข้าไปมองในตะกร้าของอีกฝ่ายที่มีพืชผักมากมาย รวมไปถึงอยางเหมยลูกสีแดงสดที่อยู่ก้นตะกร้าด้วยเช่นกัน
“จะไปไกลทำไมล่ะ นี่ฉันเก็บมาตั้งเยอะนะ เธอแบ่งไปกินสิ” ไม่พูดเปล่าแต่ยังพยายามหยิบหยางเหมยใส่ตะกร้าของหลิวไ๋ฮวาจนเธอรีบเบี่ยงตะกร้าหนีกันเป็พัลวัน เพราะไม่อยากเอาเปรียบอีกฝ่าย
“ไม่เอาล่ะ เธอมีลูกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ แบ่งหยางเหมยให้ฉันแบบนี้แล้วเด็ก ๆ จะพอทานหรือไงล่ะ อีกอย่างเดินไปเก็บตั้งท้่ายหมู่บ้านเลยนะ เดินไกลไม่ใช่น้อยเลย เดี๋ยวฉันไปเก็บเองดีกว่า”
“เอางั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นแบ่งมันสำปะหลังไปทานสิ เป็ผลผลิตจากที่สวนฉันเองเลยนะ” ชาวบ้านภูมิใจนำเสนอ ก่อนที่เธอจะหยิบมันสำปะหลังลูกใหญ่ที่สุดใส่ตะกร้าของหลิวไป๋ฮวาไปทันที อย่างไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ
“ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ” ครั้นที่เห็นว่าหญิงชาวบ้านพยักหน้า เธอจึงได้เอ่ยถามในสิ่งที่ตนสงสัยออกมา
“หนิงเซี่ยอยู่ที่นั่นหรือเปล่า”
“เมื่อครู่ไม่อยู่หรอก ก็น่าจะเดินเล่นที่แถวหน้าหมู่บ้านนั่นแหละ เอ้อ นี่ไป๋ฮวา อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับหนิงเซี่ยมากเลย ฉันรู้สึกไม่ถูกชะตาอย่างไรก็ไม่รู้” หลิวไป๋ฮวาหยักยิ้มออกมาในทันทีที่ชาวบ้านเอ่ยกับตนเช่นนั้น เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามเตือนเธอนั้นเธอรู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว
“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ่นี้ฉันเห็นหนิงเซี่ยมันเที่ยวไปวุ่นวายกับท่านเลาขาธิการพรรคน่ะ ไม่รู้ว่ากำลังมีแผนอะไรหรือเปล่า อย่างไรฉันคงต้องรีบไปแล้วล่ะ เด็ก ๆ คงหิวกันแล้ว” หญิงชาวบ้านพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง ก่อนที่เธอจะเดินออกไปทันควัน
คำพูดเอ่ยเตือนของชาวบ้านทำให้หลิวไป๋ฮวาฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าจ้าวหนิงเซี่ยกับเลขาธิการพรรคหมู่บ้าน ชายชั่วที่แสร้งทำเป็คนดีนั้นมีความสัมพันธ์กันในเชิงชู้สาว ลักลอบคบชู้ทั้งที่เลขาธิการพรรคหมู่บ้านเองก็มีลูกและภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว
“ไร้ยางอายจริง ๆ”พ่นคำปรามาสอีกฝ่ายเสียงเบา ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเธอคบกับคนเช่นนี้ไปได้อย่างไร
“พี่ไป๋ฮวาจะไปไหนเหรอ!!” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยที่ส่งเสียงดังมาจากด้านหลังทำให้หลิวไป๋ฮวาหันกลับไปมองอีกฝ่ายที่กำลังวิ่งตรงมาหาเธอด้วยความรวดเร็ว รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าน่ารัก จนหลิวไป๋ฮวาอดยิ้มตามไม่ได้
พลันดวงตาคู่สวยของเธอก็เบิกกว้างขึ้นครั้นที่เห็นภาพเด็กน้อยคนนั้นสะดุดเข้ากับหินก้อนเล็ก ๆ โดยไม่ตั้งใจจนล้มคะมำลงไปกับพื้นลาดชันที่เต็มไปด้วยหินแหลม
ตุบ
“อึก…”
“เป่าเปา!”
หลิวไป๋ฮวาเอ่ยเรียกเด็กน้อยด้วยความตื่นใ เธอรีบถลาเข้าไปหาอีกฝ่ายเมื่อหินแหลมที่เธอมองว่าช่างอันตรายนั้น ตอนนี้ได้ทิ่มแทงฝ่ามือ และเข่าจนแทบจะฝังเข้าไปหลอมรวมเป็ส่วนหนึ่งของเนื้อหนัง ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงสดของเด็กน้อยเบะคว่ำลง ในขณะที่ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตา
“เป่าเปา เจ็บตรงไหนบ้างบอกพี่สิ!” หลิวไป๋ฮวาถามด้วยน้ำเสียงตระหนกใ ยิ่งเห็นสีหน้าของเด็กน้อยที่ดูไม่ดีนั้นเธอก็ยิ่งร้อนใจเป็อย่างมาก
ติ๋ง
พลันหยาดน้ำตาสีใสหยดแหมะลงบนฝ่ามือของเธอที่จับประคองมือเด็กน้อยเอาไว้ ทั้งยังพยายามปลอบประโลมอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ร้องไห้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
“ฮึก จะ เจ็บ ฮือ เจ็บเหลือเกินพี่ไป๋ฮวา”
เพียงแค่เห็นเศษหินและกิ่งไม้เล็ก ๆ ที่ฝังอยู่ในเนื้อ จากหนึ่งหยดเพิ่มเป็สอง เป็สาม ก่อนจะทะลักไหลบ่าลงมาราวกับเขื่อนแตก พร้อมเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
“มานี่มาเป่าเปา เดี๋ยวพี่พาไปนั่งที่โรงอาหารก่อนนะ” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยเสียงอ่อน ก่อนที่เธอจะพยายามช้อนตัวเด็กน้อยขึ้นมาเพื่อหวังจะให้เด็กน้อยได้พักในที่ร่ม ทว่าพยายามมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจเป้นผลเนื่องจากเด็กน้อยที่ว่านั้นมีน้ำหนักตัวเยอะจนเธออุ้มขึ้นไม่ไหว ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ก้ยิ่งได้ยินเสียงกรระดูกของตนเองลั่นจนยอมรามือ
“ฮืออ ยกเป่าเปาไม่ไหวใช่ไหม” เด็กน้อยเอ่ยถามอีกฝ่ายทั้งยังส่งเสียงร้องไห้ดัง
“เพราะเป่าเปาตัวอ้วนเหมือนหมู่ป่าใช่ไหมพี่ไป๋ฮวา ฮืออ”
“เอ่อ ไม่ใช่หรอกเป่าเปา พี่หลังไม่ดีเองแหละเลยยกเป่าเปาไม่ไหวน่ะ ถ้าอย่างนั้นเป่าเปารอพี่ที่นี่ก่อนได้ไหม พี่จะไปตามคุณหมอซ่งมาช่วย” หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยความคิดนี้ออกไป ทว่ายังไม่ทันที่เธอได้ก้าวเท้าออกไปจากตรงนั้น เโ้กน้อยกลับยื่นมามองรั้งเธอเอาไว้ ทั้งยังส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา
“ฮือ อย่าทิ้งเป่าเปานะ เป่าเปากลัว”
“แล้วใครจะไปตามคุณหมอซ่งให้ล่ะ เป่าเปาไม่ต้องกลัวหรอกที่นี่ไม่มีใครทำอันตรายเป่าเปาแน่นอน” เธอพยายามโอ้โลมไม่ให้เด็กน้อยรู้สึกหวาดกลัวมากเกินไป แต่ดูเหมือนเด็กน้อยจะไม่ฟังซ้ำยังรั้งมือเธอลง จนหลิวไป๋ฮวาจำต้องย่อตัวลงนั่งต่อหน้าอีกฝ่าย
“ทำอย่างไรดีล่ะ ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้ด้วย”
หลิวไป๋ฮวาลดสายตามองฝ่ามือเป่าเปาอีกครั้ง หากจะดึงเศษหินและกิ่งไม้ออกด้วยตัวเองก็กลัวว่าเืจะพุ่งออกมาจนเจ็บหนัก ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากันแน่นอย่างขบคิด
ตึก ตึก ตึก
ทว่าในตอนที่หญิงสาวกำลังตกอยู่ในความคิดของตนนั้น ทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีเพียงเธอและเด็กน้อยเป่าเปาอีกต่อไปแล้ว
เสียงฝีเท้าที่หยุดด้านข้างของตน ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนบัดนี้สะท้อนเงารองเท้าแตะคู่เก่าที่ดูค่อนข้างยับเยินเกินกว่าจะเรียกว่ารองเท้าได้ หญิงสาวค่อย ๆ ช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่เหนือตน บดบังแสงแดดจากดวงอาทิตย์ให้เธอได้เห็นหน้าค่าตาชัดเจน
“…!” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริก ริมฝีปากขบเม้มกันเสียแน่นจนห้อเื หลิวไป๋ฮวาในตอนนี้รับรู้ได้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจเริ่มทำงานผิดปกติ จู่ ๆ ก็เต้นรัวเร็วขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทั้งยังรู้สึกว่ามันกำลังบีบรัดจนเธอแน่นหน้าอกไปหมด เหมือนจะหายใจไม่ออก และคล้ายจะทรมานกับอาการที่เป็อยู่ในตอนนี้ เ็ปกว่าตอนที่เธอต้องเผชิญหน้ากับโรคประหลาดตามลำพังเสียอีก
อาการที่ว่าเกิดขึ้นเพียงแค่หญิงสาวเห็นว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือใคร
“เป็อย่างไรบ้าง เป่าเปา?” น้ำเสียงแหบแห้ง ติดทุ้มต่ำเป็เอกลักษณ์ดังขึ้น ดวงตาจับจ้องไปยังดวงหน้าเป่าเปาอย่างจดจ่อ ทำราวกับว่าเธอนั้นไร้ตัวตนสำหรับเขา และเป็เพียงธาตุอากาศที่ไม่ได้รับความสนใจเลยแม้แต่อย่างใด
หลิวไป๋ฮวาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะก้มหน้าลง ครั้นที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีหมางเมินต่อเะอออกมาอย่างชัดเจน แม้เขาจะมีท่าทีเช่นนี้ต่อตนเธอก็ไม่อาจเรียกร้องอะไรได้ ในเมื่อเธอเอาแต่ผลักไสอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังไม่ชายตามองเขาเลยสักครั้ง
ภาพจำในอดีตก่อนที่หลิวไป๋ฮวาจะย้อนเวลากลับมา ล้วนแต่เป็ภาพการกระทำที่แสนเลวร้ายกับบุคคลตรงหน้าทั้งสิ้น ตวาด ด่าทอ ใช้กำลัง ทำทุกอย่างที่เป็การขับไล่ไสส่งอีกฝ่าย…ราวกับไม่ใช่คน
ทุกการกระทำที่เคยเกิดขึ้นล้วนแต่เป็การกระทำที่ไม่สมควรทั้งสิ้น เธอในตอนนั้นร้ายใส่บุคคลตรงหน้าได้อย่างไร หากคิดทบทวนให้ดี แม้เขาจะเคยทำผิดพลาดไป ทว่าก็ไม่อาจเทียบเท่ากับความดีที่เขาทำให้มาโดยตลอด หลิวไป๋ฮวาตาบอดเกินกว่าจะเห็น
ไม่ใช่เขาที่ไม่คู่ควร แต่คงจะเป็หลิวไป๋ฮวาผู้นี้ต่างหาก…
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนมองบุคคลที่ยืนอยู่เหนือตนเอง ได้เพียงเสี้ยววินาทีก็ต้องเบือนหน้าหนี เพราะไม่อาจฝืนทนสู้หน้าเขาได้เลย เพราะความรู้สึกผิดต่อเขานั้นยังมีอยู่เต็มอก
ทว่าในตอนที่หญิงสาวเบือนหน้าหนี กลับไม่เห็นเลยว่าสายตาคู่คมที่อ่อนแสงนั้นลากมองไปยังร่างเล็กที่อยูาตรงหน้าด้วยสายตาที่หลากหลายความรู้สึก เพียงแค่เห็นท่าทีของหญิงสาวก็พาลให้คิดไปไกล หลิวไป๋ฮวาไม่อยากเห็นหน้าเขาขนาดนั้นเชียวหรือ