
ตอนที่59 ง้าวอสูรพลิกฟ้า
"วิชาต้นแขนมังกรดำทะเลใต้..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิง ร้องขึ้นนางรู้ได้ทันทีว่าองค์ชายแปด เรียกอาวุธระดับสูงที่เขาร่ำเรียนมา มันเป็นเกาะแขนอาวุธของชาวทะเลดำที่มีพลังทำลายสูง
"จริงอย่างองค์ชายแปดว่า พวกพี่น้องจะเล่นกันเราผู้ใหญ่ก็ยืนดูเถอะ พระนางเจ้าเฟย..."
ราชครูตู้ถู กล่าวพร้อมกับขยับตัวยืนบังพระนาง ระดับกายอสูรของคนผู้นี้ถึงขั้นคนอสูรระดับแปด ซึ่งเหนือกว่าพระนางเจ้าเฟยอยู่สองขั้น เมื่อเขาออกหน้าหาเรื่ององค์ชายสิบสี่ นางจึงไม่รู้จะทำยังไง ในช่วงเวลาฉุกละหุกเช่นนี้เพียงแต่เกร็งกำลังขึ้น พร้อมที่จะช่วยองค์ชายสิบสี่ ถ้าเขาพลาดพลั้งและถูกซ้ำเติม
ควับบบบ!!
องค์ชายแปดพุ่งตัวง้างกำปั้นขึ้นต่อยกริชเพชรทันที ความเร็วไม่มากแต่การเคลื่อนไหวกับทรงพลัง เหมือนพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา ไปอยู่รวมกับไฟสีดำที่อยู่บนท่อนแขนด้านขวา พร้อมที่จะทำลายปฐพีให้แหลกลาญได้ในหมัดเดียว แขนขององค์ชายแปดโป่งพองขึ้นเรื่อยๆ กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นเป็นมัดๆ เกือบห้าเท่าจากของเดิม
'นายน้อยเมื่อพวกเขาอยากทดลองอาวุธที่ท่านเรียนมา นายน้อยก็ลองทดสอบดูถ้ามันห่วยแตกเราจะได้เข้าไปหาคาถาอันใหม่.."
เสียงหนิงหนิงร้องเตือนชายหนุ่มที่ตอนนี้เขากำลังจะเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตขึ้นเป็นเกราะป้องกันอีกครั้ง
ดังนั้นจึงเปลี่ยนใจ นึกถึงคาถาเรียกอาวุธประจำกายออกมา
"ง้าวอสูรพลิกฟ้า..."
เสียงพึมพำของชายหนุ่มดังขึ้นพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ก็เร้าเป็นสายฟ้าพุ่งแปลบปลาบไปทั่วร่างกาย โคจรจากบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขา ไหลทะลักเข้าไปสู่ปลายเล็บมือ เมื่อพลังสายฟ้าเกาะกลุ่มที่ปลายเล็บ มันก็ขยายออกกลายเป็นใบมีดที่โค้งงอ ขนาดหนึ่งฟุตขึ้นมาเป็นสีทอง
ปรากฏอยู่บนมือกริชเพชร ฉับพลันในหัวสมองเขาก็เห็นภาพการฟันง้าวสิบสามท่วงท่า นั่นคือเพลงวิชาง้าวในกระบวนท่าแรก
ชายหนุ่มพลิกข้อมือออกต้านกำปั้นขององค์ชายแปด ที่พึ่งต่อยตรงเข้ามาทันทีประกายดาบง้าวในมือเขาฟันลงฉับๆ สิบสามครั้ง อย่างรวดเร็วและหนักแน่น
ฉับๆ ๆ ๆ!!
"ฮ่าๆ ๆ องค์ชายสิบสี่ เจ้าดูถูกวิชาต้นแขนมังกรดำทะเลใต้ของข้าเกินไปแล้ว ข้าจะหักดาบในมือเจ้าให้ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ..."องค์ชายแปดคำรามดังลั่นเขากัดฟันเร่งเร้าพลังขึ้นเต็มสูบ หมายจะต่อยวิชาอาวุธประจำกายขององค์ชายสิบสี่ให้ระเบิดพร้อมกลับ จะส่งพลังต่อยน้องผู้นี้ให้กระอักเลือด บาดเจ็บลุกไม่ขึ้นในหมัดเดียว
ตูม!! โครม!!
"อ๊าสสสสสส!! "
เสียงตูมดังสนั่นฝุ่นกระจายไปทั่วพลังหมัดที่เป็นเพลิงสีดำระเบิดออก จนส่งแสงวาววับปกคลุมไปทั่วรัศมีสิบวา วิชาง้าวของกริชเพชรกลับการฟันกำปั้นทีเดียว สิบสามครั้งพลังการฟันทำให้องค์ชายแปด รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตและหนาวเย็นเยือกเข้าไปในอาวุธท่อนแขนของเขา
เพียงคมดาบที่ฟันลงมันก็ทำให้หมัดของชายหนุ่มเกิดรอยแตก กำปั้นที่ใหญ่โตขององค์ชายแปดระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เหลือแขนของเขาที่เปลือยเปล่าห้อยล่องแล่งแม้แต่เกล็ดปลา ที่ขึ้นตามต้นแขนที่แหลมคมยาวก็หักสะบั้น สิ้นเสียงระเบิดร่างขององค์ชายแปด ที่สูงใหญ่ก็กระเด็นกลับหลังครูดไปกับพื้น ร้องโอดครวญกุมแขนที่หักอย่างเจ็บปวด
กรอด!!
"โอ๊ยยยย..เจ็บโคตร~!! "
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเหนือความคาดหมายของราชครู เขาขมวดคิ้วอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงไม่สามารถช่วยลูกศิษย์ได้ทันท่วงที เพียงแต่ใช้พลังแซ่ของรับร่างขององค์ชายแปด มาวางไว้แทบเท้า ตอนนี้ชายหนุ่มกัดฟันสลบไสลไป เพราะท่อนแขนข้างขวาที่แข็งแกร่งของเขา หักสะบั้นไปหมดสิ้นแล้ว
"ฝีมือโหดร้ายชั่วช้ายิ่งนัก..โจมตีทีเดียวเล่นเอาน้องข้าแขนหักเชียวหรือ.."เสียงองค์ชายเจ็ดดังสนั่น เขาขยับตัวลื่นเหมือนปลาไหล พุ่งปราดเข้าหากริชเพชรทันที ควงแขนทั้งสองข้าง
ควับ!
"วิชากรงเล็บสยบไพรี.."
สิ้นเสียงใบมีดทั้งสิบเล่มจากมือทั้งสองของเขา ก็พุ่งเป็นรูปทรงกรวยเหมือนเครื่องปั่นเนื้อขนาดใหญ่พุ่งม้วน เข้าหากริชเพชรหมายจะบดเขาด้วยฟันเขี้ยวคม ที่แฝงมาด้วยวิชาอาวุธประจำกายระดับแปด
ควับๆ ๆ ๆ!! ฉับๆ ๆ ๆ!! วูบๆ ๆ ๆ!!
กริชเพชรเมื่อเห็นการโจมตีขององค์ชายเจ็ด ภาพในหัวสมองเขาเห็นง้าว ที่พุ่งตรงเข้าจุดศูนย์กลางของวงกลมไม่มีเวลาคิดอะไรมาก ชายหนุ่มร่ายรำเพลง
"ง้าวอสูรฟ้าคำรณ"
ท่วงท่าแสนที่จะธรรมดามันพุ่งตรงจุดศูนย์กลาง ของใบมีดทั้งสิบที่หมุนวนเข้าหาเขา แต่เพลงง้าวของกริชเพชร มันแฝงด้วยท่วงท่าร้อยแปดท่วงท่า ที่สลับซับซ้อน จนองค์ชายเจ็ดต้องเร้าพลัง เรียกดาบทั้งสิบเล่มที่โจมตี คืนกลับมาป้องกันตัวเอง
เพราะดูแล้วว่าถ้าขืนโจมตีองค์ชายสิบสี่ คอหอยของเขาต้องถูกทะลวงทะลุตายก่อนที่จะได้ใช้ใบมีดทั้งสิบเล่มบดขยี้ร่างกายขององค์ชายเจ้าจิงโจวเสียงเพลงดาบที่ป้องกันการแทงเข้ามาตรงๆ ของปลายมีดกริชเพชรดังถี่ยิบ
ฉับๆ ๆ ๆ!! ปังๆ ๆ ๆ ๆ!!
"อ๊ากกกกกก!! "
สุดท้ายมันก็ระเบิดดังก้องกังวานดาบทั้งสิบเล่มขององค์ชายเจ็ด ที่ขึ้นมาจากปลายเล็บ ถูกพลังน้ำแข็งของวิชาง้าวอสูรพลิกฟ้าที่ อยู่ในกระบวนท่าง้าวอสูรฟ้าคำรณ กระแทกจนแตกละเอียดก่อนที่ปลายมีดของง้าว กำลังจะเจาะเข้าคอขององค์ชายเจ็ด
"เพลงง้าวช่างชั่วช้ายิ่งนัก"
ควับ!! ตูม!!
เสียงพลังปลายแซ่ของราชครูก็สะบัดออก กระแทกง้าวกระเด็นออกจากเป้าหมายจนทำให้แขนของกริชเพชร ที่กำง้าวอยู่สั่นสะเทือนชาไปทั้งท่อนแขน พลังโจมตีของราชครูช่างรุนแรง จนเขาต้องหมุนคว้าง กระแทกฟาดลงกับพื้นอย่างแรงรู้สึกเจ็บแปลบ ไปทั้งแถบของสีข้าง ชายหนุ่มกระอักเลือดออกมา
"อ๊าสสสสส!! "
โครม!!
"ท่านราชครูท่านทำเกินไปแล้วไหนว่าเป็นการหยอกเย้าของพวกเด็กๆ ท่านยื่นมือเกี่ยวข้องทั้งสองครั้งรู้สึกว่าท่านจะไม่ไว้หน้าข้าเกินไปแล้ว แม้ว่าข้าไม่ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในนครแห่งนี้ แต่ถ้าท่านราชครูหมิ่นเกียรติของข้า ลองดูซิว่าองครักษ์ชั้นเจ้า ในการดูแลของข้าจะยอมทนกับเรื่องนี้ได้แค่ไหน..."
เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงร้องตวาดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า พระนางเจ้าเฟยทะยานเข้าไปโอบอุ้มกริชเพชร ที่ถูกลอบโจมตีจนกระเด็นไปคลุกฝุ่น ใช้แขนเสื้อปาดเลือดออกจากปากของเขา
"หลานจิงโจวเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ลูกหญิงเรียกองครักษ์ของพวกเรามา..."พระนางออกคำสั่งทันที นางไม่พอใจราชครูตู้ถูที่ลงมือแบบไร้เหตุผล ไม่ไว้หน้านาง
"พระนางใจเย็นๆ ก่อนข้า..เพียงแต่รีบร้อนช่วยองค์ชายเจ็ดมิได้มีเจตนาลอบโจมตีองค์ชายสิบสี่ ข้าไม่บังอาจจะลบหลู่เกียรติพระนางเจ้าเฟยหรอก.."
เสียงของราชครูหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมกับพูดแก้ตัวอย่างเนียนๆ ไป เขาย่อมรู้ดีว่าการกระทำของเขามันล้ำเส้น จนพระนางไม่พอใจอย่างรุนแรง
ราชครูย่อมรู้ดีแม้ว่ากายอสูรของเขาจะอยู่ระดับคนอสูรขั้นแปด แต่ถ้าองครักษ์ทั้งหมดของพระนางยกโขยงกันมาเป็นกองร้อย เขาก็ไม่สามารถจะต้านทานคนเหล่านั้นได้
"เชอะ..เรื่องนี้ข้าจะต้องกราบทูลเสด็จพี่เจ้าออกจะเลอะเลือนมากเกินไป ถ้าเขาไม่ได้มากับข้า ข้าจะไม่ว่าสักคำ นี่เขาอยู่ในการดูแลของข้า เจ้ายังบังอาจลบหลู่เกียรติข้า ลูกหญิงพวกเรากลับ.."
เสียงของพระนางพูดอย่างเย็นชาเรียกองครักษ์ทั้งสามเข้ามาแปลงกายเป็นสิงโตแล้วพยุงกริชเพชรขึ้นบนหลัง
ตอนนี้เขาเร้าพลังรักษาตัวอาการดีขึ้นเล็กน้อยชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าราชครูจะโจมตีเขาแบบไร้เหตุผล กริชเพชรตั้งใจว่าจะดึงดาบกลับแล้วเมื่อเห็นว่า ดาบทั้งสิบเล่มขององค์ชายเจฺ็ด แตกหักสะบั้นไปเพราะเพลงง้าวที่ร้ายกาจของเขา แต่ยังไม่ทันได้ดึงพลัง ชายหนุ่มกลับถูกราชครูโจมตีจนกระเด็นไปกระอักเลือด
'พวกนี้ไว้วางใจไม่ได้เลยมีการรอบโจมตีด้วย ครั้งหน้าเราต้องระมัดระวังมากกว่านี้ อุตส่าห์ไม่อยากจะทะเลาะกับใคร พวกชั่วช้ายังหาเรื่องเราได้ตลอดเวลา คนพวกนี้หัวใจมันร้ายเหมือนอสูรจริงๆ เห็นเราเป็นผักเป็นปลา
เราต้องเร่งเพิ่มกายอสูรให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้น คงโดนพวกที่ไร้เหตุผลแบบนี้ตีตายรอบสองแน่คนยิ่งกลัวตายอยู่ พวกเจ้าไม่เคยตายใช่ไหม ถึงไม่รู้ถึงความโดดเดี่ยวที่เป็นวิญญาณล่องลอยไปทั่วจักรวาล
ข้าจะไม่ยอมกลับไปเป็นแบบนั้นอีก ข้าต้องมีชีวิตที่เข้มแข็งและยืนยาวนานชีวิตของข้า จะต้องรักษาไว้ให้นานที่สุด ถ้าพวกเจ้าทำให้ข้าหวาดกลัวความตายอีกครั้ง ข้าคงจะต้องทำลายพวกเจ้าเป็นการตอบแทน..'
ดวงตาของกริชเพชรส่อแววเพชฌฆาตขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มกลัวเหลือเกินที่ต้องเป็นวิญญาณพเนจรที่ร่อนเร่เป็นปีๆ มันไม่สนุกเลยเงียบเหงาวังเวง ดังนั้นชายหนุ่มจึงตั้งปณิธาน ยังไงเขาก็ต้องเอาชีวิตรอดในโลกอสูรให้นานที่สุด
"ลูกหญิงพาองค์ชายสิบสี่กลับตำหนักเราเถอะเขาต้องได้รับการรักษา รู้สึกว่าจะโดนพลังคนอสูรกระแทกอย่างแรง ไม่รู้ว่าจะบอกช้ำภายในขนาดไหน..."
นางหาสนใจราชครูต่อไปไม่ พระนางรีบพากริชเพชรกลับตำหนักของนางทันที ราชครูและองค์ชายเจ็ดช่วยพยุงองค์ชายแปดที่ตอนนี้สลบไสล เพราะความเจ็บปวดที่แขนอันทรงพลังของเขา หักสะบั้นด้วยเพลงง้าวขององค์ชายสิบสี่
"พวกเจ้าช่างอ่อนด้อยจริงๆ ..เด็กคนนั้นมันพึ่งเรียนคาถาเพลงดาบไม่กี่อึดใจ ก็สามารถเข้าใจถึงกระบวนท่า และเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ โจมตีได้โหดร้ายอำมหิต ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่ามันได้วิชาเรียกอาวุธมาแบบไม่สมบูรณ์ สิ่งที่มันร่ายรำกระบวนท่าออกมา มันช่างยอดเยี่ยมข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นคาถาเรียกอาวุธประจำตัวระดับเทพ จากเขตแดนลึกลับเขตแดนใดเขตแดนหนึ่งแน่นอนทำไม? เด็กคนนี้ มันจึงมีไม้ตายที่ซ่อนไว้ในตัวมากมายเช่นนี้..."
ราชครูตู้ถูรำพึงรำพันพร้อมกับตำหนิลูกศิษย์ทั้งสอง ด้วยเสียงแหลมเล็กโกรธเคืององค์ชายสิบสี่ ผู้ที่มีอะไรที่ลึกลับซ่อนอยู่ในตัวมากมาย เขาชั่งมีพิษสงรอบตัวจริงๆ
"องค์ชายแปดฤดูเก็บเกี่ยวปีนี้สิ้นสุดสำหรับเจ้าแล้ว แขนหักอย่างนี้คงเข้าไปตักตวงผลประโยชน์ไม่ได้ เจ้าต้องเข้าด่านบำเพ็ญตนฝึกวิชา ให้องค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายส่งทรัพยากร ให้เจ้ามากๆ ไม่เช่นนั้นตำแหน่งองค์รัชทายาท คงจะห่างพวกเจ้าไปไกลโข ข้าเตือนพวกเจ้าแล้วเด็กคนนั้นมันไม่ธรรมดา มันเป็นอัจฉริยบุคคลที่หาตัวจับยาก เป็นดาวข่มพวกเจ้าแล้วรู้หรือไม่..."
เสียงราชครูที่แหลมเล็กเหมือนเสียงผู้หญิงเยือกเย็น กล่าวพร้อมกับกลายร่างเป็นนกเหยี่ยว ทะยานขึ้นกลางอากาศออกจากหน้าประตูตลาดมืดไป
บนกำแพงที่มีหอคอยตั้งตระหง่านอยู่ มีคนยืนบนกำแพง มองดูการต่อสู้ขององค์ชายทั้งสาม เป็นผู้หญิงรูปร่างสวยงามมองเหตุการณ์ ด้วยสายตาคมกริบ ข้างๆ กายของนางยืนด้วย ชายรูปร่างอ้วนกลมเป็นโอ่ง เขามีหน้าตาแฝงด้วยรอยยิ้มสามส่วนตลอดเวลา เขาเป็นคนหนึ่งที่ยืนดูการต่อสู้ขององค์ชายทั้งสามด้วยตลอด หันไปมองหญิงสาว
"ลูกไป๋..เด็กคนนั้นน่าสนใจยิ่งนักเพลงดาบที่เขาได้จากตลาดมืดของเรา ไปมันอยู่ในระดับเทพขั้นเจ็ดเลยนะ ช่างโชคดีจริงๆ องค์ชายทั้งสองไม่สามารถสู้เขาแม้แต่กระบวนท่าเดียว องค์ฮองเฮาฝ่ายขวามีอัจฉริยะเกิดขึ้นในตระกูลนางแล้วพวกเราต้องจับตาดีๆ ..."
เสียงของชายสูงวัยร่างกลมอ้วนเตี้ยพูดขึ้นลอยๆ กับหญิงสาวที่มีรูปร่างสวยงามคิ้วคางหน้าตาหมดจด ประกายตาเจิดจ้าหันกลับมามองหน้าชายสูงวัยด้วยสายตาเรียบเฉย
....................................................................................................................