สายฟ้าที่ซือตู๋ หมิงหลางดึงดูดลงมานั้น กล่าวได้ว่ามันคือแก่นแท้ของ 'ราชันอสนี' อย่างแท้จริง!
ในรอบปีที่ผ่านมา ซือตู๋ หมิงหลางฝึกปรือวิชาอย่างหนัก มันใช้เวลากว่าแปดเดือน เพื่อฝึกกระบวนท่า ‘ราชันเทพแห่งอสนียบาต’ ผลพวงจากการฝึกปรืออย่างหนัก ทำให้ประสบความสำเร็จสมบูรณ์ในที่สุด ภายในสายตาของเหล่าศิษย์แล้ว พวกมันทั้งริษยา และ เคารพในคราเดียวกัน ทันใดนั้นซือตู๋ หมิงหลาระส่ำระสายก็ชี้กระบี่นำอัสนีไปทางอู่ อวี้ สายอัสนีที่กะพริบอยู่รอบ ๆ กระบี่ มันดูคล้ายคลึงกับอสรพิษพร้อมพุ่งกระโจนเข้าใส่อู่ อวี้ได้ทุกเมื่อ เมื่อมองดูแล้วราวกับว่ามันเป็นดวงตาของปีศาจร้าย ที่พร้อมจะหยิบยื่นความตายมาให้!
" เจ้าสุนัข จงตายซะ! "
ซือตู๋ หมิงหลางแผดเสียงหัวเราะออกมา ราวกับสายอัสนีฟาดผ่า ในขณะที่กระบี่นำอัสนีเพ่งชี้ไปทางอู่ อวี้ ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็บังเกิดเสียงร้องคำรามขึ้น ครืน~ ครืน~ ครืน ~ หากมีผู้ใดแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า คนผู้นั้นจะสามารถมองเห็น อสรพิษนี่กำลังเลื้อยไปมา อยู่ท่ามกลางเมฆหมอกดำทะมึน และ สายอัสนีที่ฟาดผ่าลงมา ฉับพลันแสงประกายเจิดจ้าอันตื่นตะลึงก็ปรากฏขึ้น พุ่งฟาดผ่าลงมายังศีรษะของอู่ อวี้ ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ยากที่จะหลบหลีกได้!
เปรี๊ยง!!!!!
" ไอ้หยา! "
ฝูงชนต่างตื่นตะลึงเมื่อเคล็ดวิชาเต๋าแสดงผล! พวกมันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่พวกมันมั่นใจนั่นก็คือ ต่อให้คนผู้นั้นจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานขนาดไหน ก็ไม่มีทางต้านทาน เคล็ดวิชาเต๋าของซือตู๋ หมิงหลางในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน ณ จุดนี้ ซือตู๋ หมิงหลางได้แสดงหลักฐานยืนยันถึงความแข็งแกร่ง ให้พวกมันได้ประจักษ์แก่สายตาอีกครั้ง
ในมุมมองของอู่ อวี้ สายอัสนีอสรพิษที่พุ่งฟาดผ่าใส่เขานั้น มันรวดเร็วเกินกว่าจะรับรู้ได้ ความเร็วของมันนั้นน่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่เขาจะหลบเลี่ยงได้ทัน ในขณะสายอัสนีอสรพิษพุ่งทะยานเข้าใส่มาด้วยความเกรี้ยวกราด สิ่งเดียวที่อู่ อวี้สามารถคิดได้ในตอนนั้น คือยกกระบี่ปราบมารขึ้นมาสกัดกั้นสายอัสนีอสรพิษ!
หากสายอัสนีกระแทกเข้าใส่ศีรษะของเขาจัง ๆ เข้าล่ะก็ ศีรษะของเขาคงต้องแตกเป็นเสี่ยง ๆ!
เปรี๊ยงงงง! ตู้มมมม!!!
ทันทีที่สายอัสนีอัดกระแทกเข้ากับกระบี่ปราบมาร ก็เกิดการระเบิดขึ้น เสียงของมันนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว อย่างที่คาดคิดเอาไว้ เมื่อสายอัสนีอสรพิษอัดกระแทกเข้าใส่กระบี่ปราบมาร พลังทำลายล้างของมันได้เจาะทะลวงผ่าน กระบี่ปราบมารเข้าสู่ร่างของอู่ อวี้ หมอกควันสีดำจากการระเบิด และ แสงเจิดจ้าจากสายอัสนีปกคลุมร่างกายของอู่ อวี้ ขณะที่หมอกควันสีดำค่อย ๆ จางลงก็ปรากฏร่างของอู่ อวี้ขึ้น พลังทำลายล้างของสายอัสนีอสรพิษนั้นรุนแรงจนทำให้ร่างกายของอู่วี้ ได้รับบาดเจ็บเสียหาย หลังจากที่หมอกควันสีดำเลือนรางเหลือเพียงแค่เล็กน้อย ร่างของอู่ อวี้ก็กระแทกล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกับควันคละคลุ้งที่ลอยติดกาย
" ในที่สุดก็สิ้นฤทธิ์ โดนย่างจนสุก ฮ่า ฮ่า ฮ่า! " ในทันทีที่เหล่าสาวกของนิกายกระบี่สวรรค์ ได้เห็นร่างของอู่ อวี้ล้มกระแทกลงกับพื้นพร้อมกับควันสีดำจากการระเบิด ซึ่งยังคงลอยคละคลุ้งติดร่างกายของเขาอยู่นั้น พวกมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังออกมาอย่างสะใจ หนึ่งในผู้นำก็คือลูกศิษย์จากยอดเขาหมิงเทียน
" ทำไมจบเร็วเยี่ยงนี้ ช่างน่าหัวเราะเสียจริง อู่ อวี้มันยังไม่รู้ฤทธิ์ และ ความน่ากลัวของเคล็ดวิชาเต๋า แต่คิดจะมาท้าทายเช่นนี้ "
นับจากนี้เกรงว่า อู่ อวี้จะต้องถูกเหล่าสาวกในนิกายกระบี่สวรรค์ล้อเลียน หัวเราะเยาะเหยียดหยามดูถูกทั้งก่อน และ หลังอาหาร
เหนือสนามประลองด้านนอกเวลานี้ ซูหยานหลี่ขมวดคิ้ว และ กำลังสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า แต่ทันใดนั้นโม่ซือซูได้ห้ามนางเอาไว้พร้อมกับกระซิบกล่าวว่า " ไม่ต้องตกใจไปศิษย์น้องซู น้องเล็กมีร่างกายแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขายังมีโอกาสอยู่! "
ในขณะที่ทั่วทั้งสนามประลอง อื้ออึ้งไปด้วยเสียงหัวเราะที่ระเบิดออกมาจากศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ ซึ่งขณะที่โม่ซือซู กำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างอยู่นั้น ก็ได้เกิดสองสิ่งนี้ขึ้นพร้อมกัน!
สิ่งแรกคือ สายตาของซือตู๋ หมิงหลาง ที่จับจ้องมองไปยังร่างของอู่ อวี้นั้นน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง ใบหน้าของมันแสดงออกให้เห็นถึงความโหดเหี้ยม จากนั้นมันก็ได้เร่งพลังวิชาแห่งเต๋าขึ้นมาเพื่อเตรียมที่จะลงมืออีกครา เพราะมันปรารถนาฆ่าล้างอู่ อวี้ให้หมดจดสมบูรณ์ มันปรารถนาให้อู่ อวี้ตายจนสิ้นซากกลายเป็นเถ้าธุลี!
ในสายตาของเหล่าสาวกนั้นอู่ อวี้ได้สิ้นใจไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าการประลองในครั้งนี้ ซือตู๋ หมิงหลางเองก็ได้ละเมิดกฎข้อห้ามร้ายแรง แต่เป็นเพราะมันมีอาจารย์หนุนหลังอีกทั้งยังมีอำนาจใหญ่โต มันจึงไม่แยแสต่อสิ่งใด
และสิ่งที่สองที่เกิดขึ้นนั้น ก็น่าทึ่งอีกเช่นกัน
เพราะก่อนที่ร่างของอู่ อวี้จะร่วงลงไปกับพื้นนั้น เป็นช่วงที่ ซือตู๋ หมิงหลาง กำลังเตรียมการที่จะโจมตีเป็นครั้งที่สองอยู่พอดี ฉับพลันร่างของซือตู๋ หมิงหลางก็พุ่งทะยานเข้ามา และ กลายเป็นภาพติดตาในที่สุด ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ เห็นได้ชัดว่าซือตู๋ หมิงหลางมุ่งหมายกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก!
เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นด้วยความเร็วเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
ใกล้ถึงเวลาปิดฉาก!
ถึงแม้ว่ากระบวนท่าสายอัสนีอสรพิษ จะสามารถทำให้อู่ อวี้ได้รับบาดเจ็บก็จริง แต่มันก็ยังไม่มากเพียงพอที่จะสามารถดับลมหายใจของเขาลงได้ กายาเพชรอมตะของเขาทนทานแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ และ แน่นอนว่าพลังทำลายล้างของสายอัสนีอสรพิษนี้ สามารถกำจัดศัตรู ผู้มีระดับพลังอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณลงได้ แต่...ไม่ใช่กับอู่ อวี้
" เคล็ดวิชาเต๋านั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่มันต้องใช้เวลาในการเคี่ยวกรำ ถึงจะแสดงผล! "
" ข้าจะช่วยสงเคราะห์ ด้วยการหยิบยื่นความตายให้แก่เจ้า "
ในมือของอู่ อวี้ถือกระบี่ปราบมาร พร้อมกับแผ่รังสีกดดันออกมาอย่างรุนแรงราวกับต่อต้านสวรรค์! ในยามนี้เขาคือนักรบที่ยอดเยี่ยม ฉะนั้นแล้วเขาจะต้องใช้งานมันได้ ทันใดนั้นพื้นดินก็ระเบิดขึ้นส่งเสียงกึกก้องราวกับท้องฟ้าพิโรธ เมื่อกระบี่ปราบมารถูกยกขึ้น ฉับพลันก็ปรากฏร่างมังกรสีทองหมุนวนอยู่รอบคมกระบี่ปราบมาร!
" มังกรสังหารไร้ต้าน! "
ในมือของอู่ อวี้เวลานี้ กระบี่และมังกรผสานเข้ากันอย่างหมดจดสมบูรณ์ประกายแสงสีทองอันเจิดจ้า บวกกับกระบี่ที่คมกริบ ราวกับว่ามันกำลังท้าทายสวรรค์ เสมือนกับว่ากระบี่เล่มนี้จะสามารถฆ่าล้างสังหารได้ตลอดเวลา ทุกคนไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง ว่าในวันนี้พวกมันจะได้เห็นวาระสุดท้ายของซือตู๋ หมิงหลาง!
" ไม่มีทาง! " ทุกคนต่างคิดว่าเป็นวาระสุดท้ายของซือตู๋ หมิงหลาง และด้วยเหตุการณ์ทั้งสองนี้ มันก็ไม่ได้คิดว่าตนจะเข้าสู่ห้วงความเป็นความตายเช่นนี้ การโจมตีของอู่ อวี้มันรุนแรงอย่างมาก ซึ่งด้วยความไม่ย่อท้อของอู่ อวี้เช่นนี้ มันได้ทำให้ในจิตใจของซือตู๋ หมิงหลางเกิดความระส่ำระสายขึ้น ฉับพลัน มันได้รีบเรียกสายอัสนีอสรพิษออกมาเพื่อปกป้องกายอย่างรวดเร็ว
"เกราะอัสนี! "
ทันทีที่กระบวนท่านี้ถูกใช้งาน ก็เกิดปรากฏการณ์สายอัสนีฟาดร้องออกมาจากสี่ทิศ เสียงของมันดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่ว สายฟ้าที่ส่องประกายอยู่ในดวงตาของมัน ในเวลานี้มันได้พวยพุ่งออกมา เป็นเกราะป้องกันอยู่เบื้องหน้าของซือตู๋ หมิงหลาง ในขณะเดียวซือตู๋ หมิงหลาง ก็ยกมืออีกขึ้นมาสกัดกั้นให้ตนเองรอดพ้นการโจมตีนั้นเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างที่ถือกระบี่อยู่นั้น มันก็รีบฟาดฟันกระบี่ดึงอัสนี เพื่อโต้กลับทันที!
ห้วงเวลาทรราชพิโรธ!
"ทำลาย! "
วายุทำลายหมื่นลี้ มังกรสังหารไร้ต้าน! นี่คือการผสานระหว่างพลังทำลายล้างอันน่าหวาดกลัว กับ กายเนื้ออันยอดเยี่ยมของอู่ อวี้ ทั้งหมดรวมผสานเข้าไปในกระบี่ปราบมารเล่มนี้ แล้วทันใดนั้นเอง เชร้งงงงง!!!! ตู้มมมม!!!! เกราะอัสนีก็ระเบิดแตกเป็นเสี่ยง ๆ ลงในพริบตา ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของกระบี่ปราบมารที่ตวัดฟาดผ่านออกไป ด้วยพลังทำลายล้างอันมหาศาลนั้นส่งผลให้ มือข้างที่ถือกระบี่ดึงอัสนีของซือตู๋ หมิงหลางนั้นสะบัดหลุดออกทันที
ฟึ่บ! ตูม!
ไม่รอช้า เมื่อเห็นโอกาสอู่ อวี้รีบสาวเท้ามาข้างหน้า แล้วอัดกระแทกเข้าใส่กลางทรวงอก ของซือตู๋ หมิงหลางเข้าอย่างจังกระดูกขากรรไกร และ กระดูกซี่โครง ของซือตู๋ หมิงหลางหักกราวในรวดเดียว เหล่าฝูงชนต่างส่งเสียงแตกฮือ เพราะตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น พลังอันมหาศาลที่อู่ อวี้แสดงออกมานั้น ทำให้พวกมันไม่อยากแม้แต่จะเชื่อสายตาของตนเอง ความหวาดกลัวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ร่างของซือตู๋ หมิงหลางทรุดเข่าลงกับพื้น โลหิตไหลอาบโทรมผสมคลุกเคล้าเข้ากับเศษดิน มันเป็นภาพอันน่าอเนจอนาถ แสนสะเทือนใจอย่างยิ่ง
“เจ้านี่ยังดูถูกข้าจนวาระสุดท้ายจริงๆ เลยนะ คิดเหรอว่าการนำเจ้าสายฟ้านั่นมาเป็นโล่แล้วจะหยุดข้าได้ แถมตอนสุดท้ายก็ยังไม่ยอมยกเลิก ราชันอสนีไปอีก” อู่ อวี้ อดไม่ได้จริงๆ ที่จะกล่าวเย้ยหยันเช่นนี้ออกไป เป็นเพราะความหยิ่งทะนงของซือตู๋ หมิงหลางเอง จึงทำให้พ่ายแพ้อย่างน่าอนาถเช่นนี้ ซึ่งมันก็สมน้ำหน้าแล้ว และพอเมื่อผู้คนเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็มองเห็นได้ว่า ในตอนนี้หมู่เมฆหมอกได้กระจายตัวกันออกไปแล้ว ราวกับว่ามันได้กระจายไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ของซือตู๋ หมิงหลางอย่างสมบูรณ์
ผลในการต่อสู้ครั้งนี้ได้สรุปออกมาแล้ว
แขนของซือตู๋ หมิงหลางหัก มันไม่เหลือเรี่ยวแรงมากพอที่จะต่อสู้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าของมันซีดเผือด และพยายามฝืนดันตัวเองลุกขึ้นยืนจากพื้น
"อึก ..."
ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ได้มาพบเห็นกับฉากนี้เข้า คนผู้นั้นจะต้องกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มันช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง ฝูงชนโดยรอบ ๆ ต่างตกตะลึงนิ่งงันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเหล่าสาวกสายใน หรือ สายนอกก็ดี หรือแม้แต่ซูหยานหลี่ โม่ซือซู เหล่าผู้อาวุโส หรือแม้กระทั่งหลานฮั้วหยุน ในยามนี้สีหน้าของนางหมองคล้ำน่าเกลียดอย่างยิ่ง
" โอ้ววว!!!! " ท่ามกลางความเงียบสงัด เพราะฝูงชนยังอึ้งตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่เห็น มีเพียงสาวน้อยชิงเหมิงเพียงคนเดียว ที่ส่งเสียงดีใจออกมาอย่างตื่นเต้นว่า " อะ... อู่ อวี้ชนะแล้ว! ซือตู๋ หมิงหลางพ่ายแพ้แล้ว! "
เกรงว่าสำหรับบางคนแล้ว เสียงของนางได้ทำให้จิตใจของพวกมันสั่นสะท้าน
อู่ อวี้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ สนามประลอง เมื่อมาถึงตำแหน่งที่ซูหยานหลี่ และ โม่ซือซูอยู่ สายตาของพวกเขาก็ประสานเข้าด้วยกัน ภายในสายตานั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวอู่ อวี้ นอกจากนี้ยังเห็นความหวาดกลัวผสมกับความเคารพ อยู่ภายในสายของเหล่าศิษย์คนอื่น ๆ เมื่อเขาแหงนหน้าขึ้นมอง ก็เห็นได้ชัดว่าหลานฮั้วหยุน ในยามนี้กำลังจับจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาอันเย็นยะเยือก ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งดี เพราะก่อนหน้านี้ ก่อนที่เขาจะสามารถเอาชนะซือตู๋ หมิงหลางได้ อู่ อวี้ นั้นไม่มีค่าเพียงพอที่จะให้สายตาของนางเหลือบแล
ในท้ายที่สุดแล้ว ด้วยความพยายามดิ้นรนต่อสู้บนขอบเหวแห่งบ้าคลั่ง แน่นอนว่าซือตู๋ หมิงหลางในยามนี้ได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ดวงตาของมันได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ฝูงชนต่างเฝ้ามองมันอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งมันเดินเข้าไปใกล้กระบี่ดึงอัสนี จากนั้นก็ใช้ปราณดึงดูดกระบี่นำอัสนีนำมาอยู่ในมือของมัน
อู่ อวี้ยังคงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ตอนที่เยี่ยกู่ใช้ยันต์เพลิงสีทองทำร้ายเขา ซึ่งก็ได้มาจากซือตู๋ หมิงหลาง จนการประลองในวันนี้มันก็ยังละเมิดกฎ แม้จะมีกฎข้อห้ามอย่างชัดเจน ว่าห้ามใช้ยันต์รวมถึงอุปกรณ์ประเภทสมบัติวิเศษต่าง ๆ มาใช้ในการประลอง แต่ด้วยลักษณะนิสัยจิตใจคับแคบคดโกงของซือตู๋ หมิงหลาง คงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่มันจะละเมิดกฎ ดังนั้น ท่านผู้เฒ่ามู่เกอจึงรีบประกาศผลการประลองอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้มันทำอะไรผลีผลามมากไปกว่านี้
เพราะยังไงแล้ว สิ่งที่มันปรารถนาไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นชีวิตของอู่ อวี้
ท่ามกลางความเงียบ ท่านผู้เฒ่ามู่เกอก็ได้รู้เหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมเจ้านิกายเฟิงซัวหยาถึงได้สนับสนุนอู่ อวี้ผู้นี้ ดังนั้นท่านจึงเริ่มเปล่งเสียงประกาศผลออกมาทันทีว่า "การประลองในรอบสุดท้าย ข้าคิดว่าผลของมันได้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคู่คนแล้ว ผู้ชนะนั้นก็คือ ..."
"ช้าก่อน! "
ซือตู๋ หมิงหลางร้องตะโกนขึ้น ด้วยเสียงอันน่าประหวั่นพรั่นพรึง แน่นอนว่าการพูดขัดจังหวะท่านผู้เฒ่ามู่เกอนั้น ถือเป็นเรื่องไร้มารยาทอย่างยิ่ง แต่ใครจะกล้ากล่าวอันใดเล่า ในเมื่อมันผู้นี้เป็นศิษย์ของหลานฮั้วหยุน?
สายตาของฝูงชนจับจ้องไปยังซือตู๋ หมิงหลางเป็นจุดเดียว
"ข้ายังไม่พ่ายแพ้! "
ซือตู๋ หมิงหลางไร้ซึ่งความแยแสต่อคำตัดสิน แม้มือข้างที่จับกระบี่อยู่นั้นจะมีโลหิตไหลอาบออกมาอย่างท่วมท้น แต่มันก็หาแยแสไม่ มันยังคงยกกระบี่นำอัสนีขึ้น พร้อมกับปฏิเสธที่จะยอมแพ้ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวน่าเกลียด เสียงคลุมเครือราวกับกำลังร่ำไห้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตอนนี้มันได้ตกลงสู่ความบ้าคลั่งอย่างสมบูรณ์แล้ว ในยามนี้มันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น การลุกกลับมา! ซึ่งอู่ อวี้สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของมันยังคลุมเครือ!
อย่างไรก็ตาม ผู้พิทักษ์สูงสุดหลานฮัวหยุนกลับไม่ได้พูดอะไรแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปหยุดซือตู๋ หมิงหลาง! ทำให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกคนสัมผัสได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ไม่สิต้องบอกว่าถ้าเทียบกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ครั้งนี้มันกลับรุนแรงยิ่ง สิ่งที่พวกเขากำลังสงสัยก็คือ ซือตู๋ หมิงหลางจะใช้วิธีไหนในการเอาชนะอู่ อวี้?
"อู่ อวี้ ข้าปรารถนาที่จะฉีกกระชากเลือดเนื้อของเจ้าแล้วดื่มกินมัน! "
ไม่เพียงแต่อู่ อวี้ได้สังหารพี่ชายทั้งสองของมัน ความภาคภูมิใจทั้งหมดของ ซือตู๋ หมิงหลางในวันนี้ ยังถูกอู่ อวี้ทำลายจนสิ้น บาปกรรมที่มันก่อไว้ความตายของมันยังไม่พอที่จะชดใช้ได้หมด! ความคั่งแค้นทั้งหมดที่ทวีเพิ่มขึ้นทุกขณะจิต เพียงแค่นี้ก็มากพอที่จะดับสติสัมปชัญญะของมันลงอย่างสมบูรณ์
"หมิงหลาง ฝังจิตมารลงในใจ ถ้าเจ้าไม่ฆ่ามัน เจ้าจะไม่มีทางก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปได้ ดังนั้น ใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีเพื่อทำลายมันซะ ที่เหลือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์เอง"
ไม่มีใครได้ยินเสียงของหลานฮั้วหยุน เนื่องจากว่าในตอนนี้นางได้ใช้วิธีการเฉพาะประตูแห่งธรรม ส่งเสียงผ่านออกไปโดยมีแค่ซือตู๋ หมิงหลางคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน
เมื่อซือตู๋ หมิงหลางได้ยินคำพูดนั้น ความวิตกกังวลทั้งหมดที่เคยมีก็ถูกสลัดทิ้งไป เหลือเพียงความบ้าคลั่ง และ ความเกลียดชังอย่างลึกล้ำ! ฉับพลัน มันได้กระทำสิ่งที่ฝูงชนทั้งหมดไม่คาดคิด ชึก!! ทันใดนั้นกระบี่นำอัสนีก็ปรากฏขึ้นในมือของมัน จากนั้นก็หมุนควงกระบี่และปักแทงลงไปที่หัวใจของตน!
ทันใดนั้นเอง แสงอัสนีก็ระเบิดออกมาจากร่างของมัน ร่างกายทั้งหมดของซือตู๋ หมิงหลาง ท่วมท้นไปด้วยเส้นสายอัสนีขนาดยักษ์ ในยามนี้ร่างของมันได้เปลี่ยนเป็นร่างอัสนีอย่างสมบูรณ์ แทบจะไม่สามารถมองเห็นแขนขา และ ศีรษะของมันได้!
"วิชาเต๋าต้องห้าม สถิตร่างมารอัสนี! "
เมื่อใช้ออกด้วยวิชาเต๋าต้องห้าม ร่างกายของซือตู๋ หมิงหลางก็เกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล เสียงของฟ้าคำรามดังกึกก้อง จากนั้นร่างกายของมันได้ผสานเข้ากับกระแสอัสนีจำนวนนับไม่ถ้วน สถิตร่างมารอัสนีได้ทำให้ตัวมัน กลายเป็นผู้ใช้การโจมตีจากพลังของอัสนีโดยตรง
ด้วยอำนาจแห่งอัสนีนี้ ได้ปลดปล่อยแรงสะกดข่มออกมาอย่างไรสิ้นสุด จนทำให้ฝูงชนต้องถอยหลังออกไปสองสามก้าว ภายในสายตาของทุกคู่คน ต่างมองเห็นกระแสอสรพิษจำนวนนับไม่ถ้วนม้วนกวาดผ่านอยู่รอบ ๆ บริเวณ
ซือตู๋ หมิงหลางในยามนี้ น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก!
"วิชาเต๋าต้องห้าม " ซูหยานหลี่และโม่ซือซูหันมามองหน้ากัน พวกเขาต่างมองเห็นโทสะอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย ฉับพลันคนทั้งสองก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาอยู่เบื้องหน้าของอู่ อวี้ จากนั้นโม่ซือซูก็กล่าวขึ้นว่า "ซือตู๋ หมิงหลาง เจ้ากล้าใช้วิชาเต๋าต้องห้ามในสนามประลองเซียนไท่ ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดกฎอย่างชัดเจน ตามกฎของนิกาย เจ้าจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันในครั้งนี้ รออะไรอยู่ จงก้าวออกไปจากสนามประลองเดียวนี้!”
อู่ อวี้ก็ได้อ่านตำรากฎนิกายมาแล้วเช่นกัน หนึ่งในนั้นได้มีการกล่าวถึงวิชาเต๋าต้องห้าม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอำนาจอันมหาศาลของมัน บวกกับวิธีใช้ที่แสนโหดเหี้ยม และ เป็นพลังที่ทำร้ายตัวผู้ใช้เอง ดังนั้นจึงมีกฎห้ามไม่ให้เหล่าศิษย์ใช้ออกอย่างเด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายถึงชีวิต หรือเผชิญหน้ากับปีศาจ ดังนั้นพลังที่ซือตู๋ หมิงหลางใช้ออกในยามนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการละเมิดกฎอย่างชัดเจน
ในเวลานี้โม่ซือซูและซูหยานหลี่ได้กระโจนเข้ามาปกป้องเขา เมื่อเห็นเช่นนั้นอู่ อวี้ได้จดจำความเมตตาครั้งนี้ไว้ในจิตใจ อย่างไรก็ตามความรู้สึกของเขาก็บอกเป็นนัย ๆ ว่ามันไร้ประโยชน์ หลานฮั่วหยุนทำเพียงแค่โบกมือของนางเล็กน้อย คนทั้งสองก็ถูกดูดเข้าไปกระแสน้ำวน และถูกขังเอาไว้ตรงนั้น หลานฮั้วหยุนเหลือบมองไปที่พวกเขาทั้งสอง ด้วยท่าทางที่เหนือกว่าจากด้านบน และในตอนนี้หลานฮั่วหยุนเองก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก เพราะถึงจะกล่าวอะไรออกไปก็ไม่มีเหตุผลอะไรดีๆ ที่จะแก้ตัวอยู่ดี แต่ถึงกระนั้น นางก็ตั้งใจที่จะสานเรื่องนี้ต่อไปให้จบ
ใครใช้ให้วันนี้เฟิงซัวหยาไม่อยู่กันเล่า?
ซือตู๋ หมิงหลางรีบคว้าโอกาสที่หลานฮั้วหยุนหยิบยื่นให้ทันที ท่ามกลางเสี่ยงโห่ร้องของฝูงชน มันก็เพิ่มความแข็งแกร่ง ของวิชาสถิตร่าง 'มารอัสนี' ขึ้นไปอีกระดับขั้น ฉับพลันพลังทำลายล้างก็ระเบิดพวยพุ่งออกมาจากร่างของมัน ไม่ว่าจะที่แห่งใด เมื่อถูกพลังนี้กวาดผ่านไม่ว่าจะเป็นศิลา หรือ ภูเขาต่างถูกทำลายจนสิ้น เหลือไว้เพียงพื้นปฐพีที่ไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ประกายอสรพิษอัสนีได้กวาดผ่านเหนือผืนแผ่นดินอย่างไรสิ้นสุด ภาพเบื้องหน้าของอู่ อวี้ในยามนี้ ดูราวกับวันโลกาวินาศ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ซือตู๋ หมิงหลางได้ครอบครองพลังอำนาจอันแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มากนัก!
สำหรับหลานฮั้วหยุนแล้ว นางเห็นว่าในยามนี้ อู่ อวี้จะต้องตกตายไปอย่างแน่นอน
...........................................................................................................................