โรยทรายยืนตะลึงงันทำอะไรไม่ถูกไปหลายนาที เมื่อเห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมกองเลอะเทอะอยู่บนเตียงของเธอไม่รู้จะโกรธหรือจะร้องไห้ดีเมื่อตั้งสติได้ก็รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปข้างตัวชายหนุ่ม...พลางเอามือเขย่าไปที่ร่างกายซึ่งฟุบหลับแน่นิ่ง
“นี่นาย...นาย...นาย”
เธอเรียกเขาอย่างนั้นเพราะยังไม่รู้จักชื่อ ช่างไม่มีภาพชายที่ดูขี้หงุดหงิดอย่างเมื่อเช้าหลงเหลืออยู่เลยเมื่อเธอเรียกเขาเท่าไหร่ ก็เหมือนจะไม่รู้สึกตัว
“แล้วฉันจะทำยังไงล่ะเนี่ย ดึกป่านนี้แล้ว”เธอเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังเมื่อบอกเวลาเที่ยงคืนเศษ
“ตัวก็โตยังกับั์ปักหลั่น ใครจะไปอุ้มไหว”เธอทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจ
โรยทรายเข้าไปลองเรียกชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะพูดงึมงำกับตัวเอง
“ซวยๆๆอะไรอย่างนี้” พูดจบเธอก็ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่
เมื่อโรยทรายลำดับความคิดว่าควรจะเริ่มทำอย่างไรเธอก็พยายามเข้าไปดึงผ้าปูเตียงออกทีละมุมก่อนจะค่อยๆชักออกจากร่างใหญ่ที่นอนทับอยู่ เมื่อดึงออกมาครบก็ห่อเป็ขยุ้มเอาไปกองไว้ตรงระเบียงด้านนอก
“ว้าย!” คำอุทานนี้มาจากงานเข้าชิ้นที่สองเมื่อเสื้อกับกางเกงของเขาลงไปคลุกอยู่กับกองอ้วกจนเลอะเต็มไปหมด
“เสื้อผ้าเปื้อนั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย”
ว่าที่นางเอกละครนึกโกรธตัวเองที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ถ้ามีนักข่าวสักคนมาเก็บภาพเป็สกู๊ปเื้ัรับรองว่าชื่อเสียงเธอต้องป่นปี้แน่นอน
แต่ก็อดนึกเห็นใจเขาไม่ได้และก็คงไม่ใจไม้ไส้ระกำพอที่จะปล่อยให้เขาต้องนอนเปื้อนคราบอ้วกของเขาไปตลอดทั้งคืน
เธอจึงเข้าไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตค่อยๆถอดออกอย่างช้าๆเพราะกลัวมือตัวเองจะเผลอเปื้อนเข้าไปด้วย...ถอดไปได้ชิ้นหนึ่งสำเร็จก็ทำท่าโล่งอกโล่งใจเสียเหลือเกิน
แต่ชิ้นสำคัญด้านล่างนี่สิดันเปื้อนยิ่งกว่าชิ้นบนนั่นเสียอีก
“ทำไงดีน้า” นึกแล้วก็ขนลุกชูชันไปทั่วทั้งร่างเมื่อนึกว่าจะต้องไปปลดกระดุมกางเกงของชายหนุ่มซึ่งไม่สนิทสนม
เธอหลับตาปี๋ก่อนจะพยายามรีบถอดกางเกงของเขาออกอย่างลวกๆ และคิดว่าเร็วที่สุดโดยมือไม้สะเปะสะปะเหมือนมันเป็สิ่งเกะกะ น่าตัดทิ้งไปมากที่สุดในขณะนี้
เมื่อถอดเสื้อผ้าที่คิดว่าสกปรกที่สุดเรียบร้อยแล้ว เธอลืมตาขึ้นก็แทบจะโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขานุ่งบ็อกเซอร์เอาไว้อีกชั้นไม่ได้เหลือเพียงแค่กางเกงในชายอย่างที่คิด
แต่เมื่อร่างใหญ่กำยำเหลือเพียงร่างเกือบเปลือย เผยกล้ามเนื้อที่เป็ลอนตามหน้าท้องจนเห็นเป็มัดผิวขาวสะอาดบวกกับใบหน้าหล่อเหลาชนิดเข้าขั้นก็ทำให้ผู้ที่ยืนสังเกตสังกาอยู่เริ่มหวั่นไหว
เธอเองก็แทบไม่รู้ตัวว่าเผลอมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชื่นชมไปนานเท่าไหร่
ก่อนที่จิตจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้เธอจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำที่ถือมาพร้อมขันใส่น้ำวางลงพื้นด้านข้างเขา ก่อนจะนั่งลงขอบเตียงข้างหนึ่ง
เธอค่อยๆบิดผ้าขนหนูผืนเล็กจนหมาดลูบไล้ไปตามใบหน้าเกลี้ยงเกลา ในส่วนที่คิดว่ามีรอยเปื้อนจากคราบสำรอกเมื่อครู่
กลิ่นน้ำหอมในตัวเขาลอยมาแตะจมูกเธอบางเบามันหอมเสียจนเธอคิดว่าคงจะกลบกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกไป
เธอนั่งหลับตาพริ้มเมื่อคิดว่ากำลังชื่นใจกับน้ำหอมนั้นและมือก็ลูบไล้ผ้าหมาดน้ำไปตามแผ่นอกกว้าง ไล้ไปยังต้นแขนยาวเรื่อยมาจนถึงปลายนิ้ว
กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนจางก็ต้องใจนแทบจะลุกออกจากเตียง เมื่อมือของเขาข้างที่เธอกำลังเช็ดกลับเป็ฝ่ายคว้าหมับไปยังที่มือของเธอ
เธอพยายามถอนมือกลับเมื่อรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยแต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อผู้ที่นอนเมาอย่างไม่รู้สึกตัว กำลังบ่นอะไรพึมพำออกมา
“คุณอย่าเลิกกับผมนะ อย่าบอกเลิกกับผมแบบนี้ ผม...ผม...ผมรักคุณ”
เสียงของหนุ่มหน้าใสพูดซ้ำไปซ้ำมาก่อนที่เริ่มจะมีน้ำใสๆไหลมาเป็ทางรินอยู่ข้างแก้มเขา
มันนับเป็น้ำตาแรกที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวหลังจากที่ยืนคว้างอยู่กลางคำว่า ‘เราเลิกกันเถอะ’
///////////////////////////////////////จบตอนที่ 3