ตอนที่ 93: สัญญาจำยอม
ความร้อนระอุภายในห้องปฏิบัติการส่วนตัวที่เคยคุกรุ่นได้จางหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันและอุณหภูมิที่เย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงที่กำลังทำหน้าที่เป่าลมกระจายความเย็นอย่างสม่ำเสมอ รินและน้ำฟ้านั่งเคียงคู่กันอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวยาวหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีหน้าจอแสดงผลโครงสร้างสมองสามมิติและเส้นกราฟวิเคราะห์ความถี่ประสาทขยับไหวอยู่ แววตาของคนทั้งคู่ฉายความเคร่งเครียด ความสับสน และความกังวลอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ตรวจพบบันทึกข้อมูลความขัดแย้งของระบบสแกนสมองย้อนหลังจากการรักษาครั้งก่อน
"มันฉลาดกว่าที่เราคิดไว้มากเลยครับหมอฟ้า..." รินเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามีน้ำหนักแฝงความหนักแน่นทว่าเปี่ยมด้วยความระแวดระวังในฐานะนักวิเคราะห์ระบบ "เมล็ดพันธุ์ราคะในแกนสมองส่วนลึกของคุณไม่ได้ทำตัวเป็นแค่พลังงานแฝงที่รอคอยการปะทุแบบไร้สติสัมปชัญญะอีกต่อไป แต่มันเรียนรู้และวิวัฒนาการตัวเองได้รวดเร็วเหมือนกับไวรัสระบบประสาทขั้นสูง มันจับสัญญาณคลื่นตรรกะอันอบอุ่นที่ผมใช้ชะล้างจิตใจคุณในกิจกรรมรักบำบัดรอบก่อน แล้วนำกระแสนั้นไปสร้างม่านพลังต้านทานขึ้นมาในจิตใต้สำนึกของคุณเอง"
"หมายความว่า... ปลอกคอที่คอยส่งกระแสสกัดกั้นสัญญาณรบกวน จะไม่มีวันช่วยป้องกันฉันได้อีกแล้วใช่ไหมริน?" น้ำฟ้าหันมาถามพลางชี้นิ้วเรียวสวยไปยังภาพสมองที่มีคลื่นสีม่วงแฝงขยายตัวเกาะกุมรอบนอก แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความกังวลลึกๆ
"ครับ ปลอกคอสมอประสาทพกพาแบบเดี่ยวคงจะเอาไม่อยู่แล้วครับหากเกิดกรณีที่คุณต้องรับคลื่นตัณหา Overload จากภายนอกเหมือนเคสคุณหญิงกรองแก้วอีก" รินพยักหน้ายอมรับความจริงอย่างกังวลใจ "เพราะเมื่อมันจดจำกระแสพลังจิตของผมได้ มันจะสร้างกำแพงกั้นใจเพื่อสกัดกั้นสัญญาณตรรกะของผมทันที ดึงรั้งไม่ให้คุณรักษาสติและสลายหมอกราคะนั้นได้ สุดท้ายตัวตนของคุณก็จะโดนปีศาจกลืนกินลงไปชั่วนิรันดร์"
น้ำฟ้าเอนหลังพิงเกาะเก้าอี้ทำงานตัวหนา ยกฝ่ามือเรียวนุ่มขึ้นกุมขมับเบาๆ ความหวาดกลัวที่ปีศาจร้ายจะกลืนกินจิตวิญญาณเข้าครอบครองร่างลอยวนอยู่ในอกจนเธอรู้สึกหายใจติดขัด ในฐานะจิตแพทย์ผู้มีชื่อเสียงและเคยช่วยชีวิตผู้คนมามากมาย ทว่าในยามนี้เธอกลับไม่สามารถควบคุมและปกป้องดวงจิตของตัวเองเอาไว้ได้เลย
"แล้วเราจะทำอย่างไรดีริน... ฉันไม่อยากยอมจำนนให้มันครอบงำ และฉันไม่อยากให้มันมาควบคุมการบำบัดคนไข้ของฉันจนเกิดความอับอายและวิบัติขึ้นในอนาคตด้วย"
รินหมุนเก้าอี้หันมาสบตาของจิตแพทย์สาวตรงๆ แววตาคู่คมหลังกรอบแว่นจ้องมองเธอด้วยความเด็ดเดี่ยว ลึกซึ้ง และอ่อนโยนละมุนตาสอดประสานกันเพื่อส่งผ่านความเชื่อมั่นอันอบอุ่นไปถึงหัวใจของเธอ สองมือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของน้ำฟ้าที่เย็นเฉียบเอาไว้ บีบกระชับเบาๆ เพื่อส่งความอุ่นใจ
"มีทางออกเดียวที่เหลืออยู่ครับหมอฟ้า... แต่มันเสี่ยงและอันตรายมากสำหรับเราทั้งสองคน" ชายหนุ่มระบายลมหายใจยาว "ในเมื่อเราสะกดมันจากภายนอกไม่ได้อีกแล้ว เราก็ต้องดำดิ่งลงไปล้อมกรอบและปิดกั้นมันจากภายในห้วงจิตใต้สำนึกของคุณเองโดยตรง"
"ดำดิ่งลงไปจากข้างในงั้นเหรอ?" น้ำฟ้านิ่วหน้าสบตาถามด้วยความแปลกใจ
"ครับ ผมเสนอให้จัด เซสชั่นเชื่อมจิตใต้สำนึกสองทาง" รินชี้แจงพลางเลื่อนหน้าจอแสดงแผนการรักษาบนแท็บเล็ต "ผมจะส่งกระแสประจุสมาธิระดับต่ำเพื่อสร้างสะพานเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเราสองคนให้ก้าวข้ามขอบเขตประสาทและหลอมรวมกันชั่วคราว วิธีนี้จะทำให้ความถี่จิตของผมไหลเวียนเข้าประคองดวงจิตของคุณจากด้านใน ช่วยปิดล้อมและสกัดกั้นเมล็ดพันธุ์ราคะไม่ให้สร้างม่านพลังต่อต้านสัมผัสของผมได้อีก"
น้ำฟ้านิ่งฟังกระบวนการบำบัดอย่างละเอียด แววตาสั่นระริกเมื่อตระหนักถึงผลกระทบทางสรีระและจิตวิทยาที่จะเกิดขึ้นตามมาในระดับลึก "การเชื่อมจิตสองทาง... นั่นหมายความว่าขอบเขตสัญญาณความรู้สึกสัมผัสทางกายและการรับรู้ร่วมจิตของเราจะไม่มีสิ่งใดคั่นกลางเลยใช่ไหมริน?"
"ใช่ครับ..." รินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ร้อนผ่าวขึ้นเบาๆ แฝงความจริงใจอย่างถึงที่สุด "ทุกความรู้สึกของคุณ ทุกประจุความเสียวซ่าน และทุกความปรารถนาในห้วงลึกจะส่งผ่านมาที่ระบบประสาทของผมโดยตรง และในขณะเดียวกัน ความรู้สึกและความต้องการในกายของผมก็จะไหลผ่านสลายขอบเขตเข้าไปในสมองของคุณเช่นกัน มันจะละเอียดละออและสยิวซ่านจนไร้การกักกั้นใดๆ หากคุณยอมตกลง... มันก็คือพันธสัญญาจำยอมที่ร่างกายและจิตวิญญาณของเราสองคนต้องประสานเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกในอนาคต"
คำชี้แจงของรินทำให้น้ำฟ้ารู้สึกหัวใจเต้นระรัวราวกับจังหวะรัวกลอง กระแสเสน่หาเริ่มวิ่งแล่นพล่านไปตามแนวสันหลังล่วงหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ การเปิดใจและเปิดเรือนร่างให้จิตวิญญาณของเขาและเธอหลอมรวมเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวในสภาวะภวังค์รักบำบัดคือความวาบหวามอันน่าตกใจ ทว่ามันคือทางออกเดียวที่จะปกป้องดวงจิตของเธอจากการกลืนกินของมารราคะ
น้ำฟ้าประสานสายตาสบกับริน จ้องมองดวงตาคู่คมของแฮกเกอร์หนุ่มที่เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ อบอุ่น และความรักมั่นคงที่เขาพร้อมจะสละตัวเองเพื่อช่วยเหลือเธอเสมอ ความกังวลและความกลัวมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเชื่อใจลึกซึ้งที่ไม่มีอะไรสั่นคลอนได้
"ฉันยินยอมรับการบำบัดนี้ค่ะริน... ฉันจำยอมยกสิทธิ์ในตัวตนและจิตใต้สำนึกของฉันให้คุณเป็นผู้ร่วมควบคุม..." จิตแพทย์สาวกล่าวสุ้มเสียงราบเรียบทว่าหนักแน่นแฝงเสน่ห์หวานล้ำ แววตาของเธอมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
รินระบายรอยยิ้มอุ่นใจลึกๆ โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาบนหน้าผากมนเป็นการขอบคุณในความเชื่อใจของเธอ ก่อนที่เขาจะหันไปจัดการเตรียมอุปกรณ์ระบบเชื่อมจิตใต้สำนึกสองทางอย่างประณีต
ชายหนุ่มเดินไปจัดการปรับแต่งแสงไฟนีออนสลัวภายในห้องปฏิบัติการส่วนตัว ปรับเปลี่ยนความถี่ประจุแสงให้สาดประกายเรืองรองโทนสีม่วงเหลืองจางๆ ซึ่งเป็นความถี่สีของแสงสว่างที่ช่วยจัดระเบียบโครงสร้างจิตให้สงบลงเพื่อเตรียมบำบัด น้ำฟ้าขยับตัวก้าวขึ้นไปนอนหงายราบบนเก้าอี้เอนบำบัดตัวใหญ่ ปลดเปลื้องเสื้อสูทตัวนอกและจัดแจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนออกสองสามเม็ดเพื่อลดความตึงเครียดของร่างกายและเตรียมความพร้อมในการประสานกระแสสัมผัสทางกาย
รินหยิบอุปกรณ์หมวกเชื่อมต่อคู่ที่มีสายสัญญาณใยแก้วนำแสงสีทองระยิบระยับเชื่อมประสานกันสองทิศทางมาสวมใส่เข้ากับศีรษะของน้ำฟ้าอย่างทะนุถนอม สบตากับเธอพร้อมบีบมือนุ่มเบาๆ เพื่อส่งความอุ่นใจ จากนั้นเขานำหมวกเชื่อมต่ออีกใบมาสวมทับเข้ากับศีรษะของตนเองอย่างมั่นคง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงเคาะชุดคำสั่งเปิดทำงานระบบบนเครื่องควบคุมหลัก
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ประจุสัญญาณคลื่นเริ่มทำงานส่งผ่านความถี่ต้านทานระดับต่ำประคับประคองผ่านกระแสใยแก้วเข้าสู่ขมับของคนทั้งคู่ทันที
"อ๊ะ!..."
ดร.น้ำฟ้าสะดุ้งตัวโยนในทันทีที่กระแสสัญญาณแรกเชื่อมต่อเข้าสู่แกนสมอง สองมือเรียวกุมเบาะแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ รัศมีคลื่นสมองส่วนลึกถูกกระตุ้นอย่างกะทันหัน เส้นใยสีม่วงในสมองที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ราคะรับรู้ถึงกระแสประจุระบบเชื่อมต่อที่แปลกใหม่ มันเริ่มสั่นสะท้านเคลื่อนตัวขยายพิกัดตอบรับคลื่นสัญญาณทันที คลื่นสีม่วงแฝงที่สั่นไหวกระตุ้นประจุประสาทส่วนล่างของร่างกายอย่างรวดเร็วโดยไร้สิ่งสกัดกั้น
ความเสียวสะท้านที่แล่นพล่านไหลวูบเข้าสู่กลางกายสาวทำให้น้ำฟ้าเสียวสยิวจนต้องเผยอปากครางแผ่ว ลมหายใจร้อนระอุกรุ่นอุ่นออกมาจากริมฝีปากบาง ร่องรักสีชมพูสดที่ชื้นแฉะอยู่เริ่มขับน้ำหวานใสอุ่นร้อนเยิ้มชุ่มออกมาเลอะกางเกงชั้นในผ้าซาตินลายลูกไม้ในทันทีแม้เรือนร่างของเธอกับรินจะยังไม่ได้เริ่มสัมผัสทางกายภาพร่วมกันแม้แต่น้อย
"หมอฟ้า... เกิดอะไรขึ้นครับ สัญญาณตอบสนองคลื่นเริ่มกวัดแกว่งแล้วนะ!" รินถามด้วยเสียงกังวล สายตามองดูหน้าจอ EEG ที่ตรวจพบสัญญาณกราฟสีม่วงแฝงกะพริบถี่เป็นเส้นใยสีม่วงถักทอสั่นพ้องกระตุ้นกระแสประสาท
"ริน... ฮึก... เส้นใยสีม่วงในหัวฉัน... มันสั่นแรงมาก..." น้ำฟ้าตอบเสียงกระเส่าหลุดปาก แววตาสั่นปรือระคนสยิวซ่านที่สะท้อนประจุหมอกสีม่วงจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง "มันตอบรับคลื่นระบบเชื่อมต่อของคุณ... แล้วส่งแรงเสียวซ่านลงมาล่วงหน้าแล้ว... ร่องรักของฉัน... มันอุ่นชื้นจนหลั่งหยาดน้ำหล่อลื่นออกมาเปียกชุ่มกางเกงในไปหมดแล้วค่ะ..."
รินจ้องมองเรือนร่างของน้ำฟ้าที่เริ่มบิดตัวเร่าเบาๆ บนเบาะด้วยเปลวไฟราคะที่เมล็ดพันธุ์ชงขึ้นมาชิงจังหวะเล่นงาน ชายหนุ่มรับรู้ผ่านประจุสองทางที่แล่นเข้ามาสู่ระบบประสาทของเขาเองทันทีถึงความสยิวซ่านและอารมณ์เสน่หาลึกล้ำของน้ำฟ้าที่ตื่นตัวเตลิดจนระบบประสาทส่วนลึกของเขาตอบสนองแข็งตัวร้อนระอุตามไปในพริบตา พันธสัญญาดวงจิตได้เริ่มต้นทำงานประสานสายใยเข้าหากันแล้ว
"ทนอีกนิดนะครับหมอฟ้า... ผมกำลังจะดำดิ่งเข้าไปดึงและล้อมกรอบตัวตนของคุณออกมาแล้ว..."
รินเอ่ยพร้อมก้มลงปลดเปลื้องกางเกงและเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เตรียมร่างแกร่งพร้อมแก่นกายใหญ่แกร่งร้อนฉ่าแข็งเขม็งขยายขีดสุดเข้าไปเชื่อมต่อทางกายเพื่อประสานคลื่นดวงจิตระดับลึกในเซสชั่นร่วมรักบำบัดขั้นถัดไป ท่ามกลางความตึงเครียดของสัญญาณประสาทที่พร้อมจะปะทะกันอย่างรุนแรงในห้วงจิตใต้สำนึกอันบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว!