ตอนที่ 1 เล่ม 1 เมล็ดพันธุ์แห่งเซียนใช้เวลาล่วงหล่นจากโลกเซียนสู่โลก
ณดินแดนาการต่อสู้ระหว่างเซียนสูงสุด ปีศาจ์หวงตี้ และเซียนวิถี์ห้าวเทียน 2 ฝ่ายลบราฆ่าฟันเป็เวลายาวนานหลายแสนล้านปี อุบายที่แยบยนต์ของเทพปีศาจหวงตี้ทำให้เซียนวิถี์ห้าวเทียนเพลี่ยงพล้ำ
ทำให้ชะตา์กับหัวกลับหาง เซียนวิถี์ห้าวเทียนได้ทำการอนุมานไว้ก่อนแล้วทรงรู้ล่วงหน้า เขาสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งเซียนซ่อนไว้ในกายจิติญญาเมื่อทรงสิ้นพระชนม์ต่อหน้าเทพปีศาจ์หวงตี้
ร่างกายเทพเซียนวิถี์ห้าวเทียนได้แตกกระจายเป็อนูแสงรัศมีสว่างไปทั่วโลกล่า เมล็ดพันธุ์แห่งเซียนได้ซ่อนอยู่ในแสงนั่น มันตกลงสู่โลกมนุษย์รอชะตา์พลิกกับหัวกลับหางอีกครั้ง
เซียนปีศาจ์หวงตี้ได้ครองแดน์จุดสุดยอดของสุดยอดสูงสุดา เขาควบคุม์และโลกต่างๆ ความชั่วช้าแพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า เหล่ามารขึ้น์เหล่าเทพตกนรก
แน่นอนว่าเซียนปีศาจ์ฮวงตี้ก็ต้องมีราคาที่ต้องจ่ายเพื่อครองบัลลังก์์สูงสุด ร่างกายของเขาต้องอยู่ที่์ไม่สามารถไปไหนได้ มันเป็การต่อสู้ครั้งสุดท้ายโดยที่มีราคาต้องจ่ายแต่เขาคิดว่ามันคุ้มค่า เขาจะกลับมาอีกครั้ง ในเวลา 100,000 ปี์
โลกทุกแห่งต่างไร้ผู้นำสูงสุด ฝ่ายเซียนปีศาจมีมากกว่าเซียนเทพ แบ่งเป็ทวีป 4 ส่วน ฝ่ายปีศาจดินแดน 2 ส่วนใหญ่ เซียนมนุษย์ 1 ส่วน สัตว์เทพ 1 ส่วน
กล่าวได้ว่าโลกที่สงบอยู่ตอนนี้ ย่อมรอวันปะทุอีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมล็ดพันธุ์แห่งเซียนใช้เวลาล่วงหล่นจากโลกเซียนสู่โลก ใช้เวลาพันปี มันตกลงที่แห่งหนึ่งในป่าไม่ทราบชื่อเป็ชนบทอันห่างไกล
เหว่ย เหลียง อายุ 7 ปีอาศัยอยู่หมู่บ้านจั่วมู่หลาน ยุคนี้เป็ยุคแห่งการฝึกตนเหล่าอาจารย์สำนักต่างๆต่างเลือกศิษย์ เพื่อเข้าสำนักเซียน
เนื่องจากความยากไร้ในชนบทในความรุนแรงจำเป็ต้องให้ นำเหล่าลูกหลานตนเองไปเรียนศึกษากับนิกายเซียนเพื่อมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว การรับสิทธิ์จะไม่จำกัดยศฐาบรรดาศักดิ์พวกเขาต้องผ่านการทดสอบรากฐานของเซียน
ข้าจางซางซุยขี่กระบี่บินออกเดินทางมาเยือนหมู่บ้านจั่วมู่หลาน ผู้ที่สนใจเป็ลูกศิษย์โปรดตามข้ามาที่ลานกว้าง จางซางซุยประกาศ !
หลังจากรอเพียงระยะหนึ่งก็มีเด็กมา 5 คน
ดีดีมาก! พวกเ้าชื่ออะไรบ้าง
ข้า อี้ ตงมู่ ข้า ฮี่ซานซิน
ข้า มู่หลง ข้า มู่ซิงซิง
ข้า เหว่ย เหลียง
อื่มดูเหมือนพวกเ้าจะพร้อมแล้ว มาออกเดินทางกันเถอะ จางซางซุยได้โยนเรือเหาะออกมาเรือใบลำใหญ่จุคนได้มากกว่า 30 คน เพราะนำผู้ทดสอบขึ้นเรืออย่างเป็ระเบียบ
จางซางซุย นำเรือลอยขึ้นอย่างช้าๆ เราเด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้น แต่ไม่กล้าส่งเสียงออกมาเพราะผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็ผู้ฝึกตนระดับสูง มีโอกาสที่พวกเขาจะสอบตกั้แ่ยังไม่เริ่มต้น
เรือเหาะลอยไปที่หมู่บ้านเพื่อรับเด็กๆอีก 2 หมู่บ้าน และเขาก็พร้อมจะเดินทางกลับยังนิกาย เด็กที่บรรทุกไปรวมทั้งหมด 15 คน เมื่อจำนวนเยอะขึ้นระหว่างเดินทางไปนิกายจางซางซุย กำชับให้อยู่ในความสงบ พวกเด็กๆปฏิบัติตามคำสั่งดีมาก
การเดินทางโดยไม่เหมือนยาวนานมากนัก ก็เห็นยอดเขาหัวตัดที่สูงมีภูมิทัศน์ที่แปลกประหลาดด้านข้างูเามีต้นไม้งอกกิ่งก้านขี้หงิกงอใบไม้สีชมพูใบ ไม้สีส้ม ดูแล้วลึกลับ
เอาล่ะพักที่นี่จางซางซุยกล่าว ลูกศิษย์ทำหน้าที่ต้อนรับได้แจกเครื่องถุงนอนและอาหารเพื่อพักที่ลานเขาหัวตัดนี้ ไปในลานถูกลูกศิษย์จัดแจงให้นอนเป็ระเบียบ และมีห้องน้ำอยู่ที่ขอบเขา อุณหภูมิที่นี่ไม่เย็นไม่เป็ปัญหาเพราะว่ามีอาร์เรย์ ปรับสภาพไว้อย่างดี
เหว่ย เหลียง รวมกลุ่มกินอาหารกับลูกพี่ลูกน้องอย่างสงบ มื้อแรกที่เขาได้กินเป็ธัญพืชต้มกับเนื้อสัตว์ร้ายบางอย่าง รสชาติไม่ได้แย่ก็ดีกว่าอาหารที่บ้านเขาอย่างมาก หลังทานอาหารเสร็จลูกศิษย์ต้อนรับ ดูแลพวกเขาอย่างเข้มงวดไม่ให้ส่งเสียงใดๆ ส่งเข้าห้องน้ำแล้วพาเข้าถุงนอนอย่างเรียบร้อย
ราตรีผ่านพ้นไปยามอรุณรุ่ง
เสียงระฆังตีดังขึ้น เม้งๆๆ ตื่นได้แล้ว! ทั้งหมดตั้งแถวตอนเรียง 10!
แน่นอนว่าเด็กบางส่วนนั้นนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมีบางส่วนที่หลับเป็ตายเพราะชินกับสภาพนอนบนพื้นแข็ง ลูกศิษย์ต้อนรับจึงจำเป็ต้องใช้เสียงระฆัง
เมื่อพวกเขาจะกำจัดความวุ่นวายได้แล้ว ลูกศิษย์ต้อนรับได้แจกผ้าสำหรับเช็ดหน้าเช็ดตัว โดยส่งให้เหล่าเด็กใหม่เป็ทอดๆไป พร้อมกับแจกอาหารมื้อเช้าก็เป็เมนูธัญพืชต้มเนื้อเช่นเดิม
ลูกศิษย์ต้อนรับทำการเก็บขยะให้แล้วพวกเขาก็จากไปเพื่อรับรางวัล ตามคำร้องของนิกาย
ต่อมาชายเสื้อคลุมยาวไว้กลางคนเดินมาที่แท่นประกาศ
ข้ามีนามว่าเตี้ยนซูนิกายใต้เลิศภพ! เป็ผู้อำนวยการทดสอบนี้ การทดสอบแรกเป็การทดสอบจิตใจหรือแน่วแน่ที่อยากจะเป็ผู้ฝึกตน
เอาละเอาละดูนี่ ทันใดนั้นเขาใช้นิ้วดัชนีกระบี่ที่อัดแน่นไปด้วยจิติญญาเวทมนต์ลึกลับ ยิงไปที่พื้น ปรากหินศิลาทรงโค้งคล้ายประตูทำให้เกิดม่านมิติตรงซุ้มประตู
นี่คือทางขึ้นเกาะทดสอบลอยฟ้า พวกเ้าเริ่มจากแถวซ้ายเดินทางต่อแถวกันไปทีละคนช้าๆ
ผู้ทดสอบลูกศิษย์ไพโรจน์ทำตามและเชื่อฟังอย่างเคร่งครัดเดินต่อแถวกันไปทีละคนพวกเขาถูกส่งไปที่เกาะต่างๆเพื่อมุ่งไปสู่จุดสุดยอด
เหว่ย เหลียงเขาถูกแยกจากเพื่อนกลุ่มหมู่บ้านของเขา บ้านเขามีเด็กแปลกหน้าประมาณ 4 คนท่าทางมุ่งมั่นและเย่อหยิ่งเล็กน้อย เหว่ย เหลียงมองไปที่เกาะท้องฟ้าที่มีโซ่ล่ามต่อกันไปยังจุดยอดสุดที่เป็เกาะลอยฟ้ายอดเดียว มันประดับประดาไปด้วยอาร์เรย์ระยิบระยับสวยงาม
เกาะลอยฟ้าที่เขายืนอยู่ประกอบด้วยโซ่ประมาณ 5 เส้นที่เชื่อมโยงไปเกาะต่างๆ พวกเขามองหน้าไม่คุยกันแล้วก็ได้ปีนป่ายโซ่ไปตามลำดับ เหว่ย เหลียง เลือกโซ่เส้นนึงขณะที่เขาปีนป่ายโซ่นั้นเย็นะเืราวกับมีหิมะเกาะเดี๋ยวมันเย็นขึ้นเรื่อยๆ
เหว่ย เหลียงเกาะโซ่ไว้พยายามไม่ให้ตก อุณหภูมิที่เกิดขึ้นนั้นเป็แค่ภาพลวงตาความรู้สึกเ็ปทางจิตใจที่ไม่อาจเลี่ยงได้ เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิตเพราะเจอแค่ภัยหนาวในหมู่บ้านเล็กๆเท่านั้น
เหว่ย เหลียงมองไปที่ผู้ทดสอบคนอื่นบางคนก็ร้อน บางคนก็โดนหนามทิ่มแทง บางคนก็ตกจากโซ่เหมือนใกลัวอะไรบางอย่าง คนที่ตกลงมาจะถูกรับโดยลูกศิษย์ที่ขี่กระบี่มารับและออกจากสถานที่ทดสอบไป สิ่งนี้ทำให้เขาครุ่นคิด
ถ้าเรายอมแพ้เราจะต้องอยู่และทรมานอยู่ในหมู่บ้าน ถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่าพ่อแม่เป็ใครเราก็ไม่รู้ เราไม่อยากอดอาหารไม่ถูกทำร้ายหน่วยโจรรังแกรีดไถ หมู่บ้านเหว่ย เหลียงอาศัยอยู่นั้นมักมีโจรมาเยี่ยมอยู่เสมอเขาอยากจะแก้แค้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะแก้แค้นได้
หลังจากเหว่ย เหลียง เกาะโซ่อยู่สักพักเขาตั้งสมาธิที่แน่วแน่เพลงกะทิความเ็ปอันเยือกเย็นนั้นว่ามันเกิดจากอะไร
ปรากฏว่าเห็นอักษรรูนจางๆบนโซ่ที่ถูกวาดด้วยน้ำหมึกอย่างง่าย ถ้าเราลบมันได้เราก็พ้นจากความเย็นได้ มันเป็เช่นนั้นหรือไม่ เหว่ย เหลียงเขาใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อให้ชุ่มที่หน้าผากดูที่โซ่ที่เขียนรูนนั้นไว้ มันไม่ค่อยๆจางหายไปอุณหภูมิก็ลดลง เขาทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนสามารถข้ามเกาะได้
ขอต้อนรับสู่เกาะข้ามีนามว่า ฉวี เฉิน การทดสอบที่นี่ก็คือการต่อสู้กับหุ่นไม้ เชิญเข้าสู่สังเวียนได้!
ครับท่าน เหว่ย เหลียง กล่าว
เหว่ย เหลียง เข้าสู่สังเวียนไม่รอช้าะโถีบไปที่หุ่นยนต์ไม้ มันตอบสนองด้วยการใช้มือรับทันที มันจับขาแล้วทำการฟาดกดลงกับพื้น มันทำการถอยและทำท่าทางตั้งรับ
เขาไม่ได้รู้สึกเ็ปมากมายเพราะเพื่อนสังเวียนนั้นนุ่มก็เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมต่อสู้
การต่อสู้ของเหว่ย เหลียง เหว่ย เหลียงนั้นเหมือนนักเลงข้างถนน ไร่ทักษะการต่อสู้ ทำให้หุ่นยนต์ไม้จัดการเขาได้อย่างง่ายดาย
ฉวี เฉิน ถอนหายใจเฮ้อเป็แค่อันธพาลน้อย แต่ก็ถือว่ามีใจมีแน่วแน่ มาดูกันต่อไปว่าเขาจะยอมแพ้หรือไม่ นี่เป็การทดสอบความอดทนเขาคิดในใจ ถือว่าผ่านได้ครึ่งนึงแล้วกัน
เหว่ย เหลียงหลังจากโดนซ้อมโดยหุ่นยนต์ไม้ด้วยความเ็ป เราจะสู้มันได้อย่างไรเราไม่เคยวิวาทประทุษร้ายกับใครมาก่อนนอกจากถูกโจรซ้อมและปล่อยไป เขาตั้งสติวันเกิดจิตใจที่แน่วแน่และมองไปที่หุ่นเหมือนกับคำแรกที่เขาเห็นลวดลายอักษรรูนจางบนโซ่
ฉวี เฉิน สังเกตการกระทำที่แปลกๆนั่น ดูเหมือนพอจะมีปัญญาอยู่บ้าง
เหว่ย เหลียงฉีกแขนเสื้อเอามาพันที่มือ ใช้น้ำเหงื่อที่ชุ่มซับมัน แล้วยกหมัดขึ้นพร้อมสู้ แน่นอนจุดหมายก็คืออักษรรูนที่อยู่บนตัวหุ่น เขาหวังว่ามันจะสำเร็จ เขาออกหมัดชกล่อหลอกให้หุ่นยนต์ไม้ แล้วทำการลบอักษรรูนที่อยู่บนตัวหุ่นเพื่อจัดการเชื่อมต่อวงจรทางจิต
มันสำเร็จได้ผล เมื่อหมัดโดนที่ฝ่ามือป้องกันของหุ่น ข้อมือของหุ่นได้ทำการหยุดทำงานไป จากนั้นเขาะโกอดไปที่หุ่นทำการเช็ดทำการเช็ดอักษรรูนทั้งหมด หุ่นยนต์ไม้หยุดการทำงานลงคือการจบการทดสอบ
ฉวี เฉิน เอาละเอาละ ข้าจะให้ความรู้แก่เ้าแม้ยังไม่เป็ศิษย์ หุ่นยนต์ตัวนี้มีอักษรรูนอย่างง่ายมันลบเลื่อนได้ง่ายก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรู้ แท้จริงแล้วกันสร้างนี้จะซ่อนรูนไว้ภายในแต่นี่เป็การทดสอบลูกศิษย์เบื้องต้น ดูเหมือนพระเ้าจะมีพร์ด้านกำจัดสิ่งชั่วร้าย ข้าขอให้เ้าโชคดีและเดินทางต่อไป