38 1-2
ตอนที่ 55 จ้าวอินทรีครามมาแล้ว!
มือข้างหนึ่งของนางรีบคว้าจับต้นไม้เพื่อให้ยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ส่วนอีกข้างก็กอดร่างของเหลิงเจียวเหนียงไว้แน่นไม่มีปล่อยคลาย
ทะเลเพลิงส่วนหนึ่งที่กำลังพัดโถมเข้าใส่สองแม่ลูกมลายหายวับในพริบตา เสมือนถูกน้ำเย็นจัดสายใหญ่สาดใส่จนดับมอด เหลือทิ้งไว้เพียงเขม่าควันและเศษซากผืนป่าที่ไหม้เกรียมจนกลายเป็นสีดำทมิฬ
“วี๊ดดด!”
ทันทีทันใด ก็มีเงาใหญ่ยักษ์เคลื่อนเข้าปกคลุมทั่วน่านฟ้าเหนือศีรษะของเหลิงหยุนเจียว และเมื่อแหงนหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาคู่สวยนั้นก็ส่องสะท้อนร่างวิหคสีครามใหญ่มหึมาอยู่ภายใน
รัศมีแรงกดดันขุมใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างมหึมานี้ แทบจะบีบคั้นทำให้ร่างทั้งร่างของนางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ชั่วอึดใจนั้น นางแทบจะคุกเข่าลงแล้ว
“แม่จ๋า! นั่นมันจ้าวอินทรีครามตนนั้นนี่ขอรับ!”
“ใช่แล้ว ข้าเองก็เห็นว่าเป็นมันแน่แท้”
แต่ยังไม่ทันจะกล่าวจบดี นัยน์ตากลมโตสีทองอร่ามคู่นั้น ก็จ้องมองลงมาทางพวกเขาจากเบื้องบนฟากฟ้า เสมือนทัณฑ์ฟ้าที่ฟาดผ่าใส่ลงมา แรงกดดันกระแสนี้รุนแรงเกินบรรยาย สภาพอากาศเช่นนี้หากผู้ใดได้พบเจอ ต่างต้องเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว
“แม่จ๋า มันคือจ้าวอินทรีครามที่เคยช่วยชีวิตข้าไว้!”
เหลิงเจียวเหนียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นดีใจ รีบโบกไม้โบกมือและตะโกนเรียกจ้าวอินทรีครามที่อยู่เบื้องบนทันที
“ข้าอยู่นี่! พี่หลาน[1]!”
“....” เหลิงหยุนเจียวปรายหางตามองไปทางเหลิงเจียวเหนียง แอบลอบสังเกตดูอย่างเงียบๆ นางเริ่มนึกสงสัยว่า คล้ายจะมีบางสิ่งบางอย่างผิดแปลกไปจากเหลิงเจียวเหนียงคนเดิม แต่นางก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกันว่ามันคือสิ่งใด?
ทันใดนั้น คู่เท้าของนางที่ยืนหยัดบนภาคพื้นก็เบาหวิวลงในทันใด และมีขุมพลังประหลาดพยุงร่างของทั้งสองให้ค่อยๆลอยขึ้นไปบนท้องนภา
สองแม่ลูกราวกับสามารถเหินหาวอยู่ในห้วงนภากาศได้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะร่อนลงบนแผ่นหลังของจ้าวอินทรีครามต่อมา
“แม่จ๋า พี่หลานบอกว่า มีเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้นเบื้องหน้า จึงจำเป็นจะต้องเข้าไปหยุดยั้ง หลังจากที่จัดการเสร็จสรรพแล้ว ก็จะพาพวกเราออกไปจากหุบเขาถงฉางแห่งนี้เอง”
มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเบื้องหน้า?
เหลิงหยุนเจียวรีบรีบมองตามไปในทิศทางนั้นโดยไว คู่คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น นั่นหาใช่ตำแหน่งที่มีหินพระธาตุปฐพีอยู่หรอกรึ?
นางพยายามจ้องเขม็งกวาดสายตามองอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็เห็นร่างของไป๋ซือหมิงอยู่บริเวณนั้นจริงๆ
เขากำลังเข้าสัประยุทธ์โรมรันกับชายชุดคลุมดำปริศนาผู้หนึ่ง ในบางช่วงจังหวะของการต่อสู้ จู่ๆก็มีเสาดินอันแหลมคมพวยพุ่งออกมาจากพื้นปฐพีที่พวกเขายืนอยู่ ประหนึ่งว่ากำลังโจมตีบุคคลทั้งสองอยู่
ขณะเดียวกัน ตามผืนป่าพงไพรในรัศมีการต่อสู้นั้นกลับเสมือนมีชีวิต สามารถปรับเปลี่ยนภูมิศาสตร์ได้ตามใจนึก และนั่นทำให้ไป๋ซือหมิงกับชายชุดคลุมสีดำต้องคอยสู้ไปและหลบเลี่ยงไปด้วย
พินิจพิเคราะห์จากกระบวนท่าการเคลื่อนไหวของชายชุดคลุมดำปริศนา น่าจะเป็นขุมพลังที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟเป็นหลัก ในขณะที่ไป๋ซือหมิงนั้นเป็นธาตุไม้ เมื่อเผชิญหน้าปะทะกัน กลับเป็นชายชุดคลุมสีดำปริศนาที่ได้เปรียบกว่าในเรื่องธาตุพลัง
“วี๊ดดด!”
จ้าวอินทรีครามเปล่งเสียงกู่ร้องคำราม ภูมิศาสตร์โดยรอบบริเวณนั้นที่เคยมีชีวิตพลันหยุดเคลื่อนไหวเล็กน้อย ก่อนจะงอกเสาดินนับสิบที่มีปลายแหลมดุจคมมีด พุ่งกระหน่ำเข้าใส่ร่างของมันดุจห่าศรธนูจู่โจม
จ้าวอินทรีสามารถหลบเลี่ยงได้อย่างคล่องแคล่ว และสยายปีกสะบัดอย่างแรง ก่อเกิดเป็นคลื่นพายุคลั่งโจมตีเข้าใส่ทั้งบริเวณเป็นวงกว้าง
“จ้าวอินทรีคราม หนึ่งในนั้นเป็นสหายของข้าเอง โปรดระวังด้วย!”
เหลิงหยุนเจียวเปล่งเสียงร้องเตือนด้วยความกังวล และทันทีที่จ้าวอินทรีครามได้ยินเช่นนั้นก็รีบหยุดการเคลื่อนไหวฉับพลัน ก่อนจะบินทะยานพุ่งเจาะจงเข้าหาชายชุดคลุมสีดำปริศนาเพียงผู้เดียว
ชายชุดคลุมสีดำปริศนาผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองจ้าวอินทรีคามบนฟากฟ้า เผยให้เห็นว่าบนใบหน้าของเขามีหน้ากากเหล็กสีดำขลับปิดคลุมอยู่ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้กระทั่งเค้าโครงของใบหน้า
เขารีบเบี่ยงศีรษะเหลียวกลับโดยไว รีบวิ่งตรงไปยังเสาดินงอกเงยขรุขระ เพื่อใช้เป็นที่กำบังการโจมตีของจ้าวอินทรีคราม
“วี๊ดดด!”
การโจมตีของจ้าวอินทรีครามครานี้เป็นคลื่นเสียงอันทรงพลังเปล่งไพศาล เสาดินทั้งหมดโดยรอบพินาศทลายลงเป็นเสี่ยงๆ ร่างของชายชุดคลุมสีดำปริศนาถึงกับกระเด็นไปอีกฟากฝั่ง
แต่ชั่วพริบตาต่อมา อีกฝ่ายก็สามารถกลับมายืนหยัดประคองตัวให้มั่นได้อีกครั้ง ปรับขนาดสายตาจับจ้องร่างของจ้าวอินทรีครามยักษ์บนท้องนภาสูง และรีบสับเท้าวิ่งหนีต่อไป
เหลิงหยุนเจียวส่งสายตากวาดมองรอบบริเวณเบื้องล่าง จึงค้นพบว่าไป๋ซือหมิงได้หายตัวไปแล้ว
หรือเพราะได้เห็นสัตว์อสูรระดับเก้าบุกมา ทำให้เขาวิ่งหนีไปแล้ว?
“วี๊ดดด!”
เสียงกู่ร้องแหลมสูงของนกวิหค ได้ชักดึงสติสัมปชัญญะของนางให้กลับคืน แต่เจ้าของเสียงนี้กลับหาใช่เสียงของจ้าวอินทรีครามไม่
ถอดถอนสายตาจากเบื้องล่าง จับจ้องมองตรงไปเบื้องหน้า สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตาของนางยามนี้คือวิหคยักษ์อีกตน ที่มีร่างกายประดุจหลอมรวมกับเปลวเพลิง ทันทีที่เห็นจ้าวอินทรีคราม มันก็ตีปีกคลั่งพุ่งทะยานเข้าปะทะอย่างเดือดดาล เสมือนกับพบเจอศัตรูคู่อาฆาต
จ้าวอินทรีครามพลันชะงักตื่นตระหนกเช่นกัน มันเร่งเร้าสะบัดปีกคู่สยายเร็วขึ้นและเร็วขึ้น กระหน่ำยิงขนนกสีครามน้ำเงินสุดแหลมคมนับหมื่นแสนโจมตีเข้าใส่วิหคเพลิงยักษ์ตนนั้น
แต่กระนั้น วิหคเพลิงยักษ์กลับเร่งเร้าความเร็วเต็มพิกัด ยังคงเจตนาพุ่งเข้าชนอย่างไม่มีลดละดั่งต้องการให้ตายกันไปข้าง คลื่นความร้อนสูงพัดโหมปะทะชนเข้ากับขนนกสีครามน้ำเงินเหล่านั้นจนละลาย ระยะห่างระหว่างสองสุดยอดจ้าวเวหาสีครามและสีเพลิงเข้าใกล้มากขึ้นทุกที ยามนี้เหลือไม่ถึงร้อยฉื่อแล้ว
คลื่นความร้อนสูงแผดพุ่งปะทะใบหน้าของเหลิงหยุนเจียวและเหลิงเจียวเหนียงเข้าอย่างจัง ทำเอาทั้งคู่หายใจหายคอกันแทบไม่ออกแล้ว
“แม่จ๋า...ข้าหายใจไม่ออก....”
[1] หลาน แปลว่า สีครามฟ้า