“ต้องรออีกนานขนาดนั้นเชียว...”นักศึกษาชายบึกบึนทำหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อยสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมายาวๆ “ช่วยไม่ได้แฮะ รอสองอาทิตย์ก็สองอาทิตย์ยังไงก็เพิ่งคบกันได้ไม่นาน ถ้าผมถือตัวหน่อยผู้หญิงเค้าก็น่าจะมองผมดีขึ้นกว่าเดิมด้วย”
ฉินลู่พูดอย่างตะลึง “นายนี่ใช้ได้เลยนี่...”
“แหะๆ” นักศึกษาชายบึกบึนหัวเราะเสียงแห้งพลางเอามือเกาหัว จู่ๆก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงรีบเอ่ยถาม “หมอ ผมยังไม่รู้จักชื่อหมอเลยบอกชื่อให้ผมรู้หน่อยได้ไหม เรามาเป็เพื่อนกันเถอะ”
“ได้สิ” ฉินลู่พยักหน้า “ฉันชื่อฉินลู่ ต่อไปเรียกว่าพี่ฉินก็ได้”
“ได้ครับ!ต่อไปผมจะเรียกว่าพี่ฉิน” นักศึกษาชายบึกบึนกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ แล้วพูดขึ้นว่า“รอให้ผมหายดีแล้ว ผมจะตอบแทนบุญคุญที่พี่ฉินช่วยผมไว้แฟนของผมมีเพื่อนสาวที่สวยกันทุกคนเลย พอถึงตอนที่ผมหายดีแล้วผมจะบอกให้แฟนของผมช่วยแนะนำสาวให้พี่ พี่ว่าดีไหม น้องชายคนนี้ใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ”
“ใช้ได้เลยล่ะ!”ฉินลู่ยกถ้วยชาขึ้นมา “ใช้ได้สุดๆ! มา ฉันดื่มจอกนี้ให้นาย”
“ผมชื่อหวังต้าเฉียง พี่ฉิน พี่รอข่าวดีจากผมได้เลย”นักศึกษาชายบึกบึนพูดแนะนำตัวแล้วยักคิ้วทำตาอย่างที่เข้าใจกันตามประสาผู้ชายให้กับฉินลู่ ก่อนเดินออกไป
“เด็กคนนี้...” ในที่สุดฉินลู่ก็หัวเราะออกมาเพราะกลั้นไม่อยู่แล้ว“กร๊ากๆๆ ...”
พอนักศึกษาชายบึกบึนหวังต้าเฉียงเดินออกไปปุ๊บที่ห้องพยาบาลก็มีแขกอีกคนเข้ามาปั๊บ
ผู้หญิงคนหนึ่ง
ร่างกายผอมเพรียว ใบหน้างดงาม
ก็คือซุนอิงที่เพิ่งเจอในตลาดโบราณเมืองจิงเฉิงเมื่อวานนั่นเอง
พอซุนอิงเดินเข้ามา เธอก็มองเห็นฉินลู่ทันที เธอยิ้มแล้วพูดว่า“ฉันมาไวไปหรือเปล่า ฉันยังคิดอยู่เลยว่า เช้าๆ แบบนี้ นายคงจะยังมาไม่ถึงหรอกมั้งห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยนี้ก็หายากไปหน่อย ฉันต้องเดินหาอยู่นานเลยกว่าจะเจอ”
“เธอมาแล้วเหรอ” ฉินลู่ลุกขึ้นต้อนรับ
ฉินลู่เพิ่งจะพูดจบ ก็มีอีกคนเดินตามหลังซุนอิงเข้ามาชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทเนี้ยบเดินเข้ามา ยืนอยู่ที่ด้านหลังซุนอิงเขามองฉินลู่ด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตรเท่าไรนัก
ฉินลู่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนเรียกสติกลับมาได้ ชายในชุดสูทคนนี้คงจะเป็สุภาพบุรุษผู้พิทักษ์นางฟ้าในตำนานสินะ
ฉินลู่เป็คนหัวไวจึงรู้ตัวทันทีว่า ชายในชุดสูทคนนั้นคงกำลังคิดว่าตัวเองเป็ศัตรูหัวใจของเขา
ฉินลู่หัวเราะออกมาแบบฝืนๆ และไม่ได้สนใจสายตาของชายในชุดสูทอีกเขาพูดกับซุนอิงว่า “ที่นี่เป็แค่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยมันก็เลยอยู่ลึกไปหน่อย แต่ถ้าเธอถามนักศึกษาระหว่างทางก็คงไม่ต้องเดินหาเองนานแบบนี้ แล้วทำไมตอนที่มาถึงแล้ว เธอไม่โทร.หาฉันล่ะฉันจะได้ออกไปรับ”
“ก็นายไม่ได้ให้เบอร์กับฉันนี่...” ซุนอิงกะพริบตาดวงโตของเธอแล้วพูดอย่างช้าๆ
“เอ่อ...” ฉินลู่ทำตัวไม่ถูกเขาจึงรีบหันไปหยิบอักษรภาพอวยพรวันเกิดที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อเอาให้กับซุนอิง
“เสี่ยวอิง คนที่เธอบอกว่าเก่งนักเก่งหนาก็คือหมอนี่? หมอคนนี้น่ะเหรอ”ชายในชุดสูทมองฉินลู่ั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนพูดอย่างไม่สนใจความรู้สึกคนฟังเลยว่า“เป็แค่หมอห้องพยาบาลในมหา’ลัยคนนึงจะเก่งกาจแค่ไหนกันเชียว หน้าตาเหมือนพวกลวงโลกซะมากกว่า เสี่ยวอิงเธอต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้โดนคนแบบนี้มาหลอกเอาได้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสิทธิ์เป็เพื่อนกับเธอได้นะ”
คำพูดของชายในชุดสูททำให้ซุนอิงโมโหขึ้นมาทันทีเธอชี้ชายในชุดสูทพร้อมกับพูดว่า “หม่าเสี่ยวเวย พูดจาอย่าให้มันเกินเลยนักได้ไหมฉันน่าจะขับรถออกมาเลย ไม่น่ายอมให้นายตามมาด้วยฉันไม่คิดเลยนะว่านายตามฉันมาแล้วจะยังมาพูดจาดูถูกเพื่อนของฉันอีกนายเป็บ้าหรือไง”
เห็นได้ชัดมากว่า ซุนอิงโคตรจะไม่ชอบหน้าชายในชุดสูทคนนี้เลย
แม้จะโดนซุนอิงตะคอกใส่แบบนั้นแต่ชายในชุดสูทก็ไม่แม้แต่จะมีท่าทีรำคาญ กลับทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนกับว่าชอบมากด้วย“เสี่ยวอิง เสียงพูดของเธอช่างไพเราะน่าฟังอะไรขนาดนี้...”
ซุนอิง “...”
“เสี่ยวอิง อย่าโมโหไปเลยที่ฉันพูดก็เพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอนะ ก็เธอสวยถึงขนาดนี้ ชาติตระกูลก็ดีมีคนไม่ดีตั้งมากมายที่คิดจะเข้าหาและทำมิดีมิร้ายกับเธอ เพราะฉะนั้นเธอต้องปกป้องตัวเองให้ดี จะเที่ยวเชื่อใจคนพวกนี้ง่ายๆ ไม่ได้หรอกนะโดยเฉพาะไอ้พวกคนที่ดูมอซอและหน้าไม่อายน่ะ”
ฉินลู่มองชายในชุดสูทอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเพราะเขานึกไม่ออกเลยว่าชายในชุดสูทกำลังพูดถึงใครอยู่กันแน่
ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยเห็นว่าฉินลู่กำลังจ้องตัวเองอยู่เขาจึงจ้องกลับด้วยสายตาดูถูกอย่างไม่เกรงกลัวเลยจากนั้นก็หัวเราะเย้ยหยันพร้อมกับพูดว่า “มองฉันทำไม มีอะไร รู้สึกผิดเหรอฉันจะบอกนายให้ ผู้ชายเข้าใจผู้ชายที่สุด อย่าคิดนะว่าฉันจะดูไม่ออก ว่านายกำลังคิดเื่สกปรกอะไรในใจอยู่คนสวยปานนางฟ้าอย่างซุนอิงน่ะ ใช่ว่าหมาวัดทั่วไปจะเอื้อมถึงกลับไปตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกดูเงาซะก่อนเถอะ เอางี้นะ นายเลิกยุ่งกับซุนอิงซะเดี๋ยวฉันจะเขียนหนังสือแนะนำนายให้กับโรงพยาบาลทุกที่ตามที่นายเลือกเลยยกเว้นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเมืองจิงเฉิงฉันสามารถทำให้นายได้เข้าไปทำงานได้หมดทุกที่ แถมไม่ต้องฝึกงานด้วย ดีไหมล่ะนี่เป็โอกาสที่คนมากมายใฝ่ฝันแต่ก็เกินกว่าที่จะคว้าได้เลยนะ”
ฉินลู่มองหม่าเสี่ยวเวยด้วยหน้ายิ้มๆ ในใจก็คิดว่า “ไอ้นี่มันบ้ารึเปล่านะ”
“นายหัวเราะอะไร ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ”
ใบหน้ายิ้มร่าของฉินลู่ทำให้ชายในชุดสูทรู้สึกเกลียด
ฉินลู่หัวเราะหนักกว่าเดิม “นายนี่เก่งจริงนะคิดไม่ถึงเลยว่าจะช่วยให้ฉันย้ายงานได้ด้วย แถมยังไม่ต้องรอให้ผ่าน่ฝึกงานก็สามารถเข้าทำงานได้เลยด้วยเหรอ นายเป็ใครกันหรือจะมีตำแหน่งข้าราชการอะไรสักอย่างในเมืองจิงเฉิง”
“เชอะ” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยทำหน้าไม่สนคำพูดของฉินลู่พร้อมกับเชิดหน้ายืดอกขึ้นมา “ฉันไม่ได้มีตำแหน่งข้าราชการอะไรหรอกแต่พ่อของฉันเป็รองอธิบดีสาธารณสุข”
“รองอธิบดี!”ฉินลู่แกล้งทำหน้าใ
“ถูกต้อง” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยหัวเราะอย่างได้ใจจากนั้นก็หรี่ตาลง ก่อนพูดขู่ว่า “นายรู้ไหมว่าตำแหน่งรองอธิบดีของเมืองจิงเฉิงหมายความว่ายังไงบอกได้เลยว่าสามารถจัดการเื่การเพิ่มลดสมาชิกในทีมแพทย์ส่วนใหญ่ได้ด้วยคำสั่งเดียวจากพ่อฉันเท่านั้นและแน่นอนว่า คนคนหนึ่งจะได้ทำอาชีพหมอต่อหรือไม่พ่อของฉันก็เป็คนกำหนดได้เหมือนกัน นายลองกลับไปคิดดูดีๆ เถอะ”
ฉินลู่ทำหน้าทึ่ง “โซเดสสึเนะ!ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง งั้นฉันขอเสียมารยาทถามอะไรหน่อยได้ไหมว่านายทำงานตำแหน่งอะไรอยู่”
“ฉันเหรอ เหอะ นายมีสิทธิ์อะไรมาถาม แต่เป็เพราะซุนอิงอยู่ด้วยหรอกนะฉันจะบอกนายให้เอาบุญ” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยพูดอย่างภาคภูมิว่า“ฉันเป็รองหัวหน้าแผนกหนึ่งในโรงพยาบาลอันดับสองของเมืองจิงเฉิง”
รองหัวหน้าแผนกในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ถือว่าเป็ตำแหน่งที่ไม่เลวเลย
และดูจากหน้าของชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยแล้ว น่าจะยังอายุไม่มากเขาได้อยู่ในตำแหน่งสูงั้แ่ยังอายุน้อยแบบนี้ ก็ถือว่าคงมีอำนาจพอตัวในเมืองจิงเฉิงนี้เลย
ฉินลู่พยักหน้าและพูดว่า “เป็ตำแหน่งที่ดีจริงๆ สุดยอดไปเลย...”
“เหอะ!” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยเชิดคางขึ้นเล็กน้อย“รู้แล้วสินะว่าฉันสุดยอด”
ฉินลู่โบกมือพร้อมพูดว่า “นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันหมายถึงพ่อนายน่ะสุดยอดไปเลย สามารถดันคนอย่างนายให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขนาดนั้นได้คงต้องเหนื่อยไม่น้อยเลย...”
ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “พูดอะไรของนาย!”