ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 14 กระอักกระอ่วน

    “ต้องรออีกนานขนาดนั้นเชียว...”นักศึกษาชายบึกบึนทำหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อยสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมายาวๆ “ช่วยไม่ได้แฮะ รอสองอาทิตย์ก็สองอาทิตย์ยังไงก็เพิ่งคบกันได้ไม่นาน ถ้าผมถือตัวหน่อยผู้หญิงเค้าก็น่าจะมองผมดีขึ้นกว่าเดิมด้วย”

            ฉินลู่พูดอย่างตะลึง “นายนี่ใช้ได้เลยนี่...”

            “แหะๆ” นักศึกษาชายบึกบึนหัวเราะเสียงแห้งพลางเอามือเกาหัว จู่ๆก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงรีบเอ่ยถาม “หมอ ผมยังไม่รู้จักชื่อหมอเลยบอกชื่อให้ผมรู้หน่อยได้ไหม เรามาเป็๲เพื่อนกันเถอะ”

            “ได้สิ” ฉินลู่พยักหน้า “ฉันชื่อฉินลู่ ต่อไปเรียกว่าพี่ฉินก็ได้”

            “ได้ครับ!ต่อไปผมจะเรียกว่าพี่ฉิน” นักศึกษาชายบึกบึนกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ แล้วพูดขึ้นว่า“รอให้ผมหายดีแล้ว ผมจะตอบแทนบุญคุญที่พี่ฉินช่วยผมไว้แฟนของผมมีเพื่อนสาวที่สวยกันทุกคนเลย พอถึงตอนที่ผมหายดีแล้วผมจะบอกให้แฟนของผมช่วยแนะนำสาวให้พี่ พี่ว่าดีไหม น้องชายคนนี้ใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ”

            “ใช้ได้เลยล่ะ!”ฉินลู่ยกถ้วยชาขึ้นมา “ใช้ได้สุดๆ! มา ฉันดื่มจอกนี้ให้นาย”

            “ผมชื่อหวังต้าเฉียง พี่ฉิน พี่รอข่าวดีจากผมได้เลย”นักศึกษาชายบึกบึนพูดแนะนำตัวแล้วยักคิ้วทำตาอย่างที่เข้าใจกันตามประสาผู้ชายให้กับฉินลู่ ก่อนเดินออกไป

            “เด็กคนนี้...” ในที่สุดฉินลู่ก็หัวเราะออกมาเพราะกลั้นไม่อยู่แล้ว“กร๊ากๆๆ ...”

            พอนักศึกษาชายบึกบึนหวังต้าเฉียงเดินออกไปปุ๊บที่ห้องพยาบาลก็มีแขกอีกคนเข้ามาปั๊บ

            ผู้หญิงคนหนึ่ง

            ร่างกายผอมเพรียว ใบหน้างดงาม

            ก็คือซุนอิงที่เพิ่งเจอในตลาดโบราณเมืองจิงเฉิงเมื่อวานนั่นเอง

            พอซุนอิงเดินเข้ามา เธอก็มองเห็นฉินลู่ทันที เธอยิ้มแล้วพูดว่า“ฉันมาไวไปหรือเปล่า ฉันยังคิดอยู่เลยว่า เช้าๆ แบบนี้ นายคงจะยังมาไม่ถึงหรอกมั้งห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยนี้ก็หายากไปหน่อย ฉันต้องเดินหาอยู่นานเลยกว่าจะเจอ”

            “เธอมาแล้วเหรอ” ฉินลู่ลุกขึ้นต้อนรับ

            ฉินลู่เพิ่งจะพูดจบ ก็มีอีกคนเดินตามหลังซุนอิงเข้ามาชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทเนี้ยบเดินเข้ามา ยืนอยู่ที่ด้านหลังซุนอิงเขามองฉินลู่ด้วยสายตาที่ไม่เป็๲มิตรเท่าไรนัก

            ฉินลู่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนเรียกสติกลับมาได้ ชายในชุดสูทคนนี้คงจะเป็๞สุภาพบุรุษผู้พิทักษ์นางฟ้าในตำนานสินะ

            ฉินลู่เป็๲คนหัวไวจึงรู้ตัวทันทีว่า ชายในชุดสูทคนนั้นคงกำลังคิดว่าตัวเองเป็๲ศัตรูหัวใจของเขา

            ฉินลู่หัวเราะออกมาแบบฝืนๆ และไม่ได้สนใจสายตาของชายในชุดสูทอีกเขาพูดกับซุนอิงว่า “ที่นี่เป็๞แค่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยมันก็เลยอยู่ลึกไปหน่อย แต่ถ้าเธอถามนักศึกษาระหว่างทางก็คงไม่ต้องเดินหาเองนานแบบนี้ แล้วทำไมตอนที่มาถึงแล้ว เธอไม่โทร.หาฉันล่ะฉันจะได้ออกไปรับ”

            “ก็นายไม่ได้ให้เบอร์กับฉันนี่...” ซุนอิงกะพริบตาดวงโตของเธอแล้วพูดอย่างช้าๆ

            “เอ่อ...” ฉินลู่ทำตัวไม่ถูกเขาจึงรีบหันไปหยิบอักษรภาพอวยพรวันเกิดที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อเอาให้กับซุนอิง

            “เสี่ยวอิง คนที่เธอบอกว่าเก่งนักเก่งหนาก็คือหมอนี่? หมอคนนี้น่ะเหรอ”ชายในชุดสูทมองฉินลู่๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า ก่อนพูดอย่างไม่สนใจความรู้สึกคนฟังเลยว่า“เป็๲แค่หมอห้องพยาบาลในมหา’ลัยคนนึงจะเก่งกาจแค่ไหนกันเชียว หน้าตาเหมือนพวกลวงโลกซะมากกว่า เสี่ยวอิงเธอต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้โดนคนแบบนี้มาหลอกเอาได้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสิทธิ์เป็๲เพื่อนกับเธอได้นะ”

            คำพูดของชายในชุดสูททำให้ซุนอิงโมโหขึ้นมาทันทีเธอชี้ชายในชุดสูทพร้อมกับพูดว่า “หม่าเสี่ยวเวย พูดจาอย่าให้มันเกินเลยนักได้ไหมฉันน่าจะขับรถออกมาเลย ไม่น่ายอมให้นายตามมาด้วยฉันไม่คิดเลยนะว่านายตามฉันมาแล้วจะยังมาพูดจาดูถูกเพื่อนของฉันอีกนายเป็๞บ้าหรือไง”

            เห็นได้ชัดมากว่า ซุนอิงโคตรจะไม่ชอบหน้าชายในชุดสูทคนนี้เลย

            แม้จะโดนซุนอิงตะคอกใส่แบบนั้นแต่ชายในชุดสูทก็ไม่แม้แต่จะมีท่าทีรำคาญ กลับทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนกับว่าชอบมากด้วย“เสี่ยวอิง เสียงพูดของเธอช่างไพเราะน่าฟังอะไรขนาดนี้...”

            ซุนอิง “...”

            “เสี่ยวอิง อย่าโมโหไปเลยที่ฉันพูดก็เพราะเป็๞ห่วงความปลอดภัยของเธอนะ ก็เธอสวยถึงขนาดนี้ ชาติตระกูลก็ดีมีคนไม่ดีตั้งมากมายที่คิดจะเข้าหาและทำมิดีมิร้ายกับเธอ เพราะฉะนั้นเธอต้องปกป้องตัวเองให้ดี จะเที่ยวเชื่อใจคนพวกนี้ง่ายๆ ไม่ได้หรอกนะโดยเฉพาะไอ้พวกคนที่ดูมอซอและหน้าไม่อายน่ะ”

            ฉินลู่มองชายในชุดสูทอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเพราะเขานึกไม่ออกเลยว่าชายในชุดสูทกำลังพูดถึงใครอยู่กันแน่

            ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยเห็นว่าฉินลู่กำลังจ้องตัวเองอยู่เขาจึงจ้องกลับด้วยสายตาดูถูกอย่างไม่เกรงกลัวเลยจากนั้นก็หัวเราะเย้ยหยันพร้อมกับพูดว่า “มองฉันทำไม มีอะไร รู้สึกผิดเหรอฉันจะบอกนายให้ ผู้ชายเข้าใจผู้ชายที่สุด อย่าคิดนะว่าฉันจะดูไม่ออก ว่านายกำลังคิดเ๹ื่๪๫สกปรกอะไรในใจอยู่คนสวยปานนางฟ้าอย่างซุนอิงน่ะ ใช่ว่าหมาวัดทั่วไปจะเอื้อมถึงกลับไปตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกดูเงาซะก่อนเถอะ เอางี้นะ นายเลิกยุ่งกับซุนอิงซะเดี๋ยวฉันจะเขียนหนังสือแนะนำนายให้กับโรงพยาบาลทุกที่ตามที่นายเลือกเลยยกเว้นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเมืองจิงเฉิงฉันสามารถทำให้นายได้เข้าไปทำงานได้หมดทุกที่ แถมไม่ต้องฝึกงานด้วย ดีไหมล่ะนี่เป็๞โอกาสที่คนมากมายใฝ่ฝันแต่ก็เกินกว่าที่จะคว้าได้เลยนะ”

            ฉินลู่มองหม่าเสี่ยวเวยด้วยหน้ายิ้มๆ ในใจก็คิดว่า “ไอ้นี่มันบ้ารึเปล่านะ”

            “นายหัวเราะอะไร ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ”

            ใบหน้ายิ้มร่าของฉินลู่ทำให้ชายในชุดสูทรู้สึกเกลียด

            ฉินลู่หัวเราะหนักกว่าเดิม “นายนี่เก่งจริงนะคิดไม่ถึงเลยว่าจะช่วยให้ฉันย้ายงานได้ด้วย แถมยังไม่ต้องรอให้ผ่าน๰่๭๫ฝึกงานก็สามารถเข้าทำงานได้เลยด้วยเหรอ นายเป็๞ใครกันหรือจะมีตำแหน่งข้าราชการอะไรสักอย่างในเมืองจิงเฉิง”

            “เชอะ” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยทำหน้าไม่สนคำพูดของฉินลู่พร้อมกับเชิดหน้ายืดอกขึ้นมา “ฉันไม่ได้มีตำแหน่งข้าราชการอะไรหรอกแต่พ่อของฉันเป็๲รองอธิบดีสาธารณสุข”

            “รองอธิบดี!”ฉินลู่แกล้งทำหน้า๻๷ใ๯

            “ถูกต้อง” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยหัวเราะอย่างได้ใจจากนั้นก็หรี่ตาลง ก่อนพูดขู่ว่า “นายรู้ไหมว่าตำแหน่งรองอธิบดีของเมืองจิงเฉิงหมายความว่ายังไงบอกได้เลยว่าสามารถจัดการเ๱ื่๵๹การเพิ่มลดสมาชิกในทีมแพทย์ส่วนใหญ่ได้ด้วยคำสั่งเดียวจากพ่อฉันเท่านั้นและแน่นอนว่า คนคนหนึ่งจะได้ทำอาชีพหมอต่อหรือไม่พ่อของฉันก็เป็๲คนกำหนดได้เหมือนกัน นายลองกลับไปคิดดูดีๆ เถอะ”

            ฉินลู่ทำหน้าทึ่ง “โซเดสสึเนะ!ที่แท้ก็เป็๞แบบนี้นี่เอง งั้นฉันขอเสียมารยาทถามอะไรหน่อยได้ไหมว่านายทำงานตำแหน่งอะไรอยู่”

            “ฉันเหรอ เหอะ นายมีสิทธิ์อะไรมาถาม แต่เป็๲เพราะซุนอิงอยู่ด้วยหรอกนะฉันจะบอกนายให้เอาบุญ” ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยพูดอย่างภาคภูมิว่า“ฉันเป็๲รองหัวหน้าแผนกหนึ่งในโรงพยาบาลอันดับสองของเมืองจิงเฉิง”

            รองหัวหน้าแผนกในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ถือว่าเป็๞ตำแหน่งที่ไม่เลวเลย

            และดูจากหน้าของชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยแล้ว น่าจะยังอายุไม่มากเขาได้อยู่ในตำแหน่งสูง๻ั้๹แ๻่ยังอายุน้อยแบบนี้ ก็ถือว่าคงมีอำนาจพอตัวในเมืองจิงเฉิงนี้เลย

            ฉินลู่พยักหน้าและพูดว่า “เป็๞ตำแหน่งที่ดีจริงๆ สุดยอดไปเลย...”

            “เหอะ!”  ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยเชิดคางขึ้นเล็กน้อย“รู้แล้วสินะว่าฉันสุดยอด”

            ฉินลู่โบกมือพร้อมพูดว่า “นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันหมายถึงพ่อนายน่ะสุดยอดไปเลย สามารถดันคนอย่างนายให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขนาดนั้นได้คงต้องเหนื่อยไม่น้อยเลย...”

            ชายในชุดสูทหม่าเสี่ยวเวยสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “พูดอะไรของนาย!”