หลังจากที่หญิงรับใช้จากไปหลิวอี้ทำการสำรวจเรือนที่พักของเขา
ตัวเรือนมีกำแพงเล็กๆล้อมรอบ มีห้องพักอยู่เพียงสองห้อง ห้องน้ำหนึ่งห้อง และยังมีลานกว้างที่อยู่ด้านหลัง ที่ด้านหลังของเรือนมีกำแพงใหญ่ของจวนล้อมเอาไว้
หลิวอี้กางเขตเเดนเอาไว้ไม่ให้คนภายนอกได้ยินเสียงคนข้างใน จะต้องอยู่ในขั้นจักรพรรดิถึงจะสามารถมองเห็นเขตแดนของเขาได้ ตอนที่มาถึงหลิวอี้ได้ใช้พลังปราณของเขาตรวจดูภายในจวนว่าคนที่มีระดับพลังมากที่สุดคือระดับจอมยุทธ์ เขาจึงมั่นใจว่าจะไม่มีใครเห็นการกระทำหรือการฝึกของเขา
หลิวอี้เก็บของเสร็จเรียบร้อยเขาตัดสินใจนอนพักผ่อน ความจริงคนที่มีระดับพลังสูงๆไม่จำเป็ที่จะต้องนอนพักแต่หลิวอี้อยากจะใช้ชีวิตเหมือนกับคนธรรมดา ถึงแม้ว่าตอนนี้วิชากระบี่ของเขาจะฝึกฝนได้เพียงแค่ขั้นที่ 1 แต่เขาก็เชื่อว่าระดับที่ต่ำกว่าจักรพรรดิ ไม่สามารถสู้เขาได้
หลิวอี้ลืมตา ตื่นขึ้นมาจากเตียง เพราะเขาััถึงการมาของหญิงรับใช้ พวกนางเอาอาหารมาให้หลิวอี้และยังเตรียมน้ำให้เขาอาบ จากนั้นพวกนางก็จากไป
หลิวอี้เห็นอาหารที่พวกนางนำมาให้เขาเขาได้แต่ทนกิน อาหารที่พวกหญิงรับใช้นำมาเป็เพียงอาหารสำหรับพวกคนรับใช้ภายในจวนกิน
หลิวอี้กินอาหารเสร็จเขาได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่จากนั้นก็ลอยตัวข้ามกำแพงออกไปจากจวน
ภายในเมืองหลวงยามค่ำคืนคึกคักเป็อย่างมาก แสงไฟจากร้านอาหาร จากเหลาสุรา จากหอโคมเขียว จึงทำให้ที่นี่ดูมีชีวิตชีวาเขาเดินไปเรื่อยๆ เขาก็พบเห็นคนกำลังยืนออกันอยู่ ที่หน้าหอเเสงจันทร์
“พี่ชาย พวกเขากำลังยืนรออะไรกันทำไมไม่เดินเข้าไปข้างใน”หลิวอี้ถามชายคนหนึ่งที่กำลังยืนรอเพื่อที่จะเข้าไปข้างใน
“เ้าคงจะไม่รู้วันนี้ที่หอแสงจันทร์มีการเเสดงจากแม่นางหลี่จือเหยา หากเ้าไม่รีบมายืนรอเ้าอาจจะไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะที่นั่งจะเต็มก่อน”
“หอแสงจันทร์ก็คงจะเป็เหมือนกับหอคณิกาทั่วๆไป”
“เ้าพึ่งจะมาถึงเมืองหลวงใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วข้าพึ่งจะมาถึง”
“หอแสงจันทร์ พวกนางไม่ขายตัว แต่พวกนางขายฝีมือและความสามารถ”
“แม่นางที่ท่านพูดถึงนางเก่งในเื่ใดถึงทำให้คนมารอชมการแสดงของนางเยอะเช่นนี้”
“ความงดงามของนางแทบจะเป็อันดับหนึ่งของเมือง ส่วนความสามารถของนางคือการร่ายรำกระบี่ บางคนได้ดูการร่ายรำกระบี่ของนางถึงขั้นบรรลุวิชากระบี่ของตัวเองในขั้นถัดไปได้เลย ขนาดองค์จักรพรรดิยังอยากที่จะได้นางไปเป็สนม”
“ถ้านางเก่งขนาด ทำไมนางถึงยังอยู่ที่นี่นางน่าจะเข้าไปเป็สนมของจักรพรรดิได้แล้ว”
“ไม่ใช่ว่าองค์จักรพรรดิไม่อยากได้ตัวนาง แต่นางไม่ยอมไป”
“เพียงแค่เขาใช้อำนาจนางก็น่าจะทำตาม”
“ข้าจะพูดเื่อะไรให้เ้าฟัง หากเ้าฟังแล้วห้ามไปพูดให้ใครฟังเด็จขาด”
“ข้าจะไม่พูด”
“ได้ยินมาว่าเื้ัของนางยิ่งใหญ่มาก นางมาจากทวีปอื่น”
หลิวอี้ได้ฟังก็พอจะเข้าใจได้ เพราะทวีปซีน่าจะเป็ทวีปที่มีความอ่อนแอที่สุดใน 7 ทวีป
“ถ้าข้าจะเข้าไปร่วมชมจะต้องทำยังไง”
“ที่เมืองนี้เงินจะไม่มีค่า หากว่าเ้า้าที่จะเข้าไปข้างในเ้าจะต้องมีหินกำเนิดปราณ”
หลิวอี้ก็พึ่งจะเคยได้ยินเป็ครั้งแรก
“มันคืออะไร”
“หินกำเนิดปราณคือหินที่ผู้ฝึกพลังเอาไว้ดูดซับพลังปราณจะแบ่งเป็หินขั้นต่ำ หินขั้นกลางและหินขั้นสูง เ้าสิ่งนี้จะเอาไว้ใช้แทนเงิน”
หลิวอี้จึงได้รู้ว่าตอนนี้เงินไม่มีค่าและได้รู้ว่าในยุคนี้หินกำเนิดปราณสำคัญมากขนาดไหน
“หากว่าข้า้าที่จะหาหินกำเนิดปราณ ข้าจะไปหาได้ที่ไหน”
"มีอยู่ 3 แห่งที่สามารถหาหินกำเนิดปราณได้ 1.สนามประลอง 2.นำวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงยาหรือเม็ดโอสถที่ปรุงเสร็จไปแลกที่หอหมื่นโอสถที่สำนักหมื่นโอสถ 3.ล่าสัตว์อสูรและนำไปแลกที่โรงประมูล
หลิวอี้ได้ฟังก็นึกพิจารณาว่าเขาจะทำยังไงต่อไป หากจะไปล่าสัตว์อสูรเขาจะต้องออกจากเมืองไปหลายวัน หากจะไปหาวัตถุดับในการปรุงยาก็ต้องออกจากเมืองเหมือนกัน คงจะเหลือเพียงแค่เส้นทางสุดท้าย
“สนามประลองไปยังทิศทางไหน”
“เ้าไม่กลัวาเ็รึ ทำไมไม่เลือกไปหาวัตถุดิบ”
“เอาน่าพี่ชายข้าไม่าเ็แน่นอน”
ชายคนนั้นบอกทิศทางให้กับหลิวอี้ เขาจึงเดินไปที่สนามประลอง ก่อนที่หลิวอี้จะไปถึงเขาได้เเวะซื้อหน้ากากปีศาจใส่ปิดบังใบหน้าของเขาเอาไว้