ตอนที่158 ใครคืออู๋หมิงเหลียง
ทุกคนเดินทางมาถึงเชิงเขาคุนหลุนในเช้าวันถัดมาเนื่องจากทุกคนลงความเห็นร่วมกันว่าจะกลับไปช้าเล็กน้อยเพื่อปล่อยให้คนของเจ้าสำนักตัวปลอมลดความระมัดระวังตัวลงอีกทั้งเป็นการลอบเข้าไปเพื่อสอดแนมสถานการณ์ภายในสำนักก่อน
ทั้งนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของรองเจ้าสำนักที่ไม่ต้องการทำอะไรกระโตกกระตากในทันทีเหตุเพราะทุกคนไม่รู้ว่ารองเจ้าสำนักยังมีไพ่ลับในมืออีกหรือไม่กอปรกับทุกคนต้องการตามหาตัวเจ้าสำนักตัวจริงให้พบเสียก่อนถึงจะทำการลงโทษ
เจ้าสำนักตัวปลอมซึ่งจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้เกิดเป็นรูปธรรมรวมทั้งลดเหตุวุ่นวายที่อาจมีศิษย์ของอีกฝ่ายก่อความโกลาหลได้
“แยกย้ายกันไปทำงานตามที่พวกเราแบ่งแยกกันเลยนะ ส่วนเสี่ยวหลงกับพรรคพวกรอสัญญาณจากพวกเราอีกทีก็แล้วกัน”
อู๋หมิงฮั่นบอกกับจ้าวหลงด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเนื่องด้วยเขาไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ของสำนักในเวลานี้จะเป็นอย่างไรทั้งนี้เป็นเพราะเขาออกมาจากสำนักได้เกือบสิบปีแล้วจึงคาดเดาว่าการบริหารจัดการโดยเจ้าสำนักตัวปลอมอาจเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมหรืออาจคงไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น
“ผมเข้าใจครับผมกำลังรอทีมที่เหลืออยู่พอดี หากผู้อาวุโสพร้อมแล้ว ภรรยาคงแจ้งผมมาอีกที”
จ้าวหลงพยักหน้าเข้าใจอนึ่งเขาให้หยวนลี่หยางแจ้งกับทีมเสือขาวที่เหลือเพื่อตามมาสมทบที่สำนักนิรนามเหตุเพราะเขาต้องการให้ทุกคนได้เข้ารับการฝึกฝนที่นี่เสียเลยอย่างน้อยทุกคนกลับออกจากสำนักนิรนามไปจะได้มีความแข็งแกร่งเหนือกว่ากองกำลังคนอื่นซึ่งการฝึกฝนครั้งนี้ได้นับรวมหยางจวินเข้าไว้ด้วย
“หากเสร็จเรียบร้อยดีแล้วฉันจะแจ้งคุณทางจิตวิญญาณนะคะ”
ณิชากำชับสามีอีกครั้งโดยเธอตั้งใจใช้การสื่อสารระยะไกลด้วยจิตวิญญาณแทนเนื่องด้วยเวลานี้เธอก้าวขึ้นมาสู่ขอบเขตสร้างฐานรากที่สามารถกระทำการสื่อสารเหมือนกับอดีตอาจารย์ได้แล้วนั่นเองซึ่งนับได้ว่าสะดวกกว่าการใช้โทรศัพท์มากนัก
“ครับ ผมจะรออยู่ในหมู่บ้านนี่แหละ”จ้าวหลงพยักหน้าเข้าใจ
เขาตั้งใจไปเยี่ยมเยียนชายชราหวังจ้านรวมทั้งเทียนเจียวโจวผู้เป็นพ่อของอู๋หมิงปิงด้วยเพื่อส่งข่าวเกี่ยวกับลูกชายให้เขารับรู้เนื่องจากอู๋หมิงปิงจะยังไม่ไปเยี่ยมบิดาในเวลานี้จนกว่าภารกิจทางสำนักจะเสร็จเรียบร้อยจึงจะกลับไปหาพร้อมน้องสาวตน
“ฝากบอกพ่อด้วยนะไว้เสร็จภารกิจทางนี้แล้ว จะพาเหยาเหยาไปหา”
อู๋หมิงปิงกล่าวสำทับน้องเขยที่เป็นดั่งเพื่อนอีกคนหนึ่งอย่างกังวลใจเขาคิดถึงพ่อมากเช่นกันแต่เขาจำเป็นต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อนเนื่องด้วยเขายังจำคำของพ่อที่พร่ำสอนอยู่เสมอว่าให้ทำภารกิจส่วนรวมสำเร็จก่อนนึกถึงภารกิจส่วนตัวเสมอจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนนั้นให้ดี
“ไม่ต้องเป็นห่วงฉันจะดูแลอาเทียนให้ดีเอง”
จ้าวหลงตบไหล่อีกฝ่ายเป็นการยืนยันการทำหน้าที่แทนลูกชายหรืออู๋หมิงปิงไปพลางโดยเขายินดีที่จะทำให้อีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ
จากนั้นแต่ละคนแยกย้ายกันไปทำภารกิจตามที่เคยตกลงกันโดยณิชาแยกตัวเหินบินอ้อมไปทางด้านหลังของสำนักนิรนาม เนื่องจากเธอต้องการกลับไปเอาเหรียญหยกที่ซ่อนไว้ในต้นไม้ใหญ่กลับมาเหตุเพราะเธอต้องการพิสูจน์ว่าเหรียญหยกที่อยู่กับเจ้าสำนักจะเป็นเหรียญหยกของจริงหรือไม่
เมื่อณิชาไปถึงต้นไม้ใหญ่ที่เคยเก็บซ่อนเหรียญหยกเธอพบว่าเหรียญหยกนั้นยังอยู่ในสภาพและตำแหน่งเดิมบ่งบอกว่าไม่มีใครอื่นค้นพบได้นอกจากเธอเท่านั้น เธอจึงสื่อสารกับต้นไม้ใหญ่ด้วยวิชาที่เพิ่งเรียนรู้จากตำราจิตวิญญาณว่า
“ขอบคุณมากนะต้นไม้ใหญ่หากเป็นไปได้ บางทีเจ้าอาจเป็นต้นไม้ ที่จะช่วยค้ำจุนสำนักนิรนามเพื่อสร้างความร่มเย็นและสันติสุข ให้เกิดกับสำนักนิรนามไปตราบชั่วนิรันดร์”
ณิชาลูบคลำเปลือกต้นไม้ใหญ่เบาๆ คล้ายกับต้องการให้มันรับรู้ความจริงใจที่เธอปรารถนาให้เกิดขึ้นทั้งนี้เกิดจากรูปทรงของต้นไม้ที่ดูแปลกตาโดยมีลักษณะกิ่งก้านโค้งงอจนดูคล้ายอักขระโบราณบนดาวเอเอส ซึ่งแปลความหมายได้ว่า“รุ่งโรจน์”
ความหมายดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเจ้าสำนักตัวจริงที่ชายชราอู๋หมิงฮั่นเคยเล่าให้ฟังมาก่อนซึ่งเธอเห็นพ้องด้วยที่จะให้มีสำนักคุณธรรมเพื่อกำราบคนชั่วร้ายและผดุงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้คนชั่วเหิมเกริมแทน
ต้นไม้ใหญ่คล้ายกับรับรู้ความนัยที่เธอสื่อสารออกมามันโบกสะบัดใบไม้ทั้งหลายในลำต้นอย่างยินดีซึ่งณิชาคิดจะมาขุดต้นไม้ใหญ่นี้ไปปลูกไว้ในสำนักนิรนามเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างแล้วอย่างน้อยต้นไม้ใหญ่นี้จะได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสำนักนิรนามสืบต่อไป
จากนั้นณิชากลับสำนักนิรนามโดยบินตรงไปที่คุกสนธยาทันทีเนื่องจากภารกิจของเธอคือการไปช่วยศิษย์พี่ใหญ่และตามหาปรมาจารย์อู๋หมิงเหลียงที่เป็นศิษย์น้องของอู๋หมิงอ้าย
“บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!”
ณิชาทำลายเวทมนตร์ปิดกั้นหน้าคุกสนธยาโดยตรงเนื่องจากเวลานี้เธอสามารถร่ายเวทมนตร์ปิดกั้นใหม่ที่เป็นขั้นสูงกว่านี้ได้ทว่าเธอไม่ต้องการทำในเวลานี้เพราะมีหน้าที่สำคัญที่จำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วนจึงปล่อยไว้ก่อน
เสียงระเบิดทำให้เหล่านักโทษทั้งหลายต่างผุดขึ้นมายืนเกาะลูกกรงหน้าห้องขังอย่างมีความหวังว่าจะมีคนมาช่วยเหลือตนเองออกไปต่างพากันส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือทั้งที่ยังไม่ทันเห็นตัวของณิชาว่า
“ช่วยด้วย!ช่วยผมออกไปด้วย! ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ผมถูกใส่ร้าย!”
“ช่วยด้วย!ช่วยชายชราอย่างข้าที ข้าไม่ได้คิดทรยศต่อสำนักเลย ท่านเจ้าสำนักระแวงไปเอง”
“ใครก็ได้!ช่วยข้าออกไปที! ข้าไม่อยากตายอยู่ในนี้!”
“ได้โปรดเถิด!ใครก็ได้ช่วยข้าออกไปที ช่วยข้าด้วย!”
“ช่วยผมด้วย!อย่าขังผมไว้ในนี้อีก ช่วยผมที!”
เสียงตะโกนเซ็งแซ่จากผู้คนมากหน้าหลายตาทำให้ณิชาออกคำสั่งให้พวกเขาเงียบเสียงก่อนเหตุเพราะเธอเริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาตงิด ๆ แล้ว
“หยุด!...เงียบเสียงก่อน! ไม่ต้องบอกฉันหรอก ฉันจะสอบสวนทีละคนเอง.....เงียบ!”
“..........” ทุกคนในห้องขังต่างเงียบเสียงลงทันใด
อย่างไรก็ตามยังมีเสียงซุบซิบในห้องขังที่อยู่ติดกันเนื่องด้วยผู้คนต่างสงสัยที่เสียงออกคำสั่งนั้นเป็นเสียงหญิงสาวซึ่งเหนือความคาดหมายของพวกเขาไปมากเมื่อเหลือบมองเห็นร่างโปร่งบางเดินเข้ามาจากหน้าปากถ้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ
พลันทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างอึ้งตะลึงในความงดงามและความแข็งแกร่งที่เทียบเท่ากับเจ้าสำนักทำให้ทุกคนต่างก้มหน้าลงอย่างเรียบร้อยและแสดงความนอบน้อมกันถ้วนหน้า
ถึงอย่างนั้นก็มีเสียงทักทายณิชาด้วยความตื่นเต้นยินดีดังขึ้นจากห้องขังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลเพื่อนมากที่สุดว่า
“ศิษย์น้องเจ็ด! น้องกลับมาแล้วหรือ? โชคดีเสียจริงที่แข็งแกร่งเท่าอาจารย์แล้วเช่นนั้นศิษย์น้องสามเล่า เขาเป็นยังไงบ้าง?”
เสียงทักทายณิชาโดยตรงจากอู๋หมิงเป่าทำให้หลายคนจดจำเสียงของเขาได้ ต่างพากันแสดงความแปลกใจกันถ้วนหน้าว่า
“ฮะ! นั่นเสียงศิษย์พี่ใหญ่นี่นาเขาถูกขังอยู่ที่นี่หรือ?”
“เป็นไปได้ยังไงที่ศิษย์พี่ใหญ่จะถูกขังท่านเจ้าสำนักเป็นบ้าไปแล้วหรือ?”
“บัดซบ! แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ที่ใจดียังถูกเจ้าสำนักรังแกจนได้”
“โอ้! ศิษย์พี่ใหญ่ช่างโชคร้ายเสียจริงไม่นึกเลยว่าจะถูกขังที่นี่ เขาโดนลงโทษเรื่องอะไรกัน?”
ณิชาเลือกที่จะเดินตรงไปนำตัวศิษย์พี่ใหญ่ออกมาพร้อมกับบอกเขาให้ช่วยเหลือคนที่ควรช่วยออกมาก่อนเนื่องด้วยเธอคิดว่าเขาคงรู้จักทุกคนดีกว่าตนเองอีกอย่างคือเธอจำเป็นที่จะต้องตามหาอู๋หมิงเหลียงให้พบเสียก่อนจึงไม่ต้องการเสียเวลาในส่วนนี้ไป
“ศิษย์พี่ใหญ่คะศิษย์พี่สามและรองเจ้าสำนักอู๋หมิงฮั่น กำลังไปช่วยเจ้าสำนักตัวจริงและจัดการคนของอาจารย์ชั่วอยู่ สรุปแล้วเขาเป็นแฝดผู้น้องของเจ้าสำนักตัวจริงค่ะหน้าตาพวกเขาเหมือนกันก็เลยตบตาทุกคนได้”
ณิชาบอกกล่าวศิษย์พี่ใหญ่คร่าวๆ ขณะประคองเขาให้เดินออกมาจากห้องขัง ถึงแม้ว่าสภาพร่างกายอีกฝ่ายจะดีขึ้นมากรวมทั้งอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ทุเลาจนเกือบหายแล้วกระนั้นอาการบาดเจ็บที่เกิดจากพิษของฟันหนูยังคงหลงเหลืออยู่ซึ่งทำให้เขาเดินกะเผลกเล็กน้อย
อู๋หมิงเป่าตาโตด้วยความโกรธแค้นเขากัดฟันพูดด้วยความเจ็บแค้นว่า
“ชั่วช้ายิ่งนัก!...ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำกับพี่ชายเช่นนี้มิน่าเล่าพี่ถึงได้รู้สึกว่า เขาไม่เหมือนอาจารย์ที่เคยรู้จักเลย”
“ฉันจะไปตามหาปรมาจารย์อู๋หมิงเหลียงก่อนนะคะฝากศิษย์พี่ใหญ่ช่วยไปปล่อยคนที่ควรปล่อยด้วยฉันไม่รู้ว่าใครถูกจับมาขังเรื่องอะไรบ้าง?”
ณิชาถือโอกาสไหว้วานเขาเมื่อเธอประคองเขาเดินมาถึงกลางห้องโถงที่มีห้องขังรายล้อมรอบตัวจึงคิดที่จะปล่อยให้เขาทำหน้าที่ศิษย์คนโตของสำนักที่น่าจะรับรู้เรื่องราวความเป็นมาของแต่ละคนได้ดีที่สุดแทน
“ไปเถอะพี่พอประคองตัวเองได้อยู่ ไปช่วยท่านปรมาจารย์เสียเถอะ ไม่นึกเลยว่าท่านจะถูกขังอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
อู๋หมิงเป่าโบกมือไล่ให้ณิชาไปทำภารกิจโดยเขามั่นใจว่าสามารถทำหน้าที่ที่ควรทำเป็นอย่างดีทั้งนี้เขารับรู้อยู่แล้วว่าใครรับโทษใดบ้างเหตุเพราะทุกเหตุการณ์ในการลงโทษศิษย์สายนอกเหล่านี้มักมีเขาร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเสมอ บางคนเขาเคยช่วยพูดทัดทานอาจารย์ให้ทว่ากลับไม่เป็นผลใด ๆ จนคล้ายกับว่าอาจารย์กำลังคิดกำราบเขาทางอ้อมโดยการเชือดไก่เตือนลิง
จากนั้นณิชาแยกตัวไปค้นหาห้องขังของปรมาจารย์อู๋หมิงเหลียงอย่างมีความหวังเธอไม่อยากเห็นเขาเสียชีวิตไปก่อนเพราะคิดว่าเขาน่าจะยังมีคุณประโยชน์ต่อสำนักโดยเฉพาะทักษะการปรุงยาที่สามารถช่วยเหลือสำนักนิรนามได้ในอนาคต
“สื่อสารเข้าจิตวิญญาณทุกคนไปเลยดีกว่าหากต้องไปสอบถามทีละห้องขัง มันเสียเวลาเกินไป”
ณิชาพึมพำพลางตัดสินใจใช้ทักษะสื่อสารผ่านจิตวิญญาณไปถึงบุคคลนั้นโดยการสื่อสารแบบหว่านก่อนที่เธอจะสะกดจิตเพื่อตรวจสอบตัวตนของอีกฝ่ายอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเหตุเพราะไม่ต้องการเสียเวลาสอบถามทีละคนซึ่งอาจไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
ทันใดนั้นพลันมีเสียงหญิงสาวดังขึ้นในจิตใจของทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งอู๋หมิงเป่าที่กำลังไปเปิดห้องขังช่วยเหลือผู้คนอยู่เขาหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าอย่างชื่นชมหญิงสาวเนื่องด้วยการสื่อสารด้วยวิธีนี้สามารถสื่อสารพร้อมกันหลายคนได้ย่อมแสดงว่าผู้สื่อสารมีพลังจิตอันแกร่งกล้าที่ยากหาใครเทียบเท่าได้
“ฉันต้องการพบปรมาจารย์อู๋หมิงเหลียงใครคืออู๋หมิงเหลียง?โปรดส่งเสียงให้ฉันรับรู้ที ฉันมาช่วยท่านแล้ว”
ณิชาสื่อสารพร้อมกับส่งพลังจิตค้นหาคนที่มีปฏิกิริยาตอบรับคำถามจากเธอทว่าไม่มีใครสักคนที่ขานตอบกลับออกมา
อย่างไรก็ตามเธอพบร่างคนในห้องขังหนึ่งที่นอนนิ่งไม่ไหวติงจึงพุ่งตัวไปที่ห้องขังลึกและไกลที่สุดซึ่งไกลมากกว่าห้องขังของอู๋หมิงเป่าเสียอีก เป็นห้องขังที่ถูกเหลี่ยมมุมของซอกหินปิดกั้นไว้จนแทบมองไม่เห็นทางเข้าไป
“อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะคะ? รอก่อน.....ฉันกำลังไปช่วย”
ณิชาพุ่งตัวไปพร้อมกับพึมพำด้วยความกังวลใจเนื่องด้วยพลังจิตของเธอไม่พบสัญญาณชีพจากร่างกายของเขาแล้วจึง
ไม่แน่ใจว่าเขาเสียชีวิตมานานหรือยังกระนั้นเธอยังแอบมีความหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ทันการณ์