ตอนที่26 : รัชทายาทแห่งแผ่นดิน— เริ่มต้นยุคใหม่ของหาน
เสียงฆ้องหลวงดังสะท้อนทั่วพระนครหานหลง
ผืนฟ้าในเช้าวันนั้นสดใสไร้เมฆ เหมือน์เองก็ร่วมเป็สักขีพยาน
ประชาชนหลั่งไหลมายังลานหน้าพระราชวัง—
พ่อค้า ชาวนา บัณฑิต และทหาร ต่างคุกเข่ารอเสียงประกาศจากฟ้า
“วันนี้...ฟ้าหานจะมีรัชทายาทผู้ใหม่!”
เสียงขันทีหลวงดังขึ้น กังวานไปทั่ว
ประตูวังทองเปิดออกอย่างช้า ๆ
หานอวี้จินในฉลองพระองค์สีขาวทองก้าวออกมาอย่างสง่างาม
สายตาของเขามิได้มองไปยังบัลลังก์ — แต่มองไปยังผู้คน
ข้างกายมี ฮ่องเต้หานเต๋อหรง ยืนยิ้มบางแววพระเนตรเต็มไปด้วยความภาคภูมิ
“หานอวี้จิน...จากวันนี้ เ้าคือรัชทายาทแห่งหาน
ข้าขอให้เ้ารักษาแผ่นดินนี้ ด้วยสติ มิใช่ด้วยกำลัง”
“ข้าขอสาบานต่อฟ้าและแผ่นดิน”หานอวี้จินกล่าวเสียงชัด
“จะใช้ปัญญาแทนดาบใช้เหตุผลแทนคำสั่ง
จะปกครองให้ประชาอิ่ม จะยืนหยัดแม้ต้องเผชิญไฟ”
เสียงประชาโห่ร้อง
“องค์รัชทายาทจงเจริญ!
แผ่นดินหานจงรุ่งเรือง!”
ในหมู่ฝูงชน ไป๋อวี้จิงมองภาพนั้น
แสงแดดส่องผ่านชุดสีขาวของเขา ราวรัศมีของฟ้า
หัวใจนางเต้นแรง — เพราะรู้ดีว่าวันนี้คือจุดเริ่มของยุคใหม่จริง ๆ
หลายวันต่อมา ภายในหอประชุมใหญ่ของวัง
หานอวี้จินเรียกขุนนางผู้ใหญ่ บัณฑิตจากสำนักปัญญาและแม่ทัพระดับสูงมาประชุมร่วมกัน
โต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง
ไม่ใช่โต๊ะทรงสี่เหลี่ยมแบบสภาหลวงทั่วไป —
เพราะเขาเชื่อว่า “ความคิดที่ดีต้องหมุนเวียน ไม่ได้ไหลจากบนลงล่าง”
“นับแต่นี้เราจะตั้งสภาใหม่ในนาม ‘สภาปัญญา’ (智政堂)”
“หน้าที่ของมันคือเสนอแิ แก้ปัญหา และพัฒนาแผ่นดินในทุกด้าน”
ขุนนางบางคนเริ่มกระซิบเสียงเบา
“องค์รัชทายาทจะให้บัณฑิตกับชาวบ้านเข้ามาร่วมสภาด้วยหรือ?”
หานอวี้จินตอบโดยไม่ลังเล
“ใช่ —ฟ้าให้ปัญญาแก่คนทุกชนชั้น
ถ้าข้าจะปกครองด้วยปัญญา ข้าก็ต้องฟังเสียงของทุกคน”
คำพูดนั้นทำให้ห้องประชุมเงียบกริบ
แม่ทัพไป๋เหิงยิ้มมุมปาก พึมพำเบา ๆ
“คำพูดที่ทำให้ข้าเห็นแสงแห่งยุคใหม่จริงๆ”
หลังการตั้งสภา หานอวี้จินแต่งตั้งบุคคลสำคัญในแต่ละฝ่าย
ตำแหน่ง
ผู้ดำรง
หน้าที่
ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ
ไป๋อวี้จิง
ดูแลการค้าภายในและต่างแคว้น รวมถึงการบริหารรายได้สำนักปัญญา
เ้ากรมการค้าและพาณิชย์
หลินเทียน
จัดระบบภาษีใหม่ ลดการผูกขาดเกลือและสุรา
เสนาบดีที่ปรึกษาพิเศษ
อวิ๋นเซิง
ดูแลกฎหมายและการศึกษา
หัวหน้าสำนักเกษตรแห่งหาน
จางเหวินซือ
วิจัยและปรับปรุงพันธุ์พืช
ที่ปรึกษาเทคนิคและอุตสาหกรรม
กู่เทียนหง
พัฒนาเหล็กกล้าและอุปกรณ์กลไก
แม่ทัพตรวจการชายแดน
จางอี้
วางระบบป้องกันใหม่ตามแนวเขตแดน
สภานี้ไม่เพียงรวมขุนนางแต่รวม “นักคิด” และ “นักลงมือ” อย่างแท้จริง
ค่ำวันนั้น ภายในสำนักปัญญา
หานอวี้จินยืนอยู่กลางลานท่ามกลางแสงโคมไฟนับร้อย
บัณฑิตและประชาชนนับพันมาชุมนุมเพื่อเฉลิมฉลอง
เขาเอ่ยกับทุกคนด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“วันหนึ่ง...ข้าคงต้องออกศึกเหมือนกษัตริย์ทุกคน
แต่ก่อนถึงวันนั้นข้าต้องทำให้แผ่นดินนี้เข้มแข็งพอที่จะไม่กลัวศึกอีกต่อไป”
“ความอุดมสมบูรณ์คือเกราะ
ความรู้คือดาบ
ความรักของประชา... คือกำแพงที่ไม่มีใครทำลายได้”
เสียงโห่ร้องดังะเืฟ้า
แสงโคมพันดวงสะท้อนบนแม่น้ำด้านหลังสำนักปัญญาราวกับดวงดาวที่ตกลงมาจาก์
หลังพิธีจบ
ไป๋อวี้จิงเดินเข้ามาเงียบ ๆ พร้อมจอกสุราในมือ
“ข้าเห็นท่านวันนี้...ราวกับได้เห็นฟ้าใหม่”
“ฟ้าใหม่ไม่ได้เกิดเพราะข้า”เขายิ้ม
“แต่มันเกิดเพราะคนอย่างเ้า และคนที่ยังเชื่อในแสงของเหตุผล”
นางหัวเราะเบา ๆ
“แต่ข้ากลัวว่าท่านจะเหนื่อยก่อนถึงแสงนั้น”
“ถ้ามีเ้าคอยอยู่ข้างๆ... ข้าจะไม่เหนื่อย”
คำพูดนั้นไม่ได้หวานแต่ทำให้หัวใจนางเต้นแรงจนไม่กล้าสบตา
รุ่งเช้าแสงอาทิตย์แรกของฤดูใบไม้ผลิส่องลงบนหลังคาสำนักปัญญา
เสียงนกกระจิบดังระงม
หานอวี้จินยืนอยู่บนระเบียงชั้นบน มองเห็นผู้คนกำลังเรียนรู้ ทำงานและหัวเราะ
“นี่แหละ...แผ่นดินที่ข้าฝันไว้”
ระบบ M.A.S.ส่งข้อความแ่เบาในหัว
【ภารกิจใหม่เปิดใช้งาน: การสร้างรากฐานแห่งความมั่นคง】
【เป้าหมายแรก : ปฏิวัติการเกษตร】
หานอวี้จินยิ้ม
“งั้น...ได้เวลาปลูกฝันให้กลายเป็จริง”