บทที่ 11 ขอแค่หมีน้อยก็พอ
ซิงซิงน้อยทั้งมีความสุขทั้งกังวลใจ เื่ที่มีความสุขคือตัวเองมีพี่สาวเป็ดาราดังที่สวยมากขนาดนี้ เื่ที่กังวลใจคือพี่สาวตกอยู่ในอันตรายทั้งยังดูไม่มีความสุข
พี่สาวไม่มีความสุข ซิงซิงก็ไม่มีความสุข
มือเล็กจับใบหน้าเล็กจ้ำม่ำ เนื้อเนียนขาวถูกบีบออกมาดูน่ารักน่าชัง เด็กน้อยหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องมองโทรทัศน์
ตอนที่เซี่ยจื่ออวี้เข้ามาก็ยังคิดว่าในโทรทัศน์ฉายภาพที่ไม่เหมาะกับเด็ก ผลคือเมื่อมองไปทางโทรทัศน์ก็เห็นสารคดีของมู่จือบนหน้าจอพอดี…
ใบหน้าของจิ้งจอกซึ่งไร้จุดด่างพร้อยที่ฉายอยู่กำลังชายตามองมา เซี่ยจื่ออวี้แค่นเสียงเ็าออกมาเสียงหนึ่งก่อนจะหยิบริโมตขึ้นมาปิดโทรทัศน์โดยพลัน
“ซิงซิงทำไมทำหน้าแบบนั้นตอนมู่จือออกมาล่ะ หรือว่าเธอก็มองออกว่าเธอคนนั้นไม่ใช่คนดี?”
ซิงซิงเบิกตากว้างเล็กน้อย มองเซี่ยจื่ออวี้ด้วยสีหน้าสงสัย ที่แท้พี่สาวที่เป็ดาราดังก็ชื่อว่ามู่จือ แต่ทำไมพี่หกถึงเรียกพี่สาวแบบนี้ล่ะ?
พวกเขาเป็พี่น้องกันไม่ใช่เหรอ?
ซิงซิงยังไม่ทันได้ถามก็ถูกเซี่ยจื่ออวี้อุ้มขึ้นมาแล้ว
วิธีที่เด็กหนุ่มอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาดูคุ้นเคยเป็อย่างมาก ทั้งยังเลี่ยงาแบนตัวของซิงซิงไปได้อย่างพอดิบพอดี
ยังดีที่ตัวของซิงซิงมีเพียงาแภายนอก ที่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็เพราะมีอาการช็อกและภาวะน้ำตาลในเืต่ำ
ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องอยู่ต่อแล้ว
เซี่ยจื่ออวี้เตรียมพาซิงซิงกลับบ้าน
เธอถูกเซี่ยจื่ออวี้อุ้มก็กัดริมฝีปากล่างโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ถามเื่เกี่ยวกับพี่มู่จือออกมา เธอััได้อย่างรวดเร็วว่าพี่หกไม่ชอบพี่สาว ถ้าเธอถามคงจะทำให้พี่ชายไม่มีความสุข แล้วหากพี่ชายไม่้าเธอแล้วจะทำอย่างไรล่ะ?
ซิงซิงซบไปบนไหล่ของเซี่ยจื่ออวี้
แขนและอ้อมกอดของเด็กหนุ่มทั้งมั่นคงและอบอุ่น
ซิงซิงคิดว่าคงอีกสักพักก่อนพี่สาวจะถูกคนรังแกจึงยังพอมีเวลาอยู่ ตอนนี้ยังไม่จำเป็ต้องพูดเื่นี้หรอก เมื่อถึงเวลาไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องไปช่วยพี่สาวอยู่แล้ว!
ซิงซิงตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ในใจของตัวเอง ก่อนจะกอดคอของเซี่ยจื่ออวี้อย่างแ่เบา
“พี่ชาย พวกเรากำลังจะไปที่ไหนเหรอคะ...”
เด็กน้อยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ไม่มั่นคงและยังมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง
เซี่ยจื่ออวี้สูดหายใจเข้าลึก ๆ กดเสียงตัวเองให้เบาลง
“ซิงซิง พี่ชายจะพาเธอกลับบ้าน เป็บ้านของพี่เอง”
“จริงเหรอคะ!” เสียงของซิงซิงสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียงของเด็กน้อยแสดงความตื่นเต้นดีใจอย่างชัดเจน
เธอยกหัวเล็ก ๆ ขึ้นมาจากอ้อมแขนของเซี่ยจื่ออวี้และสบสายตากับเซี่ยจื่ออวี้ ดวงตาสีดำเหลือบอำพันทั้งสองข้างปรากฏเป็รอยยิ้มอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“จริงเหรอคะ! พี่ชายใจดีมากเลย”
ซิงซิงดีใจที่สุดเลย!
ในที่สุดพี่ชายก็ยอมพาเธอกลับบ้านแล้ว!
ทันใดนั้นซิงซิงก็รู้สึกว่าาแที่ได้รับก่อนหน้านี้หายดีเป็ปลิดทิ้ง
เซี่ยจื่ออวี้หลุบตาไม่กล้าสบสายตากับซิงซิง เด็กน้อยช่างหลอกง่ายจริง ๆ ไม่ว่าจะพูดอะไรก็เชื่อไปหมด ไม่โกรธเื่ที่เขาส่งเธอกลับไปเลยเหรอ ลำคอของเขาตีบตัน แต่ไม่นานก็ยกมุมปากขึ้น
“แน่นอนว่าเป็เื่จริง พี่ไม่หลอกเธอหรอกน่า จะไม่มีทางหลอกเธอเด็ดขาด”
พูดจบเซี่ยจื่ออวี้ก็เดินออกจากโรงพยาบาลตรงไปทางห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด
“ซิงซิง ในบ้านพี่ไม่มีอะไรเลย เธอชอบอะไรอยากซื้ออะไรก็บอกได้เลยนะ”
ดวงตาของซิงซิงเปล่งประกายระยิบระยับ! เธอยังกอดคอของพี่ชายอยู่ในขณะที่ใบหน้าจ้ำม่ำซบลงกับไหล่ของเด็กหนุ่ม
เมื่อไปถึงถนนใหญ่สายหนึ่งเธอก็ปล่อยมือยืดเอวมองซ้ายแลขวา
ว้าว~~ รถเยอะมากเลย! คุณลุงคุณป้าเต็มไปหมดเลย!
ตอนที่ซิงซิงอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยถูกพาออกมาเดินเล่นมาก่อน จะเห็นบนทางเดินมีผู้คนพลุกพล่านแบบนี้แค่จากในโทรทัศน์เท่านั้น
หัวเล็ก ๆ หมุนไปมาในขณะที่ใบหน้าแสดงความตื่นเต้นดีใจเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
“พี่ชายดูสิคะ! นกน้อย นั่นนกอะไรเหรอคะ!” มือเ้าเนื้อชี้ไปโดยที่ขาเล็ก ๆ ขยับไปมา
เซี่ยจื่ออวี้อุ้มซิงซิงขึ้นมา มองตามไปที่นกตัวนั้นก่อนจะหมดหวังเมื่อพบว่าตัวเองจำไม่ได้ เฮ้อ คาดไม่ถึงว่าจะต้องมาเสียหน้าต่อหน้าเด็กสามขวบ! ยังดีที่ความสนใจของเด็กน้อยถูกเบี่ยงเบนไปได้โดยง่าย
ไม่นานเธอก็มองไปทางคนที่จูงสุนัขพันธุ์ซามอยด์อยู่
“พี่ชายดูสิคะนั่นแมวน้ำ!”
อันนี้เซี่ยจื่ออวี้รู้จัก
เขาหัวเราะเสียงเบาครั้งหนึ่ง “ซิงซิงนั่นคือสุนัข เป็พันธุ์ซามอยด์”
“ว้าว” เด็กน้อยอ้าปากค้างอย่างประหลาดใจ “พี่ชายเก่งมากเลยค่ะ!”
เซี่ยจื่ออวี้ไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไรกับคำชมแบบนี้ แต่ก็ทำให้เขารู้สึกภูมิใจอย่างอธิบายไม่ถูก!
......
เมื่อเด็กน้อยถูกอุ้มเข้ามาในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในห้างสรรพสินค้าก็อ้าปากค้างอย่างปิดไม่ลง
ที่นี่คือ์เหรอ!
ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาก อยากนอนบนท้องตุ๊กตาหมีจัง!
ตุ๊กตาบาร์บี้ก็สวย แถมตุ๊กตาบาร์บี้ยังมีเสื้อผ้าเยอะแยะเลย!
บ้านของเล่นหลังเล็กสวยมากเหมือนบ้านจิ๋วที่มีสัตว์ตัวเล็ก ๆ อาศัยอยู่เหมือนในนิยายเลย!
ซิงซิงรู้สึกแค่ว่าสายตาตัวเองไม่กว้างพอ!
เด็กน้อยวัยสามขวบครึ่งที่เดิมทีแสดงออกอย่างมีเหตุมีผล ในตอนนี้ทำได้เพียงร้อง “ว้าว ว้าว ว้าว”
เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกว่าตัวเองติดเชื้อความสุขมาจากซิงซิงแล้ว ตอนได้ยินเสียงร้องอย่างตื่นเต้นของเด็กน้อยดังขึ้นข้างหูเขาไม่หยุด เซี่ยจื่ออวี้ก็อดที่จะยกมุมปากขึ้นไม่ได้
“ซิงซิงชอบอะไรบอกพี่ได้เลยนะ”
น้องสาวของเขาแน่นอนว่าไม่ว่าของดีอะไรก็ต้องมีทั้งหมด
ซิงซิงพยายามหันหัวเล็ก ๆ กลับไปมองรอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าสายตาถูกอ้อมกอดของเซี่ยจื่ออวี้จำกัดเอาไว้ เซี่ยจื่ออวี้จึงโน้มตัววางเด็กน้อยที่ตื่นเต้นดีใจไม่หยุดไว้ในรถเข็น
เป็ครั้งแรกที่ซิงซิงได้นั่งรถเข็นจึงดีใจมาก และใช้มือเล็ก ๆ จับตรงที่จับ “ขับรถ! ซิงซิงจะขับรถแล้ว!”
เซี่ยจื่ออวี้ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย มือทั้งสองข้างของเขาจับอยู่หน้ารถเข็นก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าสองก้าว และยกหน้ารถเข็นขึ้นจากพื้น...
รถเข็นลอยหวือไปอย่างสมบูรณ์แบบ
“อ๊า อ๊า อ๊า!” เด็กน้อยกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น แก้มขาวยุ้ยขึ้นสีแดงระเรื่อ
“ชอบไหม?” เซี่ยจื่ออวี้กะพริบตาให้ซิงซิง
วันนี้เขาโดดเรียนมา บนตัวจึงยังสวมชุดนักเรียนอยู่ ปกปิดรอยสักเอาไว้เพื่อไม่ให้ดูเหมือนเด็กมีปัญหา แต่รูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนอันธพาลของเขาก็ยังดึงดูดให้คนที่ผ่านไปมาจ้องมองอยู่บ้าง
ซิงซิงเห็นรอยยิ้มของพี่หกก็มีความสุขจนก้นเล็ก ๆ ะโอยู่บนเบาะนั่ง
“ซิงซิงมีความสุขมากเลยค่ะ! ซิงซิงชอบพี่ชายที่สุดเลย!”
“พี่ก็ชอบซิงซิง”
ดวงตาสีดำขลับงดงามราวกับทางช้างเผือกที่เปล่งประกาย ไม่ว่าใครที่เห็นดวงตาคู่นั้นก็เกรงว่าคงพากันใจเหลวไปหมด
เซี่ยจื่ออวี้รู้สึกถึงความอิ่มเอมใจที่เอ่อล้นขึ้นมาทันที ความจริงนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ถูกมองด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้ รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็คนที่เท่ที่สุดในโลก!
“ซิงซิงอยากได้อะไรบอกมาสิ พี่มีเงินนะ” มือใหญ่โบกไปมา
นี่ไม่ใช่คำพูดคุยโว แต่พ่อให้บัตรที่มีวงเงินไม่จำกัดกับพวกเขาทุกคนไว้
ซิงซิงได้ยินแบบนี้กลับทำเพียงลูบหน้าอย่างเงียบ ๆ
ตุ๊กตาสวยมากเลย หมีน้อยก็น่ารักมาก…
ซิงซิงอยากได้หมดเลย!
แต่...
“ซิงซิงอยากได้แค่… อยากได้แค่ตุ๊กตาหมีน้อยตัวนั้นค่ะ”
เสียงของเด็กน้อยนุ่มนวลอ่อนหวาน แต่ยังให้ความรู้สึกหยั่งเชิงอยู่บ้าง
เซี่ยจื่ออวี้มองตามนิ้วของเธอไป ที่วางอยู่ชั้นล่างสุดของชั้นวางเป็เพียงตุ๊กตาหมีตัวน้อยที่ขนาดไม่ได้ใหญ่เกินฝ่ามือ เซี่ยจื่ออวี้หยิบขึ้นมาด้วยสีหน้าสับสน
“้าแค่นี้เหรอ?”
“อื้ม!” ซิงซิงพยักหน้า ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับตุ๊กตาหมีน้อยอย่างระมัดระวัง และกอดไว้ในอ้อมแขนโดยที่ใช้แก้มเ้าเนื้อถูไปมา
ซิงซิงใช้เงินไม่เยอะ ซิงซิงเลี้ยงง่ายมาก
แค่ตุ๊กตาหมีน้อยตัวเดียวก็พอใจแล้ว!
ขนของหมีน้อยนุ่มนิ่ม เธอกอดไว้ในอ้อมแขน รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก
แต่ไหนแต่ไรเธอก็ไม่กล้าขอของเล่นจากคุณป้าผู้อำนวยการ อย่างมากที่สุดก็อยากได้เพียงตุ๊กตาหมีตัวน้อยให้มานอนเป็เพื่อนตัวเอง
ตอนนี้มีตุ๊กตาหมีตัวน้อยแล้ว พี่ชายก็มีแล้ว ซิงซิงมีความสุขมากเลย