ตอนที่ 3 แรกพบเจอ [ 1 ]
“ท่านหญิงเ้าค่ะๆ ระวังงงงงงเ้าคะ ระวังจะชนนนนนนนน......................”
สิ้นเสียงของพี่ปิ่นที่เตือนระวังชนอะไรบางอย่างให้กับเ้าหญิงสาว แต่พอเ้าหญิงได้หันกลับไปเพื่อดูว่าพี่ปิ่นให้ระวังชนกับอะไร...... แต่ก็ไม่ทันแล้วเสียแล้วชนเข้าไปเต็มๆ
ตุบ!!!!!!!!!
ท่านหญิงชนเขาอย่างจังกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่รูปร่างกำยำ สูงโปร่ง แม้แต่ท่านหญิงชนเข้าไปอย่างแรงแบบนั้น แต่ชายหนุ่มผู้นั้นกลับไม่แม้แต่จะเซ แต่ตัวท่านหญิงน้อยกลับกระเด็นออกมาแทนเมื่อหันกลับไปชนอย่างแรง ทำให้ท่านหญิงทรงตัวไม่อยู่จะล้มลงกับพื้น
ชายหนุ่มผู้นั้นรีบคว้ามือของท่านหญิงไว้ แล้วดึงเข้ามาหาตนเอง!!!! แล้วจึงใช้มืออีกข้างโอบเอวไว้เพื่อให้ท่านหญิงน้อยผู้นี้ทรงตัวกลับมายื่นได้ดังเดิม
แต่ด้วยแรงชนในครั้งแรกนั้น ทำให้ปิ่นปักผมที่เสียบไว้หลุดออกจากผมที่เกล้าไว้ ผมของท่านหญิงได้สยายผมยาวออกมาโดยมีสีผมที่ดำเงางาม ยาวถึงกลางหลัง และมีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว!!!
ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังโอบเอวอยู่ตอนนี้ โอบแน่นยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม เพื่อ้าได้ดมกลิ่นที่หอมฟุ้งนี้ได้ใกล้ชิดมากขึ้น แต่เมื่อท่านหญิงน้อยตั้งหลักยืนได้ จึงรู้ตัวว่าโดนโอบเอวจากชายหนุ่มไว้แน่น จึงรีบผลักออก!!!!
“ท่านหญิงเ้าคะ เป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
พี่ปิ่นรีบวางของลงแล้วเข้าไปประคลองท่านหญิงน้อย แล้วพูดต่อว่าอีกด้วยน้ำดุดันไม่เกรงกลัวใคร
“พวกเ้ารู้หรือไหมผู้หญิงท่านนนี้คือใคร เ้าจะมาแตะต้องท่านแบบนี้หามิได้ พวกเ้าอาจจะหัวขาดได้โดยไม่รู้ตัวนะ!”
พี่ปิ่นรีบพูดไปอย่างชัดเจนกับชายหนุ่มผู้นั้น ที่พึ่งช่วยท่านหญิงไว้เมื่อสักครู่
“ข้าไม่เป็ไรแล้ว เรารีบไปกันเถอะ เดียวไปไม่ทัน ท่านพ่อจะเอ็ดพวกเราได้”
ท่านหญิงที่ยังกังวลว่าท่านพ่อจะเอ็ดเอา จึงไม่ทันได้หันกลับไปมองหรือสนใจอะไรกับชายหนุ่มผู้ที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด ผิดกลับชายหนุ่มผู้นั้น กลับมองหน้าท่านหญิงสาวโดยไม่ละสายตาแม้แต่น้อย
เหมือนถูกต้องมนต์สะกดจากท่านหญิงสาวที่แสนจะน่ารักผู้นี้ เมื่อท่านหญิงรีบเดินผ่านไป โดยผมดำเงางามสยายผมยาวไปถึงกลางหลังถูกสะบัดจากปลายนิ้วที่เรียวยาวงาม มีสายลมพัดพากลิ่นหอมฟุ้งมาที่จมูกบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ที่ยังยืนเหมือนถูกต้องมนต์สะกดไว้ กลับยิ่งทำให้ถูกสะกดเข้าไปอีกมองท่านหญิงสาวที่กำลังรีบร้อนเดินผ่านไปโดยไม่กะพริบตา
“ท่านชายพ่ะย่ะค่ะๆ”
พี่จ้อยจับแขนท่านชาย แล้วเขย่าเบาๆ ท่านชายมีสะดุ้งเล็กน้อย และใไปกว่านั้นคือ รอยยิ้มที่ยิ้มอยู่และยังยิ้มไม่หยุด แม้แต่ท่านชายเองยังใในตนเอง
“รีบกลับไปที่เรือพระที่นั้งเถอะพ่ะย่ะค่ะ ประเดี๋ยวทางราชสำนักเมืองเจียงแก้ว กับเ้าหลวง จะทรงรอนานพ่ะย่ะค่ะ เชิญเสด็จทางนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยพูดหลังจากที่ใเหมือนกันว่าทำไมท่านชายถึงยังยิ้มไม่หยุดอยู่แบบนั้น แต่ด้วยว่ายังมีธุระ ภารกิจ ที่ยังต้องจัดการจึงรีบทูลบอกท่านชายให้ทรงรีบขึ้นเรือพระที่นั้ง และนำทางให้ท่านชายกลับไปที่เรือโดยเร็ว
เมื่อเรือพระที่นั้งถึงท่าน้ำของคุ้มหลวงที่จัดรับการเสด็จมาของเ้าชายวรเมธ โดยมีเ้าหลวงเมืองเจียงแก้ว เหล่าเชื้อพระวงศ์ ข้าราชการ และ ประชาชนชาวเมืองเจียงแก้ว มารอรับเสด็จอย่างล้นล้าม เพราะเป็การเสด็จมาของเ้านายที่มาจากเมืองกรุงนครที่ยิ่งใหญ่ จึงมีการรับเสด็จอย่างใหญ่โตเป็พิเศษให้สมฐานะของเมืองกรุงนครเมืองหลวงของอาณาจักร
ท่านชายเสด็จลงจากเรือพระที่นั้งที่ท่าเรือคุ้มหลวงแล้ว เ้าหลวงได้นำเ้าชายมาที่ศาลาพลับพลาที่ประทับริมแม่น้ำ
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ เ้าชายวรเมธแห่งเมืองกรุงนคร”
เ้าหลวงทรงตรัส พร้อมกับกำลังจะทำท่าบังคมต่อท่านชายผู้สูงศักดิ์นี้ แต่ท่านชายรีบเอามือไปจับที่แขนของเ้าหลวง แล้วตรัสว่า
“ทรงอย่าบังคมราเลย ประเดี๋ยวเราจะอายุสั้นเสียเปล่า เราต่างหากที่ควรบังคมท่านเ้าหลวงแห่งเมืองเจียงแก้ว”
เ้าชายทรงตรัสเสร็จก็ทรงบังคมเ้าหลวงก่อนทันที ผู้คนที่ต่างมาเฝ้ารับเสด็จต่างแปลกใจว่าเ้าชายวรเมธแห่งเมืองกรุงนคร ซึ่งด้วยฐานะเมืองเจียงแก้วเป็เมืองประเทศราชของเมืองกรุงนคร ทรงไว้เ้าหลวงก่อน โดยนอกจากเ้าชายจะรูปงามดังเทพบุตรในนิยาย หาบุรุษใดในเมืองนี้เปรียบได้แล้ว ยิงมีกิริยามารยาท ที่งดงามเช่นนี้อีก ชาวเมืองเจียงแก้วต่างหลงรักเ้าชายหนุ่มรูปงามผู้นี้เข้าไปเสียแล้ว
จากนั้นทั้ง 2 พระองค์ พากันเสด็จมาประทับที่พลับพลาข้างริมน้ำ เพื่อทำพิธีทูลพระขวัญอย่างยิ่งใหญ่ ให้เป็สวัดิมงคลแก่เ้าชายวรเมธ ซึ่งจะมีขบวนแห่พิธีทูลพระขวัญ โดยจะมีบายศรีทูลพระขวัญที่มีความสวยงามวิจิตรจากใบตองตัดกับดอกไม้สดหลากสีสันส่งกลิ่นหอบไปทั่วลานพิธี โดยมีข้าราชการ และประชาชน ถือพานดอกไม้หอม ดอกไม้มงคล พานธูปเทียนถวาย ยังมีเครื่องดนตรีพื้นเมืองบรรเลงอย่างสนุกสนานนำหน้าขบวน และในการแห่งพิธีทูลพระขวัญนอกจากจะมีบายศรีแล้ว ยังมีเหล่าเ้านายเชื้อพระวงศ์ ตามเมืองต่างๆ ของหัวเมืองทางทิศเหนือแห่งนี้ มาร่วมฟ้อน รำ นำหน้าบายศรีเพื่อต้อนรับการมาเยือนของท่านชาสบ และเป็พิธีกรรมที่สวยงามเป็อย่างมาก
“ท่านชายพ่ะย่ะค่ะ นั้นหญิงสาวที่เดินชนท่านชายตอนอยู่ตลาด ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยพูดอยู่ข้างๆท่านชาย โดยที่พี่จ้อยคอยติดตามแบบแนบสนิดแทบไม่ห่างไปไหนเลยในขณะนี้ เพราะต้องคอยคุ้มกันดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา
“งามมมมมม งามมากกกกกกกก นางงามมากกกกกกจริงๆ”
ท่านชายไม่ได้ทรงตอบกลับพี่จ้อย แต่พูดอยู่ในคอพึมพำอยู่ผู้เดียว แต่สายตานั้นกลับจ้องไปที่หญิงสาวผู้หนึ่งที่ เดินชนกันไปที่ตลาด