เมื่อหลี่ซูเม่ยมาถึงหน้าวังตะวันตก นางได้เข้าไปบอกทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูวังว่านางมีเื่สำคัญ้าพบองครักษ์ที่มีนามว่าเหวินฝู พวกทหารต่างมองนางด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร อาจเป็เพราะว่านางทั้งใส่หน้ากากและแต่งตัวเป็เด็กชาย อีกทั้งยังไม่มีเทียบเชิญ
ทหารที่ดูแล้วน่าจะเป็หัวหน้าได้พูดกับนางว่า "เ้าเด็กน้อย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ให้เ้ามาวิ่งเล่น หากเ้าไม่มีเทียบเชิญ เ้าก็เข้าไปไม่ได้"
นางจึงนำชุดของจางหยวนให้ทหารคนนั้น แล้วบอกให้เขานำชุดนี้ไปให้องครักษ์ที่มีนามว่าเหวินฝูดู "เช่นนั้นท่านช่วยนำสิ่งนี้ไปให้ท่านเหวินฝูดู หากท่านเหวินฝูได้เห็นของสิ่งนี้แล้วยังไม่ให้ข้าเข้าพบ เช่นนั้นข้าจะยอมกลับไปแต่โดยดี"
นายทหารผู้นั้นเห็นว่าเป็เพียงชุดดำธรรมดาชุดหนึ่งและผู้ที่มาเป็เพียงแค่เด็กชายคนหนึ่ง เขาจึงยอมนำไปให้ท่านเหวินฝูดู นางรออยู่ไม่นานก็เห็นนายทหารคนนั้นวิ่งออกมาพร้อมกับชายอีกคน ชายผู้นั้นกล่าวว่า "ขออภัยคุณชายน้อยที่ทำให้ท่านต้องรอ นายทหารพวกนี้ต้องปฏิบัติตามกฎของวัง ตามหน้าที่ของพวกเขา ขอท่านอย่าได้กล่าวโทษพวกเขาเลย"
"ไม่เป็ไรๆ ข้าเข้าใจดีว่าแต่ละที่ย่อมมีกฎเป็ของตนเอง และแต่ละคนย่อมมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันออกไป ข้าไม่กล่าวโทษพวกเขาหรอก"
"ขอบคุณคุณชายน้อยขอรับ เชิญคุณชายน้อยขอรับ"
นางพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามชายผู้นั้นเข้าไปข้างในวังตะวันออก ภายในวังมีการจัดสวนที่สวยงามและมีตำหนักอยู่หลายตำหนัก แต่ละตำหนักล้วนงดงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
ถึงแม้วังตะวันออกแห่งนี้จะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่กลับไร้เงาของผู้คน อีกทั้งยังเงียบสงบเป็อย่างยิ่ง ชายผู้นั้นนำทางนางไปยังห้องรับรอง เมื่อทั้งคู่นั้งลงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ชายผู้นั้นได้แนะนำตัวว่า "ข้ามีนามว่าเหวินฝู เป็หนึ่งในองครักษ์ของวังตะวันออก ข้าไม่ขออ้อมค้อม ข้าขอถามท่านว่าชุดที่ท่านนำมา ท่านได้มันมาจากที่ใด"
"ข้า...ได้มาจากชายผู้หนึ่ง เขามีนามว่าจางหยวน เขาบอกว่าเขาเป็องครักษ์ของวังรัชทายาท นี่สารที่เขาฝากให้ข้าเอามาให้ท่าน"
"จริงหรือ! ท่านเจอองค์...ครักษ์จางหยวนจริงๆ หรือ ท่านเจอเขาที่ใด เจอเขาเมื่อไหร่ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ปลอดภัยดีหรือไม่ ข้าจะรีบไปหาเขา" เหวินฝูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
'ปฏิกิริยาเช่นนี้ แสดงว่าเ้านั้นเป็องค์รักษ์ของวังรัชทายาทจริงๆ สินะ' หลี่ซูเม่ยคิดในใจก่อนจะกล่าวว่า "ท่านใจเย็นๆ ก่อน ท่านถามข้าหลายคำถามเช่นนี้ ทำให้ข้าไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามไหนของท่านก่อนดี"
"ขออภัยๆ ข้า...ตื่นเต้นเกินไปหน่อย เช่นนั้นข้าถามท่านใหม่อีกรอบแล้วกัน ท่านเจอท่านจางหยวนจริงๆ หรือ"
"จริงสิ ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาชุดของเขามาจากที่ใดกัน" นางตอบกลับไปทั้งๆ ที่นางเห็นว่าชุดที่นางนำมาเป็เพียงชุดดำธรรมดา แต่การที่เหวินฝูยอมให้นางพบหลังจากเห็นชุดนั้น และเชื่อนางทั้นทีโดยที่ยังไม่ได้เปิดอ่านสาร แสดงให้เห็นว่าชุดชุดนั้นต้องมีสัญลักษณ์หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้เหวินฝูมีความมั่นใจเช่นนั้น
"แล้วท่านเจอเขาที่ใดและเจอเมื่อไหร่"
"ข้าเจอเขาที่ริมลำธารในป่าหลังสำนักของนักพรตหญิงเมื่อวาน"
"แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ปลอดภัยดีหรือไม่"
"ยามนี้เขาอาศัยอยู่ที่กระท่อมของข้าที่ในป่าหลังสำนักของนักท่านพรตหญิง เขาปลอดภัยดี เพียงแต่มีาแที่หลังของเขาที่ต้องรอให้สมานตัวกันก่อนจึงจะเคลื่อนไหวร่างกายได้ ทำให้เขามาที่นี่ด้วยตนเองไม่ได้และเขียนสารด้วยตนเองไม่ได้เช่นกัน"
เหวินฝูเปิดสารดูและพบว่าลายมือในนั้นไม่ใช่ลายมือขององค์รัชทายาทจริงๆ ในสารบอกว่าพระองค์ปลอดภัย เขาจึงถามนางไปว่า "เช่นนั้นท่านคือผู้ที่รักษาาแให้ท่านจางหยวนหรือ"
"ใช่"
"ข้าขอบคุณคุณชายน้อยมากที่ช่วยดูแลรักษาท่านจางหยวน ไม่ทราบว่า...คุณชายน้อยมีนามว่าอันใดหรือ"
"ขออภัย ท่านอาจารย์ของข้าได้กำชับเอาไว้ว่าไม่ให้ข้าบอกนามของตัวเองกับใคร ข้าบอกท่านได้เพียงว่าข้าเป็หมอที่อยู่ในป่าหลังสำนักของท่านนักพรตหญิง"
"ถ้าเช่นนั้นข้า...เหวินฝู จะจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้ไม่มีวันลืม ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติขององครักษ์แห่งวังตะวันออก"
"อืม" นางพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้นว่า "ข้าขอถามท่านสักหนึ่งคำถามได้หรือไม่"
"ได้เลยคุณชายน้อย เชิญท่านถามมา"
"เหตุใดจางหยวนจึงดูสำคัญกับเ้ามาก ทั้งๆ ที่เ้าก็เป็องครักษ์เช่นเดียวกัน"
"เื่นี้เป็เพราะว่าจางหยวนคือองครักษ์คนสนิทขององค์รัชทายาท นาม'จางหยวน'ก็เป็นามที่องค์รัชทายาทประทานให้
ปกติแล้วจางหยวนคือองครักษ์ที่ต้องติดตามองค์รัชทายาทตลอดเวลา แต่รอบนี้เขาได้รับภารกิจสำคัญจากองค์รัชทายาท ทำให้เขาไม่สามารถติดตามองค์รัชทายาทไปได้
ตอนนี้องค์รัชทายาทยังไม่ทรงทราบว่าได้เกิดเื่ขึ้นกับจางหยวน เพราะพวกข้าไม่กล้ารายงานพระองค์หากยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วจางหยวนเป็เช่นไร
ถ้าข้ารายงานไปว่าจางหยวนหายตัวไปหลังทำภารกิจ เมื่อองค์รัชทายาทเสด็จกลับมา วังตะวันออกแห่งนี้ย่อมเกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างแน่นอน"
"ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง ขอบคุณท่านที่ช่วยไขขอสงสัยของข้า"
"มิได้ๆ นั่นเป็สิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว เป็ข้าเสียอีกทีต้องขอบคุณท่านเพราะท่านถือได้ว่าเป็ผู้มีพระคุณต่อวังตะวันออก
เออ...แล้วก็ ข้ามีเื่อยากจะขอร้องท่านอยู่หนึ่งเื่ คือข้าขอไปพบท่านจางหยวนได้หรือไม่"
"ได้สิ แล้วท่านจะไปพร้อมข้าหรือจะตามไปทีหลัง"
"ข้าขอไปพร้อมคุณชายดีกว่า"
"เช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเถิด"
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว ทั้งคู่จึงเดินทางไปยังกระท่อมในป่าด้วยกัน ระหว่างทางหลี่ซูเม่ยนึกออกว่านางได้วางยาสลบจางหยวนไว้ หากเขายังไม่ฟื้นย่อมไม่ดีแน่ ดังนั้นนางจึงบอกกับเหวินฝูว่านางเพิ่งนึกออกว่านางมีธุระต้องทำในตลาดซึ่งใช้เวลาไม่นานมาก ให้เขาไปรอนางที่สำนักของท่านนักพรตหญิงก่อน เมื่อนางทำธุระเสร็จแล้วจะรีบตามไป
เหวินฝูจึงไปรอหลี่ซูเม่ยที่สำนักของท่านนักพรตหญิง ทางด้านหลี่ซูเม่ยหลังจากแยกกับเหวินฝู นางจึงใช้วิชาตัวเบามุ่งหน้าไปยังกระท่อมกลางป่า เมื่อไปถึง นางรีบเข้าไปดูว่าจางหยวนฟื้นหรือยัง
สิ่งแรกที่นางเห็นหลังจากเปิดประตูคือสายตาอันคบกริบที่จ้องมาทางนาง นางแทบจะปิดประตูแล้วเดินหนีไป แต่ด้วยความที่นางจำเป็ต้องนัดแนะกับจางหยวนเกี่ยวกับเื่ของนาง หลี่ซูเม่ยจึงจำใจต้องทนเผชิญหน้ากับจางหยวน
จางหยวนเห็นนางทำท่าจะเดินกลับไปแต่ก็หันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกรอบ แล้วพูดขึ้นว่า "ท่านฟื้นแล้วหรือ ข้ากำลังเป็ห่วงท่านอยู่พอดี"
"ใช่ ข้าฟื้นแล้ว เ้ากล้ามากที่วางยาสลบข้าแล้วยังทิ้งข้าไว้คนเดียวในกระท่อมเช่นนี้"
"โธ่ ข้าก็จนปัญญาจริงๆ ท่านก็รู้ว่าข้าเป็เพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ อีกทั้งยังไม่เคยออกนอกเขตป่าไปไกลขนาดนี้มาก่อน หากท่านมีความแค้นกับวังตะวันออก แล้วหลอกข้าให้เอาสารไปส่ง ระหว่างนั้นท่านก็หนีไป เช่นนี้ข้าจะไม่แย่เอาหรือ"
" "
"หากข้าไม่วางยาท่าน ท่านจะให้ข้ามัดมือมัดเท้าท่านเช่นนั้นหรือ ตัวข้าเองก็บอบบางถึงเพียงนี้คงสู้แรงของท่านไม่ได้หรอก หากทำเช่นนั้นข้าคงเจ็บตัวโดยใช่เหตุ"
" "
เมื่อหลี่ซูเม่ยเห็นว่าเขายังจ้องนางไม่เลิก อีกทั้งยังไม่โต้แย้งใดๆ ทำให้นางคิดว่าเขาต้องโกรธนางมากแน่ๆ นางจึงพูดว่า "ข้าขอโทษ ข้าคิดไม่ออก และข้าก็กลัวจริงๆ นี่นา เมื่อครู่ข้าไปส่งสารให้ท่านแล้ว เหวินฝูรอข้าอยู่ที่สำนักของท่านนักพรตหญิง ข้าอยากให้ท่านเก็บเื่ที่ข้าเป็หญิงและชื่อเม่ยซูเป็ความลับ ข้ามาบอกท่านเพียงแค่นี้แหละ ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว" พูดจบนางก็รีบเดินจากไปทันที
ทางด้านจางหยวน เขากำลังจะกล่าวบางอย่างกับนาง แต่นางกลับรีบเดินหนีไปเสียก่อน 'ไว้ค่อยคุยกันคราวหน้าแล้วกัน' อันที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธมากถึงเพียงนั้น ที่เขาไม่พูดอะไรเพราะเขาอยากรู้ว่านางจะพูดอะไรบ้าง อีกทั้งเขาเพียงรู้สึกว่าเขาอุตส่าห์เชื่อใจนางแต่นางกลับทำเช่นนี้ อีกส่วนหนึ่งเขาก็รู้สึกว่าที่เขาเป็เช่นนี้ก็สมแล้ว เพราะเป็เขาเองที่พูดให้นางรู้สึกระแวงจนต้องทำเช่นนี้ จะโทษนางฝ่ายเดียวไม่ได้จริงๆ
--------------------------------------------------------
* มาลงให้แล้วนะค่าา มาลงให้ดึกไปหน่อย เพราะไรท์เพิ่งแต่งเสร็จ อิอิ มาช้าแต่ก็มานะ เลิฟๆ
*ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️