หลังก้าวสู่ดินแดนร้าง ความรู้สึกเต็มไปด้วยความน่ากลัว กลิ่นแรงจากซากศพเหม็นคลุ้ง แรงกดดันรุนแรงมากเป็สิบเท่า มากกว่าตอนที่ยืนอยู่หน้าถ้ำ
"นี่แค่เข้ามาในถ้ำนิดเดียวเอง แรงกดดันทำข้าแทบเป็ลม ถึงว่าทำไมคนที่เข้ามาถึงรอดออกไปได้ยาก"
หลังจวินอี้ฝืนเดินไปได้ถึงส่วนลึกของถ้ำ ในส่วนลึกจวินอี้ มองเห็นแท่นศิลา บนแท่นศิลามีบางสิ่งบางอย่างวางอยู่ โอสถเม็ดนั้นมีลักษณะกลม ขนาดราวลูกแก้ว ผิวเนียนใสราวหยกขาวอมฟ้า ภายในดูคล้ายมีหมอกปราณบางเบาไหลเวียนช้าๆ ราวกับมีลมหายใจของ์ซ่อนอยู่ เมื่อแสงตกกระทบ ผิวโอสถจะสะท้อนประกายรุ้งจางๆ คล้ายแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านเมฆหมอกบนยอดเขา
"นั่นน่ะหรือ โอสถเชื่อมชีพจร์ ช่างเป็โอสถที่งดงาม เพียงกลิ่นที่โชยมา ช่างเป็กลิ่นหอมเย็นลึกซึ้ง แ่บางแต่ทรงพลัง สูดเข้าไปเพียงครึ่งลมหายใจก็รู้สึกได้ว่าปราณในร่างสั่นไหวราวถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล"
หลังจากรู้ว่าสิ่งที่อยู่บนแท่นคือ โอสถเชื่อมชีพจร์ จวินอี้ก็แสดงสีหน้าดีใจ จนลืมตัววิ่งไปที่แท่นหินทันที ในขณะที่กำลังจะวิ่งถึงแท่นหิน ร่างกายของจวินอี้ก็หยุดชะงัก เหมือนถูกบางสิ่งบางอย่างจับไว้
"นี่ก็ร้อยกว่าปีแล้ว ที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเข้ามาที่นี่"
จวินอี้เมื่อได้ยินเสียงที่พูดขึ้นกระทันหัน ก็มีสติกลับมาพร้อมถามกลับเสียงที่ได้ยิน
"นั่นใครพูด เผยตัวออกมาซะ!!"
"ใจเย็นพ่อหนุ่ม ข้าคือผู้เฝ้าถ้ำแห่งนี้ เ้าเข้ามาในถิ่นข้าและจะมาขโมยของในที่ของข้า เ้าคิดว่าข้าจะนั่งดูเฉยๆหรอ"
จวินอี้เมื่อหันไปทางต้นเสียงก็เห็นร่างของเ้าของเสียง ร่างของเขาสูงตระหง่านดุจผาหินที่ตั้งตระหง่านมานับพันปี ไหล่กว้างหนาราวกับแบกน้ำหนักแห่งขุนเขาทั้งลูกไว้ได้โดยไม่สั่นคลอน กล้ามเนื้อใต้ิัแน่นตึงประหนึ่งเหล็กกล้า หากเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ให้ความรู้สึกราวกับพื้นดินกำลังสั่นะเื ผิวของเขาหยาบกร้านคล้ายศิลาดำ ผ่านกาลเวลาและการต่อสู้อันโชกโชน รอยแผลเป็พาดผ่านลำตัวดุจรอยแตกของหน้าผา แต่ละรอยคือหลักฐานแห่งาและหน้าที่ผู้พิทักษ์ถ้ำโบราณ ลวดลายอาคมสีทองหม่นสลักอยู่ตามแขนและแผ่นอก เปล่งแสงเรืองรองแ่เบาในความมืดของถ้ำ ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาลึกโพลนสีอำพันเจิดจ้า ราวกับมีเปลวเพลิงซ่อนอยู่ภายใน เพียงสบตาก็ทำให้ผู้คนรู้สึกราวถูกแรงกดดันมหาศาลบีบคั้น หว่างคิ้วขมวดเล็กน้อยเป็นิสัย เสริมความน่าเกรงขามโดยไม่ต้องเอ่ยวาจา เส้นผมสีดำสนิทยาวสยายถึงกลางหลัง ปลายผมกระทบสายลมเย็นในถ้ำดุจหมอกดำเคลื่อนไหวช้า ๆ เคราสั้นบริเวณคางเพิ่มความดุดันหนักแน่นให้ใบหน้า ยามเขายืนสงบนิ่ง เงาร่างมหึมาของเขาทาบลงบนผนังถ้ำราวกับั์โบราณผู้ถือกำเนิดจากศิลาเอง และในทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าดังสะท้อนก้องกังวาน เสมือนประกาศให้โลกรู้ว่า “ผู้ปกครองแห่งถ้ำนี้ยังคงยืนหยัดอยู่”
"นี่ มันจะเกินตัวข้าไปไหม" จวินอี้ที่เห็นร่างของเ้าของเสียงถึงกับเหงื่อตก
"เ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่ทำอะไรเ้าหากเ้า ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นกับข้า"
จวิ้นอี้ค่อยๆเรียกสติตัวเองและเอ่ยกล่าวตอบ
"กล่าวตามจริงผู้าุโ ข้า้าโอสถเชื่อมชีพจร์ เพื่อที่จะใช้มันผสานเส้นลมปราณที่เสียหายและทะลวงระดับไปขั้นรวมชีวา แล้วไปปลุกทวนแห่งศรัทธา"
หลังได้ยินคำพูดของจวินอี้ ผู้ปกครองถ้ำถึงกลับแสดงสีหน้าที่ใอย่างมาก
"ทวนแห่งศรัทธางั้นรึ ไม่ใช่ว่าทวนที่เ้าพูดถึงคือ........"