ท้องฟ้ากระจ่างใสอากาศดียิ่งนักในวันนี้ พลอย นิลและเรืองหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเต็มไปหมด พลอยนั้นถือผ้าและนุ่นสำหรับทำเครื่องนอน เรืองหอบข้าวสารและจานชามหม้อไห ส่วนนิลนั้นก็ช่วยด้วยเช่นกัน เขาถือเครื่องปรุงต่างๆที่จำเป็สำหรับการทำอาหารมาด้วย คนทั้งสามเดินขึ้นเรือนไม้ไผ่ก่อนจะตรงไปยังห้องทำครัว
“เอ้า เบาๆ พ่อนิล ค่อยๆวางนะจ๊ะ” พลอยยิ้มให้กับเ้าตัวเล็กที่แลดูจะเหน็ดเหนื่อย เด็กน้อยวางไหน้ำปลาลงเป็อย่างแรกตามด้วยเครื่องปรุงอื่นๆอีกสองสามอย่าง
“ข้าวสารเครื่องปรุงต่างๆวางไว้ตรงครัวนี้ เดี๋ยวพี่จะมาจัดแจงอีกทีนะจ๊ะ ตอนนี้คงต้องเย็บที่นอนหมอนและติดมุ้งก่อน ซื้อหลายอย่างมาเสียเยอะ อัฐเหลืออยู่สิบสองบาท พี่บอกแล้ว ซื้อของเลี้ยงได้ทั้งหมู่บ้าน จีนหวังนั่นแล คิดค่าเมล็ดกับผ้าแพงนัก” เรืองบ่นกระปอดกระแปด เธอรู้สึกว่าเมล็ดพันธุ์พืชที่นายของตนสั่งมานั้นแพงเกินไป เธอไม่เข้าใจว่ามันเป็ผักพิศดารหรืออย่างไร เหตุใดจึงตั้งราคาแพงโขเช่นนี้
“เมล็ดพันธุ์ส่งมาจากแดนไกลย่อมแพงเป็ธรรมดา เอาเถิดจ้ะ ถือว่าเราลงทุนเพื่ออนาคต ซื้อทีเดียวก็ไม่ต้องซื้ออีก” พลอยเอ่ยยิ้มๆ แต่ก็รู้สึกละเหี่ยใจ ไม่แปลกใจที่เรืองบ่นนักเพราะเรืองไม่เคยเห็นผักที่มาจากจีน ซึ่งทำอาหารได้หลากหลายแลเป็ที่ชื่นชอบของเธอในยุคอนาคต
“ก็ได้จ้ะ พี่ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับแม่พลอยแล้ว แม่พลอยเป็แม่นายของเรือนนี้ ทุกอย่างสุดแล้วแต่แม่พลอยจ้ะ” เรืองเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยุ่งเื่ของนายมากเกินไปแล้ว เธอจึงกล่าวอย่างรู้สึกผิด เธอมีหน้าที่รับคำสั่งเท่านั้น หาได้มีหน้าที่บงการสิ่งใดไม่ อัฐหมดก็หาใหม่ ที่สำคัญคือคุณพลอยและคุณนิลมีความสุขก็พอ
“พี่ไปเย็บที่นอนและหมอนเถิด นุ่นที่ซื้อมานั้นพอหรือไม่” พลอยที่เห็นใบหน้ารู้สึกผิดของเรืองก็พอจะเดาเหตุผลออก เธอจึงเบี่ยงประเด็นไปพูดเื่อื่น
“พอจ้ะ” เรืองมองไปยังกระสอบนุ่นที่เธอขอซื้อมาจากบ้านที่เธอผ่านมา นุ่นกระสอบนี้ราคาเพียงสามร้อยเบี้ย นับว่าถูกมากเมื่อเทียบกับราคานุ่นในกรุงศรี
“เช่นนั้นพี่ไปเย็บที่นอนก่อนนะจ๊ะ” ว่าแล้วเรืองก็หยิบผ้าแลนุ่นกระสอบนั้นออกไป เธออยากทำงานให้เสร็จก่อนค่ำ เพราะคืนนี้ทุกคนจะได้นอนอย่างสะดวกสบาย
เหลือเพียงสองพี่น้องเท่านั้นที่มองหน้ากันไปมาเพราะไม่รู้จะหาอะไรมาทำดี ปกติแล้วหากเป็แม่พลอยก็คงเตรียมสำรับเที่ยงหรือกรองมาลัยอยู่บนเรือน ส่วนพลอยรดาก็คงสอนหนังสือเด็กหรือฝึกยิงปืนซ้อมอยู่ก็เป็ได้
“เช่นนั้นอยู่ว่างๆ เราจักทำกระไรดี” หันไปหาน้องชาย พลอยถามนิลด้วยความเอ็นดูเพราะไม่รู้ว่าน้องอยากทำอะไร
“หากระไรเล่นดีไหมขอรับพี่พลอย” นิลที่หลุดพ้นจากชีวิตเยี่ยงบ่าวจากเรือนหลวงพิจิตรอาสารู้สึกตื่นเต้นที่เขาได้ทำอะไรตามใจโดยไม่มีคนคอยใช้งานเขา
“แบบนั้นมันไม่โปรดักทีฟนะพ่อนิล” พลอยเผลอพูดคำสมัยใหม่ออกมาทำให้นิลงงงวยเป็ไก่ตาแตก เขาพยายามเลียนเสียงของพลอย ซึ่งก็ฟังใกล้เคียงอยู่เล็กน้อย
“โปรดักถีบ คือกระไรขอรับ” เพี้ยนไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น สำเนียงภาษาอังกฤษของเ้าตัวเล็กทำเอาพลอยหลุดขำออกมาซึ่งใบหน้าของนิลก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย นี่เขาพูดอันใดผิดไปกัน
“หมายถึง ใช้เวลาอย่างไม่เกิดประโยชน์และไม่มีประสิทธิ์ภาพจ้ะ” พลอยอธิบายให้แก่เ้าตัวน้อยของเธอ เธอลูบหัวเขาเบาๆอย่างอ่อนโยน ความใฝ่รู้ของน้องชายนั้นทำให้เธอรู้สึกประทับใจในตัวเขายิ่งนัก
“คำฝาหรั่งรึขอรับ” นิลพอจะเดาออกว่าคงมิใช่คำไทยเป็แน่ เขาจึงไม่คุ้นเคยนัก
“ใช่แล้ว อ้ะ จริงสิพ่อนิลยังว่ายน้ำไม่แข็งนี่นา เหตุใดเราไม่ไปฝึกว่ายน้ำกันเล่า ถือว่าเล่นน้ำไปในตัวกันด้วยหนา” คนเป็พี่สาวนึกออกขึ้นมาได้ถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองได้มาประสบพบเจอกัน เหตุการณ์ที่ทำให้เธอมายังยุคนี้ เธอรู้สึกว่าหากปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ นอกจากนิลจะต้องมีความรู้สูงส่ง เขายังต้องมีประสบการณ์การเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆด้วย
“เล่นน้ำหรือขอรับ เล่นขอรับ” นิลพยักหน้ายิ้มร่า ดวงตากลมหยีลงด้วยความฮึกเหิม
“เช่นนั้นรอพี่ประเดี๋ยว” พลอยไม่ว่าเปล่า หยิบพร้าแล้วเดินลงจากเรือนไป
ไปเพียงไม่นาน พลอยก็เดินกลับมาที่ชานเรือนไม้ไผ่ พบน้องชายยืนรอเธออยู่ เธอเอาพร้าไปเก็บพลางถือหยวกกล้วยยาวศอกครึ่งไว้ในมือ เด็กชายมีใบหน้าสงสัย เขาถามพี่สาวของเขาขึ้นว่า
“คุณพี่พลอยเอาหยวกกล้วยมาทำกระไรขอรับ” นิลมองไปยังหยวกกล้วยสีเขียวอ่อนนั้นด้วยความฉงน จะไปเล่นน้ำแล้วเอาหยวกกล้วยมาทำกระไร
“เอามาฝึกพ่อนิลให้ลอยคออย่างไรเล่า ถอดเสื้อออกเสีย แล้วพับไว้บนเรือน” พลอยถอดสไบออกเหลือเพียงผ้าแถบเท่านั้น หากเรืองมาเห็นเข้าคงถูกเอ็ดเป็แน่ด้วยดูแล้วไม่งามเหมือนหญิงลูกขุนน้ำขุนนาง แต่ตอนนี้เรืองไม่อยู่ เธอจะทำกระไรก็ได้
“ขอรับ” นิลตอบรับทันที ก่อนจะถอดเสื้อตัวน้อยออก เห็นร่างกายผอมไม่มีเนื้อหนัง บางจุดก็มีรอยแผลถูกเฆี่ยนอยู่จางๆ พลอยถอนหายใจอย่างเวทนา พอกันเสียที คืนวันที่เด็กน้อยต้องมาอดทนกับการทรมานราวกับไม่ใช่มนุษย์ เธอจักเลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่โดยไม่พึ่งพาใคร แลรอดพ้นเงื้อมมือจากพ่อใจมารอย่างออกหลวงพิจิตรอาสา
“นั่งดูอยู่ตรงนั้นก่อน พี่จักสาธิตวิธีว่ายน้ำที่ถูกต้องให้แก่พ่อนิล ออเ้าจะได้ไม่จมน้ำอีกในวันข้างหน้า” เด็กหญิงหันหน้าไปกล่าวกับน้องชาย
“ขอรับ” นิลพยักหน้าและเดินไปท่าน้ำพร้อมกับพลอย
พลอยลงลอยคอในแม่น้ำ น้ำตรงนี้ไม่แรงเท่าไหร่ เธอจึงเริ่มตีขาและกวักน้ำว่ายช้าให้นิลดู ว่ายกลับไปกลับมาสองสามรอบจึงกลับมาท่าน้ำที่น้องชายนั่งมองเธอ
“เห็นแล้วหรือไม่” เด็กหญิงถามน้องชายของตน
“ขอรับ คุณพี่พลอยว่ายน้ำได้เก่งมากเลยขอรับ น้องทำไม่ได้ น้ำเข้าจมูกน้อง” นิลเอ่ยชมพี่สาว ั้แ่เหตุการณ์เรือล่มครานั้น นิลก็รู้สึกขยาดการว่ายน้ำไปเสียแล้ว เขารู้สึกว่าเขาทำไม่ได้เป็แน่
“พ่อนิลต้องเอียงคอเพื่อหายใจยามที่ว่ายน้ำ แลใช้ปาก อย่าใช้จมูก เอ้า ลงน้ำมาแล้วเกาะหยวกกล้วยเอาไว้แน่นๆ ก่อนอื่นพี่จักสอนให้เ้าตีขาจนคล่องเสียก่อน” พลอยพยายามอธิบายโดยนิลนั้นก็พยักหน้ารับแต่ก็ลังเลอยู่ในใจ
“ขอรับ”
พลอยจับมือน้องให้จับหยวกกล้วยไว้ให้มั่น เธออยู่ประชิดตัวนิลไม่ห่าง เผื่อไว้ว่าอาจเกิดอุบัติเหตุ
“ยืดแขนออกแล้วตีขาให้สม่ำเสมออย่าหยุด ลำตัวต้องเหยียดตรง ขาต้องเหยียดตรง” เด็กหญิงอธิบาย ซึ่งนิลก็พยายามทำตามที่พลอยบอก ไม่นานนักเขาก็ตีขาได้สม่ำเสมอ แต่ความกลัวในใจก็ยังคงอยู่
“คุณพี่พลอยอย่าปล่อยน้องนะขอรับ น้องกลัว” นิลเอ่ยด้วยเสียงสั่นใกล้จะร่ำไห้
“ตอนนี้พี่ยังไม่ปล่อยพ่อนิลดอก ด้วยยังว่ายน้ำไม่แข็ง รอไว้เก่งกว่านี้แล้วจักปล่อยให้ตีขาเอง” พลอยให้คำมั่น
“จริงๆนะขอรับ” นิลมีน้ำตาคลอเบ้า เขากลัว แต่เขาจะร้องไห้ออกมาไม่ได้ เพราะเขาเป็ผู้ชาย
“จ้ะ”พลอยพยักหน้ารับปลอบประโลม
“ต่อไปพี่จะสอนให้พ่อนิลวักน้ำ ตอนนี้ พ่อนิลเงยหน้าขึ้น พี่จะนับ หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง พ่อนิลก็วาดแขนขึ้นไปจับหยวกกล้วยทีละข้างนะจ๊ะ” พลอยสาธิตท่าให้ดูและกำชับให้น้องชายทำตามอย่างแข็งขัน
“เข้าใจแล้วขอรับ” เด็กชายตกปากรับคำ ก่อนจะเกาะหยวกกล้วยแล้ววาดมือเกาะหยวกกล้วยตามที่พี่สาวสอน พลอยที่ดูชอบใจกับผลงานของเธอเอ่ยชมน้ำชายอย่างไม่หยุดปาก
“ดีมาก อย่างนั้นแล พ่อนิล” พลอยลอยคอไปใกล้ๆ ประกบกับน้องชาย
“คราวนี้เอาหน้ามุดน้ำ พี่จะนับ หนึ่ง สอง สาม เอียง พอถึงคำว่าเอียงให้พ่อนิลเอียงเอากกหูแนบกับแขนข้างที่จับหยวกกล้วยอยู่ แล้วเอาปากสูดลมก่อนจะเอาหน้ามุดน้ำใหม่ตอนพี่นับคำว่าหนึ่ง เข้าใจหรือไม่” รอบนี้เธอสอนพื้นฐานอย่างสุดท้ายให้กับน้อง หากนิลทำได้ การว่ายน้ำก็ไม่ยากอีกต่อไป
“ขอรับ” นิลเอ่ยตอบ
“หนึ่ง สอง สาม เอียง หนึ่ง สอง สาม เอียง” พลอยะโเสียงดัง นิลน้อยยืดมือไปจับหยวกกล้วยพร้อมจังหวะที่พี่สาวนับ
“ดีมากพ่อนิล เริ่มคล่องแล้วหนา จักให้ลองไม่ใช้หยวกกล้วยเลยดีหรือไม่” พลอยเอ่ยเย้าให้นิลสะดุ้งเฮือกด้วยความใ
“ไม่เอาขอรับ น้องกลัว!” เด็กชายะโออกมาพลางกอดหยวกกล้วยเอาไว้เสียแน่น
“ก็ได้จ้ะ เช่นนั้นเราว่ายเยี่ยงนี้ไปก่อน หากแต่ต้องฝึกทุกวันหนา ยามคล่องแล้วพี่จะไม่ให้ใช้หยวกกล้วยอีก” พลอยกล่าวข้อแม้ออกมา การว่ายน้ำเป็การออกกำลังกายที่มีประโยชน์ และเป็การเอาตัวรอดที่ดี เธออยากให้น้องชายของเธอแข็งแรง เธอจึงต้องปลูกฝังการออกกำลังกายให้เขาั้แ่ยังเด็ก
“คุณพี่พลอยใจร้าย” เ้านิลเอ่ยประท้วงออกมาด้วยดวงตาแดงเรื่อ
“พี่ใจร้ายรึ” พลอยถามย้ำพลางอมยิ้ม
“ขอรับ” นิลพยักหน้าเอาเป็เอาตาย เขางอนพี่สาวนัก เหตุใดจึงเข้มงวดกับเขาเพียงนี้
“ให้พูดอีกที พี่นึกว่ามีคนอยากกินน้ำตาลปั้นเสียอีก” พลอยล้อเลียนเด็กชายที่ออดอ้อนขอกินน้ำตาลปั้นกับเธอเมื่อคืนก่อน ทำเอานิลแทบกลับตัวไม่ทัน เด็กน้อยหันหน้าไปอีกทาง ขมวดคิ้วงุ่น ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆว่า
“ไม่ได้ใจร้ายขอรับ ใจดี” น้ำเสียงของนิลดูอิหลักอิเหลื่อ แต่นั่นก็ทำให้เขาดูน่ารักน่าชังนัก
“พ่อนิลนี่น่าขันนัก ฮ่าๆๆ” พลอยะเิเสียงหัวเราะออกมา การกลั่นแกล้งน้องเหตุใดมันจึงสนุกเยี่ยงนี้นะ
“อย่าหัวเราะน้องสิขอรับ” นิลร้องโอดครวญขึ้นมา นี่เขากลายเป็สิ่งน่าขันสำหรับคุณพี่พลอยของเขาไปแล้วอย่างนั้นหรือ
“ก็ได้จ้ะ เอ้า รีบฝึกเข้าเถิด” เด็กหญิงปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาด้วยความขำขันก่นจะไล่น้องชายให้ฝึกว่ายน้ำต่อ