ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่8:สร้างความหวาดกลัว1

    เวลาพักผ่อนของมิคาเอลและเจนน่าได้หมดไปตอนนี้ถึงเวลาที่ทั้งคู่จะเริ่มฝึกในขั้นต่อไป
    ''เจนน่าข้าจะมอบเทคนิคการควบคุมลมหายใจและวิชาที่ใช้ฝึกร่างกายให้ เจ้าต้องฝึกให้ชำนาญและทำอยู่ตลอดเวลานับ1เดือนต่อจากนี้ มันจะช่วยให้เจ้าใช้พลังได้รุนแรงและเหมาะสมกว่าที่เป็น''มิคาเอลพูดจบก็ถ่ายทอดเทคนิคและวิชาต่างๆให้เจนน่า เจนน่าเองก็ตั้งใจฟังอย่างว่าง่ายเพียงมิคาเอลบอกเพียงครั้งเดียวเจนน่าก็สามารถจดจำได้ทั้งหมด มิคาเอลเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มแบบขมขื่น หากนางเริ่มฝึกกับมิคาเอลในครั้งแรกเริ่มเกรงว่าจุดสูงสุดของโลกคงจะต้องเป็นของนางแน่นอนหลังจากถ่ายทอดเทคนิคและวิชาเสร็จมิคาเอลยังได้บอกเรื่องผลไม้ให้เจนน่าฟังด้วยจากนั้นตัวมิคาเอลก็ได้หายไปโดยทิ้งเจนน่าให้ฝึกอยู่ตามลำพัง
    มิคาเอลออกมาจากประตูพรสวรรค์เพราะจะให้ฝึกอย่างเดียวมันก็น่าเบื่อเกินไปมันจึงออกมาหาอะไรทำบ้างและหลังจากที่มิคาเอลออกมาก็ได้พูดบางอย่างขึ้น''หึ ตระกูลเบล เริ่มจากพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน''หลังพูดจบมิคาเอลก็เดินไปขยี้หัวของเบบี้เล่น
    ''เบบี้เจ้าเองก็ดูดีขึ้นเยอะ แต่น่าเสียดายพลังของเจ้าดันเหลือแค่20ชั้นบรรยากาศเท่านั้นแต่ก็เอาเถอะเจ้ามันพวกแหกคอกนี่นะ มังกรบ้าอะไรดูดพลังเจ้าของไม่พออยู่เฉยๆพลังก็ยังเพิ่มขึ้นได้อีก''เบบี้เมื่อได้ยินที่มิคาเอลพูดมันกลับยืน2ขาและเชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจ
    ''เจ้าเฝ้าที่นี่เอาไว้ให้ดีหากมีใครเข้ามาเจ้าจัดการได้เลย ข้าจะไปปั่นหัวตระกูลเบลเล่นซักหน่อย''มิคาเอลพูดจบก็เดินออกไปทันที แต่เจ้าเบบี้ทำท่าจะตามไปด้วย มิคาเอลเห็นจึงได้หยุดเบบี้เอาไว้และให้สัญญาว่าครั้งหน้าจะพาไปด้วยตอนนี้มิคาเอลไม่ได้ปลอมตัวแต่อย่างใดในขณะที่มันสามารถทำได้ กลับกันมิคาเอลแค่ปกปิดพลังและกลิ่นอายของตัวเองจนหมดและอยู่ในสภาพที่พูดได้ว่าไร้ตัวตน หากไม่ใช่ตัวตนที่มีพลับระดับสูงจริงๆหรือมีความสามารถในการตรวจจับที่ดีมากๆก็จะไม่สามารถหาตัวมิคาเอลเจอมิคาเอลเดินลัดเลาะตามป่ามาเรื่อยจนในที่สุดก็เห็นตระกูลเบล มิคาเอลแค่เดินเข้าไปแบบสบายๆยังกับสวนหลังบ้านของตัวเองโดยที่ไม่มีใครรู้สึกตัวมิคาเอลไม่กลัวคนที่นี่จะพบเพราะจากที่รู้ ในตระกูลนี้ไม่มีใครมีพลังเกิน20ชั้นบรรยากาศด้วยซ้ำซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะพบตัวมิคาเอล มันเดินสบายๆเข้าไปที่ห้องของเอลโกขณะที่เอลโกกำลังทำลายข้าวของเอลโกในตอนนี้กำลังหงุดหงิดอย่างมากเพราะผ่านมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววของมิคาเอลเลย
    ''อ๊าก แกอยู่ไหนไอ้มิคาเอล ข้าจะฆ่าเจ้า ฆ่า ฆ่า ฆ่า''มิคาเอลที่ยืนดูอยู่ในห้องถึงกับส่ายหัวในความโง่งมของมัน แค่โดนมีดแทงแต่กลับแค้นถึงขนาดนี้มิคาเอลที่ส่ายหัวไปได้เรียกดาบออกมาสีแดงสดของมันออกมา จากนั้นจึงพูดขึ้น
    ''เฮ้ ข้าก็อยู่นี่แล้วไงทำไมเจ้าไม่มาฆ่าข้าล่ะ''มิคาเอลพูดขณะยังปกปิดพลังและกลิ่นอายอยู่นั่นทำให้เอลโกไม่สามารถหามิคาเอลได้เจอ
    ''เสียงนั่น มิคาเอลเจ้าอยู่ไหน แน่จริงก็ออกมา''เอลโกยิ่งสติหลุดเข้าไปอีกเมื่อได้ยินเสียงมิคาเอล
    ''อะไรกันข้าอุส่ามาเยี่ยมเจ้า แต่ดูเหมือนเจ้าจะสบายดีงั้นก็...''มิคาเอลเงียบไปขณะยังพูดไม่จบเอลโกเองก็ถึงกับขมวดคิ้วและเริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติแต่ก็ยังอดถามออกมาด้วยความสงสัยไม่ได้
    ''งั้นก็อะไร เจ้าออกมาสิวะไอ้ปอดแหก''เอลโกในตอนนี้ไม่สามารถคิดอะไรได้เลยทั้งที่หาอีกฝ่ายไม่พบก็น่าจะรู้ตัวได้แล้วว่าอีกฝ่ายมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
    ''งั้นก็ขอแขนเจ้าไปซักข้างแล้วกัน''ฉัวะ เมื่อเสียงของมิคาเอลเงียบลงไปแขนของเอลโกก็ขาดทันทีและทันทีที่แขนตกลงฟื้นก็ถูกเพลิงทมิฬเผาจนหายไปอย่างรวดเร็ว เอลโกก็ได้แต่ร้องด้วยความเจ็บปวดแต่แล้วเสียงต่อมาก็ทำให้มันต้องหวาดผวา
    ''วันนี้ข้าจะพอแค่นี้ก่อนและต่อจากนี้ทุกๆ3วันข้าจะมารับชิ้นส่วนร่างกายของเจ้า แล้วก็ไปบอกพ่อของเจ้าซะว่าข้ารู้เรื่องที่มันเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของข้าเพราะไม่เห็นด้วยกับเรื่องในตระกูล จากนี้ไปจงระวังตัวให้ดี''ถึงมิคาเอลจะไม่รู้สึกอะไรกับการตายของพ่อแม่ในร่างเกิดใหม่ แต่ยังไงก็ถือว่าทำให้มันได้เกิดมาอีกครั้งและยังรวมเข้ากับการที่คนในตระกูลเบลกดขี่ร่างเกิดใหม่นั่นอีกมิคาเอลจึงไม่สามารถปล่อยตระกูลนี้ไปได้
    หลังจากมิคาเอลพูดกับเอลโกมันก็ได้ทะยานร่างออกนอกตระกูลเบลไป''อ๊าก ใครอยู่แถวนี้บ้างรีบมาช่วยข้าทีและไปตามพ่อของข้ามาด้วย''เอลโกแหกปากดังลั่นจนคนที่อยู่รอบๆรีบวิ่งมาหาและรีบทำตามที่บอกทันทีผ่านไปไม่นานหัวหน้าตระกูลเบลก็มาถึงด้วยความรีบร้อน เมื่อเข้ามาในห้องมันกลับพบว่าลูกชายตนเองกำลังรักษาบาดแผลอยู่ ฉับพลันหัวหน้าตระกูลเบลก็ระเบิดพลังออกมาพร้อมตะโกนด้วยความเดือดดาล
    ''ไสหัวออกไปให้หมด''ทุกคนรีบวิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต จนในห้องเหลือเพียงเอลโกและมันเท่านั้น
    ''มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า บอกข้ามาว่าใครเป็นคนทำ''หัวหน้าตระกูลเบลในตอนนี้แทบจะฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าเพราะขนาดอยู่ในตระกูลของตัวเองยังมีคนมาหยามได้ถึงที่
    ''ท่านพ่อคนที่ทำแบบนี้...''เอลโกได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ผู้เป็นพ่อฟัง จากนั้นไม่นานหัวหน้าตระกูลเบลก็ทะยานตัวออกนอกห้องไปก่อนจะได้ยินเสียงตะโกนของมันตามมา
    ''อ๊าก ไอ้สารเลวมิคาเอลเจ้าจะต้องตาย ไอ้เด็กนรก ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าทำได้ยังไงแต่ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่นอน''จากนั้นเสียงได้เงียบลงตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นมิคาเอลที่ทะยานตัวออกมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงระเบิดนั้น ฉับพลันมันก็หัวเราะด้วยความชอบใจ
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่มันแค่เริ่มต้น เจ้าเตรียมตัวรับความเจ็บปวดต่อไปเรื่อยๆเถอะ''พูดจบมิคาเอลก็หายเข้าไปในป่าจนมันกลับมาถึงถ้ำและได้เข้าไปในประตูพรสวรรค์เพื่อฝึกต่อ ถึงจะสามารถปกปิดตนเองได้แต่พลังยังน้อยเกินกว่าจะฆ่าอีกฝ่ายได้ มิคาเอลจึงตัดสินใจสร้างความปั่นป่วนและหวาดผวาให้พวกตระกูลเบลแทนและเมื่อพร้อมเมื่อไหร่ค่อยไปจัดการให้สิ้นซากและที่มิคาเอลไม่ใช้เจ้าเบบี้เพราะตัวเองไม่อยากพึ่งคนอื่นมากนัก
    ''ท่านพี่ข้าหาท่านไปทั่วเลยท่านหายไปไหนมา เออใช่ข้าฝึกเทคนิคและวิชาต่างๆเสร็จหมดแล้วตอนนี้ข้ากำลังหาที่ถ่วงน้ำหนักมาใช้อยู่ ท่านพี่พอจะมีบ้างมั้ย''มิคาเอลแทบจะเป็นลมเมื่อได้ยินเจนน่าพูดนี่มันปีศาจในร่างเด็กชัดๆ แต่ก็แค่นั้นมิคาเอลต้องฝืนยิ้มขึ้นมาก่อนจะเอาดาบของตนเองยื่นให้เจนน่า
    ''น้องหญิงถือนี่ไว้ก็แล้วกันมันสามารถเพิ่มน้ำหนักได้ หากคุ้นชินเมื่อไหร่ก็มาหาข้า ข้าจะเพิ่มน้ำหนักให้''หลังยื่นดาบให้เจนน่ามิคาเอลก็ไปฝึกเทคนิคในการลอบฆ่าที่เน้นความเร็วแทนมันพยายามฝึกเทคนิคหลายๆอย่างเมื่อต่อสู้จะได้มีความหลากหลายและแปรเปลี่ยนไปตามสถาณการณ์ได้
    ''อืม เทคนิคเงาสังหารก็แล้วกัน หึ หึ''วิชานี้เป็นวิชาที่เน้นการลบตัวตนและแฝงเร้นไปตามที่ต่างๆหรือแม้กระทั่งซ่อนในเงาของทุกสิ่ง เดิมทีมิคาเอลสนใจวิชานี้มานานแล้วแต่ตอนนั้นมันโตเกินกว่าจะฝึกได้มันจึงล้มเลิกความคิดนี้ไป เพราะการจะฝึกเทคนิคนี้ต้องฝึกตั้งแต่ตอนยังเด็กเทคนิคนี้จะเติบโตตามอายุของผู้ฝึกฝึกในตอนที่อายุน้อยเท่าไหร่เทคนิคนี้จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นการฝึกนั่นง่ายมากเรียนรู้วิธีการหายใจให้น้อยที่สุด และทำลายกระดูกตนเองให้ได้มากที่สุดจากนั้นจึงใช้สมุนไพรเพื่อสร้างกระดูกใหม่ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกระดูกทั้งตัวเกิดความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ต่อจากนั้นจึงค่อยเริ่มฝึกการหลอมรวมเข้ากับสิ่งรอบตัวเมื่อทำได้แล้วขั้นสุดท้ายคือการฝึกใช้กริชใช้ชำนาญในอดีตคนที่ฝึกสำเร็จมีเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะเป็นเทคนิคที่เจ็บปวดใช้ทั้งทรัพยากรและเวลาฝึกนานเกินไป แต่ไม่ใช่กับมิคาเอลเพราะที่นี่มีผลไม้ที่ช่วยรักษาตัวได้อย่ารวดเร็วจะเหลือเพียงแต่การทำลายกระดูกแน่นอนมิคาเอลไม่ได้เลือกการหักกระดูตนเองมันกลับคิดว่าจะหาสมุนไพรที่ละลายกระดูกและสมุนไพรที่สร้างกระดูกมาใช้เพื่อเพิ่มระดับของวิชาไปอีกขั้น