บรรยากาศภายในบ้านตระกูลเฉินตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านหน้าต่างซึ่งแตกกระจาย ยิ่งตอกย้ำความเปราะบางของชีวิตคนในบ้าน เฉินเฟิง ยืนตัวแข็งทื่อ คำว่า "พี่" จากปากของ เซียนไร้เงา ยังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเสียงสะท้อนที่หาจุดจบไม่ได้ เขามองใบหน้าที่เหมือนเขาราวกับกระจกเงา แต่อาบไปด้วยความเ็าและซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก
"อย่ามาเรียกฉันว่าพี่... ฉันไม่มีน้องชาย!" เฉินเฟิงคำรามลั่น แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอน สายตาของเขาตวัดมองไปยังเหมยลี่และชายชุดดำที่ล้อมรอบ "และพวกคุณ... ถอยไปให้ห่างจากครอบครัวผมเดี๋ยวนี้!"
"เฉินเฟิง... ผมไม่ได้มาเพื่อทะเลาะ" เซียนไร้เงาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว แววตาของเขาดูหม่นแสงลง "สมาคมเซียนเงาไม่เคยปล่อยให้คนนอก 'เหรียญหยกกิเลน' นานเกินไป อาจารย์กู่มอบมันให้พี่เพื่อให้พี่ใช้ปกป้องตัวเองในคุก แต่นอกคุก... มันคือเป้าหมายที่ดึงดูดแต่มัจจุราช"
"คุณรู้จักอาจารย์กู่?" เฉินเฟิงชะงัก
"เขาก็คือคนของสมาคม... และเป็คนที่พราก 'น้อง' ไปจากพี่ไงล่ะ" เซียนไร้เงาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่น
ในขณะที่ความจริงเริ่มผลิบานทีละนิด เหมยลี่ กลับขยับยิ้มเหี้ยม เธอไม่ได้สนใจดราม่าสายเืตรงหน้า มือที่ถือมีดพกยังคงมั่นคง "พอที! จะพี่น้องหรือคนแปลกหน้า ฉันไม่สน! เซียนไร้เงา... ถ้าคุณไม่ลงมือ ฉันจะจัดการเอง!"
เหมยลี่พุ่งเข้าหาเฉินเฟิงอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเดิม มีดพกในมือตวัดเป็วงโค้งเล็งไปที่จุดตาย เฉินเฟิงใช้ 'วิชาฟังเสียงมัจจุราช' จับทิศทางลมจากการเคลื่อนไหว เขาเบี่ยงตัวหลบและคว้าข้อมือของเหมยลี่ไว้ได้ทัน ทว่าชายชุดดำอีกสี่คนกลับขยับเข้าหา หลินชิง และ เฉินไห่ ทันที!
"อย่าแตะต้องแม่ผม!" เฉินไห่ะโพร้อมกับขว้างถ้วยน้ำขิงใส่ชายชุดดำคนหนึ่ง แต่มันกลับถูกปัดทิ้งอย่างง่ายดาย
"ไห่! หนีไป!" หลินชิงกรีดร้อง เธอพยายามเอาตัวเข้าบังลูกชาย
วินาทีที่สถานการณ์กำลังจะกลายเป็โศกนาฏกรรม เซียนไร้เงากลับขยับตัวราวกับภูตผี เขาไม่ได้ช่วยเหมยลี่ แต่กลับพุ่งเข้าขวางชายชุดดำทั้งสี่คนเอาไว้ด้วยมือเปล่า เสียงหมัดกระทบเนื้อดัง ปึก ปึก ปึก เพียงไม่กี่จังหวะ ชายชุดดำเ่าั้ก็กระเด็นไปคนละทิศละทาง
"เหมยลี่... ฉันบอกว่าอย่าสร้างรอยเืในบ้านหลังนี้!" เซียนไร้เงาตวาด เสียงของเขาทรงพลังจนเหมยลี่ถึงกับชะงักและถอยกรูดออกไป
"แก... แกกล้าทรยศสมาคมเหรอ!" เหมยลี่หน้าซีดเผือด
"ฉันไม่ได้ทรยศ... ฉันแค่ทำตามหน้าที่ 'คุ้มกัน' ที่ได้รับมอบหมายมาอีกทาง" เซียนไร้เงาหันไปหาเฉินเฟิง "พี่... ฟังผมนะ ตอนนี้หวังคุนพาคนมาปิดล้อมย่านนี้ไว้หมดแล้ว มันรู้ว่าพี่อยู่ที่นี่ และมันไม่ได้มาเพื่อพนัน... มันมาเพื่อเผาที่นี่ให้เป็จตุรัส"
เฉินเฟิงจ้องมองชายตรงหน้า ความสับสนในใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความเชื่อใจชั่วคราว "ทำไมต้องช่วยผม?"
"เพราะพี่เป็คนเดียวที่รู้ว่า 'สมบัติ' ของอาจารย์กู่อยู่ที่ไหน... และเพราะผมไม่อยากให้แม่ต้องมารับเคราะห์เพราะความแค้นของพวกพี่" เซียนไร้เงาเหลือบมองหลินชิงด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นจากหน้าบ้านหลายนัดติดต่อกัน! กระจกที่เหลือเพียงไม่กี่บานแตกกระจายละเอียด เฉินเฟิงรีบกดตัวหลินชิงและเฉินไห่ลงต่ำกับพื้น
"พวกมันมาแล้ว!" เฉินเฟิงกัดฟัน
ข้างนอกบ้าน แสงไฟฉายจากรถยนต์หลายสิบคันสาดส่องเข้ามาจนสว่างจ้าดุจกลางวัน เสียงโทรโข่งดังกึกก้อง "ไอ้เฉินเฟิง! ออกมาส่งตัวเหมยลี่กับเหรียญหยกมาซะ! ไม่งั้นฉันจะเผาบ้านหลังนี้ไปพร้อมกับตระกูลแกทุกคน!" เสียงของหวังคุนนั่นเอง
เหมยลี่อาศัยจังหวะโกลาหลพุ่งออกไปทางหน้าต่าง "หวังคุน! ฉันอยู่นี่! อย่าพึ่งยิง!" เธอเลือกที่จะกลับไปหาฝ่ายที่ดูจะมีอำนาจมากกว่าในตอนนี้
"เราต้องไปจากที่นี่" เซียนไร้เงาหันมาบอกเฉินเฟิง "ทางลับใต้ดินที่อาจารย์กู่เคยบอกพี่ไว้... มันยังอยู่ใช่ไหม?"
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว "ทางลับ? อาจารย์ไม่เคยบอกเื่ทางลับในบ้านนี้กับฉัน..." เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงคำใบ้สุดท้ายของอาจารย์กู่ก่อนตายในคุก: 'ใต้กระดานที่พ่อเ้ารักที่สุด... ความจริงจะปรากฏ'
"กระดานไพ่นกกระจอกของพ่อ!" เฉินเฟิงอุทาน เขาถลาไปที่โต๊ะไม้ตัวเก่าในห้องครัวที่ปู่เฉินเคยใช้เล่นพนันจนวินาทีสุดท้าย เขาออกแรงผลักโต๊ะออกและพบกับแผ่นไม้กระดานที่ดูใหม่กว่าส่วนอื่น
เฉินเฟิงใช้ค้อนงัดแผ่นไม้ขึ้นมา และพบกับบันไดดินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่ความมืด
"พาแม่กับไห่ลงไปก่อน!" เฉินเฟิงสั่งเซียนไร้เงา
"แล้วพี่ล่ะ?"
"ฉันจะล่อพวกมันไว้เอง... ถ้าไม่มีใครอยู่ข้างบน พวกมันจะบุกเข้ามาทันที" เฉินเฟิงกำเหรียญหยกกิเลนแน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่แน่วแน่ "พาพวกเขาไปที่ที่ปลอดภัย... ถ้าคุณเป็น้องชายฉันจริง อย่าให้พวกเขามีรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเล็บ"
เซียนไร้เงานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ได้... ผมจะพาพวกเขาไปหา 'ใครคนหนึ่ง' ที่จะปกป้องพวกเขาได้"
หลินชิงมองเฉินเฟิงด้วยความอาลัย "เฟิง... ระวังตัวนะ" ส่วนเฉินไห่กำหมัดแน่น เขาอยากจะอยู่ช่วยพ่อ แต่เขารู้ตัวดีว่าตอนนี้เขาเป็เพียงภาระ
เมื่อทั้งสามคนลับสายตาลงไปใต้ดิน เฉินเฟิงก็ปิดแผ่นไม้ลงตามเดิม เขาเดินกลับมาที่ห้องรับแขกที่พังยับเยิน นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน ท่ามกลางเสียงปืนและเสียงะโข่มขู่จากภายนอก
เขาหยิบไพ่สำรับเก่าออกมาวางบนโต๊ะ... เริ่มต้นสับไพ่ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ
"หวังคุน... ถ้าแกอยากได้ชีวิตฉัน ก็เข้ามาเอาบนโต๊ะพนันนี้สิ" เฉินเฟิงพึมพำเสียงเรียบ
ประตูบ้านที่พังอยู่แล้วถูกถีบออกอย่างแรง! หวังคุนเดินนำหน้าลูกน้องนับสิบพร้อมอาวุธปืนครบมือเข้ามาในบ้าน มันจ้องมองเฉินเฟิงที่นั่งสับไพ่อยู่ด้วยความประหลาดใจ
"แกยังใจเย็นอยู่ได้นะเฉินเฟิง... เมียกับลูกแกไปไหนแล้ว!" หวังคุนคำราม
เฉินเฟิงไม่ตอบ แต่กลับหงายไพ่ใบแรกขึ้นบนโต๊ะ... มันคือ 'เอซ (A) โพดำ' "มาเดิมพันตาสุดท้ายกันไหมหวังคุน?" เฉินเฟิงเงยหน้าขึ้น ยิ้มที่มุมปากอย่างที่หวังคุนไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้าแกชนะ... ฉันจะบอกที่ซ่อนของเหรียญและทุกอย่างที่แกอยากรู้ แต่ถ้าแกแพ้... แกต้องเดินออกไปจากย่านนี้และไม่กลับมาอีกเลยตลอดชีวิต"
"แกไม่มีสิทธิ์ต่อรอง!" หวังคุนเล็งปืนไปที่หน้าผากเฉินเฟิง
"ถ้ายิงฉัน... แกจะไม่มีวันได้สิ่งที่แกตามหามาตลอดสิบปี" เฉินเฟิงพูดอย่างมั่นใจ "และแกก็รู้... ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว"
วินาทีนั้นเอง เสียงนกหวีดประหลาดดังขึ้นจากรอบบ้าน พร้อมกับเงาดำหลายร่างที่เริ่มปรากฏตัวบนหลังคาและตามซอกตึก... ไม่ใช่ลูกน้องของหวังคุน และไม่ใช่ตำรวจ
เงาดำเ่าั้คือใคร?
และเซียนไร้เงาพาครอบครัวของเฉินเฟิงไปหา 'ใครคนหนึ่ง' ที่ว่านั้น... แท้จริงแล้วคือศัตรูหรือมิตร?