เช้าวันต่อมา..
ปิแอร์มารับมธุรดาั้แ่เช้า เขาอยู่ในชุดทะมัดทะแมงเช่นเดียวกับวันแรกที่เธอได้เจอเขา ผมบลอนด์ผสมน้ำตาลถูกมัดรวบไปทางด้านหลัง ร่างสูงยืนยิ้มกว้างอย่างร่าเริงให้กับมธุรดาที่เดินออกมาจากบ้าน เขายืนพิงประตูรถจีปนีย์สีเขียวเข้มเกือบดำก่อนจะผละตัวออกมาเปิดประตูให้เธอ
“ยังไม่ออกจากบ้าน ฉันก็ตื่นเต้นซะแล้วค่ะ เป็ครั้งแรกที่ได้นั่งรถจี๊ปเลยนะเนี่ย” เสียงหวานกล่าวด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจน ั์ตากลมโตลุกวาวขึ้น คิ้วเข้มโก่งตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเป็ธรรมชาติ
ปิแอร์มองมธุรดาที่ถูกแสงแดดระยิบระยับฉาบลงบนใบหน้า ยกใหญ่มือกุมหน้าอกตัวเอง สีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
“ฮันนี่ทำหน้าแบบนั้น ผมหัวใจล้มเหลวได้เลยนะครับ” คำหยอดหวานเรียกเสียงหัวเราะจากมธุรดา.. ปิแอร์ยิ้มตามเสียงหัวเราะของเธอ
“วันนี้ผมพาผู้ช่วยมาด้วย” เขาเอ่ยต่อ เผยมือไปทางด้านในของรถ
ั์ตากลมมองตามก่อนจะพบกับเ้าแพนด้าแดงตัวน้อย มธุรดาเดาว่าคงเป็ตัวเดียวกับที่เธอเจอในวันแรกที่มาถึงที่นี่อย่างแน่นอน
“ขอแนะนำให้รู้จักกับเรดดี้อย่างเป็ทางการครับ” เขากล่าว เอื้อมมือไปปลดสายคล้องภายในรถ ก่อนเ้าแพนด้าแดงจะกระโจนเข้าไปหาเขาอย่างพะเน้าพะนอ มือใหญ่ลูบคลำมันอย่างเคยชิน
“ฉันลองจับมันได้มั้ยคะ” มธุรดาถามเสียงตื่น
ปิแอร์พยักหน้า
“ได้ครับ แต่เราขึ้นรถกันก่อนดีกว่า ค่อยๆ ทำความรู้จักมันในรถก็ได้ เรายังต้องเดินทางด้วยกันอีกไกล” ว่าแล้วคนขับก็พยักพเยิดให้เธอเข้าไปในรถ ก่อนจะคว้าปลอกคอของเ้าแพนด้าแดงเกี่ยวไว้กับเชือกทางด้านหลังรถ
“เ้านี่ขี้สงสัยมาก เดี๋ยวจะเผลอะโลงจากรถ” ชายหนุ่มขยิบตาให้มธุรดา เธอได้แต่ยิ้ม ๆ แอบส่ายหน้าให้กับตัวเอง
ปากหวาน ท่าทีไม่เบานะเนี่ย.. แต่ถึงจะขี้เล่นแบบนี้ก็ไม่ทำให้ใจเธอเต้นสักนิด.. หญิงสาวคิดในใจ ก้าวขึ้นรถจิปนีย์เพื่อออกเดินทาง
ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าเคอรัมบิน (Currumbin Wildlife Sanctuary) ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของโกล์ดโคสต์ (Gold Coast) ซึ่งห่างจากตัวเมืองบริสเบนไปทางฝั่งใต้ประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร การขับรถใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ระหว่างทางทั้งคู่แวะพักดื่มกาแฟ และชมวิวทิวทัศน์ กว่าจะถึงศูนย์อนุรักษ์ก็เป็เวลาเกือบเที่ยงวัน
ระหว่างทางมธุรดาได้ทำความรู้จักกับเ้าเรดดี้ซึ่งตอนนี้ยอมให้เธอทั้งจับทั้งอุ้มเพราะเธอให้อาหารมันตลอดเวลา ทันทีที่ลงจากรถจีปนีย์ เ้าแพนด้าแดงก็แจ้นเดินไปหามธุรดาทันที
“ขี้ประจบจริงๆ ” ปิแอร์บ่นกระปอดกระแปด มธุรดายิ้มขำ พลางลูบตัวเ้าแพนด้าแดงตัวน้อย
ปิแอร์เล่าให้เธอฟังว่าใน่ไม่กี่ปีมานี้ จำนวนประชากรของแพนด้าแดงลดน้อยลงมากจนเหลือไม่กี่หมื่นตัวในโลกนี้ และถูกจัดให้อยู่กลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เต็มที เนื่องจากความน่ารักและโทนสีขนของมันมักจะสะดุดตา ทำให้ถูกลักลอบซื้อขายเพื่อตอบสนองความ้าของมนุษย์ เป็ทั้งสัตว์เลี้ยงและเครื่องนุ่งห่ม ประเทศไทยเองก็เป็หนึ่งในจุดหมายของกลุ่มลักลอบแพนด้าแดงที่ถูกจับมาจากแถบภาคเหนือของประเทศอินเดีย ทิเบต จีน และพม่า ซึ่งเป็ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของมัน ที่ศูนย์อนุรักษ์เคอรัมบินนั้นยังไม่มีแพนด้าแดงอาศัยอยู่ เพราะยังไม่มีสถานที่ที่เหมาะสม ปิแอร์บังเอิญไปเจอเรดดี้ถูกหิ้วขายอยู่แถบเทือกเขาหิมาลัยเมื่อเขาไปปีนเขาปีก่อน ตอนแรกที่เจอนั้นเ้าเรดดี้ผอมกะหร่อง ขนร่วง ดูเซื่องซึม คงเป็เพราะคนขายไม่รู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง ปิแอร์จึงตัดสินใจซื้อมันมาดูแล.. หลังจากมันอาการดีขึ้นเขาก็ตั้งใจจะปล่อยมันกลับเข้าป่า แต่กลายเป็ว่าเ้านี่ติดเขาแจไม่ยอมไปไหน.. สุดท้ายก็กลายมาเป็คู่หูของเขาเสียอย่างนั้น
“จะเที่ยงแล้ว เรากินอะไรกันดีไหมครับ แล้ว่บ่ายผมจะเป็ไกด์ส่วนตัวให้ฮันนี่เอง”
“ก็ดีค่ะ หิวแล้วเหมือนกัน ว่าแต่คุณทำงานที่นี่เหรอคะ ดูคุ้นเคยจัง” มธุรดาถาม ั์ตากลมแป๋วที่มองมาทำให้ปิแอร์ถึงกับยกมือเกาศีรษะ
เอ้อ..จะบอกยังไงล่ะเนี่ย.. ว่าเขาเป็หลานชายของผู้ก่อตั้ง.. เขาคิด..
“แหะๆ .. อื้ม.. จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตอบ หัวเราะแห้งๆ
“อ้อ.. ยังไงก็ขอบคุณนะคะอีกครั้งนะคะ” เธอรีบพูดต่อ พร้อมรอยยิ้ม
ปิแอร์ส่ายหัว
“ฮันนี่ขอบคุณผมั้แ่ออกจากบ้าน จนถึงตอนนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ผมเสียอีกที่ต้องขอบคุณที่คุณให้โอกาสผมมาเป็ไกด์ให้คนที่มีเสน่ห์ขนาดนี้” เสียงนุ่มทุ้มตอบยาว จบด้วยคำหวานทำให้มธุรดาเก้อเขิน
“คุณนี่ปากหวานจริงๆ นะคะ คงมีสาวเยอะแยะให้ฝึกใช่ไหมคะ” เธอแซวเขากลับบ้าน ทำให้ปิแอร์หัวเราะ
“เปล่าเลยนะครับ ฮันนี่อาจจะไม่เชื่อแต่ผมเนี่ยไม่มีสาว ๆ เลยนะ” เขากล่าวตอบ
มธุรดามองอีกฝ่ายแบบ ‘พูดให้ตายก็ไม่เชื่อ’
“ให้เรดดี้เป็พยาน” เสียงทุ้มกล่าว พร้อมกับเดินไปหาเ้าแพนด้าแดง ชายหนุ่มยกมือสองข้างชูขึ้น
เรดดี้ทำตามเขาเช่นกัน
“โอ้โห น่ารักจังเลย” มธุรดายิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นเ้าแพนด้าน้อยชูแขนสองข้างขึ้น
“เห็นแบบนี้ จริงๆ ท่านี้เอาไว้ขู่คู่ต่อสู้เลยนะ” เสียงทุ้มกล่าวบอกพร้อมขยิบตาให้เธอ ปิแอร์ลดมือลง
“จริงเหรอคะ”
ปิแอร์พยักหน้าตอบ
“ใช่ครับ มันคิดว่ามันดูตัวใหญ่ขึ้นเวลาทำแบบนั้น ว่าแต่.. นี่ผมพูดจริง ๆ นะ ฮันนี่ไม่เชื่อเหรอ” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนหัวข้อกลับมาทันที
มธุรดาส่ายหน้า ยิ้มขำ
“ไว้กลับไปถามไอ้แซมก็ได้” เมื่อกล่าวพาดพิงถึงเพื่อนรัก ปิแอร์ก็สังเกตได้ว่าอีกฝ่ายหุบยิ้มเกือบจะแทบในทันที
“รายนั้นเขาไม่คุยกับฉันหรอกค่ะ ฉันคิดว่าคุยกับคุณไม่กี่ชั่วโมงยังได้คุยกับคุณมากกว่าคุยกับแซมเมอร์ั้แ่เจอกันอีกค่ะ” เธอกล่าว
ปิแอร์พยักหน้ารับฟังอย่างพึงพอใจ
“เหรอครับ..ดีใจจังฮะ” เขาพูดกึ่งขำ.. ทว่าภายในไม่กี่วินาทีสีหน้าแห่งความดีใจนั้นก็เปลี่ยนเป็ประหลาดใจทันที
“เฮ้ย! มาได้ไงวะ” เสียงทุ้มกล่าวดังขึ้นทันทีที่สายตาปราดมองไปตรงหน้า มธุรดามองตามเขาไป
คนมาใหม่ที่หน้าตาคุ้นเคยปรากฏตัวพร้อมกับหญิงสาวข้างกายที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดท่าทางกระเง้ากระงอดเขา มธุรดาลอบถอนหายใจ
แซมเมอร์นั่นเอง.. เขาอยู่ในชุดสบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีนพร้อมกับแว่นตากันแดดที่มักใส่เป็ประจำ
“ไหนพี่แซมบอกว่าเราจะไปเดตพิเศษกันคะ พาฉันมาเข้าป่าทำไม”
มาเรีย เบลริช อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนเช่นกัน.. ยีนรัดรูปที่เธอใส่เผยให้เห็นท่อนขาที่เรียวสวยบนส้นสูง 2 นิ้วที่เท่าให้เธอสูงเท่ากับแซมเมอร์ ใบหน้าสวยยังคงจัดจ้านด้วยเครื่องสำอางตามสไตล์ ริมฝีปากแดงจัดบิดเบี้ยวเมื่อปะทะสายตาเข้ากับมธุรดา คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย
“นั่นคนใช้บ้านพี่แซมไม่ใช่เหรอคะ” เสียงหวานกรีดกราย ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังปิแอร์
“ฮ๊ายย! พี่ปิแอร์ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำ ปิแอร์ยิ้มแห้งพยักหน้าถี่ ๆ ให้เธอ.. สิ่งมีชีวิตเพศตรงข้ามแบบมาเรียไม่ใช่มนุษย์แบบที่เขาอยากจะเสวนาด้วยนัก
ท่าทางแบบนางร้ายไร้สมองในละครไทย 10 กว่าปีที่แล้วสุดๆ .. ฉันจะเก็บเธอไปเขียนนิยายละกัน.. มธุรดาคิดในใจ อมยิ้ม
“ทำไมล่ะ ฉันมาที่นี่ไม่ได้เหรอ” เสียงทุ้มห้าวจากแซมเมอร์กล่าวขึ้นอย่างยียวน ปิแอร์พยักหน้าอย่างทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้
“ได๊” เขาตอบเสียงสูง ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเพื่อนรักจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่
ร้อยวันพันปีไม่ยักจะมา..
“ฉันแค่แปลกใจ แต่ก็เอาเถอะ ขอให้สนุกกันนะ” ปิแอร์ตอบต่ออย่างปัดๆ ก่อนจะหันไปหามธุรดา
“เราไปกินข้าวกันดีกว่าครับ” เขาพูด
มาเรียมองมธุรดาั้แ่หัวจรดเท้าเช่นครั้งแรกที่เธอทำกับอีกฝ่าย ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปมองปิแอร์ ริมฝีปากสีแดงบนใบหน้าหวานแบะออกเล็กน้อย ั์ตาสวยสดสีเขียวอ่อนกลอกมองบน
“เพิ่งรู้นะคะว่าพี่ปิแอร์รสนิยมแบบนี้” เธอพูดกับแซมเมอร์
ร่างสูงมองเธอ ไม่พูดอะไร มธุรดาฟังเช่นนั้นก็กลอกสายตาขึ้นบนบ้าง
พูดแบบนี้หมายความว่าไงห้ะ แม่นางแบบ แม่นางฟ้า แม่คนสวย ฉันสวยไม่เท่าแต่มารยาทดีกว่าเธอแน่นอน!!! เธอเถียงอยู่ในใจ แม้ว่าจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายสวยจริงๆ แต่ก็อดแดกดันเธอไม่ได้
“พี่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนพี่รสนิยมแบบนี้เหมือนกัน” ปิแอร์กึ่งพูดกึ่งะโตอบเธอด้วยรอยยิ้มขำ
มธุรดาได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ แซมเมอร์สะบัดสายตามองเพื่อน
เวลาเดียวกันนั้น จู่ ๆ เ้าเรดดี้ก็ผุดลุกขึ้นและชูมือขึ้นตรงหน้าแซมเมอร์และมาเรีย มธุรดาจ้องมองมันอย่างเอ็นดู
“อุ้ย.. น่ารักจัง” มาเรียเอ่ยขึ้น พร้อมยกมือปิดปาก ร่างบางทำท่าจะเดินเข้ามาหามัน แต่ปิแอร์รีบห้ามเอาไว้เสียก่อน
“อย่าเข้ามานะครับ นี่มันกำลังขู่อยู่ อาจจะโดนกัดได้นะ” เขารีบเตือน.. ทั้งๆ ที่ในใจรู้ว่าเรดดี้ไม่มีทางกัดคนแน่นอน.. เขาแค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใกล้เพื่อนน้อยตัวโปรด
ได้ยินเช่นนั้นมาเรียก็รีบถอยกลับพร้อมเดินไปหลบด้านหลังแซมเมอร์ทันที
บอกทีว่าฉันไม่ได้ดูละครไทยอยู่.. ท่าทางแบบนี้ไอซ์ อภิษฎาแพ้ขาด! มธุรดานึกอยู่ในใจ สุด ๆ ไปเลยจ้าแม่!
ท่าทางขำเล็กขำน้อยของมธุรดานั้นอยู่ในสายตาของแซมเมอร์ตลอด
ั้แ่รู้ว่าเธอคือเพื่อนทางจดหมายของเขา.. แซมเมอร์ก็ไม่สามารถหยุดครุ่นคิดเื่ของอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย.. เขาหงุดหงิดใจขั้นตามเธอมาถึงที่นี่..
“ไปเถอะครับ” ปิแอร์บอกมธุรดาอีกครั้ง
“ก็ดี หิวแล้วเหมือนกัน” คนไม่ได้รับเชิญกล่าวขึ้น ปิแอร์ถลึงตามองเพื่อนรัก ก่อนร่างสูงจะเดินไปหาแซมเมอร์ และลากเขาออกมาจากมาเรีย
“นายจะทำอะไรของนายเนี่ย” ปิแอร์กระซิบกระซาบ พลางมองหน้ามองหลังให้มั่นใจว่ามธุรดา และมาเรียไม่ได้ยินที่เขากำลังคุยกับแซมเมอร์
“ไปกินข้าวกับนายไง” คนเป็เพื่อนตอบหน้าตาย
“ไอ้เพื่อนรัก” ปิแอร์เรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง แซมเมอร์เลิกคิ้วมองอีกฝ่าย สีหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“จริงๆ ดับเบิ้ลเดต (Double Date แปลว่าการไปเที่ยวเป็คู่) มันก็น่าสนใจอยู่ แต่ฉันเพิ่งได้ทำความรู้จักกับฮันนี่.. เพราะฉะนั้นฉัน้าเวลาสองต่อสองเข้าใจไหมเพื่อน” ปิแอร์อธิบายอย่างชัดเจน
แซมเมอร์กลั้วลิ้นทำท่าครุ่นคิด เมื่อเฉไฉไปต่อไม่ได้จึงได้แต่พยักหน้ารับ
ปิแอร์ตบบ่าอีกฝ่าย ยิ้มแฉ่งเดินกลับไปหามธุรดา
“เดี๋ยวผมเอาเ้าเรดดี้ไปฝากก่อนนะครับ” เขาบอกมธุรดาก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อปิแอร์เดินกลับมา ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารบริเวณใกล้เคียง
แซมเมอร์กับมาเรียเองเดินตามพวกเขาเข้าไปในร้านอาหาร.. เพียงแต่ว่าชายหนุ่มเลือกนั่งโต๊ะซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึง 2 เมตรเท่านั้น..
ปิแอร์อ้าปากค้างน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักเดินตามพวกเขาเข้ามา มธุรดามองอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร
ไอ้เวรนี่.. พูดไม่รู้เื่จริง ๆ เ้าของศูนย์อนุรักษ์คิดในใจอย่างคาดโทษ ขณะที่แซมเมอร์มองตอบเพื่อนในเชิงที่จะบอกว่า ‘ฉันก็เปิดทางให้แล้วไง.. ไม่ได้ร่วมโต๊ะสักหน่อย แค่นั่งร้านเดียวกัน’
แซมเมอร์สั่งอาหารเที่ยงไป เฝ้ามองมธุรดาและปิแอร์ไป.. ั์ตาดำขลับจับจ้องทั้งคู่โดยไม่สนใจมาเรียที่พยายามเรียกร้องความสนใจของเขา นางแบบสาวได้แต่มองชายหนุ่มตรงหน้าสลับกับอีกคู่ที่คุยจ้อหัวเราะกันอย่างไม่สนใจใคร
“พี่แซมคะ มาเรียจะกลับแล้วนะคะถ้าไม่สนใจกันแบบนี้” นางแบบสาวกล่าวอย่างเอาแต่ใจ แซมเมอร์เบี่ยงสายตากลับไปมองเธอ ยกมือเท้าแก้มไม่กล่าวอะไร..
มาเรียนิ่งงันไปหลายวินาที ก่อนจะบิดเล็กน้อยอย่างขวยเขิน
“มองแบบนี้ฉันก็เขินนะคะ” เสียงหวานกล่าว ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ั์ตาของแซมเมอร์เคลื่อนผ่านมาเรีย ไปสบกับมธุรดาที่บังเอิญมองมาที่เขาพอดี.. หญิงสาวรีบละสายตาก่อนจะกลับไปพูดคุยกับปิแอร์ต่อในทันที
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเคอรัมบิน
หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อย ปิแอร์พามธุรดาเข้าไปในสวนอนุรักษ์ ซึ่งถูกติดตามด้วยผู้ที่ไม่ได้รับเชิญอย่างแซมเมอร์และมาเรีย ชายหนุ่มพามธุรดาเดินเที่ยวทัวร์รอบ ๆ พร้อมอธิบายถึงสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงประวัติและข้อมูลรายละเอียดของศูนย์อนุรักษ์ ปิแอร์เล่าได้อย่างคล่องแคล่วจนมธุรดาอดประทับใจไม่ได้ ผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง เธอได้ทั้งให้อาหารจิงโจ้ ให้อาหารงู และได้อุ้มหมีโคอาล่าอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยกับการที่ถูกแซมเมอร์เฝ้ามองอย่างไม่มีเหตุผล ขณะที่มาเรียก็มักจะส่งเสียงกรีดร้องเป็พัก ๆ เนื่องจากการแต่งตัวและไลฟ์สไตล์ที่ดูไม่เหมาะกับการมาสวนอนุรักษ์เลยสักนิด
“คุณทำงานที่นี่มานานขนาดไหนคะ จำได้ทุกอย่างเลย” เสียงหวานที่ถามขึ้นขณะที่พวกเขานั่งพักผ่อนรอชมการแสดงของนกอินทรี
แซมเมอร์ได้ยินคำถามนั้นก็หัวเราะในลำคอ ปิแอร์มองหน้าเพื่อนรัก ก่อนยิ้มแห้งเกาศีรษะมองมธุรดา
“ก็.. แหะๆ .. ประมาณนั้นครับ” เขาตอบ
“นี่เธอไม่รู้เหรอไง พี่ปิแอร์น่ะเป็หลานคุณอเล็กซ์ ผู้ก่อตั้งที่นี่” เสียงแหลมของมาเรียดังสวนขึ้นมาด้วยท่าทางถากถาง
“อ้าว.. อ่อออ.. เหรอคะ” มธุรดาตอบด้วยน้ำเสียงเลินเล่อ ริมฝีปากบางอ้าค้างเล็กน้อย กะพริบตาปริบ ๆ มองปิแอร์ที่ตอนนี้ยิ้มบางให้เธอ
“ใช่ครับ แต่เป็หลานหรือไม่เป็หลานก็ไม่เห็นจะมีอะไรต่างไปนี่เนอะ” เขาถามพลางเออออตอบตัวเอง พยักหน้าไปมา
“เอ่อ.. มั้งคะ..”
มธุรดายิ้มแห้ง พยักหน้าตอบสนองตามอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว..
มิน่าล่ะ.. ตอนเดินเข้ามาเธอก็รู้สึกได้ถึงออร่า ทั้งพนักงานขายตั๋ว คนดูแล ดูให้ความเกรงใจพวกเขา..
โง่จริงๆ ยายน้ำผึ้งเอ้ยย.. แค่นี้ก็ดูไม่ออก เธอโทษตัวเองในใจ
ปิแอร์เห็นหน้ามธุรดาสีอ่อนลงเขาจึงรีบพูดต่อทันที
“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้บอกั้แ่แรก ผมไม่ได้ตั้งใจปิดบังฮันนี่นะ” เสียงทุ้มที่แก้ตัวแก้ต่างทำให้แซมเมอร์ที่นั่งฟังอยู่หันเหสายตามองไปทางอื่น
มธุรดาส่ายหน้าไปมา
“ไม่ ๆ ๆ เลยค่ะ ฉันเองต่างหากที่ไม่รู้เื่อะไรเลย” เสียงหวานรีบตอบ
ปิแอร์ยิ้มกว้างขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยนะครับ ผมเห็นแล้วใจไม่ดีเลย” เขากล่าวต่อ
มธุรดารีบปรับสีหน้าเข้าสู่โหมดปกติทันที.. แม้จะไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้วตอนนี้หน้าเธอเองเป็เช่นไร
“หน้าฉันออกขนาดนั้นเลยเหรอคะ ฉันแค่เกรงใจคุณน่ะค่ะ พอยิ่งรู้แบบนี้ยิ่งเกรงใจเข้าไปอีก” หญิงสาวยอมรับตรงๆ
ปิแอร์มองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะมีความคิดบางอย่างขึ้นมา
“งั้นเอางี้ดีไหมครับ.. ครั้งนี้ผมพาฮันนี่มา ครั้งหน้าฮันนี่ก็.. ทำอาหารให้ผมทาน ถือว่าเป็การแลกเปลี่ยน”
มธุรดาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ฉันชอบไอเดียนี้ค่ะ” เธอตอบ โดยไม่รู้เลยว่าแซมเมอร์ที่ฟังอยู่นั้นหน้าตึงไปเรียบร้อยแล้ว..