บริเวณภายในโรงเรียนเบียวศาสตร์ ณ ตอนนี้ นักเรียนชายวัยมัธยมเกือบทุกคนได้มารวมตัวกันอยู่ข้างในหอประชุมของโรงเรียนหลายร้อยชีวิตอีกทั้งยังจ้องจะตีกันเองอยู่ตลอดเวลา
“มองหน้าทำเxี้ยไรวะ!!”
“จะเอาหรือไงไอ่xัส!!!”
“คิดว่ามึงเจ๋งมากนักเหรอวะ!!!”
4 อัจฉริยะและ 1 สภานักเรียนพยายามจะห้ามคนของตัวเองไม่ให้ทะเลาะกัน แต่ด้วยความคึกคะนองทำให้คนพวกนั้นไม่ค่อยจะฟังอะไรที่ทั้งพวกเขาพูดเลย
“OH MY GOD!!! ทำไมมันช่างวุ่นวายอะไรอย่างงี้!!!”
“พวกแกอย่าทะเลาะกันเองสิฟะ!!! เดี๋ยวกล้ามก็หายหรอก!! ไม่กลัวกล้ามหายกันหรือยังไง!!!”
“ทุกคนคะ! ฟังหน่อยค่ะ!!!!”
เพียงดาวถือไมค์พูดตะเบ็งเสียงดังแข่งกับความวุ่นวายตรงหน้าเท่าที่ทำได้แต่ก็ยังไม่มีใครฟังเธออยู่ดี จนกระทั่ง
ปั้ง!!!
จู่ ๆ ก็ได้มีใครบางคนถีบประตูเข้ามา บรรยากาศภายในหอประชุมเงียบลงไปในทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังที่เดียวกัน ก็ได้ปรากฏให้เห็นเป็นเด็กหนุ่มร่างใหญ่ที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดินและคราบเลือดพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มอีกคนที่นอนหมดสติพาดอยู่บนบ่าของเขา ซึ่งพวกเขาต่างก็รู้จักคน ๆ นี้กันดี ทุกสายตาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มร่างใหญ่ที่กำลังเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยแววตาเคียดแค้นปนความประหม่า เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าไปทำอะไรบุ่มบ่ามกับคน ๆ นั้นเข้าล่ะก็ ชีวิตนี้คงไม่ได้แก่ตายแน่ ๆ
เค ไบร์ท หิน และจอร์จนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเพราะดูจากสภาพของสิงห์กับตูนในตอนนี้ก็พอจะเดาได้ว่าทั้ง 2 คนพึ่งไปซัดกันมาหมาด ๆ
“ไอ่เxี้ยสิงห์!! เพราะมึงคนเดียวเลยไอ่xัส!!!” ฉับพลัน หนึ่งในนักเรียนชายเหล่านั้นก็ตะโกนเสียงดังขึ้นมาทำให้ความรู้สึกประหม่าของคนรอบข้างถูกทำลายตามไปด้วย
“เออใช่แล้วxัส!! มึงไปอยู่ในมาไอ่เx็ดแม่!!”
“กุจะฆ่ามึง!!!”
“มึงเป็นต้นเหตุของทุกอย่าง ไอ่คxาย!!!”
จากที่พึ่งจะทะเลาะกันเองมาหมาด ๆ ก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปที่สิงห์พร้อมกันทันที และภายในหอประชุมแห่งนั้นก็เต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทอคำหยาบคายมากมายสารพัด ซึ่งพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่ด่าเท่านั้นเพราะรู้ตัวดีว่าไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้เปรียบเสมือนกับหมาเห่าใบตองแห้ง
ถ้อยคำด่าทอพวกนั้นทำให้เพียงดาวที่อยู่บนเวทีก็เริ่มรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย
“ฉันรู้ว่านายไม่ใช่คนร้ายนะสิงห์....”
สิงห์ไม่ตอบอะไรกลับมาก่อนที่ไม่นานจากนั้น เขาก็ได้ทำสิ่งนี้
“ซู้ดดด…… เงียบ!!!!!!!!!!!!!”
เสียงอันทรงพลังที่สิงห์ได้ปล่อยออกมาได้ดังก้องกังวาลออกไปถึงอาคารเรียนรอบ ๆ ทำให้พวกนักเรียนชายที่กำลังเลือดร้อนเงียบปากลงไปทันที และภายในหอประชุมก็เต็มไปด้วยความเงียบสงบอีกครั้งก่อนที่เพียงดาวจะเริ่มอธิบายทุกอย่าง
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ...” และเธอหันหน้าไปกดเปิดโปรเจคเตอร์ “นี่นะคะ เมื่อวันที่ 14 ซึ่งเป็นวันถัดมาหลังจากที่เคโดนรอบทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทุกคนเห็นเด็กหนุ่มตัวใหญ่หัวฟูคนนี้ไหมคะ เขาเป็นนักเรียนชั้น ม.4 ที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่”
เธอชี้ไปที่เด็กหนุ่มร่างใหญ่หัวฟูที่ดูเหมือนกับลูกครึ่งแอฟริกา
“ตอนแรกฉันก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่ถ้าลองดูดี ๆ ที่บริเวณคอและใบหน้าของเขาจะมีรอยฟกช้ำอยู่ค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะเหยียดผิวนะคะ แต่ว่าเพราะความที่เขาเป็นคนผิวสีเลยทำให้สังเกตุเห็นรอยฟกช้ำพวกนั้นค่อนข้างยาก และหลายวันผ่านไปก็เป็นมาถึงวันที่ไบรท์และเพื่อน ๆ ของเขาโดนลอบทำร้าย ถามว่าทำไมต้องรอหลายวัน นั่นก็เพราะว่าเขาต้องการพักฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บเพื่อที่จะได้มีแรงไปลอบทำร้ายคนอื่นต่อ และเขาก็ทำแบบนี้กับทุก ๆ คน จะสังเกตุเห็นได้ว่าในคลิปนี้ที่เขากำลังเดินอยู่ในอาคารเรียน จู่ ๆ เขาก็เกิดอาการเซจนต้องไปเกาะกำแพงคาดว่าเป็นผลกระทบมาจากการต่อสู้กับนักเรียนของเรา...”
“แล้วที่ไอ่พวกชมรมมวยไทยมันมารอบทำร้าย Boss ของพวกเราล่ะวะ!!!”
“มึงพูดอะไรของมึง! ชมรมพวกมึงนั่นแหละที่มารอบทำร้ายพวกกูก่อน!!!”
และดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะเริ่มที่จะวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง
“ทุกคนโปรดใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ ฉันและสภานักเรียนคนอื่น ๆ ไปสืบมาแล้วว่า พวกที่เป็นคนลอบทำร้ายพวกคุณนั้น ไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนนี้ค่ะ!”
“ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะเอาเครื่องแบบมาใส่ได้ไง!!!”
“นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นการวางแผนมาอย่างดีของใครบางคนที่ต้องการจะทำให้พวกเราแตกแยกกันเอง เช่นเดียวกับที่ในกรณีที่ชื่อของสิงห์ไปอยู่บนเสื้อของเด็กผิวสีคนนั้น ซึ่งทำไปเพราะอะไรฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ!”
ดูเหมือนว่าเหล่านักเรียนชายผู้เลือดร้อนทั้งหลายจะเริ่มคิดได้และเริ่มใจเย็นลง
“แล้วไอ่สิงห์ตัวปลอมมันไปอยู่ไหนแล้วล่ะ!!”
“เรื่องนั้นฉันไม่ทราบค่ะ เพราะฉะนั้นหยุดทะเลาะกันเถอะนะคะ เดี๋ยวต่อจากนี้ทางสภานักเรียนจะจัดการต่อให้เองค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลามาให้พวกเรา ขอให้ทุกคนแยกย้ายกันขึ้นชั้นเรียนได้แล้วค่ะ”
และพวกเขาก็ยอมสลายตัวทยอยกันขึ้นชั้นเรียนแต่โดยดี และหลังจากที่นักเรียนเหล่านั้นออกไปจนหมด เค ไบรท์ หิน และจอร์จ ก็เดินตรงเข้ามาที่สิงห์กับเพียงดาว
“ไอ่สิงห์!!! ตูคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่เอ็ง!!!”
“ให้ตายสิ ไอ่เด็ก ม.4 คนนั้นตัวใหญ่เหมือนนายเลยนะเนี่ย~”
“Mr.สิงห์!! ฉันโล่งใจจริง ๆ ที่ไม่ใช่นายน่ะ...”
“ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่นายแน่ ๆ- ว่าแต่ วางตูนลงก่อนเถอะนะ...”
“โอ้ นั่นน่ะสิ ลืมเพื่อนเลิฟไปซะสนิทเลย...”
และในเวลาต่อมา ตูนก็เริ่มได้สติเขาลุกขึ้นมานั่งและมองไปข้างหน้าด้วยอาการเบลอ ๆ เมื่อรวบรวมสติกลับมาครบ เขาก็ต้องตกใจจนลุกพรวดขึ้นมาทันที่เมื่อบุคคลตรงหน้าก็คือคนที่เขาพึ่งจะมีเรื่องด้วยกันมาเมื่อกี้นี้
“สะ-สิงห์!! แก!!”
“ตื่นแล้วเหรอเพื่อนเลิฟ...”
ตูนได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ได้เจอกับเพื่อน ๆ ของเขากำลังนั่งอยู่อย่างนิ่งเฉย ทำให้ตัวของเขารู้สึกงงและสับสนมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ตนได้สลบลงไป
“นั่งลงก่อนสิ เดี๋ยวฉันเล่าทุกอย่างให้ฟัง…”
และเพียงดาวก็เริ่มเล่าทุกอย่างให้ตูนฟัง
“งั้นถ้านายไม่ใช่คนร้ายแล้วทำไมต้องทำให้ฉันเข้าใจผิดจนต้องมีเรื่องกันด้วยล่ะ!!”
“อืมม.... เรื่องนั้นน่ะ.... ฉันก็แค่อยากจะลองสู้กับเพื่อนเลิฟดูเฉย ๆ น่ะ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
อะ-อะไรของมันฟะไอ่หมอนี่? คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ คนแบบนี้ก็มีในโลก
“เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ที่ฉันหายไปไม่ใช่ว่าแอบไปเที่ยวที่ไหนมา แต่ฉันได้ไปไล่แกะรอยหาต้นตอขอเรื่องนี้ โดยเริ่มจากการถามพวกที่มาป้วนเปี้ยนที่โรงเรียนนี้ทีละคนสองคนและก็เริ่มเก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด ฉันก็ได้ไปเจอกับต้นตอของเหตุการณ์ทั้งหมด โดยฉันได้ข้อมูลมาว่าคนที่ตั้งค่าหัวพวกนายและจ่ายเงินให้กับคนที่เล่นงานนักเรียนโรงเรียนเบียวศาสตร์ได้ เป็นนักเรียนจาก โรงเรียนนานาชาติคริสตัล ที่อยู่ห่างจากโรงเรียนของเราไปค่อนข้างไกล ส่วนเรื่องที่ว่ามันรู้เรื่องภายในของเราได้ยังไงอันนั้นฉันก็ไม่รู้....”
และในขณะนั้นเอง ตูนก็นึกได้ว่าเขาเคยถ่ายเครื่องแบบของนักเรียนสถาบันหนึ่งเอาไว้ได้ เขาจึงควักโทรศัพท์ออกมาและเปิดให้เพื่อน ๆ ดู
“พวกนานาชาติคริสตัล! ใช่เครื่องแบบสีขาวแบบนี้หรือเปล่า!?”
“อืมม... ใช่แล้วล่ะ! นายเคยเจอพวกมันเหรอ?”
“ใช่... พวกนั้นเก่งกันมากเลยล่ะ แค่รับมือ 5 คนก็ค่อนข้างตึงมือแล้ว เธอพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับโรงเรียนนี้บ้างไหมดาว”
เพียงดาวเงียบลงไปหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าหากัน ก่อนที่ไม่นานจากนั้นเธอก็ทำท่าทางเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“อ้อ! นึกออกแล้วล่ะ! ก็ว่าอยู่ทำไมชื่อมันคุ้น ๆ โรงเรียนนี้น่ะเรียกได้ว่าเป็นคู่ปรับของโรงเรียนเราเลยล่ะ ทั้งทางด้านวิชาการและด้านต่าง ๆ เป็นคู่แข่งกันมาหลายยุคหลายสมัย ถ้าโรงเรียนเรามี 5 อัจฉริยะ โรงเรียนนั้นก็มี 5 หัวกะทิ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือโรงเรียนเรากับโรงเรียนนั้นมีอะไรหลาย ๆ อย่างคล้ายกันจนได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนฝาแฝดกันเลยล่ะ….”
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีโรงเรียนที่ได้ชื่อว่าเป็นฝาแฝดของโรงเรียนนี้อยู่ด้วย… จากนั้นทั้ง 7 คนก็เริ่มปรึกษาหารือกันว่าจะเอายังไงกับโรงเรียนนานาชาติคริสตัลดี จนพวกเขาได้ข้อสรุปว่า รอปัญหาทุกอย่างในโรงเรียนคลี่คลาย 100% แล้วค่อยกลับมาว่ากันอีกที แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป สิงห์ก็ได้เรียกตูนออกมาคุยเป็นการส่วนตัว
“มีอะไรเหรอสิงห์...?”
“ตอนที่ฉันสู้กับนาย มีช่วงหนึ่งที่นายเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ฉันถามตรง ๆ นายมีโรคประจำตัวหรืออาการป่วยอะไรหรือเปล่า...?”
เมื่อตูนได้ยินคำถามก็เริ่มอ้ำอึ่งทำท่าทางเหมือนจะพูดดีหรือไม่พูดดี
“อะ-อืม... ก็มี...”
สิงห์ที่เห็นว่าตูนลำบากใจที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตัดสินใจเลือกที่จะไม่ถามต่อ
“ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากรู้แล้วก็ได้ อันที่จริงแล้วฉันมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกนาย จริง ๆ แล้วตอนที่ฉันไปที่โรงเรียนนั้น ฉันก็ได้ไปเจอกับคน ๆ หนึ่งมา”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ก่อนที่สิงห์จะกลับมาที่โรงเรียนและมาซัดกับตูน ณ ตอนนี้เขาก็กำลังยืนอยู่หน้าโรงเรียนนานาชาติคริสตัลโดยที่มีนักเรียนของฝั่งนั้นเดินผ่านไปผ่ามา
“นี่เหรอนานาชาติคริสตัล เคยได้ยินแต่ชื่อไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนเลยแฮะ มีความคล้ายกับโรงเรียนของเรา แต่ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง แต่ว่านั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราถ่อมาถึงที่นี่....”
ที่นี่มีีนักเรียนเดินพลุ่งพล่านไปมากันตามปกติ สิงห์ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปในโรงเรียนและหากลุ่มที่คาดว่าน่าจะเป็นนักเลงมาสักกลุ่มและเริ่มเค้นถามสิ่งที่เขาต้องการจะรู้ แต่ทว่าทันทีที่สิงห์ก้าวเท้าเข้าไป เขาก็ต้องหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าที่มีบรรยากาศผิดแปลกไปจากคนอื่นกำลังเดินออกมาเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาที่นี่
“นี่มัน… สิงห์ คนรักอิสระ อัจฉริยะทางด้านการเงินของโรงเรียนเบียวศาสตร์ไม่ใช่หรือไงล่ะเนี่ย....”
“อืม.... ได้กลิ่นนักเลงว่ะ... ทำไมฉันมีความรู้สึกว่าแกจะเป็นตัวการของเรื่องทั้งหมดเลยวะฮะ... ไอ่เกาหลี”
“ฮ่า ๆ ๆ พูดอย่างงั้นผมก็เสียใจแย่เลยนะครับ... ผมไม่ใช่เกาหลี แต่เป็นลูกครึ่งเกาหลีต่างหาก.... ว่าแต่คุณน่ะ มัวแต่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่กลับไปดูที่โรงเรียนของตัวเองจะดีเหรอ... ระวังจะมาเสียใจทีหลังนะ....”
สิงห์และลูกครึ่งเกาหลีคนนั้นมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครก่อนที่ตัวของเขาจะเป็นฝ่ายตัดสินใจเดินกลับไปที่รถของตัวเอง แต่ก่อนที่เขาจะออกไป อีกฝ่ายก็ได้พูดทิ้งท้ายขึ้นมา
“จริงสิ! ตูนสบายดีไหมอยู่ที่นั่นน่ะ ฝากความคิดถึงไปให้ทีนะ...”
สิงห์ไม่ตอบอะไรกลับมาและขับรถออกไปทันที
กลับมาที่ปัจจุบัน ตูนที่ได้ยินว่ามีคนรู้จักเขาอยู่โรงเรียนนั้น ก็พยายามจะนึกว่าเป็นใครแต่ก็นึกไม่ออกสักที เพราะเท่าที่จำได้ล่าสุด เพื่อนคนแรกของเขาก็คือต้นกล้าที่ย้ายออกไปตอน ม.4
“ที่ฉันอยากจะบอกก็มีเท่านี้แหละ ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะรู้จักกับนายด้วยนะ ระวังตัวด้วยล่ะ”
และทั้ง 2 คนก็แยกย้ายกันออกไป
.
.
.
.
.
.
.
- ณ โรงเรียนนานาชาติคริสตัล -
“ผมผิดไปแล้ว! อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ! ผมขอร้องล่ะ ผมผิดไปแล้ว!!”
บนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียน เด็ก ม.4 ที่ปลอมตัวเป็นสิงห์กำลังยกมือไว้ขอชีวิตจากเด็กหนุ่ม 5 คนที่ยืนตรงหน้าเขา
“อย่าทำอะไรผมเลยนะครั--”
ผัวะ!!
หนึ่งในพวกมันได้เตะเสยคางของเด็กหนุ่มผิวสีคนนั้นจนเลือดกบปาก ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ฟังคำขอร้องอ้อนวอนเลยสักนิด และในจังหวะนั้นเอง เด็กหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีคนนั้นก็ได้แหวก 5 คนนั้นเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มผิวสีที่กำลังถูกกระทําชําเราอยู่
“ฉันบอกให้แกไปทำลายพวกมันไม่ใช่หรือยังไง... ก็อุตส่าห์บอกแล้วว่าทำลายจากภายนอกไม่ได้ก็ให้ทำลายจากภายใน เรื่องเงินฉันก็ได้แกทุกบาททุกสตางค์ ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะเอาเงินไปเล่นยาหรือไปทำอะไร แต่แกกลับทำให้พวกมันที่เกือบจะแตกหักกันแล้ว กลับมาแน่นแฟ้นกันยิ่งกว่าเดิมอีก!!”
เด็กหนุ่มผิวสีเริ่มร้องไห้ น้ำหูน้ำตาไหล ขี้มูกย้อย พนมมือขอร้องออนวอนชีวิต
แต่ทว่าลูกครึ่งเกาหลีไม่สนใจ เขามองต่ำลงมาด้วยสายตาเวทนา “แกนี่มันน่าขยะแขยงเป็นบ้า น่าสมเพช... หมดประโยชน์แล้วล่ะ….”
เขาลุกและเดินออกมา ส่งสัญญาณทางสายตาไปยังหนึ่งใน 5 คนนั้นที่เป็นคนตัวใหญ่ที่สุด และเด็กหนุ่มตัวใหญ่คนนั้นก็กระชากคอเด็กหนุ่มผิวสีขึ้นมาและยื่นออกไปจากชั้นดาดฟ้าราวกับว่าตั้งใจจะทำให้อีกฝ่ายตกตึกลงไปจริง ๆ
“อย่าทำเลยนะครับ!! ผมขอร้องล่ะ!! ผมไหว้ล่ะ!! ไว้ชีวิตผมเถอะนะครับ!! ผมขอร้องล่ะ!!”
และทันใดนั้นเด็กหนุ่มผิวสีก็เกิดอาการช็อคน้ำลายฟูมปากและหมดสติลงไป ลูกครึ่งเกาหลีจึงได้สั่งให้คนลูกน้องของเขาเอาสิงห์ตัวปลอมกลับเข้ามาในดาดฟ้า
น่าสมเพช... ติดยาแถมยังใช้งานไม่ได้เรื่อง ถ้าปล่อยลงไปก็เป็นคราบเลือดไร้ค่าสกปรกอีก
“ทั้งมันไว้ตรงนั้นแหละ ส่วนพวกแกทั้ง 5 คนก็เตรียมตัวให้พร้อม รอฟังคำสั่งจากฉัน อีกไม่นานเราจะได้ไปเยี่ยมโรงเรียนฝาแฝดของเราด้วยกัน…. แยกย้ายได้!”
แต่ก่อนที่ 5 คนนั้นจะแยกย้าย ลูกครึ่งเกาหลีคนนั้นก็ได้โผตัวเข้าไปกอดคอหนึ่งใน 5 ลูกน้องของเขาด้วยท่าทางดี๊ด๊า ดูมีความสุข
“แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ~ ขอบคุณนายมากเลยนะที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภายในโรงเรียนของพวกเจ้าพวกนั้นน่ะ ตั้งแต่มีนายมาเป็นหัวกะทิคนที่ 5 ของโรงเรียนฉันก็รู้สึกสนุกมากเลยล่ะ~ ขอบคุณมากเลยนะ ต้นกล้า”
อะไร ๆ ๆ ต้นกล้ามาได้ยังไง!!? หนอนบ่อนไส้เหรอ!!? ไอ่ลูกครึ่งเกาหลีนี่มันตั้งใจจะทำอะไรกันแน่!!? ทำไมรู้จักตูนและความสามารถของตูน แต่ทำไมตูนไม่รู้จักมัน!!? แล้วต้นกล้าเพื่อนของตูนไปอยู่กับมันได้ยังไง!!? เรื่องนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ใกล้จะถึงบทสรุปในชีวิตวัยเรียนของตูนแล้ว ขอบคุณทุกหัวใจ ทุกคอมเมนต์ ทุกยอดติดตามที่กดเข้ามา ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้จากใจจริง เรื่องราวจะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป นะครับ... ^_^