เมื่อฟื้นฟูร่างกายเสร็จ นนท์เร่งไปยังค่ายกลแรงกดดันในทันที
นนท์กวาดตามองทั่วทั้งค่ายกล เหล่าศ์มากมายที่เข้าใช้งาน
" เส้นปรานั ยังอยู่ดี " นนท์ห่วงว่าเส้นปรานัจะถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็ว แต่ผิดคาดเพราะนอกจากจะมิถูกเผาผลาญ เส้นปรานัยังเติบโตขึ้น นนท์พยักหน้าช้าๆ
นนท์ก้าวเดินไปยังแท่นศิลา ส่งจิตของตนไปยังแท่นศิลา
" ครืน " ประตูทางเข้าพลันเปิดออก หมอกควันสีขาวล้นทะลักออกมา แรงกดดันกระจายตัวออกกว้าง เหล่าศิษย์ที่รออนู่รายรอบถึงกับทิ้งตัวลงที่พื้นกระอักเืตามกัน
" ประตูระดับราชันย์ขั้นกลางเปิดออกแล้ว ผู้ใดเข้าใช้งาน "
" แรงกดดันมากมายยิ่งนัก "
" ศิษย์พี่ใหญ่เฉินเข้าใช้งานรึ "
เหล่าศิษย์มากมายต่างวิพากษ์มิหยุด
นนท์สูดหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวเท้าเดินเข้าไปในค่ายกล
" แรงกดดันระดับราชันย์ขั้นกลางขั้นที่หนึ่ง " นนท์สูดหายใจเข้าลึกแล้วก้าวเดินเข้าไปในด่านแรก
" ยังไหว " นนท์ก้าวเดินต่อไปอย่างมิเร่งรีบ
" ผ่านด่านที่หนึ่งแล้ว " นนท์ยื่นมือผลักประตูเข้าไปยังด่านที่สอง
" อึก " แรงกดดันระดับราชันย์ขั้นที่สอง แผ่กระจายออกมาทำเอานนท์ถึงกับสะอึก นนท์หยุดนิ่งเพื่อปรับสมดุลร่างกาย
" ไปต่อ " นนท์ก้าวเท้าเดินไปอย่างเชื่องช้า เพราะแต่ละก้าวที่แตะลงสู่พื้นนั้น จะพบเจอกับระดับของแรงกดดันเพิ่มขึ้น
" เพียงก้าวเดียว แรงกดดันเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว " นนท์พึมพำ
แม้นว่าจะเป็ขั้นฝึกระดับเดียวกัน แต่ความต่างของตบะเพียงปีเดียวก็ส่งผลต่อการต่อสู้ได้ ยิ่งฝึกมานานปีตบะก็ยิ่งแก่กล้า นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าเหตุใดเหล่าผู้าุโต่างๆจึงมีร่างกายที่แข็งแกร่ง
" นี่น่าจะเป็ราชันย์ขั้นกลางขั้นที่สองตอนต้น " นนท์พึมพำ แรงกดดันส่งผลต่อกายแกร่งมากยิ่งขึ้น
" อึก " นนท์คายเืออกมา แล้วเดินต่อไปอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่ใช้ออกนั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก
นนท์หยุดนิ่งโดยมิได้ขยับกายราวครึ่งชั่วยาม เหงื่อหลั่งรินออกจากกายจนชุดนั้นเปียกชุ่ม นนท์สูดหายใจเข้าลึกแล้วก้าวเท้าออกไป
" พรวด " เืทะลักออกจากปาก นนท์ทิ้งกายนั่งลงที่พื้น แล้วเร่งฟื้นฟูร่างกาย
ยาวนานราวสามชั่วยาม นนท์หยัดกายลุกยืน สูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วก้าวเท้าต่อไป
" อ้าก " ร่างของนนท์พลันแหลกเหลวในทันที แรงกดดันระดับราชันย์ขั้นกลางขั้นที่สองตอนปลาย กดร่างของนนท์ให้แนบติดกับพื้น นนท์นอนหายใจรวยริน แล้วหลับตาเพื่อฟื้นฟูพลัง
เวลาไหลไปอีกหนึ่งวัน นนท์จึงหยัดกายลุกขึ้นได้ นนท์ถอนหายใจหนัก
" ไป " นนท์ก้าวเดินต่อไป ยื่นมือออกไปผลักประตู
" ครืน " แรงกดดันของราชันย์ขั้นที่สาม ถาโถมเข้าใส่นนท์ในทันที
" อ้าก " ร่างของนนท์ถูกส่องออกมายังลานกว้างนอกด่านทดสอบ หมอกควันเจ็ดสีเข้าห่อหุ้มร่างของนนท์ในทันที
เหล่าศิษย์ที่อยู่รายรอบที่ได้พบเห็นสภาพของนนท์นั้น ถึงกับเหงื่อกาฬหลั่งไหล
" พลังของราชันย์ขั้นกลางช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก "
" พวกเ้าดูสิ อาจารย์โจวชิงอันดับหนึ่งจากศิษย์พี่ใหญ่ได้อีกครั้ง "
ชื่อของนนท์ปรากฎที่ยอดบนสุดของแท่นศิลา เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างตะลึงงัน
" นี่เท่ากับว่าอาจารย์โจวนั้นแข็งแกร่งที่สุดใต้ราชันย์ขั้นกลาง "
เมื่อนนท์ฟื้นฟูร่างกายเสร็จ พลันทะยานร่างกลับยังบรรพตัทันที
" ต้องให้กายสามารถรับแรงกดดันระดับห้าให้ได้ " นนท์พึมพำ
" ท่านพี่มิพักก่อนรึ " จูเม่ยเสียนเอ่ยถาม
" มิมีเวลาแล้ว " นนท์วางบ่อน้ำสรรพสิ่งแล้วกางค่ายกลเร่งเวลา
" อีกหนึ่งวันปลุกข้า " สองภรรยาพยักหน้า นนท์เข้าสู่การดูดซับปรานสรรพสิ่งในทันที
" ท่านพี่ ครบหนึ่งวันแล้ว " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น แล้วเร่งไปยังค่ายกลิญญาอสูรในทันใด
นนท์เข้าปะทะกับอสูรสามตาตนเดิมที่ค่ายกลิญญาอสูรอีกครา แต่ครานี้นนท์สามารถประมือมือได้มากขึ้น แต่ร่างก็ยังบอบช้ำอยู่มาก
เมื่อฟื้นฟูร่างกายเสร็จนนท์เร่งไปยังด่านทดสอบกายต่อ เหมือนเดินเมื่อเปิดประตูราชันย์ขั้นที่สาม ร่างของนนท์ปลิวออกมาทันที
นนท์วนเวียนอยู่เช่นนี้ราวสี่วัน
วันต่อมา
" ดี " นนท์สามารถสังหารอสูรสามตาราชันย์ขั้นกลางขั้นที่สองลงได้ โดยที่ร่างมิได้ปลิวออกมา ส่วนด่านทดสอบกายนั้นนนท์เข้าสู่ประตูราชันย์ขั้นที่สามได้แล้ว
" เหลืออีกยี่สิบกว่าวัน " นนท์พึมพำ
" ท่านพี่ ท่านมัวแต่ฝึก หาได้สนใจพี่หญิงและฉีเอ๋อร์ไม่ " ฉางกุ้ยฉีพึมพำ นนท์ยกยิ้ม วาดมือยกสองภรรยาลงมายังบ่อน้ำสรรพสิ่งแล้วบรรเลงเพลงรักอย่างหนักหน่วงในบ่อน้ำสรรพสิ่ง
หลังจากที่จัดการสองภรรยา นนท์เร่งไปยังค่ายกลิญญาอสูรครานี้นนท์ได้ต่อสู้กับวานรเพลิงราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้า ผลที่ออกมานนท์ประมือได้เพียงสองกระบวนท่า
ที่ด่านทดสอบกายนั้นนนท์สามารถรับแรงกดดันระดับราชันย์ขั้นกลางขั้นที่สามตอนต้นได้แล้ว เมื่อฟื้นฟูร่างกายเสร็จนนท์เร่งกลับไปดูดซับปรานสรรพสิ่งจากบ่อน้ำสรรพสิ่ง
" ท่านพี่ ฉีเอ๋อร์รักท่าน " สองภรรยาตระกองกอดสามี นนท์ใช้มือหยาบลูบไล้ยังแผ่นหลังที่เนียนนุ่มของภรรยาทั้งสอง
" ฉีเอ๋อร์ข้าก็รักเ้า " ฉางกุ้ยฉีหยัดกายประทับจูบอย่างดูดดื่ม
" อืม " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น พลางพยักหน้า
" ท่านพี่เป็เช่นไรบ้าง " จูเม่ยเสียนเอ่ยถาม
" ขั้นสูงสุดสมบูรณ์แล้ว " นนท์ยกยิ้มให้สองภรรยา
" ท่านพี่ มิไปฝึกรึ " นนท์ส่ายหน้า
" ไปเดินเล่นกันเถอะ " นนท์เดินออกจากถ้ำของตน พาสองภรรยาเดินเที่ยวชมสำนัก
" ศิษย์พี่ใหญ่ เวลานี้ท่านสามารถประมือกับระดับใด " เ้าหนึ่งเอ่ยถาม
" เวลานี้ กายของข้าสามารถประมือกับราชันย์ขั้นต้นสูงสุดได้ หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังก็จะประมือกับขั้นกลางขั้นที่สองได้ หากใช้อาวุธข้าสามารถประมือกับราชันย์ขั้นสี่ได้ " นนท์เอ่ยตอบ เหล่าสมุนทั้งหกทีเดินตามถึงกับตาโต
" ศิษย์พี่ใหญ่ การประลองครานี้ท่านก็มีโอกาสชนะมากเพียงใด " เ้าหนึ่งเอ่ยถามต่อ
" ข้ามิรู้ขั้นพลังของกงหง ข้าบอกมิได้ " นนท์ส่ายหน้า
นนท์และสองภรรยา ต่างเดินเที่ยวชมสำนักจนพลบค่ำ
" กลับกันเถิด " นนท์ทะยานร่างกลับยังถ้ำของตน
" ท่านพี่ มาสิ " สองภรรยาเปลื้องชุดของตนออก แล้วก้าวขึ้นเตียง นนท์ยกยิ้ม สะลัดชุดทิ้งกระโจนเข้าจัดการสองภรรยาจนนางทั้งสองสลบไสล นนท์นอนกอดสองภรรยาไว้แนบข้างด้วยท่าทีที่สงบ แต่ในใจนั้นรุ่มร้อนดั่งเพลิงนรกแผดเผา
" ศิษย์พี่ใหญ่ ได้เวลาต้องไปแล้ว " นนท์เดินออกมาจากถ้ำ
" เ้าหนึ่ง นี่เป็แหวนมิติเ้าจงแจกจ่ายให้กับทุกคน " เ้าหนึ่งรับแหวนมิติจากนนท์นับพันวง
" ศิษย์พี่ใหญ่ ทรัพยากรภายในแหวนมิติมิมากไปรึ " นนท์ส่ายหน้า
" ข้าว่ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ " เ้าหนึ่งพยักหน้า
" กำชับทุกคน อย่าได้บอกผู้ใดเกี่ยวกับทรัพยากรที่เ้ามี " เ้าหนึ่งพยักหน้า
" ได้เวลาแล้ว " นนท์ทะยานร่างไปยังเมืองจักรพรรดิ์ในทันที
" ท่านพี่ ทางนี้ " ฉางกุ้ยฉีเดินนำไปยังลานประลองกลางเมืองจักรพรรดิ์
นนท์กวาดตามองยังเหล่ายอดยุทธมากมาย ทั้งยอดยุทธจากสามสิบห้าตระกูล ทั้งจากสำนักระฆังทอง หงษ์เพลิง ัวารี
" ทุกที่ล้วนแต่เป็ศัตรู " นนท์พึมพำ
ยอดยุทธมากมายที่เข้ามาดุการประลองครานี้ ล้วนแล้วแต่เป็ผู้มีหน้ามีตาในโลกจักรพรรดิ์ และโลกข้างเคียง ต่างมุ่งหวังมาดูยอดฝีมือกงหง
เพราะชื่อเสียงของกงหงที่สร้างไว้เมื่อร้อยปีก่อนนั้น ยังคงติดตาตรึงใจของเหล่ายอดยุทธทั้งหลาย
" รู้สึกแปลกๆ " นนท์กวาดตามองผ่านเนตรั ตรวจสอบสภาพของลานประลอง
" ไม่มีอะไรผิดปกติ " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" กงหงมาแล้ว "
ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามายังลานประลอง ร่างสูงโปร่งเปล่งประกายสีทองเรืองรองเสมือนองค์เทพสูงศักดิ์เหยียบย่างสู่แดนดิน
เมฆหมอกสีทองระจายตัวรอบปกคลุมทั่ว ทุกก้าวย่างที่เดินผ่านพลันบังเกิดเสียงสวดเต๋าดังอี้ออึง
แรงกดดันแผ่กระจายออกทั่ว ทำเอาเหล่ายอดยุทธขั้นต่ำถึงกับกระอักเื
" อา เพียงร้อยปีกงหงถึงกับทะลวงขั้นพลังราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้าได้แล้ว "
" ใช่ สมกับเป็อัจฉริยะในรอบหมื่นปี "
" จากนี้ไป ตระกูลกงคงรุ่งเรืองในยุคของกงหงเป็แน่ "
" ต้องทำถึงขนาดนี้เชียวรึ " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" กงหง โจวนนท์ เมื่อเ้าทั้งสองมาแล้วก็ขึ้นมายังลานประลองเถิด " นนท์เดินขึ้นสู่ลานประลอง
" ข้ามิประลองได้รึไม่ " กงกงยืนสองมือไพล่หลังเอ่ยขึ้น
" เหตุใดเ้าจึงมิอยากประลอง " ผู้ตัดสินเอ่ยถาม
" ระดับของมันต่ำเกินไป หากข้าพลั้งมือสังหารมัน ข้าก็จะกลายเป็ขี้ปากของชาวบ้าน " นนท์เพียงยกยิ้ม
" เสี่ยวหง หากเ้ากลัว เ้าเพียงคุกเข่าคารวะข้าแล้วเรียกข้าว่าท่านปู่สามครั้ง การประลองครั้งนี้ก็จะยุติ " นนท์มองยังกงหง
" หึ คำที่เ้าพูดเมื่อครู่ ควรจะเป็คำพูดของข้า " กงหงก้าวเดินขึ้นลานประลอง
ยอดยุทธหลายคนต่างส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำพูดของนนท์
" ช่างมิเจียมตัวเสียเลย "
" ใช่ ขั้นพลังต่ำต้อยเช่นนี้ ไฉนเลยจึงกล้ารับคำท้าของกงหง "
" มันก็มิแน่เสมอไป ข้าได้ยินมาว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไอ้หนุ่มนี่สามารถผนึกกายจิตของเถียนผิงได้ "
" จริงรึ "
" ใช่ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วไอ้หนุ่มนี่เป็เพียงจักรพรรดิ์ขั้นที่ห้า แต่เวลานี้พวกเ้าดูสิ ไอ้หนุ่มนี่อยู่ที่ขั้นสูงสุดแล้ว "
" ข้ายังสงสัยว่าไอ้หนุ่มนี่อาจเป็ยอดอัจฉริยะในรอบล้านปีก็เป็ได้ "
" การประลองครานี้ ข้าว่าน่าสนุกแน่ "
" เมื่อเ้าทั้งสองขึ้นสู่ลานประลองแล้ว การประลองในครานี้จะเป็การประลองเป็ตายมิว่า " นนท์พยักหน้า
ผู้าุโท่านหนึ่งเดินขึ้นยังลานประลอง นำหนังสัตว์ชนิดหนึ่งยื่นให้นนท์
" เ้าเพียงหยดเืของเ้าในหนังสัตว์สัญญานี้ " นนท์พยักหน้า อ่านตัวอัษรที่สลักลงบนแผ่นหนัง พลางพยักหน้า นนนท์สะบัดมือหยดเืสีทองลอยอกมา
" ครืน " ท้องฟ้าพลันถักทอเป็สีทอง เมฆหมอกสีทองกลั่นตัวกลับกลายเป็ก้อนเมฆ
" โฮก " ร่างเงาัทองถือประจักษ์ ล่องลอยอยู่กลางท้องนภาสีทอง มรรคาแห่งเต๋าาพร่างพรายจากร่างเงาัทอง ดังอื้ออึงทั่วโลกจักรพรรดิ์ ปลุกปั่นสรรพชีวิตให้ฟิ้นตื่นจากหลับไหล
" ครืน " โลกจักรพรรดิ์ทั้งใบพลันสั่นไหว เสมือนขานรับสะดับสำเนียงเสียงมรรคา
" นิมิตรนี้คืออันใด "
" เต๋าานั่นทำเอาข้าใจสั่น "
" นั่นสิแม้นแต่โลกทั้งใบยังขานรับเต๋าานั่น "
" ใยข้าจึงรู้สึกเสมือนว่าเทพัทองมาเยือนยังโลกจักรพรรดิ์ "
" ไอ้หนุ่มคนนั้นน่าสนใจยิ่งนัก "
กงหงถึงกับหน้าซีด แม้นขั้นขั้นฝึกของตนจะสูงกว่านนท์มาก แต่หยดเืของตนมิได้ล้ำค่าเช่นนนท์
" เสี่ยวหง เ้าจงหาวิธีสังหารกายจิตของมัน แล้วนำร่างของมันกลับยังแดนเทพ ร่างของมันวิเศษยิ่งนัก " เสียงลึกลับดังขึ้นที่โสตประสาทของตน
เมื่อหยดเืของนนท์หยดลงบนแผ่นหนัง
" วิ้ง " แผ่นหนังสีมอซอกลับกลายเป็แผ่หนังสีทองในทันใด
" อา แผ่นหนังสัญญานั่น กลับกลายเป็สมบัติล้ำค่า "
" ใช่ ข้ารับรู้ได้ถึงพลังเทพที่แผ่ออกจากแผ่นหนังสัญญานั่น "
" นี่เป็แผ่นหนังส่วนของเ้า " ชายชรายื่นแผ่นหนังสัญญาสีทองให้กับนนท์และกงหงคนละผืน
แม้นในใจของชายชรา้า่ชิงแผ่นหนังนั่น แต่ก็มิอาจกระทำได้ เพราะหากลงมือยอดยุทธทั้งหลายคงลงมือสังหารตนเป็แน่
" พวกเ้าทั้งสองเริ่มประลองได้ " ผู้ตัดสินชราพลันย้ายร่างจากไป
" เสี่ยวหงมาเถิด " นนท์กวักมือเรียก