พันธกาลวิญญาณรัก [นิยายแปล]

    ตอนที่ 1 (3)

            สติค่อยๆ กลับคืนมาหลังหลับฝันไปตื่นหนึ่ง ภาพที่เห็นเมื่อลืมตาคือผนังสีฟ้าอ่อนสี่ด้าน อาฉาเอี้ยวหน้าไปข้างตัว พบว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งจ้องตัวเองเขม็ง ก็เลยจ้องกลับไปบ้าง

            สามวินาทีให้หลัง เด็กหนุ่มคนนั้นลุกเดินออกจากห้องไปเรียกคน “คุณพยาบาลครับ โอจิซังฟื้นแล้ว”

            อาฉาสูดหายใจลึกๆ สองทีพลางยกมือลูบอก รู้สึกได้ว่าทางเดินหายใจโล่งขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็พบว่ามีเข็มน้ำเกลือปักอยู่บนแขนตัวเอง

            “ทำไมมีไอ้นี่ได้นิ” เขาจ้องขวดน้ำเกลือ อยากดึงออกไปให้พ้น แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

            “คุณโรคหัวใจกำเริบจนสลบไป หมอเลยให้น้ำเกลือ” เด็กหนุ่มอธิบาย

            “ช่วยดึงออกไปที” อาฉาเกลียดการถูกให้น้ำเกลือ เกลียดโรงพยาบาล อยากจะลุกจากเตียงนี่เหลือเกิน แต่ถูกสายน้ำเกลือโยงแขนเอาไว้ ของเหลวที่หยดลงมาในเข็มอย่างต่อเนื่องทำให้เขากระดิกกระเดี้ยไม่ได้

            “รอพยาบาลก่อน” เด็กหนุ่มบอก

            “นายคือไห่เยวียน ลูกชายฮุ่ยเหม่ยสินะ” อาฉาเดา

            เขาไม่เคยเจอลูกชายของฮุ่ยเหม่ยมาก่อน เพราะเด็กหนุ่มถูกผู้เป็๲แม่ส่งไปอยู่หอกินนอนในโรงเรียน๻ั้๹แ๻่ก่อนจะย้ายเข้ามา หลานชายเขาก็เป็๲นักเรียนประจำที่นั่นเหมือนกัน ฮุ่ยเหม่ยงานยุ่งจึงไม่มีเวลาดูแลลูกชาย ส่วนเขาก็ไม่มีกำลังกายจะดูแลหลาน

            ไห่เยวียนพยักหน้า

            เด็กหนุ่มเองก็เพิ่งเคยได้เจอชายชราคนนี้เป็๲ครั้งแรก จากที่แต่เดิมไม่เคยพบกันมาก่อนทั้งที่บ้านอยู่ติดกัน

            “แม่เราเป็๞ไงบ้างล่ะ” อาฉามองขวดน้ำเกลืออย่างคิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไรกับเ๯้าสิ่งนี้ดี แล้วนึกถึงฮุ่ยเหม่ยขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามอย่างเป็๞ห่วง

            “ก็แค่คลอดลูกเอง ตอนนี้ไม่เป็๲ไรแล้วล่ะ” ไห่เยวียนตอบอย่างนั้นด้วยใบหน้าเฉยชา ไม่มีรอยยิ้มให้เห็นแม้แต่นิดเดียว หลังประโยคนั้นก็หุบปากนิ่ง ๲ั๾๲์ตาคมกริบกับเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบให้ความรู้สึกกดดันนิดๆ

            “แค่คลอดลูกเองอะไรกัน รู้มั่งรึเปล่าว่าคลอดลูกมันเสี่ยงแค่ไหน” อาฉาขึงตามองอีกฝ่าย “ตายได้เลยนะ ตายได้เลย!” เขาย้ำ

            นางพยาบาลถือคลิปบอร์ดเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย กระดาษแผ่นหนึ่งหนีบอยู่บนคลิป เธอเดินมาที่เตียงของอาฉายิ้มๆ “พ่อลุง ฟื้นแล้วหรือคะ เดี๋ยวมากรอกเอกสารแอดมิทกันก่อนเนอะ คุณหมอมาตรวจให้แล้วนะคะ หัวใจพ่อลุงไม่ค่อยดี คุณหมอเลยอยากให้พ่อลุงนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการสักสองสามวัน พ่อลุงเกิดปีอะไร ตอนนี้อายุเท่าไรแล้วคะ” นางพยาบาลลากเก้าอี้มานั่ง ถามผ่านรอยยิ้มอ่อนโยน

            “โฮ่ย ผมไม่เป็๞ไร ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลร้อก!” อาฉายื่นแขนไปให้พยาบาลสาว “ช่วยดึงไอ้นี่ออกให้ทีต๊ะ (เถอะ) ผมจะกลับบ้าน ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

            “ตอนนี้เก้าโมงครึ่งค่ะ แต่พ่อลุงยังกลับบ้านไม่ได้นะ คุณหมอบอกว่า...”

            “บอกไม่เอาก็ไม่เอาสิ ไม่ดึงใช่ไหม ห้ะ ไม่ดึงเดี๋ยวผมดึงเองก็ได้!” พูดพลางทำท่าจะดึงเข็มน้ำเกลือออก

            “พ่อลุง!” นางพยาบาลทำท่าลำบากใจ “ไม่งั้นรอคุณหมอมาราวน์วอร์ดก่อน ดูว่าคุณหมอว่ายังไง ค่อยตัดสินใจอีกทีดีไหมคะ”

            “ไม่ดี!” อาฉาปฏิเสธทันควัน “ปีนี้ผมอายุห้าสิบเก้า ยังกระฉับกระเฉงแข็งแรงดี! หัวใจก็ยังอยู่ตรงนี้ เอาไว้มันหยุดเต้นเมื่อไรผมจะมาให้หมอตรวจละกัน! เร็วเข้าสิ ดึงไอ้นี่ออกไป!” ไม่คิดเลยว่าเขาจะนอนในโรงพยาบาลมาทั้งคืน ที่ที่เขาเกลียดที่สุดก็คือโรงพยาบาลนี่แหละ ถ้าไม่เพราะฮุ่ยเหม่ยเจ็บท้องคลอด เขาไม่มีทางมาเหยียบที่อัปมงคลพรรค์นี้หรอก

            นางพยาบาลรบด้วยไม่ชนะ สุดท้ายจึงต้องดึงเข็มน้ำเกลือออกให้

            อาฉาค่อยๆ พลิกตัวลุกลงจากเตียงช้าๆ แต่แค่ขยับตัวนิดเดียว แผ่นอกก็สะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรงเหมือนจะขาดอากาศหายใจเสียให้ได้

            ไห่เยวียนเอาแต่จ้องมองเขาตลอดเวลาโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

            อาฉาลงจากเตียง แล้วเดินโงนเงนออกจากห้อง ก่อนไปยังเหลียวกลับมามองไห่เยวียนทีหนึ่ง รู้สึกว่าเ๯้าเด็กนี่ไม่มารยาทเอาซะเลย ๻ั้๫แ๻่เขาฟื้นจนถึงตอนนี้เอาแต่จ้องหน้ากันอยู่ได้ หน้าตาเขาแปลกประหลาดตรงไหนหรืออย่างไร

            “ถ้าเผื่อแม่นายมีปัญหาอะไรก็โทรศัพท์มาบอกฉันแล้วกัน ดึกแค่ไหนก็โทรมาได้เลย เกิดอะไรขึ้นต้องรีบบอกฉันล่ะ” เขากำชับ

            ไห่เยวียนพยักหน้า แต่อาฉาตีความกิริยานั้นว่าไม่ยินดียินร้ายกับน้ำใจที่ตนมอบให้

            “งั้นฉันไปละ” อาฉาเกาะผนังพยุงตัวยักแย่ยักยันเดินไปขึ้นลิฟต์ลงชั้นล่าง

            ไห่เยวียนมองตามแผ่นหลังคนที่เดินจากไป ในใจแผ่ซ่านไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่รู้ชื่อ

            คนคนนั้น...ชายแก่คนนั้น...ปู่ของเจ๋อฟางเพื่อนร่วมชั้นเรียนเขา เขาเองก็เคยได้ยินมารดาพูดถึงเ๽้าตัวมาก่อน

            ชายสูงวัยอายุเกินครึ่งร้อย ผมสีดอกเลา สวมเสื้อกล้ามเก่าเปื่อยจนแทบขาดเป็๞รูกับกางเกงขาสั้นรูปทรงน่าขัน ลากรองเท้าแตะยางสีขาวแบบหูหนีบ

            โอจิซังแบบนี้พบเจอได้ทั่วไปแท้ๆ ไห่เยวียนไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าในแวบแรกที่ได้เห็นฝ่ายตรงข้าม ทำไมเขาถึงได้ขนลุกกรูเกรียวไปทั้งตัวเหมือนถูกฟ้าผ่าก็ไม่ปาน

            ความรู้สึกนั้นยังความหงุดหงิดมาให้ หนังหัวชาวาบ เนื้อตัวสะบัดร้อนสะบัดหนาว หัวใจเต้นรัวแรงไม่เป็๞จังหวะ ทำอย่างไรก็ไม่ยอมสงบลงเสียที

            ++++