บทที่ 30 นายกองขั้นหนึ่งหม่าหลิน
หลังจากได้รู้ตัวตนของเด็กหนุ่ม ใบหน้าที่ดุร้ายของเจียงเจิ้นก็แข็งค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็ตื่นตระหนก
ครั้นเพ่งมองดูเด็กหนุ่มให้ดี ๆ เขาก็เห็นว่าอีกฝ่ายดูแตกต่างจากภาพเหมือนเล็กน้อย ใบหน้านั้นดูไม่เหมือนเด็กอีกต่อไป แต่โดยรวมแล้วก็ยังคงมีเค้าเดิมอยู่
จู่ ๆ หัวใจของเจียงเจิ้นก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวาย เขาเป็เพียงนายกองขั้นสองที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง อย่างมากสุดเขาก็อยู่แค่ระดับเดียวกับนายกองชุยเซียว
ซึ่งความจริงที่ว่าชายหนุ่มคนนี้สามารถฆ่าสวีฮ่าวได้นั้น แสดงให้เห็นว่าคู่ต่อสู้แข็งแกร่งกว่าตัวเขามาก
พอเห็นการแสดงออกที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของเจียงผิงอัน เจียงเจิ้นก็พลันคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับน้ำตาไหลอาบหน้า
“นายน้อย! ข้าถูกนายกองขั้นหนึ่งหม่าหลินบังคับมาขอรับ ข้าหาได้อยากฆ่าชาวบ้านเลย แต่หากข้าไม่ทำแล้วคนข้างบนก็จะกำจัดข้าทิ้ง!”
“ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด จากนี้ข้าจะลาออกจากกองทัพและไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับท่านอีก!”
กุบกับ กุบกับ กุบกับ
ขณะที่เขาร้องขอความเมตตานั้น ห่างออกไปก็เกิดภาพฝุ่นตลบฟุ้งกระจายจำนวนมาก โดยที่มาของมันคือกลุ่มทหารม้าหลายร้อยคนที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาทางนี้
เจียงเจิ้นที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นเผยสีหน้ายินดี เขาลุกขึ้นยืนทันที ก่อนะโใส่เจียงผิงอันด้วยสีหน้าประดับรอยยิ้มเหี้ยม
“เ้าสารเลว! เ้าจบสิ้นแล้ว! ท่านนายกองขั้นหนึ่งหม่าหลินของเรากับทหารม้าสามร้อยคนได้มาถึงแล้ว! ฮ่า ๆ เ้าช่างโง่เง่า ยังจะกล้ากลับมาอีก จงรอรับความตายเสียเถิด…”
ก่อนจะทันพูดจบ ลูกไฟก็พุ่งมาโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งทันใดนั้นเอง เปลวเพลิงก็ลุกโหมทั่วร่างของเขา
"อ๊าก…"
เจียงเจิ้นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ป เขาล้มลงกับพื้นดิ้นทุรนทุรายพยายามดับไฟ
แต่นี่หาใช่เปลวไฟธรรมดา มันปล่อยออกมาโดยผู้ฝึกตน จึงดับไม่ได้ง่าย ๆ
ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง เจียงเจิ้นได้ถูกเผาตายทั้งเป็ ซึ่งเขาต้องได้รับความเ็ปอย่างแสนสาหัสก่อนที่จะสิ้นใจ
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แต่ทหารอีกหลายคนก็ถูกเผาจนตายเช่นกัน
เมื่อเห็นภาพนี้ ชาวบ้านต่างรู้สึกสาแก่ใจยิ่ง
“น้องชายหนีไปเสียเถอะ ไว้เ้าค่อยล้างแค้นให้กับพวกเราในภายหลัง!” ชาวบ้านที่ได้รับาเ็ะโบอกอย่างเป็กังวล
พวกเขาทั้งหมดต่างรู้เกี่ยวกับเื่ของเจียงผิงอัน เื่ของเด็กหนุ่มคนนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอำเภอผิงสุ่ยแล้ว
ถ้าเด็กหนุ่มคนนี้รอดชีวิต เขาจะต้องสามารถกวาดล้างพวกสารเลวและล้างแค้นให้กับพวกเขาได้
“ฮ่า ๆ เ้าสารเลวตัวน้อยนี่! เ้ากล้าดีอย่างไรถึงกลับมา!”
ครั้นหม่าหลินเห็นเจียงผิงอัน เขาก็เกือบคิดว่าตนมองผิดไปแล้ว
แทนที่จะซ่อนตัวอยู่ในอำเภอเหลียนซาน เ้าโง่เง่านี่กลับวิ่งกลับมาที่อำเภอผิงสุ่ย
นี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายหรือ?
ช้าก่อน… เหตุใดเด็กสาวในอ้อมแขนของเด็กหนุ่มจึงได้คุ้นตาถึงเพียงนี้?
นั่นมันเมิ่งจิง บุตรสาวของแม่ทัพเมิ่งโค่วแห่งอำเภอเหลียนซานนี่!
หม่าหลินรู้สึกว่า์เมตตาเขายิ่ง จึงได้ประทานผลงานชิ้นใหญ่ให้เช่นนี้
เจียงผิงอันและเมิ่งจิง ตราบใดที่เขาสามารถจัดการกับสองคนนี้ได้ มันจะกลายเป็ความสำเร็จครั้งใหญ่!
ด้วยความสำเร็จชิ้นนี้ ในอนาคตเขาสามารถไปหาเ้าเมืองยื่นข้อเสนอเพื่อขอมันแลกกับวิชายุทธ์ขั้นสูงขึ้นได้
และด้วยวิชายุทธ์ที่สูงขึ้นนี้ เขาก็จะสามารถก้าวไปสู่ขั้นยอดยุทธ์ และขึ้นเป็แม่ทัพได้!
หม่าหลินเริ่มจินตนาการภาพตัวเองยามเป็แม่ทัพแล้ว
"ฮ่า ๆ ๆ!"
เสียงหัวเราะกึกก้องพลันดังขึ้น ก่อนหม่าหลินจะชักดาบออกมาแล้วขี่ม้าไปหาเจียงผิงอันกับเมิ่งจิง
ในสายตาของเขา สองคนนี้ไม่ใช่คนแต่อย่างใด หากเป็ความสำเร็จสองชิ้นที่สามารถคว้ามาได้อย่างง่ายดาย!
เมิ่งจิงเองก็จำอีกฝ่ายได้ ในใจนางจึงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
คู่ต่อสู้คือหนึ่งในสองนายกองขั้นหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในอำเภอผิงสุ่ย ซึ่งใกล้เคียงกับระดับของผู้ฝึกตนขอบเขตก่อปราณขั้นเก้า
หากตกเป็เป้าหมายของคนระดับนี้ ประกอบกับทหารอีกหลายร้อยนาย ไม่ว่าผู้ใดย่อมไม่รอดแน่
“เจียงผิงอัน! เ้าทำให้ข้าต้องตาย! ชาติหน้าเ้าต้องมาล้างเท้าให้ข้าไปตลอดชีวิต!”
เมิ่งจิงกัดฟันและเตรียมที่จะลงจากสัตว์ภูตกลายพันธุ์เพื่อไปสู้กับอีกฝ่ายอย่างสิ้นหวัง หากแต่เจียงผิงอันกับกอดเอวของนางไว้แน่น
“ไม่ต้องรีบ ข้าจะพาเ้าไปฆ่ามันเอง”
เมิ่งจิงที่อยู่ใกล้กับอกของเจียงผิงอันพลันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ความรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ นั้นไหลเวียนอยู่ในใจของนาง เด็กสาวมองเด็กหนุ่มท่าทางเคร่งขรึมตรงหน้าด้วยสายตาสับสน
“เขาเป็นายกองขั้นหนึ่ง เราเอาชนะเขาไม่ได้แน่ รีบหนีเร็วเข้า ด้วยสัตว์ภูตตัวนี้ เ้าอาจยังหนีพ้นได้!”
เจียงผิงอันไม่ได้หนี แต่กลับได้โคจรปราณิญญาเข้าไปในดาบอักขระที่มีอักขระหลายตัวกะพริบอยู่้า
“เสี่ยวไป๋ วิ่งเต็มกำลังเลย!”
หลังจากได้ยินคำสั่ง ขาของสัตว์ภูตกลายพันธุ์ก็ย่อลงเล็กน้อยก่อนจะรีบพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
แสงสีขาววูบออกไปด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงยิ่ง ซึ่งไม่ทันที่หม่าหลินจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เจียงผิงอันก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว
“นี่มันม้าบ้าอะไรกัน! ช่างรวดเร็วยิ่งนัก!”
หม่าหลินนึกตื่นตะลึง ความคิดนี้เพิ่งปรากฏ แสงจากหยกคุ้มภัยก็ะเิออกไป
ด้วยมีดาบหนึ่งฟันตรงเข้าใส่จากด้านหน้า หยกคุ้มภัยบนร่างของเขาจึงถูกเปิดใช้งาน
หลังเสร็จงานตัวหยกคุ้มภัยก็แตกสลายหายไป ก่อนคลื่นพลังมหาศาลจะกระแทกจนทำให้หม่าหลินล้มลง
ฉับพลัน อารมณ์ต่าง ๆ ทั้งใ หวาดกลัว และไม่อยากเชื่อต่างพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
“เป็ไปไม่ได้! เ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!”
หม่าหลินที่ล้มลงกับพื้นพยายามหยัดกายขึ้น เขาใมาก ขณะเดียวกันก็จ้องมองไปที่เจียงผิงอันอย่างนึกหวาดกลัว
หากไม่ใช่เพราะหยกคุ้มภัยช่วยรับการโจมตีเมื่อครู่นี้แทน เขาคงตกตายไปแล้ว!
เดือนที่แล้วเ้าเด็กนั่นถูกเตะจนแทบพิการด้วยฝีมือเขาเอง แต่ผ่านไปแค่หนึ่งเดือน อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งขึ้นถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?
เจียงผิงอันหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นหยกคุ้มภัยนั่น
ถ้าไม่ใช่เพราะหยกคุ้มภัย อีกฝ่ายคงถูกเขาฆ่าตายไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแล้ว
เขารีบขี่เสี่ยวไป๋พุ่งไปหาหม่าหลินอีกครั้ง
หม่าหลินถอยกลับอย่างบ้าคลั่ง ในเวลาเดียวกันก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา โคจรปราณิญญาเข้าไป และะโใส่มัน
“ท่านแม่ทัพ! เจียงผิงอันกับบุตรสาวของเมิ่งโค่ว เมิ่งจิง ได้หลงเข้ามาในอำเภอผิงสุ่ยของเราแถวหมู่บ้านเฮยโกว! โปรดรีบมาสนับสนุนด้วย!”
“ไม่ดีแล้ว! นั่นมันยันต์สื่อสาร!” เมิ่งจิงะโขึ้นอย่างกังวล
ยันต์สื่อสารเป็ยันต์พิเศษราคาสูงลิ่ว โดยหลังจากโคจรปราณิญญาเข้าไปแล้วจะสามารถพูดประโยคหนึ่งได้ จากนั้นยันต์ก็จะลุกไหม้ ซึ่งข้อความนั้นจะถูกส่งกลับไปยังยันต์อีกชิ้นทันที
ยันต์ประเภทนี้มีราคาแพงมากและมักใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
และหม่าหลินเชื่อว่าตอนนี้เป็่เวลาที่สำคัญแล้ว
เว้นแต่จะจำเป็จริง ๆ เขาไม่มีทางใช้ยันต์สื่อสารแน่
แต่ยามนี้มีบางอย่างผิดปกติ พลังของเจียงผิงอันนั้นแข็งแกร่งเกินไป ทั้งม้าขาวที่แปลกประหลาดนั้นก็ฝีเท้าไวอย่างน่าอัศจรรย์
เจียงผิงอันรีบวิ่งไปที่หม่าหลินแล้วเหวี่ยงดาบใส่อีกครั้ง
“ต่อให้เ้าแข็งแกร่งเพียงใดก็ฆ่าข้าไม่ได้!” หม่าหลินเองก็เหวี่ยงดาบเพื่อโจมตีอย่างสุดกำลังทันที
ในขณะนี้เอง ดวงตาขวาของเจียงผิงอันเปล่งแสงเรืองรอง
การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายพลันชะงักไป แน่นอนว่ามันทำให้อีกฝ่ายหยุดชะงักไปได้เพียงชั่วอึดใจเท่านั้น
เพราะการใช้ความสามารถของตาขวาจะต้องใช้พลังจิตและปราณิญญา โดยยิ่งคู่ต่อสู้ที่ควบคุมแข็งแกร่งเท่าไรก็ยิ่งต้องใช้ปราณิญญามากขึ้นเท่านั้น
ครั้งนี้ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ไม่อ่อนแอเลย หากฝืนควบคุมแล้วก็จะยิ่งผลาญพลังมาก
ทว่าการหยุดชะงักเพียงชั่วขณะ ก็ได้ลดพลังของคู่ต่อสู้ลงอย่างมากและบรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว
ดาบทั้งสองเล่มสร้างเงาร่างสามสายขึ้นพร้อมกัน
รูม่านตาของหม่าหลินหดตัวลงฉับพลัน
ดาบมายาขั้นที่สาม!
ฝ่ายตรงข้ามเชี่ยวชาญขั้นที่สามของดาบมายาแล้ว!
ตัวเขา หม่าหลิน ศึกษาศิลปะการต่อสู้มานานหลายทศวรรษจนเพิ่งจะเชี่ยวชาญขั้นสามได้ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ทว่าอีกฝ่ายอายุเพียงสิบสี่ปี แต่กลับเชี่ยวชาญวิชาดาบมายาขั้นสามได้ในเวลาเพียงสองเดือนเท่านั้น!
เ้าเด็กคนนี้มันเป็อัจฉริยะ!
เคร้ง!
ดาบของทั้งสองปะทะกัน ก่อนประกายไฟจะะเิออกมา
ทางหม่าหลินรู้สึกได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ลามมายังแขนขวาของตน
ดาบในมือของเขาถูกกระแทกกระเด็นออกไป ซึ่งแขนของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ส่วนระหว่างง่ามนิ้วเองก็มีเืไหลซึมออกมา
“วิชาดาบสะท้านขั้นสอง”
ปากของเมิ่งจิงที่อยู่ในอ้อมแขนของเจียงผิงอันอ้าค้างอย่างตะลึงงัน
นางเพิ่งมอบวิชาดาบสะท้านให้เจียงผิงอันไปเมื่อเดือนที่แล้วเอง แต่เขากลับฝึกฝนจนมาถึงขั้นที่สองแล้ว!
ดาบในมือของเจียงผิงอันเริงระบำ ก่อนศีรษะอันใหญ่โตจะกระเด็นขึ้นฟ้า เืสาดกระเซ็นไปทุกที่
สีหน้าของหัวนั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เขาไม่อยากเชื่อว่าเด็กหนุ่มที่ตนสามารถบี้ให้ตายตามใจชอบเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้กลับมีพลังพอที่จะสังหารเขาในพริบตา
ทหารหลายร้อยคนที่พุ่งมาจากด้านหลังพลันชะงักเท้า ก่อนใบหน้าของทุกคนจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ท่านนายกองขึ้นหนึ่ง… ตายแล้ว!