ฮ่องเต้หญิงตัวน้อย : ข้าถูกท่านพ่อไล่ออกมาอีกแล้ว

    บทที่ 33 เยี่ยจิ่ว เจ้าไม่เชื่อข้า!

    บทที่ 33 เยี่ยจิ่ว เจ้าไม่เชื่อข้า!


    หวังเจียงยอมรับชะตากรรม ใบหน้าเหี่ยวย่นพูดถึงเรื่องเงินหลวงถูกปล้น


    “วันนั้นราชสำนักออกคำสั่งให้สืบหา ข้าน้อยถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ถูกปล้นนั้นเป็นเงินหลวง…”


    หวังเจียงเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด สีหน้าของท่านอ๋องเก้าไม่แสดงอารมณ์ใด ส่วนหมิงชิวยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ


    หวังเจียงพูดต่อ “หลักฐานทุกอย่างต่างชี้ไปที่คนของค่ายหมิงหวัง หากพวกเขาปล้นพ่อค้าหรือนายทุนคนอื่น ๆ ข้าน้อยคงไม่ว่าอะไร ในเมื่อข้าน้อยเป็นขุนนางในเมืองชิงหลวน ย่อมต้องรู้จักประมาณตนเองอยู่แล้ว”


    “เมืองชิงหลวนนั้นมีกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ปะปนกันอยู่มากมาย สิ่งสำคัญคือต้องรักษาสมดุล ไม่ใช่การกวาดล้าง”


    หวังเจียงพูดต่อ “แต่ว่านั่นมันเงินหลวง...”


    ในฐานะเจ้าเมือง ถึงแม้จะรู้ว่าท่านอ๋องกับหมิงชิวมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่เขาก็ไม่กล้าปกปิดไม่รายงาน


    “หากข้าน้อยไม่เกรงใจหัวหน้าค่ายหมิงอยู่บ้าง คงไม่ยืดเวลาการส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเมืองหลวงมาจนถึงวันนี้หรอกขอรับ”


    “เหลวไหลสิ้นดี!” หมิงชิวผู้มีรูปโฉมสง่างามด่าทันที


    เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งมาด้วยตัวเอง แต่เจ้าเมืองหวังนี่วางท่าใหญ่โตเหลือเกิน ไม่ยอมพบเขาเลย แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามาพูดว่าให้เกียรติเขาอีก


    ถุย!


    เจ้าเมืองหวังมองดูองครักษ์ผู้มีพฤติกรรมและรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่สอดคล้องกันเลยด้วยสายตารังเกียจ

    “ข้ากำลังพูดถึงหัวหน้าหมิง ทำไมองครักษ์ผู้นี้ถึงได้หยาบคายเช่นนี้”


    หมิงชิวรู้สึกรำคาญพวกคนแก่หัวโบราณเหล่านี้ที่สุด เขาพร้อมจะระเบิดอารมณ์ทันที


    เยี่ยจิ่นหานลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน “หุบปาก!”


    เจ้าตัวน้อยโง่เขลายังอยู่ที่นี่ พวกเจ้าจะทะเลาะอะไรกัน อยากให้เจ้าตัวน้อยโง่เขลาเรียนรู้คำหยาบหรือวิธีด่าคนอ้อม ๆ หรือไร


    หมิงชิวปรับน้ำเสียง “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นฝีมือของพี่น้องของข้า”


    แม้ว่าค่ายหมิงหวังจะเป็นเพียงค่ายโจร แต่ก็มีกฎระเบียบชัดเจนว่าห้ามปล้นเงินทองของราชสำนักเด็ดขาด


    เมื่อหมิงชิวเปิดเผยเรื่ององครักษ์แล้ว หวังเจียงก็ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป


    “นั่นเป็นเพราะเจ้าควบคุมคนของเจ้าไม่ดี ทางข้ามีหลักฐานชัดเจน”


    พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อทำท่าทางรังเกียจราวกับว่า “การที่ต้องมาคุยกับคนหยาบคายเช่นเจ้านั้น ช่างทำให้บรรยากาศโดยรอบแย่ลงจริง ๆ”


    อย่าว่าแต่เรื่องที่ท่านเจ้าเมืองผู้นี้กล่าวหาเขาเลย เพียงแค่ท่าทางเสแสร้งเช่นนี้ หมิงชิวก็อยากชักกระบี่ฟันคนแก่ผู้นี้เสียแล้ว


    “หลักฐานอะไรกัน เป็นหลักฐานที่เจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาตำแหน่งของเจ้าใช่หรือไม่”


    “เจ้าโจรป่าผู้นี้ กล้าดีอย่างไรมาพูดจาหยาบคายและใส่ร้ายข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าการใส่ร้ายขุนนางของราชสำนักนั้นเป็นความผิดร้ายแรงเพียงใด”


    แม้ทั้งสองจะไม่ได้พูดจาหยาบคายหรือด่าทอกันอ้อม ๆ อีกต่อไป


    แต่กระทั่งรถม้ามาถึงที่ว่าการเมืองแล้ว พวกเขาก็ยังไม่สามารถโต้เถียงกันจนได้ข้อสรุปได้


    ในที่สุด ทั้งสองคนก็ได้แต่ประสานมือและโค้งคำนับ “ขอให้ท่านอ๋องตัดสินใจด้วยเถิด”


    เยี่ยจิ่นหานก้มลงมองเยี่ยถวนถวนที่หลับปุ๋ยอยู่ ใบหน้าเรียบเฉย “จวิ้นจู่น้อยง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยหารือกันใหม่”


    หมิงชิวกลอกตาไปมา แล้วโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง “ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก”


    ส่วนสีหน้าของหวังเจียงนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน… ฟังดูยุติธรรมดี แต่พรุ่งนี้เป็นวันส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเมืองหลวง หากจะหารือกัน เขาก็ไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหาได้ 


    นี่มิใช่การเข้าข้างหมิงชิวอย่างชัดเจนหรอกหรือ?!


    แม้หวังเจียงจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่กล้าโต้เถียงกับท่านอ๋องเก้า


    เขาจึงได้แต่โค้งกายลงและนำท่านอ๋องไปยังห้องรับรองเพื่อพักผ่อนด้วยตนเอง


    ที่พักในจวนไม่นับว่าดีนัก แต่ก็ได้จัดเตรียมผ้าไหมและเครื่องหอมตามมาตรฐานของท่านอ๋อง ทำให้จวิ้นจู่น้อยหลับสบาย


    เยี่ยจิ่นหานวางเยี่ยถวนถวนลงบนเตียง ห่มผ้าห่มให้


    จากนั้นกระเบื้องบนหลังคาก็ถูกเปิดออกแผ่นหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งของหมิงชิว


    “เยี่ยจิ่ว เจ้าทำตัวเหมือนแม่นมไปได้”


    แล้วในชั่วพริบตาต่อมา หมิงชิวก็เกือบถูกกระแสลมพัดกระเด็นจากด้านล่างขึ้นมา


    หมิงชิวถอนหายใจ นิสัยของคนผู้นี้ช่างแย่เสียจริง ไม่รู้จักรับมุกเลย


    เยี่ยจิ่นหานกระโดดขึ้นไปบนหลังคา


    เขาแสดงสีหน้าไม่พอใจ แล้วพูดว่า “พูดมา”


    หมิงชิวดึงแขนเสื้อเขาให้นั่งลง “ข้าเพิ่งไปถามพวกพ้องในคุก เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือพวกเขาจริง ๆ อีกอย่าง ท่านเจ้าเมืองหวังนี่ก็เลวร้ายเหลือเกิน เงินหลวงนั้นถูกปล้นกลางทะเล เขาจับโจรในทะเลไม่ได้ก็เลยจับพวกพ้องของข้าบนบกมาแทน”


    เยี่ยจิ่นหานหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากที่ไหนสักแห่ง โยนใส่ตัวหมิงชิว


    “หากหวังเจียงเป็นขุนนางเลวจริง ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่นี่”


    หมิงชิวเปิดสมุดเล่มเล็กดูอย่างงุนงง ในนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวเล็กใหญ่เกี่ยวกับหวังเจียงที่องครักษ์เงารวบรวมมา


    หวังเจียงสอบได้ตำแหน่งทั่นฮวา*[1] ตอนอายุสามสิบสองปี ถูกเนรเทศไปทางตะวันตกเฉียงใต้เพราะทูลทัดทานฮ่องเต้ จากขุนนางระดับสูงในราชสำนักกลายเป็นเพียเจ้าเมืองเล็ก ๆ ในดินแดนทุรกันดาร  


    หลังจากนั้นก็ทำความดีมากมาย เช่น บริจาคเงินสร้างโรงทาน ไขคดีฆาตกรรมที่อำเภอหวายหยางได้ภายในสามวัน เป็นขุนนางตงฉินที่ชาวอำเภอหวายหยางต่างชื่นชม...


    หมิงชิวราวกับถูกฟ้าผ่า “คนผู้นี้กลับเป็นขุนนางที่ดีงามหรือ?!”


    เยี่ยจิ่นหานพยักหน้า “ไม่เพียงหวังเจียงจะเป็นขุนนางที่ดี ไป๋จียังได้ไปตรวจสอบหลักฐานในจวนเจ้าเมืองแล้ว เรื่องการปล้นเงินหลวงนั้น ทั้งพยานบุคคลและวัตถุพยานต่างชี้ไปที่ค่ายหมิงหวังของเจ้า”


    หมิงชิวรู้สึกเจ็บปวดทันที “เยี่ยจิ่ว เจ้าไม่เชื่อข้า!”


    ท่านอ๋องเก้ามองหมิงชิวราวกับมองคนโง่ สายตานั้นดูเหมือนจะบอกว่า - เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริง ไฉนจึงสามารถทำให้เจ้าตัวน้อยโง่เขลาผู้นั้นหลงรักเจ้าได้ถึงเพียงนี้ หรือว่าเป็นเพราะพวกเจ้าต่างก็โง่เขลาเหมือนกัน


    หมิงชิวร้อนใจ “เจ้าพูดอะไรสักคำสิ!” หากทั้งสองฝ่ายไม่มีความผิด แล้วจะตัดสินคดีผิดพลาดได้อย่างไร!


    “ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ”


    เมื่อกล่าวจบ ท่านอ๋องเก้าก็กระโดดลอยละล่องลงไป เขาต้องการไปดูท่าทางเจ้าตัวน้อยโง่เขลาที่นอนกางแขนกางขาอยู่


    เหลือเพียงหมิงชิวคนเดียวบนหลังคา


    เขาครุ่นคิดถึงคำพูดของเยี่ยจิ่ว “ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ”


    นี่มันคำพูดเหลวไหลชัด ๆ! เจ้าพูดเช่นนี้กับไม่พูดมันต่างกันตรงไหน!


    ขณะที่กำลังหงุดหงิดอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เห็นศีรษะโผล่ขึ้นมาจากชายคา


    หมิงชิวตกใจ “เอ้อร์ซื่อจื่อ เหตุใดดึกดื่นป่านนี้ไม่นอนหลับ แอบซุ่มซ่อนอยู่ที่นี่ทำอันใด”


    เยี่ยจ้านเลียนแบบน้ำเสียงของท่านพ่อที่มองโลกอย่างเหนือกว่า “ข้ามาเพื่อช่วยเหลือเจ้า”


    หมิงชิว “...” โลกนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง



    [1] ทั่นฮวา คือ ผู้ที่สอบเคอจวี่ (การสอบขุนนาง )ได้เป็นอันดับสาม

    คล้ายกับเรื่องฮ่องเต้หญิงตัวน้อย : ข้าถูกท่านพ่อไล่ออกมาอีกแล้ว ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663