"ตื่นได้แล้ว! ข้าบอกให้ตื่นไงเล่า!"
เสียงตวาดแหลมๆปลุกไป๋อี้เฟยที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ ของหลินซินเหยียนใบหน้าหล่อเหลาที่ติดอยู่กับร่างหญิงสาวบึ้งตึงทันทีที่ลืมตาขึ้นมาเจอกับเสี่ยวไป๋เด็กรับใช้ที่ยืนกอดเอวหน้าบูดอยู่ปลายเตียง
"เ้ากล้าตะคอกข้า?"ไป๋อี้เฟยเอ่ยเสียงเ็าดวงตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายจนเสี่ยวไป๋ถึงกับสะดุ้ง
"คุณหนูหลินวันนี้เป็วันที่ลูกค้าจะมารับยาเ้าค่ะท่านสัญญาไว้ว่าจะต้มยาเสร็จแต่เช้า!"
"...ต้มยาอีกแล้วเรอะ"ไป๋อี้เฟยบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าการต้องอยู่ในร่างของซินเหยียนและทำงานในร้านยาจนกลายเป็ "คนขายยา"ถือเป็เื่ที่เขารับไม่ได้ที่สุดในชีวิต
เขาถอนหายใจพรืดใหญ่ก่อนจะเดินลากเท้าไปยังห้องครัวหลังร้านซึ่งเต็มไปด้วยหม้อสมุนไพรและกลิ่นฉุนที่ทำให้เขาอยากหนีไปให้ไกล
“ข้าจะไม่ทนกับเื่นี้อีกต่อไป”ไป๋อี้เฟยพึมพำ ขณะที่มือกำลังหยิบจับสมุนไพรขึ้นมาโยนลงหม้ออย่างมั่วซั่ว
แต่ทันใดนั้นเอง...
"คุณหนูหลิน!ต้มยาให้ข้าเสร็จหรือยัง!?" เสียงลูกค้าชายคนหนึ่งดังลั่นเข้ามาจากหน้าร้าน
ไป๋อี้เฟยเงยหน้าขึ้นดวงตาสีเข้มแฝงความไม่พอใจ "เสียงดังอะไรเช่นนี้ ข้ากำลังทำยา!"
"คุณหนูหลินวันนี้ท่านเป็อะไรไป!? ข้าไม่เห็นท่านจะใจดีเหมือนแต่ก่อนเลย!"
"หึ!ข้าจะต้องใจดีกับเ้าด้วยหรือ?"
ลูกค้าคนนั้นอ้าปากค้างมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ"เ้า...นี่มันอะไรกัน ข้าจะไปร้องเรียนท่านหมอหลิว!"
"ไปสิไปบอกให้เขารู้ว่าเ้าส่งเสียงรบกวนข้าจนทำงานไม่ได้!"ไป๋อี้เฟยตอบกลับเสียงเรียบ ทำเอาลูกค้าชายคนดังกล่าวหน้าซีดเผือดก่อนจะเดินหนีไปอย่างหัวเสีย
ขณะเดียวกันซินเหยียนที่อยู่ในร่างของไป๋อี้เฟยก็กำลังประสบปัญหาใหญ่ไม่แพ้กัน
"ท่านอี้เฟย!ได้เวลาไปที่ลานประลองแล้วเ้าค่ะ!" เสียงสาวใช้รายงานจากด้านนอกห้อง
ซินเหยียนที่กำลังนั่งขดตัวอยู่บนเตียงหรูในจวนตระกูลไป๋ถึงกับสะดุ้งโหยง"ลานประลอง? อะไรคือประลอง?"
นางบ่าวทำหน้างง"ท่านลืมแล้วหรือเ้าคะ วันนี้เป็การประลองฝีมือกับบุตรชายตระกูลลู่ท่านรับคำท้าของเขาไว้เมื่อสามวันก่อน!"
"หาาาา!?" ซินเหยียนเบิกตาโพลง รีบลุกขึ้นทันที
"ข้าไปรับคำท้าเมื่อไหร่กัน!?"
“ท่านพูดเองว่า‘หากเ้าอยากทดสอบฝีมือ ข้าจะสนองให้’ อย่างไรเล่าเ้าคะ!”
ซินเหยียนยกมือกุมขมับทันทีเธอแทบอยากจะร้องไห้ออกมา นี่ต้องเป็เื่ที่ "ไป๋อี้เฟย"ตัวจริงทำไว้ก่อนที่พวกเขาจะสลับร่างกันแน่ๆ
“ข้าจะทำอย่างไรดี...ข้าใช้วรยุทธ์ไม่เป็สักนิด!”
ภายในลานประลองกว้างใหญ่ผู้คนมากมายจากทั้งตระกูลไป๋และตระกูลลู่ต่างมารวมตัวกันอย่างหนาแน่นเพื่อชมการประลองครั้งนี้
ซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย)เดินขึ้นไปยืนกลางลานประลองด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆในมือกำดาบยาวที่หนักจนแทบจะยกไม่ไหว
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!ข้าจะเอาตัวรอดได้ยังไง!?" ซินเหยียนพึมพำกับตัวเองพลางมองคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างหวาดๆ
บุตรชายตระกูลลู่ยืนยิ้มเย้ยหยันก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงดัง
"ท่านอี้เฟยดูท่าท่านวันนี้จะอ่อนแอลงไปมากนะ!"
"ฮ่าๆๆ!"เสียงหัวเราะของผู้ชมดังขึ้น
ซินเหยียนกัดริมฝีปากพยายามตีหน้าขรึมอย่างสุดความสามารถ "หึ! อย่ามาดูถูกข้า!"
"เช่นนั้นก็เริ่มได้!"
ทันทีที่สิ้นเสียงคู่ต่อสู้พุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ซินเหยียนกรีดร้องในใจก่อนจะยกดาบขึ้นมาปัดป้องแบบมั่วๆ
เคร้ง!
เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นแต่ด้วยความซุ่มซ่าม ซินเหยียนดันเสียหลักล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้า
“โอ๊ย!”
เสียงหัวเราะของคนรอบข้างยิ่งดังขึ้นกว่าเดิมหลายคนถึงกับพูดกันลั่นลานประลอง
"คุณชายรองตระกูลไป๋วันนี้เป็อะไรไป?"
“ทำไมฝีมือถึงได้ย่ำแย้ถึงเพียงนี้!”
ในจังหวะที่ซินเหยียนกำลังจนมุมทันใดนั้นเอง ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน) ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ขอบลานประลอง
เขายืนกอดอกมองเหตุการณ์ด้วยสายตาขุ่นเคือง“เ้านี่มันไร้ความสามารถจริงๆ”
ซินเหยียนหันไปเห็นเขาก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมา“นี่เ้ามาช่วยข้าหรือเปล่า!?”
ไป๋อี้เฟยยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้น“หึ ข้าก็แค่ทนดูความอัปยศของตัวเองไม่ไหวเท่านั้นแหละ”
เขาหันไปทางบุตรชายตระกูลลู่แล้วะโลั่น“หยุดการประลองได้แล้ว! ข้าไม่อยากเสียเวลากับเื่ไร้สาระพรรค์นี้อีก!”
"หา? แต่ท่านอี้เฟยข้า้าประลองกับท่านให้รู้ดำรู้แดง!"
ไป๋อี้เฟยหรี่ตาลงพลางยิ้มเย็น“เช่นนั้นก็จงจำไว้ว่า หากเ้ากล้าดูถูกข้าอีกครั้งเ้าจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้อีกเลย!”
น้ำเสียงทรงอำนาจที่ออกมาจากปากของหญิงสาวร่างบอบบางอย่าง“หลินซินเหยียน” ทำให้ทุกคนต่างพากันอึ้งเงียบไปทันที
บุตรชายตระกูลลู่ขมวดคิ้วแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่ยอมถอยกลับไปอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากผ่านเหตุการณ์ชุลมุนที่ลานประลองทั้งสองคนก็กลับมานั่งเผชิญหน้ากันที่สวนหลังจวนตระกูลไป๋
“นี่เป็เพราะเ้าทำเื่เอาไว้ก่อนหน้านี้!”ซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย) กล่าวพลางชี้นิ้วใส่หน้าเขา
“หึ แล้วการทำร้านยาพังนี่ล่ะใครต้องรับผิดชอบ?” ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน)ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ทั้งสองเถียงกันไปมาพักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“เอาเถอะ...” ไป๋อี้เฟยเอ่ยขึ้น“ดูเหมือนว่าเราต้องหาทางกลับร่างเดิมให้เร็วที่สุดก่อนที่เื่จะวุ่นวายไปกว่านี้”
“แล้วเ้ามีแผนอะไรหรือยังล่ะ?”ซินเหยียนถามพลางมองหน้าเขาอย่างคาดหวัง
ไป๋อี้เฟยนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “บางทีเื่นี้อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวันก่อนที่เราเจอกันที่ตลาด”
“หรือว่า...มันจะเกี่ยวกับพายุประหลาดในคืนนั้น?”
“เป็ไปได้”
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความจริงจังก่อนที่ซินเหยียนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เราคงต้องไปหาคนที่รู้เื่พวกนี้มากที่สุด!”