บทที่ สิบเก้า
ยามเช้ามาถึงเสียงนกร้องบ่งบอกเวลาแสงที่ลอดขอบม่านหน้าต่างแสดงว่าถึงเวลาตื่นได้แล้วลู่อิงิที่ยังลืมตาไม่ขึ้นได้แค่หรี่ตาแล้วปิดลงอีกรอบจากนั้นจึงบิดตัวยืดแขนขาอย่างคนี้เีแต่ยืดได้ยังไม่เต็มแขนก็ชนกับอะไรบางอย่างด้านข้างก่อน
“อือ..อะไร” เซียนน้อยเปิดตาขึ้นอย่างจำใจมองว่าตัวเองยืดแขนไปชนอะไรพอเห็นสิ่งนั้นตาที่ลืมได้เพียงครึ่งก็เบิกโตกว่าปกติ สวีจ้าวหรงนอนอยู่ข้างๆพอรับรู้ว่าใครก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นลู่อิงิถูกส่งเข้าเรือนหอกับเขา นี่นางนอนหลับสบายจนถึงเช้าได้ยังไงทั้งที่มีคนเช่นนี้นอนอยู่ข้างๆ
สวีจ้าวหรงคงรับรู้ว่ามีคนมองอยู่ตาเรียวงดงามดั่งวิหคไฟก็พลันลืมขึ้นมองตรงมาที่คนข้างกายทันที
ตึกๆนี่มันอะไรกันหัวใจที่เต้นดังในอกตอนนี้ลู่อิงิทนสบตาทรงเสน่ห์ต่อไปไม่ไหวนางเอียงหน้าหลบพร้อมพลิกตัวหนีโดนไม่สนใจว่าข้างๆนั้นเป็พื้นที่ว่างเปล่าร่างบางไถลลงกำลังจะหลุดขอบเตียงไปแล้วถ้าไม่ได้บุรุษในชุดเ้าบ่าวดึงเอวเล็กพาเอาไปแนบตัวของเขาสองร่างนิ่งเกร็งดั่งรูปปั้นคนยิ่งพึ่งตื่นเลยประมวลผลไม่ทันปล่อยให้เวลาหมุนอย่างเงียบงันในสภาพแนบชิดจนเสียงนกด้านนอกร้องดังอีกรอบนางเลยผุดตัวลุกนั่ง
“ข้า..แก้ปมได้หรือยัง”เซียนน้อยทำเป็ลืมเหตุการณ์เมื่อครู่พลางหันไปมองที่ปลายเท้าสาเหตุที่ทำให้นางต้องนอนอยู่ที่นี่ทั้งคืน
“ได้แล้ว” เขาเอ่ยอนุญาตในที่สุดก็เช้าขนาดนี้แล้วถ้าไม่แก้ตอนนี้จะไปแก้ตอนไหนเช่นนั้นคงไม่ได้ไปไหนกันพอดีเพราะตัวติดอยู่แบบนี้
ลู่อิงิจึงขยับถอยร่นไปที่ปลายเตียงแล้วค่อยๆแก้ปมที่มัดออก ขณะนั้นสวีจ้าวหรงก็ลุกขึ้นตามมาซ้อนตัวอยู่ด้านหลังมองมือน้อยแกะมันออกด้วยความสั่นเทา เขารอนางแก้ปมจนเสร็จถึงถอยห่างออกมา
“ข้าขอตัวก่อน มีเื่ต้องทำอีกมาก” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องบอกลาหรือพูดให้รู้ว่านางมีธุระต่อ ลู่อิงิรู้แค่ไม่อยากเดินหายไปเฉยๆ
“เ้าตามหาเศษดาวอีกหรือ?”
ลู่อิงิพยักหน้ารับไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้ว สวีจ้าวหรงรู้มาตลอดว่านางกำลังตามเก็บมันอยู่
“มันก็แค่เศษหิน เ้าเก็ยไปทำไม?” ถ้าในบรรดาความลับที่นางปกปิดอยู่เื่นี้ต่างหากที่เป็ความลับที่สุดเพราะเื่นี้ไม่อาจให้ใครรู้และยิ่งกับจอมมารยิ่งบอกไม่ได้ของวิเศษบนแดน์ย่อมมีอานุภาพถ้าเขารู้ว่ามันคืออะไรอาจจะไม่ได้มาคุยกันแบบนี้นางจึงเลือกที่จะเงียบก้มหน้าไม่เอ่ยอะไรออกไป
“ช่างเถอะ ไม่บอกก็เื่ของเ้า” สวีจ้าวหรงกล่าวนิ่มนวลไม่ได้ดูเหมือนถูกขัดใจ กล่าวจบเขาก็ก้าวลงจากเตียงเส้นผมสีดำดั่งไหมที่เรียงตัวอยู่ที่ไหล่ค่อยๆ ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงขนาดไม่ได้หวีจัดทรงยังนุ่มน่าััลู่อิงิเกินความคิดในใจอีกแล้วทำไมคนผู้นี้ถึงขี้โกงนักหรือเพราะเป็พระเอก?
จอมมารร่างสูงใหญ่มองตามสายตาของเซียนน้อยมาหยุดที่ผมของตนเองเหมือนนางมองเส้นผมเขาแล้วเหม่อคิดอะไรสักอย่างเขาอยากอ่านความคิดได้อยากรู้ว่านางคิดอะไรถึงมุมปากยกแบบนั้นมือหนาจึงยกขึ้นหมายจะจับเส้นผมของนางบ้าง
“ข้าเกล้าผมให้” เสียงนี้เรียกลู่อิงิออกจากภวังค์รู้สึกถึงมือของสวีจ้าวหรงที่ยื่นมาพอดีจึงเอี้ยวตัวหันไปอีกข้างรีบลุกขึ้นยืนคว้าเอามงกุฎเ้าสาวและผ้าคลุมหน้ามาถือไว้สองมือ
“มิกล้า ข้าต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่โรงเตี๊ยมอยู่ดีเช่นนั้นขอตัวเลยแล้วกัน” ร่างบางรีบก้าวเท้าเร็วๆ ออกจากเรือนหอไปเมื่อออกมาด้านนอกจึงรู้ว่าสถานที่นี้อยู่ใกล้กับชายฝั่งตะวันออกมิน่าแถบนี้ถึงได้เงียบนัก
แต่การใส่ชุดเ้าสาวสีแดงขนาดนี้เดินอยู่ในเมืองเรียกสายตาได้ดีกว่าที่การตัวเปียกเช่นเมื่อวานเสียอีกแถมยังถือมงกุฎเ้าสาวมาครบเครื่องเลย ถึงจะอายแต่พอคิดว่าเดี๋ยวก็ไปจากเมืองนี้แล้วลู่อิงิก็สบายใจขึ้นรีบตรงกลับโรงเตี๊ยมแต่เหตุการณ์เหมือนเกิดซ้ำมีคนมารอนางอีกแล้ว
“ท่านที่ปรึกษาโจว” นางคำนับเขารีบๆ แล้วเอ่ยต่อ “มาทำอะไรแต่เช้า”
“ข้าเป็ห่วงคุณชาย เลยรีบมารอั้แ่ยังฟ้าไม่สางไปเคาะที่ห้องก็ไม่มีใครตอบรับ” ก็เมื่อคืนนางถูกส่งตัวให้ปีศาจพรายน้ำคนอื่นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็อาจจะเป็ห่วงได้คนอื่นในที่นี้หมายถึงโจวเจิ้งฉีคนเดียวนะ ไม่รวมถึงตระกูลมู่
“ข้าสบายดี ไร้รอยขีดข่วน”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ บอกตามตรงเมื่อคืนข้าแอบตามไปห่างๆแต่เลี้ยวที่หัวถนนแห่งหนึ่งเกี้ยวเ้าสาวก็หายไปข้าคิดว่าคุณชายถูกปีศาจพาตัวไปแล้ว”คำพูดของโจวเจิ้งฉีทำเอานางเกือบหลุดหัวเราะเพราะไม่ใช้ปีศาจกระจอกๆ เสียด้วยแต่เป็ระดับาา
“เื่มันยาวท่านที่ปรึกษาโจว แต่ข้าขอเปลี่ยนชุดแล้วจะมาคุยด้วย”ลู่อิงิแยกตัวไปเปลี่ยนชุดอย่างที่ว่า รอจนนางออกมาถึงพาที่ปรึกษาโจวเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปด้านนอกระหว่างเดินอยู่ก็สนทนากันไปด้วย
“แล้วคุณชายได้เจอปีศาจพรายน้ำไหม?”
“ไม่ มันไม่โผล่ตัวมา ข้าก็ไม่รู้ว่ามันมาช้าหรือรู้ว่าในเกี้ยวไม่ใช่มู่ซิ่วฟางข้าก็ไม่แน่ใจแต่แผนล่อเสือจากถ้ำไม่ได้ผล ข้าคงต้องหาที่ซ่อนเอง วันนี้ข้าก็ว่าจะไปค้นหาต่อ”ลู่อิงิเลือกที่จะไม่บอกว่าแท้จริงไปเจออะไรมาเพราะเห็นว่าไม่จำเป็ต้องผู้ถึงรายละเอียดทั้งคืนส่วนนั้น
“เช่นนั้นแสดงว่าคุณชายทราบแล้วว่ามันอยู่แถวไหนให้ข้าบอกท่านเ้าเมืองให้ส่งคนมาช่วยหรือไม่”
“ไม่ต้องๆ มันค่อนข้างเป็ที่เข้าถึงยาก ข้าไปคนเดียวสะดวกกว่า”ให้คนอื่นไปดำน้ำด้วยกันคงไม่ได้ โลกนี้ไม่ได้มีถังอากาศแบบโลกยุคใหม่เสียหน่อย
“เข้าใจแล้ว ข้ากลับไปจวนท่านเ้าเมืองก่อนข้าจะแจ้งผลเื่นี้ให้ท่านทราบด้วย ทั้งมีงานต้องสะสางอีกมากแล้วพบกันคุณชายลู่” โจวเจิ้งฉียิ้มให้อีกคนก่อนจะเดินจากไป
หลังแยกกันแล้วลู่อิงิก็มาจุดที่เมื่อวานเจอคนมาตกปลาเวลานี้คงเช้าไปจึงยังไม่มีใครมาสักคน ซึ่งถือว่าเป็เื่ดี จะได้ไม่ต้องไปหาจุดเหมาะๆะโน้ำ
เซียนน้อยวันนี้ได้พักผ่อนมาเต็มทีพร้อมโคจรพลังเซียน ลู่อิงิเตรียมพร้อมก็ะโลงน้ำทันทีนางว่ายออกห่างจากเมืองสักระยะแล้วดำลงไปด้านล่าง บริเวณนี้ลึกมากจริงๆไม่เหมาะเล่นน้ำ แสดงว่าคนที่เหล่านักตกปลาเจอต้องเป็ปีศาจพรายน้ำเป็แน่หลังสร้างม่านพลังคลุมรอบตัวและเพิ่มแสงจากลูกไฟให้เป็วงกว้างขึ้นไม่นานลู่อิงิก็เห็นอะไรบางอย่างมันก่อตัวเป็ก้อนขมุกขมัวมองไม่เห็นรูปร่างแน่ชัด
‘นั้นอะไร? ’ เซียนน้อยพยายามเพิ่มแสงที่มือก็แล้วแต่ก็มองไม่ออกว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไรจึงต้องว่ายน้ำเข้าไปใกล้กว่าเดิมพอดีกับสิ่งนั้นขยายกว้างออก
“น้ำวนนี่” ม่านขมุกขมัวที่เห็นคือน้ำวนแต่กว่าจะรู้ตัวแล้วพยายามว่ายหนีแต่ไม่ทันแล้ว น้ำวนกินวงกว้างและหมุนเร็วเกินไปเซียนน้อยจึงถูกดูดเข้าไปหมุนอยู่ภายใน แม้นางจะไม่ตายง่ายๆเพราะมีพลังเซียนคลุมรอบตัวแต่การถูกน้ำวนหมุนเหมือนอยู่เครื่องอะไรสักอย่างลู่อิงิบอกได้คำเดียว ‘มึน’
การจะออกทาง้าไม่ได้เพราะกินวงกว้างไปลู่อิงิจึงดำลงข้างล่างจนมาสุดพื้นทะเลถึงหลุดออกจากน้ำวนได้แถบนี้อันตรายเกินสำหรับมนุษย์จะว่ายเล่นเพราะเจอแบบนี้ได้ถึงชีวิตเลยนะไม่รู้ทำไมถึงมีน้ำวนใกล้ฝั่งขนาดนี้
นางตรวจสอบพื้นที่ไม่นานก็ได้คำตอบเพราะมีรอยแยกเป็ทางยาวใต้ทะเล ลู่อิงิจึงคิดได้ว่าสถานที่นี้เหมาะมากๆในการซ่อนตัว มีน้ำวนเป็กำแพง รอยแตกเป็ที่อาศัยเซียนน้อยไม่รอช้ามุ่งหน้าเข้ารอยแตกที่เป็ทางลึกผ่านเข้ามาได้ไม่เท่าไรก็เจอโพรงถ้ำซ่อนภายใน
หน้าปากถ้ำมีพลังบางอย่างกั้นเอาไว้ไม่รู้มีซ่อนอาคมอะไรไหม ถ้าเข้าไปอาจจะเป็อันตรายนางจึงเพียงลอบมองจากด้านนอกก่อนให้แน่ใจแต่ระหว่างที่ตรวจสอบหน้าถ้ำอยู่ลู่อิงิไม่ได้มองว่ากำลังมีสาหร่ายทะเลด้านข้างมุ่งเข้ามาหาตนเองกว่าจะรู้ตัวก็โดนมันรัดเต็มขาและลำตัวแล้วเซียนสาวจึงสะบัดตัวหนีให้หลุดแต่แรงรัดกลับเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยับตัวยิ่งหนียิ่งรั้ง ถ้าแน่นมากๆ เข้าได้ขาดอากาศสิ้นลมใต้ทะเลแน่
‘ตรงนี้เป็กับดักลงอาคมนี่’ กว่าจะรู้ก็สายไปสาหร่ายทะเลพันมาถึงแขนและใกล้จะถึงลำคอ วิธีเดียวที่จะหลุดออกคือใช้พลังกระจายออกรอบตัวเป็มีดตัดสาหร่ายไม่ต้องรอนานจะทำอะไรก็ต้องรีบลู่อิงิกระจายพลังออกไปรอบทิศตัดสิ่งที่พันธนาการอยู่แต่แค่พริบตาพวกมันก็กลับมาพันรอบขาอีกครึ่งเหมือนทำหน้าที่พิทักษ์ทางเข้าไม่ยอมให้ผู้ใดเล็ดลอดไปด้านใน อุตส่าห์มาถึงขั้นนี้แต่ต้องตัดใจนางตัดสาหร่ายทะเลทิ้งแล้วรีบว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ
“อาคมพรายน้ำหนาแน่เช่นนี้จะเข้าไปยังไง”นางพึมพำกับตัวเองระหว่างที่ว่ายกลับเข้าไปฝั่งอาคมของพรายน้ำมีพลังสูงเพราะอยู่ในอาณาเขตตัวเอง มันกางปิดกั้นไว้ขนาดนั้นเซียนเล็กๆอย่างนางไม่สามารถแอบเข้าไปได้
ทุกอย่างเป็เช่นที่รู้มาจริงๆปีศาจพรายน้ำจะมีอำนาจมากขึ้นถ้าอยู่ในน้ำ เหมือนเป็การส่งเสริมให้พลังมากขึ้นแม้ตอนนี้จะยังคิดวิธีแก้ไม่ได้ก็ไม่เป็ไรอย่างน้อยก็ถือว่าคืบหน้ารู้ที่อยู่แบบนี้ก็ดักจับเอารอบนอกยังพอได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับมา
หรือไม่ก็หาคนที่เก่งๆมาเช่น..“คนที่มีพลังสูงส่งมาทำลายอาคมให้” ลู่อิงิคิดอะไรดีๆออกแล้วเหลือแต่สวีจ้าวหรงจะยอมช่วยไหม
ตอนนี้เขาจะอยู่ไหนนะถ้ายังอยู่ในเมืองไม่แน่ลองยกเื่ช่วยมู่ซิ่วฟางมาอ้างดู เขาอาจจะอยากช่วยสาวงามก็ได้
ลู่อิงิจึงรีบตรงกลับโรงเตี๊ยมเพื่ออาบน้ำผลัดชุดก่อนเดี๋ยวจะได้ออกไปตามหาสวีจ้าวหรงจากนั้นก็พาเขาไปจวนเ้าเมืองเพื่อให้เจอกับมู่ซิ่วฟางแผนการเบื้องต้นเป็เช่นนี้ ถือว่าเป็วันที่ยุ่งมากๆ อีกวัน
แต่จะว่าไปนางก็ไม่ค่อยได้กลับมาโรงเตี๊ยมในสภาพปกติเท่าไรเดี๋ยวเปียกชุ่มเดี๋ยวสวมชุดเ้าสาวเสี่ยวเอ้อร์ที่พบเจอนางในสภาพนี้ตลอดก็คงจะสงสัยจึงอดเข้ามาถามไม่ได้
“คุณชาย ท่านไปทำอะไรมาถึงเปียกอีกแล้ว”
“อ่อ ข้าขออภัยที่ทำให้โรงเตี๊ยมเ้าสกปรก แต่ว่าข้ามีเื่ลงทะเลนิดหน่อยถ้าจะให้ข้าย้ายออกก็ยินดี”
“เปล่าเลยคุณชาย ข้าเพียงคิดว่าท่านไปเจอเื่ไม่ดีในเมืองอีกอย่างท่านรู้จักกับท่านที่ปรึกษาโจวข้าจะกล้าจะให้ย้ายได้อย่างไร”เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้คงเห็นนางรู้จักกับคนใหญ่คนโตอย่างโจวเจิ้งฉีสินะซึ่งเขาก็แวะมาบ่อยด้วยจะดูสนิทสนมก็ไม่แปลก เสี่ยวเอ้อร์จึงเกรงใจนางไม่น้อย
“ขอบใจมาก แต่ต่อไปข้าจะระวังให้มากเื่น้ำเช่นกัน”หลังจบสนทนาเื่โรงเตี๊ยมลู่อิงิก็ทำท่าจะเดินกลับห้องไปเปลี่ยนชุดเสียทีแต่เื่เหมือนจะไม่จบเท่านั้นเสี่ยวเอ้อร์ยืนซองกระดาษที่น่าจะเป็จดหมายมาให้นางอีกซอง
“มีหญิงสาวฝากมาให้คุณชายขอรับ”
“ขอบใจ”ลู่อิงิรับจดหมายมาแล้วถึงเดินขึ้นห้องพร้อมเปิดอ่านเนื้อความในจดหมายตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็สาวใช้จากจวนเ้าเมืองมาฝากให้แต่อ่านเนื้อความด้านในแล้วจึงรู้ไม่ใช่
‘อยากเจอข้า มาที่จุดตกปลา ยามไฮ่’
“นี่มัน..ปีศาจพรายน้ำ” นี่มันรู้แล้วว่านางรู้ที่อยู่ของมันแน่ๆไม่งั้นคงไม่ระบุจุดตกปลามาทั้งที่ใกล้ถ้ำขนาดนั้นแล้วเวลาก็ดึกขนาดนั้นแถบเขตตะวันออกคงมืดสนิท ร้างไม่มีผู้คนสะดวกต่อการจะทำอะไรหลายอย่างเช่นจับตัวนางฆ่าปิดปากเพราะท้ายสุดของจดหมายบอกไว้ว่า
‘มาคนเดียว ไม่เช่นนั้นตัวประกันตาย’
ตัวประกันคือใครยังไม่รู้นางไปสถานที่ใกล้น้ำขนาดนั้นในเวลาดึกมีแต่นางจะตายเพิ่มอีกคนนะสิ แต่เดี๋ยวก่อนในจดหมายเขียนว่าให้มาคนเดียว..ไม่ได้บอกห้ามบอกให้ใครรู้นี่ต้องรีบเปลี่ยนชุดแล้วจะได้ไปหาตัวสวีจ้าวหรง ถ้าเขารู้เขาต้องยอมช่วยแน่แค่ต้องพาไปเจอมู่ซิ่วฟางก่อนพลังของความรักจะเยียวยาทุกอย่าง
เซียนน้อยนึกชื่นชมความคิดตัวเองดีจริงๆ ที่สวีจ้าวหรงมาได้เวลาแถมนางยังคิดหาวิธีหลอกใช้อีกฝ่ายให้มาช่วยได้อีก
หลังเปลี่ยนชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านแล้วลู่อิงิจึงตรงไปบ้านที่เมื่อคืนเจอสวีจ้าวหรงแต่ครั้งนี้กลับพบว่าทั้งบ้านเงียบงันไม่มีเสียงของสิ่งมีชีวิตอยู่เลยนางเคาะอยู่สามรอบก็แล้วไม่มีใครมาเปิดสุดท้ายจึงเข้าไปโดยถือวิสาสะ
“ไปไหนนะ” หลังสำรวจรอบๆ แล้วกับพบแต่ความว่างเปล่าพอๆ กับเสียงที่เงียบงันของตกแต่งที่เคยมีสีแดงในงานมงคลก็หายไปหมด เหมือนเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นจริงคิดมาถึงตรงนี้ก็ขนลุกถ้าคิดแบบหลอนๆ เหมือนงานเ้าสาวผีเลยแต่ความจริงนางแต่งงานกับจอมมาร ถึงจะแบบปลอมๆ ก็เถอะ “ฮึ เวลาอยากเจอไม่มาให้เจอ”
ลู่อิงิที่ตัดใจแล้วเรียบร้อยกำลังจะเดินออกจากบ้านร้างไร้ผู้คนแต่ยังไม่ทันจะปิดประตูหน้าบ้านก็มีร่างสูงโผล่มาเสียก่อน มายืนอยู่ข้างๆไร้การบอกกล่าว “เ้ากลับมาเรือนหอทำไม”
“อะ..ท่านจอมมาร” ร่างเล็กของคุณชายลู่สะดุ้งไปหนึ่งที“ผู้น้อยขอเถอะอย่ามาเงียบๆ เช่นนี้”ลู่อิงิเลือกจะข้ามคำถามอีกฝ่ายไปพูดเื่อื่นเื่เรือนหออะไรพวกนี้ไม่น่าพูดถึงอีก
“ข้าเดินมาตั้งหลายก้าว เ้าไม่ได้ยินเอง”
“ถ้าเช่นนั้นก็ขออภัย” ลู่อิงิงับบานประตูลงให้สนิทแล้วหันมาคุยดีๆจะได้เข้าเื่เสียที “นี่ท่านรีบทำธุระที่ไหนหรือไม่ มีคนที่ท่านอาจจะอยากช่วย”ทุกคำที่เอ่ยลู่อิงิเอ่ยด้วยการก้มหน้าก้มตา นางมองแต่พื้นใต้เท้าก็สวีจ้าวหรงร่างนี้ทำนางไม่กล้ามองตรงๆ
จากปกติเขามักตัวเล็กกว่าหรือพอๆกันความเกร็งที่เคยมีก็หายไปแล้วแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงกลับมาอีกหรืออาจจะเพราะเขาร่างสูงใหญ่กว่านางมากนอกจากจะตัวสูงแล้วยังไหล่กว้างตัวหนาขึ้นชวนให้ความสง่างามนั้นมาพร้อมความน่าเกรงขามละมั้ง
“คนที่ข้าอยากช่วยคือใครกัน เ้าหรือ?”
“แล้วท่านจะอยากช่วยข้าได้อย่างไร ข้าหมายถึงคนอื่นสิ”ลู่อิงิรีบตอบปัดก่อน ถ้าบอกว่าเป็นาง เขาจะอยากช่วยด้วยเหตุผลอะไร“เหตุผลที่ท่านมาที่นี่เพราะจะปราบปีศาจพรายน้ำใช่หรือไม่”
“เ้าหมายถึงให้ข้าช่วยเ้าปราบปีศาจพรายน้ำใช่ไหม”
“ก็บอกว่าไม่ได้ช่วยข้า” ต้องพูดอย่างไรให้เขาเลิกคิดว่าจะช่วยนางกันนะไม่ใช่ว่าท่านก็มีภารกิจของตัวเองหรือไงท่านจอมมารมาที่นี่เพราะ้าจะมาดึงปีศาจพรายน้ำเข้าทัพปีศาจจึงมาที่ผิงต๋าแล้วตอนนั้นท่านถึงบังเอิญเจอมู่ซิ่วฟางไง ได้ทั้งกำลังพลเพิ่มได้ทั้งเมียน่ะเนื้อเื่มันเป็แบบนี้สิ อะไรก็ป่วนไปหมดแล้ว
เวลานี้สวีจ้าวหรงสมควรกำลังเริ่มรวบรวมภพมารเป็หนึ่งเดียวปกครองเหนือทุกเผ่ามารก่อนแล้วถึงเกิดนำทัพเกิดศึกากับภพอื่น
กลับกันสวีจ้าวหรงที่อยู่ข้างกายนางไม่มีทีท่าเช่นนั้นเลยนี่เขาได้เริ่มความคิดจะครองสามภพสักนิดบ้างไหม ว่าง่ายๆ คือดูเขาช่างว่างไม่มีอะไรให้ทำ ถึงหาเื่มาแกล้งเซียนเล็กๆ อย่างนางได้บ่อยๆทั้งที่นางก็แค่ทำเศษดาวตกไม่ใช่หรือ เื่อื่นไม่น่าเกี่ยวสักนิด
“ว่ามาเถอะเ้าจะใช้ข้าทำอะไร?”
“ผู้น้อยไม่กล้าใช้งานท่านหรอก แต่มีหญิงงามนามมู่ซิ่วฟางรอท่านให้ไปช่วยเหลือ”
“นางคือใครอีก? ถ้าเ้ายังยื่นมือช่วยมนุษย์ทั่วทั้งพื้นพิภพข้าว่าเ้าคงเก็บดาวไม่ครบหรอก”
“เื่นั้นช่างข้าเถอะ ท่านตามข้าไปที่จวนเ้าเมืองได้ก็พอ”
โชคดีจอมมารไม่ซักไซ้ไต่ถามอะไรต่อเขายอมตามนางไปที่จวนเ้าเมืองด้วยกันง่ายเกินคาด ระหว่างเดินทางไปตอนนี้ลู่อิงิเลยมีงานอดิเรกใหม่คือสังเกตอาการผู้คนรอบข้างที่มีต่อสวีจ้าวหรงนางจึงเดินห่างออกมาเพื่อจะสังเกตได้ง่ายขึ้น เพราะสายตาที่จับจ้องไปที่ร่างสูงไม่ว่าจะชายหนุ่มหญิงสาวล้วนตื่นตะลึงในความโดดเด่นของสวีจ้าวหรงกันทุกคน
“คุณชายลู่” ขณะสนุกสนานกับงานอดิเรกก็มีคนร้องทักชื่อลู่อิงินางจึงหันไปตามเสียงเลยพบเข้ากับที่ปรึกษาโจวที่กำลังลงจากรถม้าเดินมาหานางคนผู้นี้ที่นางเจอทุกวันทั้งเช้าและเย็น ไปไหนก็เจออะไรจะดวงสมพงศ์กันเช่นนี้
“พอดีนัก ข้ากำลังจะไปพบท่านที่โรงเตี๊ยมท่านกำลังจะไปที่..” เหมือนโจวเจิ้งฉีเพิ่งสังเกตเห็นสวีจ้าวหรงเขาหยุดพูดไปทั้งที่ยังไม่จบประโยคหันมองคนที่เดินมาหยุดข้างๆ นางสวีจ้าวหรงก็มองกลับไปที่อีกฝ่าย ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งที่โจวเจิ้งฉีถือว่าเป็ชายที่ร่างสูงมากๆ ก็ยังพ่ายให้กับจอมมารหลายชุ่น[1]
“คุณชายลู่สหายของท่านหรือ”หลังจากที่หลีกสายตาจ้องกลับของสวีจ้าวหรงมาได้ที่ปรึกษาโจวก็หันมาถามนาง
“เออ เป็…” ไม่มีทางเขาเป็สหายไม่ได้ เซียนปลายแถวไหนเลยจะกล้านางเลยได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “คนที่จะมาช่วยเื่ปีศาจพรายน้ำ”
“ยิ่งดีเลย ข้าจะมาพูดเื่นี้พอดี มีชาวเมืองมาแจ้งว่าคนหายเป็ผู้หญิงทั้งสามคน จึงคาดว่าอาจจะเป็ฝีมือมันแต่ไม่ใช่แรมหนึ่งค่ำข้าเลยว่าจะไปปรึกษาคุณชาย”
ตามที่ได้มาในจดหมายมีพูดถึง‘ตัวประกัน’ ครั้งนี้ต้องฝีมือปีศาจพรายน้ำแน่ๆ
[1] ชุ่นเท่าหน่วยวัดนิ้ว