ค่ำคืนในจวนตระกูลมู่เงียบสงัดดุจสุสาน ทว่าภายในเรือนพักท้ายจวน บรรยากาศกลับตึงเครียดจนแทบจะบีบคั้นมวลอากาศให้แตกสลาย
แม้เมื่อครู่ มู่เฉินจะใช้ปราณดารากระชากเอา 'หยดพิษ' ออกมาจากเส้นชีพจรของบิดาได้สำเร็จหยดหนึ่ง และล่วงรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับตระกูลหลินและหนอนบ่อนไส้อย่างผู้าุโสามแล้ว ทว่า... ภัยร้ายที่แท้จริงยังคงฝังรากลึกอยู่ในกายของมู่เฟิง
มู่เฉินที่สวมชุดคลุมดำเตรียมจะทะยานร่างออกไปนอกหน้าต่าง พลันชะงักฝีเท้า เมื่อโสตประสาทของเขาได้ยินเสียงครางแ่เบาด้วยความทุกข์ทรมานจากบิดา มู่เฟิงที่นอนหลับอยู่บนเตียงมีเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มหน้าผาก คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอเริ่มขาดห้วงและติดขัด
"ท่านพ่อ!" มู่เฉินรีบพุ่งกลับมาที่ข้างเตียง ั์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างเมื่อััได้ถึงความผิดปกติ
‘แย่แล้ว! การดึงเอาหยดพิษออกมาเมื่อครู่ แม้จะช่วยลดทอนความเข้มข้นลง ทว่ามันกลับไปกระตุ้นสัญชาตญาณการดิ้นรนเอาตัวรอดของ 'พิษสลายิญญา' ที่หลงเหลืออยู่! มันกำลังเร่งกัดกร่อนขั้วหัวใจของท่านพ่อรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม!’
มู่เฉินกัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าพิษของตระกูลหลินนั้นวิปริตและราวกับมีชีวิตจิตใจ หากปล่อยปละละเลยไว้เช่นนี้ มู่เฟิงย่อมทนได้ไม่พ้นคืนนี้เป็แน่! การจะบุกไปหอประมูลจันทราเพื่อเสาะหาโอสถถอนพิษในยามนี้ อาจจะไม่ทันกาล!
"ข้าจะไม่มีวันยอมให้ท่านเป็อันใดไปเด็ดขาด!"
มู่เฉินตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาสลัดผ้าคลุมสีดำทิ้งไปชั่วคราว ะโขึ้นไปนั่งขัดสมาธิซ้อนอยู่เื้ับิดา สองมือของเขาทาบประทับลงบนแผ่นหลังที่ผอมแห้งของมู่เฟิง ตรงตำแหน่งของจุดชีพจรขั้วหัวใจ
"เคล็ดวิชากลืนดารา์... ผสานหยินดารา! ผนึก!"
มู่เฉินคำรามลั่นในใจ พลังปราณขั้นรวบรวมปราณระดับห้าขั้นสูงสุดถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด! ทว่าครานี้ เขามิได้ดึงเอาความบ้าคลั่งและป่าเถื่อนของปราณดารามาใช้ ทว่าเขากลับชักนำ 'พลังหยินบริสุทธิ์' ที่หลงเหลือจากการกลืนกิน 'บุปผาดาราจันทร์เสี้ยว' เมื่อไม่กี่วันก่อนออกมา!
กระแสธารพลังงานสีเงินอมฟ้าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งหมื่นปี ไหลบ่าจากฝ่ามือของมู่เฉินทะลวงเข้าสู่ร่างกายของมู่เฟิง ความเย็นะเืนี้มิได้ทำร้ายอวัยวะภายใน ทว่ามันพุ่งตรงเข้าจับจองพื้นที่ยังจุดตันเถียนและขั้วหัวใจ ที่กำลังถูกไอหมอกสีเขียวคล้ำกัดกร่อน
ซ่า! ซ่า!
เสียงปะทะกันของความเย็นสุดขั้วและพิษร้ายดังก้องอยู่ภายในร่างกายของมู่เฟิง ไอพิษพยายามจะดิ้นรนและกัดกินพลังหยิน ทว่าพลังหยินของบุปผาดาราระดับสามขั้นสูงสุดนั้นบริสุทธิ์เกินไป! ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่ขยายลุกลามคลุมเส้นเืและเส้นชีพจรอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็ 'ผลึกน้ำแข็งดารา' บางๆ ห่อหุ้มขั้วหัวใจและจุดตันเถียนของมู่เฟิงไว้อย่างสมบูรณ์แบบ!
อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงกะทันหันจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราวตามขอบหน้าต่าง มู่เฉินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง หยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาถูกแช่แข็งในพริบตา การควบคุมพลังหยินให้แม่นยำเพื่อไม่ให้แช่แข็งเส้นชีวิตของบิดา ทว่าต้องแข็งแกร่งพอที่จะสะกดพิษร้าย นับเป็การใช้สมาธิและพลังปราณที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการห้ำหั่นกับสัตว์อสูรระดับสองเสียอีก!
"อึก..." มู่เฉินกระอักเืสีจางออกมาที่มุมปาก การฝืนใช้พลังปราณอย่างละเอียดอ่อนทั้งที่เพิ่งทะลวงระดับ ทำให้เส้นชีพจรของเขาปวดร้าวแทบปริแตก
ทว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่ายิ่งนัก!
ไอพิษสีเขียวคล้ำที่เคยลุกลาม บัดนี้ถูก 'ผลึกน้ำแข็งดารา' แช่แข็งจนหยุดนิ่งสนิท! มันไม่อาจแพร่กระจายหรือกัดกร่อนพลังชีวิตของมู่เฟิงได้อีกต่อไป สีหน้าที่ซีดเซียวและเ็ปของชายวัยกลางคนค่อยๆ คลายลง ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอและลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้พิษร้ายจะยังไม่ถูกถอนรากถอนโคน แต่มันก็ถูกสะกดข่มไว้ได้อย่างสมบูรณ์!
มู่เฉินค่อยๆ ถอนฝ่ามือออก ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงข้างเตียงด้วยความอ่อนล้า ทว่ารอยยิ้มโล่งใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ผนึกนี้จะอยู่ได้อย่างน้อยหนึ่งเดือน... มีเวลามากพอที่ข้าจะกว้านสมบัติไปประมูลสมุนไพรระดับสูง เพื่อชำระล้างพิษให้ท่านอย่างเด็ดขาด"
เมื่อจัดการปัญหาวิกฤตตรงหน้าเรียบร้อย มู่เฉินก็ยันกายลุกขึ้นยืน เขาเดินไปที่โต๊ะไม้เก่า จุดตะเกียงน้ำมันให้สว่างขึ้น ก่อนจะหยิบเอา 'แหวนมิติ' สองวงออกมาวางบนโต๊ะ วงหนึ่งคือของเขาเองที่อัดแน่นไปด้วยทรัพยากร อีกวงหนึ่งคือแหวนที่ริบมาจากหลางต้า หัวหน้าทหารรับจ้าง
ถึงเวลาที่ต้อง 'ประเมินทรัพย์สมบัติ' ก่อนก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งการค้าขายแล้ว!
มู่เฉินถ่ายทอดปราณเข้าไปในแหวนมิติ ข้าวของทั้งหมดถูกเทออกมาวางกองบนโต๊ะจนพูน!
แสงสะท้อนวาววับจากเหรียญิญญาจำนวนนับพันเหรียญ ชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่แผ่กลิ่นอายคาวเื และสมุนไพรนานาชนิด ทำให้ห้องที่ซอมซ่อดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา
มู่เฉินเริ่มคัดแยกสิ่งของอย่างเยือกเย็นและเป็ระบบ
"หนึ่ง... เหรียญิญญา" เขานับถุงเงินที่ได้จากหลางต้าและลูกสมุน ผนวกกับเงินที่เขาขายชิ้นส่วนพยัคฆ์ลายเมฆาครั้งก่อน "ทั้งหมดมีอยู่ราวๆ เก้าร้อยห้าสิบเหรียญิญญา"
เก้าร้อยห้าสิบเหรียญ อาจจะเป็เงินจำนวนมหาศาลสำหรับครอบครัวสามัญชนที่ใช้ประทังชีวิตได้นับสิบปี ทว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ มันแทบจะไม่พอซื้อหาโอสถระดับสองคุณภาพดีสักขวดเสียด้วยซ้ำ!
"สอง... ชิ้นส่วนของพยัคฆ์ลายเมฆา (สัตว์อสูรระดับหนึ่ง่ปลาย)" เขามองดูกองหนัง กระดูก และเขี้ยวที่หลงเหลือ "แก่นอสูรของมันถูกข้ากลืนกินไปแล้ว มูลค่าจึงลดหลั่นลงไปกว่าครึ่ง หนังและกระดูกพวกนี้ หากนำไปขายให้ร้านรับซื้อทั่วไป น่าจะได้สักสามร้อยเหรียญ"
"สาม... สมบัติของพวกทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า" มู่เฉินกวาดสายตามองอาวุธระดับต่ำและสมุนไพรพื้นๆ "ของพวกนี้ไม่มีราคาค่างวดอันใด เต็มที่ก็ร้อยเหรียญิญญา"
รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ยามนี้เขามีทรัพย์สินที่ประเมินเป็เงินได้ประมาณหนึ่งพันสามร้อยเหรียญิญญาเท่านั้น!
"หนึ่งพันสามร้อยเหรียญ... ห่างไกลจากคำว่าพอเพียงนัก" มู่เฉินขมวดคิ้ว "เป้าหมายของข้าคือการประมูล 'หญ้าดาราหยาดน้ำค้าง' หรือ 'โอสถชำระิญญาระดับสาม' ซึ่งราคาเริ่มต้นก็ปาเข้าไปหลักหมื่นเหรียญิญญาแล้ว! หากเกิดการแย่งชิงกันดุเดือด ราคาอาจจะพุ่งสูงทะยานถึงสองหมื่นหรือสามหมื่นเหรียญ!"
ในโลกของผู้ฝึกตน ทรัพยากรคืออำนาจชี้ขาด! แม้เขาจะมีพลังระดับห้าขั้นสูงสุด แต่ในลานประมูลที่ใช้เงินตราฟาดฟันกัน พลังยุทธ์เพียงอย่างเดียวย่อมไม่อาจเสกสมุนไพรมาได้ (เว้นเสียแต่จะบุกปล้นชิง ซึ่งหอประมูลจันทรามีผู้คุ้มกันระดับสลายิญญาคอยดูแลอยู่ การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็การรนหาที่ตาย)
ทว่า... มู่เฉินยังมี 'ไม้ตายลับ' ชิ้นสุดท้าย! ไม้ตายที่จะทำให้ทั่วทั้งเมืองชิงเฟิงต้องสั่นะเื!
เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าสีดำสนิทที่มุมโต๊ะ เมื่อเปิดมันออก กลิ่นอายคาวเืที่ทรงพลังและแรงกดดันของ 'สัตว์อสูรระดับสอง' ก็แผ่กระจายออกมาจนแสงตะเกียงวูบไหว!
ภายในห่อผ้า คือชิ้นส่วนของ 'อสรพิษเกล็ดเงิน' สัตว์อสูรระดับสอง่ต้น!
มีทั้ง 'เกล็ดสีเงิน' ที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าจำนวนหลายร้อยชิ้น 'เขี้ยวพิษ' ขนาดยาวเท่าศอกสองเล่มที่ยังคงมีหยาดพิษสีเขียวคล้ำซึมออกมา และที่ล้ำค่าที่สุดคือ... 'ต่อมพิษ' และ 'ดีอสรพิษ' ที่อัดแน่นไปด้วยปราณธาตุหยิน!
"สัตว์อสูรระดับสอง... ในเมืองชิงเฟิงแห่งนี้ ยอดฝีมือระดับแปดหรือระดับเก้ายังต้องหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับพวกมัน การจะล่ามันได้ต้องใช้กองกำลังผู้ฝึกยุทธ์นับสิบคน ยิ่งเป็อสรพิษเกล็ดเงินที่เลื่องชื่อเื่ความแข็งแกร่งและพิษร้าย ชิ้นส่วนของมันจึงแทบจะกลายเป็ 'ของล้ำค่าหายาก' ในตลาด!"
มู่เฉินประเมินคุณค่าของมันด้วยความรู้จากตำราตระกูล "เกล็ดของมันสามารถนำไปตีเป็เกราะิญญาระดับกลาง เขี้ยวพิษนำไปหลอมเป็อาวุธลอบสังหาร ส่วนดีอสรพิษคือวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับการปรุงโอสถระดับสาม... แม้ข้าจะกลืนกินแก่นอสูรและกระดูกบางส่วนไปแล้ว ทว่าเพียงแค่ของพวกนี้ หากนำไปขึ้นลานประมูลที่หอประมูลจันทรา มูลค่าของมันต้องไม่ต่ำกว่า สามหมื่นเหรียญิญญา!"
ตัวเลขสามหมื่นเหรียญิญญาทำให้ดวงตาของมู่เฉินทอประกายวาวโรจน์! มันมากพอที่จะทำให้เขากวาดซื้อทรัพยากรทุกอย่างที่ขวางหน้าในงานประมูล!
ทว่า ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมา
"หากข้านำของระดับนี้ไปขายในนามของมู่เฉิน หรือแม้แต่พรางตัวเป็ชายพเนจรธรรมดา ย่อมต้องถูกหอประมูลจันทราตรวจสอบที่มาที่ไป และความลับของข้าจะต้องแตกอย่างมิต้องสงสัย ยิ่งตระกูลหลินกำลังตามล่าหาผู้ที่ชิงบุปผาดาราและสังหารงูั์อยู่ หากพวกมันรู้เบาะแส... ข้าจะต้องถูกไล่ล่าจากยอดฝีมือทั้งเมือง!"
การสมบัติที่เกินกำลัง ย่อมนำมาซึ่งหายนะ กฎเกณฑ์แห่งมรรคาเต๋าข้อนี้มู่เฉินท่องจำได้ขึ้นใจ
ดังนั้น การจะขายชิ้นส่วนอสรพิษเกล็ดเงินเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและได้ราคาสูงสุด เขาจำเป็ต้องมี 'สถานะ' ที่น่าเกรงขามจนไม่มีผู้ใดกล้าตั้งคำถาม! สถานะที่สูงส่งเสียจนแม้แต่ผู้นำตระกูลใหญ่ หรือประธานหอประมูลจันทรา ยังต้องก้มหัวให้เกียรติ!
มู่เฉินแสยะยิ้มเ็า เขาหยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทตัวเดิมขึ้นมาสวมอีกครั้ง ดึงฮู้ดขึ้นปิดบังใบหน้าจนเหลือเพียงเงามืดมิด
"ในอดีต ข้าเป็เพียงอัจฉริยะรุ่นเยาว์... แต่ในค่ำคืนนี้ ข้าจะเป็ 'ปรมาจารย์ผู้เร้นกาย' ที่ไม่มีผู้ใดหน้าไหนกล้าล่วงเกิน!"
มู่เฉินหลับตาลง โคจรเคล็ดวิชากลืนดารา์อย่างเต็มกำลัง ทว่าครั้งนี้ เขาใช้เทคนิค 'บิดเบือนกลิ่นอาย' เขาจงใจจำลองกลิ่นอายความเก่าแก่และหนักอึ้งของ 'ศิลาดารา' ที่สถิตอยู่ในจุดตันเถียน ให้แผ่ซ่านออกมาคลุมทับร่างของตนเอง!
บรรยากาศรอบกายของมู่เฉินแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! จากเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปี บัดนี้กลับให้ความรู้สึกดั่งชายชราผู้ทรงอำนาจ ที่ผ่านการฝึกตนนับร้อยปีและมีกลิ่นอายของพลังที่ลึกล้ำจนไม่อาจหยั่งถึง! ยิ่งไปกว่านั้น เขาจงใจปล่อย 'เศษเสี้ยวพิษสลายิญญา' และ 'ปราณธาตุหยิน' ให้ลอยวนอยู่รอบตัวบางๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของ 'ปรมาจารย์โอสถพิษ' ผู้ชั่วร้ายและทรงอำนาจ!
"สมบูรณ์แบบ... ด้วยกลิ่นอายเช่นนี้ ต่อให้เป็ยอดฝีมือขั้นหล่อหลอมรากฐาน ก็ไม่อาจมองทะลุถึงแก่นแท้ของข้าได้!"
มู่เฉินดัดเสียงให้แหบพร่าและก้องกังวานในลำคอ สวมรอยบุคลิกของยอดคนผู้เย่อหยิ่งและไม่แยแสต่อโลก
เขากวาดชิ้นส่วนอสรพิษเกล็ดเงินและทรัพย์สินทั้งหมดกลับเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนจะดับตะเกียงน้ำมันในห้องจนเหลือเพียงความมืดมิด
"ท่านพ่อ... ข้าไปล่ะ"