แม้จะถูกบัวต้อนจนมุมหน้าร้านหมูแต่ผู้กองเมธัสก็ไม่ใช่ตำรวจที่จะยอมยกธงขาวง่ายๆสัญชาตญาณความตั้งใจจะปิดคดีคนหายบีบบังคับให้เขาดั้นด้นมาที่ ‘เต็นท์รถมือสองเฮียโชค’ ตรงแยกนอกเมืองตามที่บัวเคยแนะไว้
เมธัสทำทีเป็ลูกค้าเดินเข้าไปติดต่อขอซื้อรถกระบะแวนมือสองเพื่อเอาไปใช้ขนส่งสินค้าเ้าของเต็นท์วัยกลางคนพากระวีกระวาดนำเขาเดินไปดูรถทันที “มีอยู่คันหนึ่งครับผู้กอง! สภาพดีมาก ขายไม่ออกสักที จอดอยู่นู่นแน่ะ”
ทว่าเมื่อเมธัสเดินตามไปดู เขากลับต้องเซ็งสุดขีด... เพราะมันเป็ รถกระบะแวนสีขาว ไม่ใช่รถแวนสีเข้มรุ่นเก่าในคลิปวิดีโอคืนเกิดเหตุชายหนุ่มถอนหายใจยาวถอนความหวังเตรียมจะหมุนตัวเดินกลับออกไปจากเต็นท์ด้วยความหมดหวัง
.
แต่แล้ว...สายตาอันแหลมคมของตำรวจสายสืบก็เหลือบไปเห็นท้ายรถกระบะแวนสีเข้มรุ่นเก่าคันหนึ่งที่จอดอยู่มุมอับหลังเต็นท์!บนตัวถังมี รอยคราบสติ๊กเกอร์โลโก้ "บัวการค้า"ที่ถูกแกะออกอย่างลวกๆ จนยังทิ้งคราบรอยเดิมไว้อย่างชัดเจน!
“เฮีย... แล้วคันนั้นล่ะ?” เมธัสแกล้งทำเป็ชี้ถาม
“อ๋อ! คันนั้นเหรอครับ” เ้าของเต็นท์หัวเราะร่า“คันนั้นรถเก่าเ้าของเดิมแกขายขาดให้เต็นท์มานานแล้ว สภาพมันเก่าจนผมไม่อยากเอาขึ้นโชว์เลยยกให้พวกเด็กๆ ลูกน้องในเต็นท์เอาไว้ขับไปซื้ออะไหล่บ้าง ขนของบ้างหรือบางทีพวกคนงานหนุ่มๆมันก็เอาออกไปขับท่องราตรีหาเที่ยวสาวตามประสาพวกมันน่ะครับ”
เมธัสประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็ว...หากถามรบเร้าเจาะลึกไปมากกว่านี้ เ้าของเต็นท์อาจจะเกิดความสงสัยและไก่ตื่นได้ชายหนุ่มจึงทำทีเป็พยักหน้ารับรู้แล้วเดินออกจากเต็นท์มาอย่างนุ่มนวล
ก่อนจะเปลี่ยนแผนมาเป็การ สะกดรอยตาม รถแวนคันนี้แทน
ตลอดสามสี่วันต่อมาเมธัสซุ่มดูพฤติกรรมของพนักงานเต็นท์รถอย่างอดทน ทว่าผลลัพธ์กลับว่างเปล่า...พวกเด็กหนุ่มคนงานเอารถคันนี้ไปขับซื้ออะไหล่ ขนของเข้าเต็นท์และพอตกดึกก็นั่งซดเหล้าพาขับไปเที่ยวบาร์ตามประสาคนหนุ่มอย่างที่เ้าของเต็นท์พูดไว้จริงๆไร้ซึ่งร่องรอยของบัว เพลง หรือสายข่าวที่หายตัวไป
เมธัสเริ่มหมดความอดทนเขาจับจ้องมองรถแวนคันนั้นที่ขับออกมาจากเต็นท์มุ่งหน้าไปยังบาร์เหล้าท้ายซอยอีกครั้งในค่ำคืนนี้...ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ั์ตาฉายแววเด็ดขาด
ในเมื่อหาหลักฐานตรงๆ ไม่ได้... เขาก็ต้องสร้าง ‘โอกาส’ ขึ้นมาเอง!
เมธัสยกโทรศัพท์มือถือต่อสายหาลูกน้องชุดสืบสวนที่เหลืออยู่นำกำลังตำรวจเข้าสกัดรวบตัวพนักงานเต็นท์รถขณะกำลังจอดรถหน้าร้านเหล้าทันที!ท่ามกลางความตกตะลึงและโวยวายของเด็กหนุ่มคนงานเมธัสฉวยโอกาสใน่ที่ลูกน้องกำลังชุลมุนล็อกตัวคนงาน แอบซุก ยาบ้าหนึ่งถุง เข้าไปใต้เบาะคนขับอย่างเนียนกริบ!
“ยึดรถคันนี้ไว้เป็ของกลางในคดียาเสพติด!” เมธัสออกคำสั่งเสียงเข้มเด็ดขาด
สายสืบทุกคนต่างลุยงานตามคำสั่งโดยไม่รู้เลยว่าเป้าหมายแท้จริงของผู้กองหนุ่มไม่ใช่เด็กหนุ่มคนงานหรือยาบ้าถุงนั้น... แต่เป็การส่งรถแวนคันนี้เข้า กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจหา รอยนิ้วมือแฝง และ คราบดีเอ็นเอที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ตามมุมอับของตัวรถ
เมธัสมองรถแวนที่กำลังถูกยกขึ้นรถสไลด์ด้วยสายตาคาดหวังขอเพียงแค่มีรอยนิ้วมือของ บัว หรือ เพลง หลุดรอดอยู่ภายในรถคันนี้แม้เพียงรอยเดียว...หมายจับและความจริงทั้งหมดก็จะถูกกระชากออกมาทันที!
.
แสงไฟสลัวภายในเพนท์เฮาส์หรูของเพลงอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็ส่วนตัวบัวในชุดลำลองสบายๆ นั่งคลอเคลียอยู่บนโซฟาหนังนุ่มมือเรียวแข็งแรงลูบไล้เรือนผมยาวสลวยของเพลงที่กำลังนอนหนุนตักเธออยู่อย่างเพลิดเพลิน
“ผู้กองเมธัสเข้ายึดรถแวนคันเก่าจากเต็นท์รถมือสองไปแล้วค่ะ...”บัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพลางใช้นิ้วเกลี่ยแก้มเนียนของคนรัก “ดูทรงแล้วคงกะจะส่งเข้าพิสูจน์หลักฐานเพื่อหารอยนิ้วมือหรือดีเอ็นเอของพวกเราแน่ๆ”
เพลงหลับตานิ่ง ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือตอบคำถามเื่ตำรวจแม้แต่น้อยรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เธอจะลืมตาขึ้นมาสบตากับบัวแล้วเล่าเื่ราวของวันนี้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแทน
“วันนี้... มีเศรษฐีชาวเม็กซิกันคนหนึ่งจองปิดร้านMelody’s Table เพื่อทานอาหารคนเดียวค่ะพี่บัว...”
เพลงเล่าว่าบรรยากาศตลอดคอร์สอาหารเป็ไปด้วยความเรียบร้อยและละเมียดละไมทันทีที่เสิร์ฟเมนูสุดท้ายจบเพลงได้เดินออกมากล่าวคำขอบคุณและรับฟังคำติชมจากชายหนุ่มร่างโปร่งแต่งตัวภูมิฐานนามว่า มาเตโอ
มาเตโอมองเพลงด้วยสายตาชื่นชมอย่างลึกซึ้งเขาปรบมือเบาๆ ก่อนจะเอ่ยชมออกมาตรงๆ
“เป็รสััที่ยอดเยี่ยมมากครับเชฟเพลง...” มาเตโอเอ่ยพลางจิบไวน์แดง “ผมประทับใจมากที่คุณสามารถดึงรสหวานของเนื้อชนิดนี้ออกมาได้โดยไม่เหลือกลิ่นคาวเฉพาะตัวของมันติดอยู่เลย...”
เพลงชะงักไปเล็กน้อย แต่มาเตโอกลับยิ้มอย่างรู้กัน เขาเอียงตัวเข้าหาเชฟสาวแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่ต้องใไปหรอกครับ... ผมรู้ดีว่านี่คือ ‘เนื้ออะไร’ และผมก็ชอบทานมันมาก” มาเตโอถอนหายใจยาวด้วยความเสียดาย “จริง ๆที่เม็กซิโกผมมีเชฟประจำตัวที่คอยปรุงเนื้อชนิดนี้ให้ทานอยู่เสมอแต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาดันพลาดถูก ‘วัตถุดิบ’ ที่ยังมีสติอยู่ใช้มีดแทงสวนจนเสียชีวิต... คงประมาทเกินไปหรือไม่ก็เมาเหล้าหนักเพราะเพิ่งถูกเมียทิ้งตอนนี้ที่เม็กซิโกเลยไม่มีใครที่มีฝีมือพอจะทำเมนูนี้ให้ผมทานได้อีกผมเลยต้องบินข้ามโลกมาหาทานที่นี่... และมันก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังจริง ๆ”
มาเตโอเว้นจังหวะก่อนจะยื่นนามบัตรทองคำให้เพลง “ถ้าเชฟสนใจอยากไปเปิดร้านอาหารฟิวชันที่เม็กซิโก...ผมยินดีจะเป็สปอนเซอร์ จัดหาทำเลที่ดีที่สุดให้ และสัญญาว่าจะพาเพื่อนๆระดับมหาเศรษฐีมาเป็ลูกค้าประจำของเชฟแน่นอนครับ”
บัวฟังเื่เล่าจบก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งหัวใจของฆาตกรสาวเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ความตื่นเต้นหนึ่งวิ่งผ่านแผ่นหลัง... เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับเพลงที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งของความเป็มนุษย์ แต่มันมี 'กลุ่มคน' แบบพวกเธอซ่อนตัวอยู่ในทุกมุมโลกเพียงแต่ถูกปิดกั้นไว้ด้วยศีลธรรม กรอบจารีตประเพณี และกฎหมายของสังคมเท่านั้น
บัวก้มลงสบตาเพลงั์ตาคมกริบฉายแวววาวหวานเชื่อม “แล้วเพลงล่ะคะ...อยากไปเปิดโลกใหม่ที่เม็กซิโกกับเขาไหม?”
เพลงพลิกตัวหันกลับมากอดเอวของบัวไว้แน่นซบใบหน้าลงกับหน้าอกที่แสนอบอุ่น ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและอ่อนโยนที่สุด
“ถ้าจะไป... พี่บัวกับแม่ต้องได้ไปด้วยกันค่ะ” เพลงเงยหน้าขึ้นจุมพิตที่ปลายคางของบัวเบาๆ “เพลงไม่สนใจหรอกค่ะว่าจะอยู่ที่เมืองไทยหรืออยู่ที่ไหน...ขอแค่มีพี่บัวคอย ‘หาวัตถุดิบ’ อยู่ข้างๆและมีแม่ให้เราคอยดูแล ไม่ว่าที่ไหน... มันก็คือบ้านและความสุขของเราทั้งนั้นค่ะ”