“นาเดีย นาเดีย” เสียงตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวที่กำลังเทอาหารเช้าให้เจ้าน้องหมาที่ริมสระว่ายน้ำ ชีวานึกอะไรขึ้นได้รีบเข้าไปหาหญิงสาว ดึงเจ้าตัวขึ้น “ทำไมคุณหลบหน้าผมสามวันเต็มๆ” นาเดียสะดุ้งเฮือกเมื่อเช้าวันนี้เขาแต่งตัวเสร็จก่อนเธอ “วันนี้ฉันต้องไปเรียนพิเศษค่ะ คุณเป็นคนติดต่อให้ฉันเองจำไม่ได้เหรอคะ” นาเดียยืนมองร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “คุณชีวาคะ ตั้งแต่กลับมาจากบ้านคุณป้า คุณไม่ก้าวออกมาจากห้องนอน กินนอนในห้องนอนสามวันเต็มๆค่ะ คุณทำงานอย่างเดียว แล้วมาถามฉันว่าหายไปไหน” ชีวายืนยิ้ม มองดูนาเดียกับแม็กที่วิ่งรอบขาของเธอ รออาหารเช้า นาเดียเทอาหารเม็ดต่อ “อีกสองวันฉันจะไปเข้าค่ายค่ะ” หญิงสาวถือโอกาสแจ้งให้เจ้านายหนุ่มรับรู้ “ผมนึกว่าคุณลาออกจากเรื่องพวกนี้แล้ว” สายตาที่ห่วงใยนาเดียฉายออกมา “ไม่ใช่ค่ายชกมวยค่ะ มันเป็นกิจกรรมก่อนปิดภาคเรียน เราต้องไปศึกษาเข้าค่ายกับนักศึกษาที่รัฐอิลลินอยส์” ชีวาโอบกอดร่างงามต่อหน้าเจ้าแม็กที่สนใจเม็ดอาหารในถ้วย “ไปทั้งคณะใช่ไหม” นาเดียยิ้มหวาน “ใช่ค่ะ ไปทั้งคณะ ประมาณ สิบห้าวันค่ะ”
“ผมไม่ให้ไป” ชีวาห้ามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเข้ม “อ๊ะ ...คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ เรื่องนี้มันคืออนาคตของฉันนะคะ” ชีวาวางท่อนแขนบนไหล่ทั้งสองข้าง “คุณนาเดีย ผมเคยเป็นนักศึกษาที่นั่นมาก่อน การออกไปแค้มป์ในครั้งนี้มันไม่เกี่ยวกับการไปทัศนศีกษาอะไรทั้งนั้น อย่ามาหลอกผม” ปลายนิ้วชี้ของเขากดลงบนปลายจมูกโด้ง “ตอนนี้ ผมรู้สึกหิว ทำอะไรให้ทานหน่อยครับ” นาเดียยืนนิ่งไม่ขยับร่าง “ไม่ทำ จนกว่าคุณจะให้ฉันไปแค้มป์กับเพื่อนๆ” ชีวายกท่อนแขนออก ฝ่ามือขยี้กลุ่มผมของเธอ “ไม่ครับ ผมสามารถคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาให้ได้ แต่ อย่าไปเลยเชื่อผมครับ”
“คุณชีวา ...ฉันจะไปค่ะ ถ้าคุณไม่ให้ไปฉันจะลาออก”
“นาเดีย!! อย่ารั้นกับผม ตอนนี้ผมไม่ใช่เจ้านายของคุณ แต่ผมคือคนรักของคุณ” ชีวาจ้องใบหน้างามเขม็ง “เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ ทำไมคุณห้ามฉันแบบนี้คะ พวกเขาเป็นเพื่อนของฉัน เราเป็นเพื่อนร่วมคณะมาหลายปี และฉันรู้จักพวกเขาก่อนคุณนะคะ” นาเดียโต้ตอบชีวาในอารมณ์โกรธ “อย่าขึ้นเสียงกับผม” ชีวาเดินหันหลังไปจากเธอ “เพราะอะไรคุณห้ามฉันคะ” น้ำเสียงเเผ่วเบาลง “คุณควรถามแบบนี้ตั้งแต่แรกว่า..ทำไม คิดเองไม่ออกเหรอว่าเพราะอะไร” ชีวาจ้องดวงตากลมโต “เพราะ ราดิก้า คือนักศึกษาอยู่ในคณะเดียวกันกับคุณ” นาเดียอึ้งไปสักครู่ ชีวาไม่กล่าวอะไรต่อหันหลังเดินตรงไปทางห้องครัว “ฉันขอไปนะคะ ฉันมั่นใจว่ามีเพื่อนๆหลายคนจะดูแลฉัน ฉันรับรอง ว่าฉันจะปลอดภัยแน่นอนค่ะ”
ชีวายืนท้าวสะเอวส่ายหน้าไปมา “ต้องการที่จะไปมากขนาดนี้ ก็เชิญ..ไปตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้” น้ำเสียงตัดรำคาญของเขา ทำให้นาเดียพูดไม่ออก “เธอไม่เคยทำอะไรนอกจากเอกสารปลอมแค่นั้นนี่คะ และตอนนี้เธอก็ไม่ติดต่อมาฉันแล้วด้วย” ชีวากัดฟันกรอด กำมัดแน่น “จำพวกไอ้มืด ในวันนั้นได้ไหม พวกมันสวมเสื้อสโมสรรักบี้ของมหาวิทยาลัยของคุณ เป็นไปได้เหรอที่คนที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันจะรังแกผู้หญิงที่มาจากรั้วเดียวกัน เธอไม่กล้าทำอะไรคุณ เพราะคุณอยู่กับผมตลอดเวลา”
เสียงบานประตูดัง “โครมมม” นาเดียยืนกระพริบตามองร่างสูงหายเข้าในห้องนอนของเขา “นี่เขาบังคับเราด้วยเหตุผลบ้าๆบอๆ ราดิก้าจะไปจ้างคนพวกนั้นได้ยังไง” หญิงสาวทรุดร่างนั่งลงบนเก้าอี้อาบแดด “อีกสองวัน เราต้องทำให้เขา....แล้วจะทำยังไง อารมณ์ร้ายมากๆ ใครจะอยู่ด้วยได้” เจ้าแม็กกระโดดเกาะขาของเธอ “นายก็เหมือนกัน รู้ตัวไว้นะ สักวันเขาจะเอานายไปคืน ชาลี” นาเดียขู่เจ้าแม็กที่เอียงคอไปมา “ฉันคงคิดถึงนายมากๆ” นาเดียจุมพิตหน้าผากแม็ก ปลายลิ้นของเจ้าสุนัชเลียริมฝีปากของเธอ
หลังจากสองวันผ่านไป นาเดียหมดความพยายามที่จะทำให้ชีวาออกมาพูดคุยกับเธอ เช้าวันนี้เธอต้องเดินไปเข้าแค้มป์กับเพื่อนๆในคณะ นาเดียลากกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาจากห้องนอนด้านหลัง “คนรักกันงอนกันด้วยเหรอครับ หึ คนที่งอนคือเขาต่างหาก หลายวันมาแล้วไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร” นาเดียก้าวเดินอย่างช้า สายตามองไปที่บานประตูห้องนอนของเจ้านายหนุ่ม เสียงเปิดบานประตู ทำให้นาเดียทิ้งแฮนด์กระเป๋าลง ชีวาจ้องมองร่างงามในชุดเดินทาง นาเดียรีบก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าของเขา เธอหาจังหวะนี้มาหลายวัน “ฉันเขียนใบลางานวางไว้ที่บนโต๊ะ และฉันซื้อผักผลไม้ไว้ในตู้เย็น คุณทานอาหารตรงเวลานะคะ”
ร่างสูงดึงร่างของเธอเข้ามากอดแน่น “ผมจะไปส่งคุณที่รถบัส” นาเดียสอดฝ่ามือโอบกอดลำตัวของชีวาแน่นเหนียว “ฉันขอโทษที่ทำให้คุณโกรธค่ะ” เขาลูบไล้ดวงหน้างาม พรมจูบทั่วใบหน้าของหล่อน “ระวังตัวด้วย ถ้ามีอะไรโทร.หาผมทันที” นาเดียพยักหน้าซบใบหน้าลงกลางแผงอกกว้าง “คุณชีวา ฉันจะโทร.หาคุณทุกวันค่ะ” ฝ่ามือหนาเชยปลายคางของเธอขึ้น ริมฝีปากอุ่นประกบลงบนริมฝีปากคู่งามที่เปิดรับจุมพิตเขาอย่างเต็มใจ หัวใจหญิงสาวเต้นระทึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก สบตาเธออยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมรู้สึกเเปลกๆ เราอาจจะได้ฮันนิมูนกันที่นั่นก็ได้” เธอผลักร่างของชีวาออก “ฉันทำอาหารเช้าให้คุณแล้วค่ะ” ชีวาหยิบหมวกเเก็ปสวมให้เธอ “สวมหมวกของผม และ....” ชีวาถอดสร้อยคอทองคำของแม่อารยาที่มอบให้เขาก่อนเดินทางมาที่นี่ “สวมสร้อยเส้นนี้ไว้ คุณจะปลอดภัย” นาเดียสัมผัสสายสร้อย “สร้อยเส้นนี้ของแม่คุณ ทำไมให้ฉันคะ”
“แม่รักผมมาก ผมก็รักคุณมากเหมือนกัน” นาเดียไม่กล้าสบตากับชายหนุ่ม หญิงสาวปักใจเชื่อแล้วว่าเขารักเธอมากจริงๆ หลายวันผ่านมาชีวาไม่เข้ามาใกล้เธอ เขาปล่อยให้เธออ่านหนังสือเตรียมสอบ ไม่เรียกใช้ ไม่เข้ามาคลอเคลียเหมือนก่อน “สัญญาฉันอย่างหนึ่งได้ไหมคะ” ชีวาขมวดคิ้วจ้องดวงตากลมโต “ได้ครับ จะให้ผมสัญญาอะไร” นาเดียกุมมืออุ่นๆของเขา “รอฉันกลับมานะคะ” ชีวาหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็ไม่อยากไปใช่ไหม” ร่างงาหันหลังให้เขาทันที “ฉันจะไปค่ะ”
ชานเมืองชิคาโก
กลุ่มนักศึกษานับร้อยคนยืนรอรถบัสคันใหญ่จากมหาวิทยาลัยของรัฐอิลลินอยส์ “นักศึกษาปีสามทุกท่านให้เข้าแถวเรียงหนึ่ง แสดงบัตรนักศึกษาที่โต๊ะหน้ารถบัส เราต้องขอให้ทุกคนเปิดสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจดูก่อนว่าพวกคุณพกอาวุธร้ายแรงมาด้วยหรือเปล่า” นาเดียยืนฟังคำประกาศของอาจารย์ เธอเงยหน้ามองใบหน้าของชีวา “ผมบอกคุณแล้ว ว่าผมรู้สึกไม่สบายใจ” นาเดียคล้องแขนในท่อนแขนของเขา “ตอนนี้ไม่ต้องอ้อนผม เวลาผมคลอเคลียคุณไม่ชอบ ตอนนี้จะอ้อนอะไรไม่ทราบครับ' นาเดียผละร่างของเขาออก “จะบอกว่า I will miss you so much” ชีวาก้มหน้าอมยิ้ม “งั้นไม่ต้องไป เราไปเที่ยวที่เกาะกันต่อสองต่อสองดีกว่า ไปชมสวรรค์บนบกกับผม ดีกว่านั่งท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวพวกนี้”
“นาเดีย !!!” เพี่อนของเธอโบกมือเรียกเธอจากในรถบัส “มาเร็วๆ มานั่งกับพวกเรา” ชีวาโบกมือให้เพื่อนๆของนาเดีย “ฝากเธอด้วยครับ” เสียงกรีดดังขึ้นเมื่อร่างสูงจุมพิตนาเดียท่ามกลางสายตานับพันคู่ “เฮ้.... ดูนั่น คู่รักของนาเดีย” เพื่อนๆพากันล้อเลียนนาเดียกับร่างสูงที่เดินมาส่งถึงรถบัส “ห้ามดื้อ และโทร.หาผมทุกวัน”